หลังจากขออนุญาตแม่สามีไม่นานปรียากรก็ขับรถมารับแก้วกานต์ไปซื้อชุดวันนี้มีแค่แก้วกานต์กับปรียากรเท่านั้น เพราะอธิชัยอยากพักผ่อน อีกอย่างเขาคิดว่าไม่ใช่เื่ของเขางานแต่งนี้ก็ไม่ใช่งานเพื่อนของเขางานนี้เลยขอผ่าน
เวลาบ่งบอกว่าตอนนี้เป็เวลาบ่ายสี่โมงแก้วกานต์กับปรียากรทั้งสองมาแต่งตัวกันที่บ้านของแม่สามีแก้วกานต์ซึ่งแม่สามีก็ยินดีแถมยังมาช่วยพวกเธอแต่งตัวแต่งหน้าอีกด้วย
“แม่ขอถ่ายรูปได้ไหมหนูแก้ว”
“ได้ค่ะ”แก้วกานต์ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง เธอเขินเธอไม่มั่นใจในชุดที่ใส่ด้วยซ้ำ ตอนที่ซื้อปรียากรเป็คนเลือกให้ถึงบอกว่าไม่เอาแต่เพื่อนก็ไม่ฟังให้เธอไปลองแล้วหยิบมาคิดเงินทันที
“หนูแก้วสวยมากเลยลูกพี่คิรินเห็นต้องชอบมากเนอะหนูปราง” แพรพลอยหันไปหาตัวช่วยที่สังเกตว่าลูกสะใภ้ไม่ค่อยมั่นใจชุดที่ลูกสะใภ้ใส่มันสวยมาก เป็ชุดเดรสสีฟ้าอ่อนพิมพ์ลายดอกไม้สีชมพูอ่อนๆเป็สายเดียวยาวเลยเข่าด้านข้างผ่าขึ้นมาจนถึงขาอ่อน ด้านหน้าเผยออกเล็กน้อยส่วนข้างหลังเผยให้เห็นแผ่นหลังที่ขาวเนียน ถ้าลูกชายนางได้เห็นต้องรีบกลับมาแน่นอนแพรพลอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“ใช่ค่ะน้าแพรแกอะสวยมั่นใจหน่อยสิ” ปรียากรพูดเสริม
‘ปี๊ดๆ’เสียงบีบแกรรถของที่บ้านของปรียากรมารับเธอทั้งสองไปที่งาน ปรียากรเรียกให้รถที่บ้านมารับเพราะเธอกลัวตัวเองดื่มหนักเลยกันไว้ก่อนส่วนรถของเธอที่ขับมาเดี๋ยวค่อยมาเอาวันหลังฝากไว้ที่นี่ แต่เมื่อออกไปก็ต้องเจอกับอธิชัยที่นั่งอยู่ในรถแทน
“อ้าว!!อามทำไมเป็แกละ” แก้วกานต์เป็คนทักเสียเอง แต่ปรียากรกลับเงียบยิ้มแหยๆ ให้ชายหนุ่มแทนหญิงสาวรู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีว่าชายหนุ่มนั้นจะดุเื่ที่เลือกใส่ชุดนี้ เธอส่งชุดให้เขาดูเยอะแยะแต่ชายหนุ่มกับเลือกชุดที่ดูเรียบร้อยไป เธอเลยคิดว่ายังไงเขาก็ไม่รู้หรอกว่าเธอใส่ชุดไหนไปแต่ที่ไหนได้ชายหนุ่มกับกลายเป็คนมารับเธอเอง
ทางอธิชัยที่ขออาสาทางบ้านปรียากรมารับไปงานเลี้ยงเองเขาคิดว่ายังไงสองสาวก็น่าจะดื่มหนัก อีกอย่างเขาไม่ไว้ใจปรียากรในการเลือกชุด แต่ก็จริงอย่างที่คิดไว้หญิงสาวนั่นไม่ได้สวมใส่ชุดที่เขาช่วยเลือกเธอกลับเลือกเป็ชุดเดรสยาวเลยเข่า ผ่าข้างขึ้นมาเกือบถึงขาอ่อน่บนคล้ายเกาะอกมีแขนเสื้อแบบตุ๊กตาเล็กน้อยดูแล้วเหมือนจะเรียบร้อยแต่ส่วนเอวกลับโชว์ให้เห็นเอวบางเกือบหมดทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอชุดที่เธอใส่มันทำให้เขาอารมณ์เสียสุดๆ ไปเลย
“มันโกรธที่แกเหลือชุดนี้หรอ”แก้วกานต์กระซิบถามเพื่อน
“ไม่รู้!!”
“แกอะสวยมั่นใจหน่อยสิ”แก้วกานต์ยิ้มอย่างเหนือชั้นแล้วพูดกับเพื่อนสาว เหมือนอย่างที่เพื่อนบอกกับเธอไว้แล้วชิ่งขึ้นด้านหลังของรถ ทิ้งไว้ให้ปรียากรยืนนิ่งไม่ขยับแต่เมื่อคิดได้ก็ก้าวขึ้นรถทันทีระหว่างนั่งลงอธิชัยไม่แม้แต่หันมามองคนที่นั่งข้าง ปรียากรรู้สึกทำตัวไม่ถูกแต่ปกติเธอก็แต่งตัวแบบนี้ก็ไม่เห็นชายหนุ่มข้างๆ จะว่าอะไร ทางอธิชัยไม่ได้พูดอะไรนั่งเงียบพลางออกรถไป
“ไปทางไหนบอกทางด้วย”อธิชัยถามทางด้วยน้ำเสียงที่ห้วนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โมโหหญิงสาวคนข้างๆไว้ไม่ให้ะเิออกมา
“อะเออไปที่” ปรียากรที่อึกอัก
“มาเดี๋ยวฉันบอกแกตรงไปทาง......”แก้วกานต์ที่เห็นเพื่อนทั้งสองทำาอารมณ์กัน เธอเลยเป็คนบอกทางเองพลางยิ้มเยาะในใจ ‘สม!! อยากเลือกชุดให้เธอเองตัวเองโดนเองเลยไงละ’
ทางด้านแพรพลอยที่เห็นว่าลูกสะใภ้นั่นได้ออกไปแล้วแพรพลอยก็อยากจะแกล้งลูกชายที่ห่วงแต่งานไม่ห่วงเมียบางเลยนางเลยตั้งใจเอารูปที่เธอขอแก้วกานต์ถ่ายไว้กดส่งไปให้ลูกชายของนางดู
“ดูสิยังจะบ้างานอีกไหม ถ้าเห็นภาพนี้”
“เป็อะไรคุณยิ้มอยู่คนเดียว” อานนท์ที่กลับมาจากไล่เห็นภรรยายื่นยิ้มอยู่คนเดียว
“ฉันแค่เล่นอะไรสนุกๆคุณไปอาบน้ำได้แล้วเหม็น” คุณผู้หญิงของบ้านบอกปัดสามี พลางเปลี่ยนเื่ไล่สามีไปอาบน้ำแล้วนางก็เดินเข้าบ้านไป ปล่อยให้อานนท์ที่ยืนงงกับอาการของภรรยาแต่ก็เดินเข้าบ้านตามไป
‘ติ๊งติ๊ง’
เสียงแจ้งเตือนข้อความของมือถือคิรินดังเขาหยิบขึ้นมาดูเห็นว่าเป็ข้อความจากผู้เป็แม่ เขาทำหน้าสงสัยเล็กน้อยที่อยู่ๆผู้เป็แม่ส่งมาในตอนแรกเขาคิดว่าจะปล่อยผ่านแต่คิดไปคิดมาเปิดดูสักหน่อยเผื่อแม่มีอะไรเร่งด่วนแต่เมื่อเปิดดูชายหนุ่มก็หน้าเปลี่ยนขบกรามแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆ ต้องขนลุกกันเกียว รู้สึกกลัวขึ้นมาจนชนาธิปเป็ฝ่ายเดินเข้าไปถามเ้านาย
“มีเื่อะไรหรือครับนาย”
“เอารถออก”คิรินสั่งชนาธิปด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก
“คะ...ครับ”ชนาธิปไปเอารถมารับผู้เป็เ้านาย เขาขับรถพาคิรินตรงมายังโรงแรมที่แก้วกานต์ไปเหยียบคันเร่งเต็มที่ดูจากอาการเ้านายแล้วถ้าเขาขับ 80 ไม่น่าจะรอดเขาน่าจะโดนจับหักคอก่อน ตอนแรกเขาก็สงสัยว่าเื่ด่วนอะไรจนเพื่อนรักอย่างกันต์โทรมาบอกว่าแก้วกานต์นั่นไปงานเลี้ยง และเขาก็ถึงบางอ่อเ้านายเขาน่าจะหวงเมียแหละ
เมื่อถึงโรงแรมที่จัดงานคิรินก็ตรงเข้าไปในงานด้วยท่าทีน่ากลัวจนคนที่พบเห็นต้องหลบ เขาเดินตรงไปหาแก้วกานต์ที่ตอนนี้กำลังพูดคุยอยู่กับเพื่อนๆอย่างสนุกสนามโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะมีภัยร้ายเข้ามา
“กลับบ้าน!!”
“...” เมื่อได้ยินเสียงแก้วกานต์ก็ทำตาโต ใที่คิรินอยู่ตรงนี้แล้วหันหน้าไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ตอนนี้ทำหน้าั์ใส่เธอสายตาที่เขามองเธอคู่นั้นเย็นเยียบจนชวนให้หนาวสะท้าน รอบกายแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนหญิงสาวพูดตะกุกตะกัก “คะ...คุณมาได้ไงยังไง”
คิรินไม่ตอบคำถามของแก้วกานต์เขาเอาแต่จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาแข็งกร้าวพลางสาดสายตาไปหาคนที่จ้องมองเมียเขาอยู่แล้วหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ มือหนากำแน่นใบหน้าหล่อขบกรามจนเป็สัน พยายามกดเสียงต่ำไม่ให้ดัง
“กลับบ้าน”บอกเสร็จมือหนาก็ดึงมือหญิงสาวให้เดินออกไปกับเขาทุกสายตาล้วนจับจ้องมาที่คิรินกับแก้วกานต์ จนปรียากรออกมาเคลียร์สถานการณ์ให้คลี่คลายจากนั้นภายในงานก็ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่บ
คิรินที่กึ่งลากกึ่งจูงแก้วกานต์ให้เดินตามเขามาเขาลากเธอมาขึ้นรถแบบไม่ไยดี หญิงสาวขัดขืนทั้งทุบทั้งตีแต่ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะใส่ใจเธอเลย
“ขึ้นรถไป”คิรินจับแก้วกานต์ยัดใส่เข้าไปในรถ แล้วสั่งให้ชนาธิปออกรถไปที่รีสอร์ตที่เขาทำงานอยู่
“คุณคิรินจะพาไปไหนแก้วไม่ไป” เมื่อแก้วกานต์เป็อิสระจากการจับกุมของชายหนุ่มแล้วเธอก็ะโใส่หน้าเขาแบบไม่เกรงกลัวเขาเลย เอาสิเขาโกรธเป็ฝ่ายเดียวหรอ
“เธอกำลังทำให้ฉันโมโหนะนั่งเงียบๆ ไปถ้าไม่อยากโดนดี”
“ไม่!!แก้วไม่กลัวหรอก อะไรก็สั่งๆ มาจากไหนไม่รู้ มาก็สั่งๆ คิดว่าตัวเองเป็ใคร ห๊ะสั่....อื้อ..”เสียงของแก้วกานต์หายเข้าไปในลำคอเมื่อคิรินกดริมฝีปากทาบลงบนริมฝีปากร่างบางชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากเธอและแทรกลิ้นเข้าไปควานหาน้ำหวานภายในปากเธอเขาโกรธและโมโหเธอมาก เขาต้องกดอารมณ์ไม่ะเิออกมาขนาดไหนหญิงสาวไม่รู้ตัวเองเลย ไม่นานคิรินละออกจากริมฝีปากบางแล้วหันกลับไปประจำที่ของตนแก้วกานต์จากที่โดนจูบแบบไม่ทันตั้งตัวเธอก็เงียบไม่พูดไม่จาบรรยากาศในรถเงียบสนิท มีแต่เสียงลมแอร์ที่ออกมาจากช่อง
ไม่นานทั้งสองก็ถึงที่หมายคิรินลงจากรถก็ดึงหญิงสาวให้เดินตามมาแล้วพาเธอเข้าไปในห้องนอนแล้วผลักเธอลงบนเตียงนอน แก้วกานต์เห็นท่าไม่ดีเลยลุกขึ้นมาหวังจะหนีแต่ก็ไม่ทันชายหนุ่มจะคว้ามือเธอมาแล้วเหวี่ยงเธอกลับไปที่เดิมชายหนุ่มทาบทับมาบนตัวหญิงสาวทันที
“ปล่อยแก้วคุณคิริน” คิรินไม่สนใจเสียงร้องห้ามของเธอ ชายหนุ่มก้มลงมาหาปากบางขบเม้มไปตามกลีบปากแล้วตวัดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหญิงสาวเบี่ยงหลบ เขาเปลี่ยนเป้าหมายพาจมูกโด่งฝั่งไปที่ซอกคอก่อนจะไล่ลงมาตามหน้าอกนิ่ม “อื้อ...ปล่อย...”
“หึหึหึ”คิรินไม่พูดอะไรออกมาได้แต่หัวเราะในลำคอ “แควกกกก” เขาฉีกชุดที่เธอใส่ขาดวิ้นเป็เศษผ้าไปแล้ว
“คุณ!!ทำบ้าอะไร ชุดแพงนะ”
“ใครใช้ให้เธอใส่ชุดบ้าๆ แบบนี้” ร่างสูงขบกรามแน่น
“…..”
“ถามว่าใคร!”ไม่มีเสียงตอบจากฝ่ายหญิง เขาย้ำคำถามอีกในโทนเสียงดุดัน “มันเป็เศษผ้าก็ถูกแล้ว”คิรินพูดเสร็จก็ประกบริมฝีปากเข้ากับปากบางของเธออีกครั้ง ริมฝีปากหนากดเม้นไปตามกลีบปากบางแต่เธอนั้นปิดปากแน่น
“ไม่เปิดปากใช่ไหมได้!”ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ซอกคอขาวก่อนจะเริ่มไซร้คอเบาๆ ไปเรื่อยๆ
“อาาา....”เธอครางออกมาอย่าลืมตัว
จากที่ขัดขืนในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็คล้อยตามชายหนุ่มที่มากประสบการณ์พาเธอไปไม่ว่าจะหลบเลี่ยงยังไงเขาก็มีวิธีชักจูงเธอไปตามที่เขา้าได้เธอปล่อยไปตามธรรมชาติตามที่ร่างกายนั่น้า