ไห่ซิงกวนสั่งบ่าวให้ไปนำกระดาษพู่กันมา เขาจะเขียนหนังสือหย่าร้างให้นางแล้วขับออกจากจวน เขาไม่สามารถทนได้จริง ๆ กับเื่เช่นนี้ หากมีคนนอกรู้ว่าบุตรชายเสนาบดีฝ่ายซ้ายถูกสวมเขา แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ไม่นานนักบ่าวก็นำของที่ไห่ซิงกวน้ามาให้เขา เขานั่งเขียนหนังสือหย่าสองฉบับ และสั่งบ่าวนำไปให้ซวงจื้อฮวาประทับลายนิ้วมือ ซวงจื้อฮวาที่ยังไม่มีเรี่ยวแรง นางจึงได้แต่ถูกบ่าวจับนิ้วมือทาหมึกแล้วประทับตราลงไป บ่าวยัดหนังสือหย่าฉบับหนึ่งให้นางแล้วเดินนำอีกฉบับไปให้ไห่ซิงกวน
ไห่ซิงกวนที่เห็นว่าหมดเื่แล้วจึงสะบัดหน้าจากไปอย่างโกรธเกรี้ยว ซวงอ้ายหลิวเห็นสามีจากไปเช่นนี้ นางรีบบอกให้บ่าวของนางไล่ซวงจื้อฮวาออกไปจากจวนโดยเร็ว
บ่าวเ้าประจำที่คอยรังแกซวงจื้อฮวารีบรับหน้าที่สำคัญทันที ซวงจื้อฮวาถูกบังคับให้ใส่เสื้อผ้าอย่างเร่งร้อน นางไม่แม้แต่จะได้หวีรวบผมเผ้าเสียด้วยซ้ำ แต่นางกลับถูกบ่าวที่เก็บเสื้อผ้านางใส่ห่อยัดเข้ามือนางแล้วลากนางออกไปทางประตูหลังจวน
ซวงจื้อฮวาที่ยังมีน้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลาพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น ได้แต่พาร่างกายที่บอบช้ำเดินออกจากประตูไปอย่างเหม่อลอย นางไม่อยากคิดว่านางจะไปที่ใด นางไม่อยากคิดแม้สักนิดว่าหลังจากนี้นางจะใช้ชีวิตอย่างไร ในเมื่อพวกเขาทำร้ายนางถึงขนาดนี้ นางยังจะคิดสิ่งใดได้อีกเล่า นางจะปล่อยให้ชะตาฟ้าลิขิตก็แล้วกัน นางจะเดินเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ หาก์ยังเมตตานางบ้าง ฟ้าคงนำทางนางเองนั่นแหละ
จ้วงคังที่หนีออกจากจวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายสำเร็จ เขารีบหาทางกลับไปที่วัดร้างทันที แต่ก่อนจะไปถึง เขาก็พบกับหนึ่งในสององครักษ์ของเขาที่ออกตามหาเขาทั้งคืน ตอนนี้เขายังไม่อยากพูดอะไร เขาจึงบอกให้กลับไปคุยกันที่วัดร้างเสียก่อน
องครักษ์ของจ้วงคังเห็นเขาสีหน้าไม่ค่อยดีนักจึงตามเขาไปโดยไม่พูดอะไร เมื่อถึงวัดร้างแล้วจ้วงคังจึงเล่าทุกอย่างให้องครักษ์ทั้งสองของเขาฟังทันที สององครักษ์ได้แต่นึกเสียใจที่เมื่อคืนออกไปกันทั้งคู่ พวกเขาไม่น่าทิ้งองค์ชายไว้คนเดียวจนเกิดเื่
จ้วงคังไม่โทษคนของเขา เขาได้แต่โทษโชคชะตาที่ทำให้เขาต้องสร้างตราบาปให้หญิงสาวคนนั้น ตอนที่เขามองหน้านางก่อนหน้านี้ เขายังตกตะลึงกับความงามของนางไม่น้อย เสียแต่ว่าใบหน้านางมีแต่รอยน้ำตาและแววตาสิ้นหวังที่ไม่น่าพอใจ เขาเสียใจมากจริง ๆ ที่ทำร้ายนาง เมื่อคืนนี้เขาแทบไม่รู้ตัวว่าเขาทำสิ่งใดลงไปบ้าง เขาได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องอย่างเ็ปรวดร้าวและหวาดกลัวของนางเท่านั้น หากเขามีโอกาสพบนางอีกครั้ง เขาสัญญาว่าเขาจะชดใช้ให้นางไปตลอดชีวิต
ซวงจื้อฮวาไม่รู้ว่านางเดินเหม่อลอยจนออกจากประตูเมืองหลวงมาั้แ่เมื่อไหร่ นางได้สติก็ตอนที่นางเดินตกลงไปในลำธารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแล้ว ซวงจื้อฮวารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากน้ำตื้นนั้นอย่างตื่นตระหนก นางโชคดีแค่ไหนที่นี่ไม่ใช่แม่น้ำสายใหญ่ นางว่ายน้ำไม่เป็ หากนางตกลงไปจริง ๆ นางคงต้องตายจากโลกอันเลวร้ายนี้ไปแล้ว
ซวงจื้อฮวาหันมองรอบด้าน นางพบว่าโดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่นี่น่าจะเป็ูเาแห่งหนึ่งกระมัง นางที่ั้แ่เกิดไม่เคยก้าวออกจากจวนแม้แต่ครึ่งก้าว แต่ตอนนี้กลับต้องมาอยู่ในสถานที่ร้างไร้ผู้คนเช่นนี้
ซวงจื้อฮวาไม่รู้ว่าตลอดทางที่นางเดินเหม่อลอยมานั้น ผู้คนที่พบเห็นสภาพของนางต่างพากันเวทนา หญิงชราบางคนยังถึงกับเดินเข้ามาถามไถ่นางอย่างห่วงใย แต่ซวงจื้อฮวาที่ยังเหม่อลอยกับเื่ราวเลวร้ายนั้นกลับไม่ได้ยินแม้แต่นิดเดียว แววตาของนางไม่มีแม้ประกายของคนที่ยังมีชีวิต ชาวบ้านที่เห็นนางเป็เช่นนี้จึงคิดว่านางน่าจะบ้าไปเสียแล้ว เสียดายหน้าตาของนางยิ่งนัก บุรุษที่คิดจะทำร้ายนางหลายคนเองยังถูกชาวบ้านด่าว่าจนไม่กล้าติดตามนางไป ทำให้ซวงจื้อฮวาสามารถมาถึงูเาแห่งนี้ได้อย่างปลอดภัย
โครกคราก!
เสียงท้องน้อย ๆ ของซวงจื้อฮวาดังขึ้นมาให้นางได้ยินหลังจากได้สติ ซวงจื้อฮวามองลำธารสายน้อยที่ไม่มีปลาแม้สักตัวอย่างสิ้นหวัง นางไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหน หลังจากเหม่อมองท้องฟ้าที่มืดมิด้า ซวงจื้อฮวาไม่รู้เลยว่านางเดินมากี่วันแล้วด้วยซ้ำ ตอนนี้นางปวดขาและรู้สึกว่าฝ่าเท้าของนางน่าจะแตกแล้วจากความเ็ประบมที่นางััได้ขณะนั่งอยู่ในลำธาร
ซวงจื้อฮวาแข็งใจลุกขึ้นมองทิศทาง นางตัดสินใจเดินต่อไปตามลำธารที่ดูเหมือนจะมาจาก้าูเาแห่งนี้ หาก์ยังอยากให้นางมีชีวิตอยู่ นางคงพบเห็นสิ่งที่กินได้เองกระมัง นับว่า์ยังไม่ทอดทิ้งนางไปเสียหมด บนฟ้ายังพอมีแสงจากดวงจันทร์ให้นางพอมองเห็นพื้นดินได้บ้าง นางใช้ร่างที่อ่อนแรงแทบล้มลง เดินยืดหลังตรงไปตามโชคชะตาที่ครานี้นางเลือกเองอีกครั้ง
ซวงจื้อฮวาเดินไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ระหว่างทางนางพบผลไม้ที่ร่วงตามพื้นดิน นางรีบเก็บมากินและยัดบางส่วนเอาไว้ในห่อผ้าเปียกของนางไม่น้อย นางไม่รู้ว่าทางข้างหน้านางจะมีสิ่งใดประทังชีวิตอีกหรือไม่ นางจึงได้แต่เก็บสิ่งที่พบเห็นระหว่างทางไว้เสียก่อน
ซวงจื้อฮวาเดินต่อจนนางไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอแล้วในตอนนี้ นางจึงกัดฟันหาที่นั่งใต้ต้นไม้ข้างลำธารสายที่นางเดินมา ซวงจื้อฮวาแหงนมองท้องฟ้า นางไม่รู้ว่าตอนนี้ยามใดแล้ว นางเดินมานานขนาดนี้กลับไม่พบสัตว์ป่าหรือผู้คนแม้แต่อย่างเดียว นางไม่รู้จริง ๆ ว่าเหตุใดจึงเป็เช่นนี้ หรือ์อยากให้นางอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตเช่นนี้จริง ๆ หากเป็เช่นนั้น นางก็จะใช้ชีวิตที่เหลือตามที่โชคชะตากำหนดจนกว่านางจะตาย
ด้วยความเหนื่อยอ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ซวงจื้อฮวาผล็อยหลับไปในเวลาไม่นาน ภาพในฝันของนางแทนที่จะเป็ชายขอทานที่ทำร้ายนางคนนั้น ซวงจื้อฮวากลับมีเพียงภาพใบหน้าสมใจของพี่สาวนางและภาพความโกรธเกรี้ยวของชายที่ได้ชื่อว่าเป็สามีนางคนนั้นแทน ขนาดว่านางหลับไปแล้ว แต่น้ำตาของนางกลับไม่เคยหยุดไหล เมื่อในฝันกลายเป็คนชั่วร้ายที่ทำร้ายนางอย่างแสนสาหัสเ่าั้
ซวงจื้อฮวากว่าจะตื่นอีกครั้งก็เป็เวลาที่ดวงตะวันทอแสงจ้าอยู่บนฟากฟ้าแล้ว นางหรี่ตาที่เพิ่งตื่นและมองรอบข้างที่นางพักเมื่อคืนนี้อย่างงุนงง ไม่นานนางก็นึกออกว่าเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่ได้ ซวงจื้อฮวาคว้าห่อผ้าที่ยังเปียกชื้นอยู่ของนางมาควานหาผลไม้ที่เก็บมาก่อนหน้าขึ้นมากิน นี่เป็สิ่งเดียวที่นางใช้แก้หิวได้