“ครั้งก่อนปฏิเสธที่จะแต่งงานในครั้งนี้ฟงเกา ยังมีหน้ามาบอกว่ามีหญิงที่หมายปอง”
“เสด็จพ่อ ลูกกำลังคิดว่า การทำให้ใครสักคนรักและยอมแต่งกับเราเป็สิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง หากเราแค่เพียงใช้อำนาจที่มีอยู่บังคับให้หญิงที่เราหมายปอง ต้องแต่งกับเราด้วยความจนใจ นั้นไม่ได้ต่างอะไรกับการขืนใจ”
“ความจริงหญิงงามที่ข้าหาไว้ให้เ้านางเองก็เป็คนที่ค่อนข้างดื้อรั้น เช่นกัน คงไม่ต่างอะไรกับเ้าห้าฟงเกา หากอยู่กินกันไปไม่แคล้วต้องประลองยุทธ์กันในทุกวัน”
“เสด็จพ่อ คงไม่ห้ามหากลูกจะลอง หาทางที่จะชนะใจหญิงที่ลูกหมายปอง ส่วนการแต่งงานที่เสด็จพ่อตั้งใจปูทางไว้ให้ลูกนั้น ลูกคงต้องปฏิเสธอีกครั้ง”หยางฟงหยางถอนหายใจยาวอีกครั้ง
“ครั้งก่อนแสร้งบาดหมางครั้งนี้หากขืนบังคับไปเกรงว่าจะต้องบาดหมางกันจริงๆ เพียงแค่ไม่แต่งหญิงคณิกา ก็พอแล้ว”พูดดักทางไว้
“รอให้ลูกพิชิตใจนางได้ จึงจะพานางมาพบเสด็จพ่อ แต่คงต้องใช้เวลาไม่น้อย นางเองก็คงจะไม่ใช่หญิงที่รับรักใครง่ายดาย”
ตำหนักบูรพา
"บัดซบที่สุด แต่เดิมเป็ข้าที่กุมบังเหียนไว้ในมือมาบัดนี้กลับต้องมาหาทางเอาตัวรอด"
"ไท่จือโปรดระงับโทสะ"
"ฟงเกาฉลาดล้ำลึก แสร้งบาดหมางกับเสด็จพ่อ ออกไปเร่ร่อนนอกเขตวังหลวงข้ารึหวังมอมเมาให้เขายิ่งหลงระเริง กลายเป็ว่าเปิดโอกาสให้เขาเข้าไปในหอสุริยันล้วงความลับ ชู่เหลียงนางก็ทรยศข้ายอมเปิดเผยความลับกับฟงเกาเสียหมดไม่เข้าใจจริงๆ ไปหลงเสน่ห์อะไรหยางฟงเกาผู้นั้น"
"ไท่จือ นายท่านหอสุริยันขอเข้าพบไท่จือตอนนี้"
"ใครให้เขามาที่นี่ บอกเขาไปไว้ข้าว่างเว้นจึงจะเร้นกายไปพบเขา ที่นี่ไม่สะดวกยิ่ง"
"แต่ ไท่จือเข้ามีสีหน้าแสดงความไม่พอใจอีกทั้งยังร้องะโอยากพบไท่จือ"ผุดลุกขึ้นด้วยสันหลังหวะกลัวว่าใครจะล่วงรู้ความสัมพนธฺกับนายท่านหอสุริยัน
"รีบไปพาเขาเข้ามา แล้วปิดตำหนักเสีย หากมีใครแวะมาบอกว่าข้าไม่้าพบ"
"ไท่จือ ท่านส่งคนไปก่อกวน"ต่อว่าทันทีเมื่อพบหน้
"ใจเย็นๆ ท่านต๋วนเื่เป็มาอย่างไร"
"ไท่จืออย่ามาทำไขสือ ท่านส่งคนไปก่อกวน แล้วยังขโมยหนังสือสัญญาระหว่างไท่จือกับหอสุริยันไท่จือท่านทำแบบนี้ คิดว่าข้าโง่งมหรือไร"
"ขโมยหนังสือสัญญา ข้านะหรือต้องมีใครจงใจทำให้ท่านต๋วนเข้าใจในตัวข้าผิด เป็ผู้ใดกันแน่"
"ไม่ได้เป็ท่านหรือ เมื่อวานที่ไปช่วยคนผู้นั้น คนที่อ้างตัวว่าเป็คนของไท่จือ อ้างตัวว่าเป็องค์ชายห้า อีกทั้งยังเอ่ยนามไท่จือ อย่างสนิทสนม"
"องค์ชายห้า หยางฟงเกาแย่แล้วฟงเกาต้องเป็คนได้มันไปแน่ เช่นนั้นเื่นี้จะต้องถึงหูเสด็จพ่ออย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่านต๋วนท่านวางใจ ข้าจะจัดการเื่นี้ให้เร็วที่สุดท่านกลับไปก่อน ข้าสะสางตัวเองแล้วจะหาเวลาว่างเว้นไปพบท่านที่หอสุริยัน"
ตำหนักฮ่องเต้
"เสด็ตพ่อลูกผิดไปแล้ว"หยางฟงฉีคุกเข่าลงกับพื้นสีหน้าเศร้าสร้อย
"ไท่จือ รู้ว่าผิดก็ยอมมาคุกเข่า"ขันทีาุโรีบพูดเพื่อชี้ให้ฮ่องเต้เห็นว่าฟงฉี รู้จักสำนึกผิด
"ข้ายังไม่ทันกล่าวโทษกลับมาสำนึกผิดฟงฉีเอ่ยฟงฉี"
"เสด็จพ่อลูกทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์การร่วมงานกับคนนอกลูกจึงจำต้องโอนอ่อน"
"คุกเข่า เ้าคิดว่าเื่เลวร้ายเช่นนี้คิดว่าต้องคุกเข่ากี่ชั่วยามจึงจะสาสม มอมเมาขูดรีดตั้งวงพนันเ้าคิดว่าจะต้องคุกเข่านานแค่ไหน ทุกข์เข็ญของชาวบ้านจึงจะหมดไป"
"เสด็จพ่อลูกสำนึกผิดแล้วจริงๆ "ก้มศรีษะลงจรดพิ้น
"ดีคุกเข่าห้าชั่วยาม แล้วต่อไปห้ามไท่จือยุ่งเกี่ยวกับเื่พวกนี้อีกเห็นสมควรให้เ้าห้าจัดการต่อไป"หยางฟงฉีไท่จือซ่อนยิ้มใว้ แสดงว่าฮ่องเต้มีท่าทีอ่อนลง ด้วยความรักที่มีต่อไท่จือนั่นเอง
ตระกูลหลิน
"ตงเพ่ย ท่านจะเดินหนีกันแบบนี้ไม่ได้นะ"เสี่ยวหลิน เรียกตงเพ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"เราสองคนไม่ได้ มีอะไรเกี่ยวข้องกัน"
"ตงเพ่ยท่านก็รู้ ว่า...ว่าใจข้า ฮึกฮึก..ฮึก"กอดท่อนแขนของตงเพ่ยไว้แน่น
"ไท่จือเฟย ท่านเลิกคิดแบบนี้ได้แล้วท่านรู้ไหมทำไมข้าถึงเรียกคุณหนูว่าคุณหนู ไม่เรียกว่าคุณหนูใหญ่คุณหนูรอง เพราะในใจข้ามีเพียงคุณหนูเท่านั้นที่...เป็คุณหนูในใจข้า ท่านก็แค่เพียงคนหน้าไม่อายคนหนึ่งที่อิจฉาทุกอย่างที่เป็ของคุณหนู ท่านตอนนี้เป็ไท่จือเฟยก่อนหน้านั้นเป็น้องสาวของคุณหนู ฉะนั้นท่านเปลี่ยนความคิดของตัวเอง ความจริงท่านไม่ได้รู้สึกอะไรท่านแค่อยากได้ทุกอย่างที่เป็ของคุณหนูเท่านั้น"
"ท่านไม่ใช่สิ่งของของพี่สาว ท่านเป็สิ่งเดียวที่ข้ารู้สึกว่า….ไม่อยากเสียไป"
"เ้าไม่เคยเสียข้าไปเสี่ยวหลิน แต่ข้าไม่เคยเป็ของเ้า ข้าเกิดมาเพื่อคุณหนูคนเดียว"เสี่ยวหลินสะอื้นไห้อย่างแรง ตงเพ่ยก้าวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย
เสี่ยวหลินกุมที่อกข้างซ้ายร้องไห้ปานจะขาดใจ
เจี้ยนหลิง แอบมองเพ่ยตงกับเสี่ยวหลินอยู่ไม่ไกลนัก
“เช่นไร เพ่ยตงผู้ห้าวหาญ เป็เช่นไรเมื่อพบกับน้ำตาจระเข้”เพ่ยตงยิ้ม
“เพ่ยตงไม่อาจตอบสนองนางได้”
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าพูดอะไรกับนางแต่เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวหลินนางในครั้งนี้ไม่ได้เสแสร้งดังเช่นทุกครั้ง”
“ คุณหนูอยากรู้ไหมว่านางพูดอะไรกับเพ่ยตง”สบตานิ่งกลมโตของเจี้ยนหลิงทั้งที่ปกติ เพ่ยตงจะไม่มีทางล่วงเกินไม่ว่าจะอย่างไร เจี้ยนหลิงอมยิ้ม
“บุรุษโดยแท้ไม่เอาความลับของหญิงอื่นมาเปิดเผยให้หญิงอีกคนฟัง”
“สำหรับเพ่ยตงมีเพียงคุณหนูเท่านั้นที่มีความหมายกับเพ่ยตงคนอื่นล้วนแค่เพียงมีค่าแค่คนคุ้นเคยมิได้สำคัญไปกว่าคุณหนู”แสร้งยิ้มไม่ยอมสบตาคม
“ไม่เอา แล้วข้าไม่พูดกับเ้าดีกว่า เพ่ยตง กัวเปาสองสามวันมานี่กลับมาที่บ้านหลิน ข้าอยากให้เ้ากำจัดเขาเสีย มีเขาเสี่ยวหลินจึงเหิมเกริมอีกอย่างกัวเปาเป็คนข้างกายเสี่ยวหลินที่ยอมตายเพื่อเสี่ยวหลินได้ ตัดมือตัดเท้าเสี่ยวหลินเสียจึงดี จัดการนางกับไท่จือจึงง่ายขึ้นแผนการของเราจะต้องไม่มี กัวเปามาขัดขว้าง”เพ่ยตงประสานมือ
“คุณหนูใหญ่ องค์ชายห้าให้เชิญท่านที่ตำหนักเมฆา”สาวใช้ย่อกาย เพ่ยตงขมวดคิ้ว
“อืม ข้ากำลังจะไปหารือเื่สำคัญกับองค์ชายห้าพอดี เ้าก็ไปทำตามแผนการได้แล้ว”เพ่ยตงเดินเอามือไพล่หลัง เจี้ยนหลิงก้าวขาออกจากบ้านหลินเพ่ยตงตามไปติดๆ
“อ้าว ไม่ไปทำงานของเ้าที่ข้าสั่ง”
“ข้าลืมไปว่า วันนี้องค์ชายห้าชวนข้าร่ำสุรายามเย็นที่ ตำหนักเมฆาเช่นกัน”
“เ้าเห็นการร่ำสุรา สำคัญกว่างานที่ข้าสั่งหรือไร”
“นี่ก็เย็นแล้วคุณหนูจะไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ”
“ตามใจ ข้าไปแล้ว”เพ่ยตงอมยิ้มเดินตามไปติดๆ เจี้ยนหลิงส่ายหน้า ปกติเพ่ยตงมิใช่ผู้ที่ต่อปากต่อคำเจี้ยนหลิง เขามักจะรับคำสั่งโดยตรงจากเจี้ยนหลิงในทุกเื่และเก็บกวาดหมดจด เพ่ยตงเป็อะไรไปเจี้ยนหลิงงงงันกับท่าทีของเพ่ยตงในวันนี้ยิ่งนัก