บทที่ 27 ตัดขาด (รีไรต์)
จากอำเภอชิงเหอไปยังบ้านของน้องสาวแม่เฒ่าฉินในหมู่บ้านเล็ก ๆ บนูเา มีระยะทางเพียงสามสิบลี้
ยิ่งรถม้าใกล้ถึงจุดหมาย แม่เฒ่าฉินก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจที่จะได้กลับบ้าน สายตาของนางคอยมองออกไปนอกรถม้าอยู่ตลอดเวลา
ในที่สุดก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า พวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ บนูเา อันเป็ที่อยู่ของฉินชุนอวิ๋น น้องสาวของแม่เฒ่าฉิน
แผ่นศิลาที่ทางเข้าหมู่บ้านยังคงอยู่ บนนั้นสลักตัวอักษรไว้ว่า ‘หมู่บ้านตระกูลฉิน’
แม่เฒ่าฉินจ้องมองตัวอักษรที่แม้ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่ายี่สิบปี แต่รอยจารึกยังคงชัดเจน นางอดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ น้ำตาไหลอาบแก้ม
ต้นไม้เก่าแก่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านก็ยังคงอยู่ ใบเขียวชอุ่ม แตกยอดอ่อนเต็มต้น ราวกับมีเทพผู้พิทักษ์คอยปกป้องคุ้มครองหมู่บ้านแห่งนี้
ลำธารเล็ก ๆ ใต้ต้นไม้เก่าแก่ยังคงใสสะอาด บนผิวน้ำมีเป็ดสองตัวกำลังลอยน้ำเล่นส่งเสียงร้องประหนึ่งเป็การต้อนรับกลับบ้าน
หมู่บ้านแห่งนี้ยังคงเป็หมู่บ้านในความทรงจำของนาง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
แม้แต่โม่หินขนาดใหญ่ที่นางเคยเล่นกับเพื่อน ๆ ตอนเด็ก ใกล้ทางเข้าหมู่บ้านก็ยังอยู่ที่เดิม
นางมองดูหมู่บ้านที่ตนเองเกิดมา จิตใจที่ล่องลอยมาตลอดก็สงบลงในที่สุด
“ไปกันเถิด ข้าจะพาพวกเ้ากลับบ้าน!”
แม่เฒ่าฉินเดินตามเส้นทางในความทรงจำ มาถึงหน้าบ้านหลังที่สามจากทางเข้าหมู่บ้าน
นั่นเป็บ้านหลังเดียวในหมู่บ้านที่สร้างด้วยอิฐสีน้ำเงินและกระเบื้อง
เป็บ้านสองหลังเชื่อมต่อกัน ประกอบด้วยห้องหลักสามห้อง ตรงกลางเป็ห้องรับแขก สองข้างเป็ห้องเล็ก ๆ และมีห้องอีกสองห้องในปีกตะวันออกและตะวันตก
ที่ลานบ้านมีต้นท้อปลูกอยู่ ใต้ต้นท้อมีบ่อน้ำโบราณอยู่หนึ่งบ่อ
แม่เฒ่าฉินเดินไปที่ประตูใหญ่แล้วก้มลงมอง
นางเห็นรูสุนัขที่นางและน้องสาวช่วยกันขุดให้ ‘ต้าหวง’ สุนัขตัวใหญ่สีเหลือง นางยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก้าวไปข้างหน้าแล้วเคาะประตู
“ชุนอวิ๋น ชุนอวิ๋น เปิดประตูหน่อย พี่สาวของเ้ากลับมาแล้ว”
แต่ผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีใครตอบรับจากด้านใน สือไห่ถังและสวี่ซิ่วอิงสบตากัน ดวงตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวล
ตามหลักแล้วตอนนี้ควรเป็เวลาอาหารเย็น ในบ้านน่าจะมีคนอยู่นะ
ในที่สุดประตูบ้านก็เปิดออก หญิงร่างท้วมแต่งตัวไม่เรียบร้อยเดินออกมา
“พวกเ้ามาหาใครหรือ”
เฉียนเหมยเปิดประตู เห็นหญิงอายุราวห้าสิบกว่าปียืนอยู่หน้าประตู ด้านหลังมีผู้ใหญ่และเด็กอีกสิบกว่าคน
พวกเขาแต่ละคนแบกตะกร้า สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ดูแปลกหน้ามาก นางไม่รู้จักสักคน จึงรีบปิดประตูทันที เหลือเพียงช่องแคบ ๆ ยืนอยู่ที่ประตู มองพวกเขาอย่างระแวง
“แล้วเ้าเป็ใคร ฉินชุนอวิ๋นน้องสาวของข้าล่ะ”
แม่เฒ่าฉินถามพลางขมวดคิ้ว นางมีความรู้สึกไม่ดีแวบขึ้นมาในใจ
“ใครคือชุนอวิ๋น ที่นี่ไม่มีคนชื่อฉินชุนอวิ๋นหรอก”
“พวกเ้าเป็ใครกัน ทำไมถึงมาขวางหน้าประตูบ้านของข้า” หญิงผู้นั้นเอ่ยด้วยความไม่พอใจ
“เป็ไปไม่ได้ นี่มันบ้านของน้องสาวข้า จะไม่มีคนชื่อฉินชุนอวิ๋นได้อย่างไร” แม่เฒ่าฉินกล่าวอย่างร้อนรน
ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็บ้านของน้องสาวนาง แต่ยังเป็บ้านของนางเองด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือบ้านเกิดของนาง
บิดามารดาของนางมีลูกสาวเพียงสองคนคือนางกับน้องสาว ดังนั้นพวกนางสองพี่น้องจึงแต่งงานแบบฝ่ายชายเข้าบ้านฝ่ายหญิง ลูก ๆ ที่เกิดมาก็ใช้แซ่ฉินตามพวกนาง
บ้านหลังนี้ยังเป็บ้านที่บิดาของนางสร้างขึ้นตอนที่นางแต่งงานกับสามีด้วย
บิดาของนางเป็หมอในตำบล
วิชาหมอของสามีนางก็ล้วนได้รับการถ่ายทอดมาจากบิดาของนางทั้งสิ้น
ต่อมานางได้ติดตามสามีกลับไปเยี่ยมญาติ จึงได้ตั้งรกรากอยู่ที่ชายแดน
“ข้าขอถามเ้า สามีของเ้าชื่อหยางผิงใช่หรือไม่”
แม่เฒ่าฉินเดินเข้าไปใกล้ประตูและถามอย่างร้อนรน
นางแน่ใจว่าจำไม่ผิดแน่ ที่นี่คือบ้านของนาง เมื่อครู่ตอนเคาะประตูนางยังตรวจสอบอย่างละเอียด แม้แต่รูที่ขุดให้สุนัขยังอยู่
ฉินเหล่าเอ้อร์และพี่น้องคนอื่น ๆ ก็เข้ามาล้อมวง
พวกเขาก็แน่ใจว่าที่นี่คือบ้านของมารดา แม้จะอยู่ที่ชายแดน แต่ตอนที่บิดายังมีชีวิตอยู่ก็พาพวกเขากลับมาที่นี่ทุกสองสามปีเพื่อไหว้หลุมศพท่านตา
“พวกเ้าจะทำอะไร หยางผิงออกมาเร็ว มีคนมาหาเื่!”
“หยางผิง เ้ารีบมาเร็ว พวกเขามากันหลายคน ข้ารับไม่ไหวแล้ว”
เฉียนเหมยเห็นคนมากมายเข้ามาล้อม จึงะโด้วยความหวาดกลัว
“ใครกัน บังอาจมาหาเื่ถึงที่นี่”
ชายวัยกลางคนเดินออกมาด้วยท่าทางโกรธเคือง
ครั้นพอเห็นแม่เฒ่าฉินยืนอยู่หน้าประตู สายตาก็ฉายแววหวั่นเกรงขึ้นมาทันที
“ฮ่า ๆ ข้าก็นึกว่าผู้ใดเสียอีก ที่แท้ก็พี่หญิงใหญ่นี่เอง”
ชายวัยกลางคนหัวเราะแห้ง ๆ ยื่นมือออกไปดึงเฉียนเหมยไปหลบหลัง
“หยางผิง แล้วชุนอวิ๋นน้องสาวข้าเล่าอยู่ที่ใด”
“แล้วหญิงผู้นี้เป็ใครกัน”
แม่เฒ่าฉินเอ่ยถามเสียงเ็า
ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับน้องสาวนั้น ล้วนรักใคร่กลมเกลียวกันมาั้แ่เยาว์วัย หากนางมาเยี่ยมเยือน น้องสาวไม่มีทางหลบหน้าไม่ยอมพบอย่างแน่นอน
“ชุนอวิ๋น นางตายไปนานแล้ว”
“ตายแล้ว”
“ตายได้อย่างไร”
แม่เฒ่าฉินได้ยินว่าน้องสาวเสียชีวิตไปแล้ว ก็ถึงกับหน้ามืดเกือบจะเป็ลม
สือไห่ถังและสวี่ซิ่วอิงรีบเข้าไปประคอง นางจึงได้สติกลับคืนมาแล้วเอ่ยถามต่อว่า
“แล้วเฉิงอันหลานชายของข้าล่ะ ตอนนี้อยู่ที่ใด”
“ตายแล้วเช่นกัน” แม้หยางผิงจะยังมีรอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้า ทว่าถ้อยคำที่เปล่งออกมานั้นทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสั่น
เมื่อเอ่ยถึงภรรยาและลูกชายที่ล่วงลับ เขากลับไม่แสดงความโศกเศร้าแม้แต่น้อย ราวกับเป็เื่ธรรมดาเื่หนึ่ง
“พวกเขาตายได้อย่างไร” แม่เฒ่าฉินพยายามกลั้นน้ำตา แล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หยางผิงเอ่ยด้วยเสียงเย้ยหยัน “หญิงผู้นั้นหาได้รู้จักคำว่าซื่อสัตย์ไม่ นางทนความเหงาไม่ได้ จึงแอบไปพบชายอื่นที่หลังเขา แล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา ด้วยความละอายใจ นางจึงตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง”
เขาเหลือบมองแม่เฒ่าฉินและคนอื่น ๆ ั้แ่หัวจรดเท้า
แม่เฒ่าฉินเป็คนรอบคอบ ก่อนเข้าหมู่บ้านพวกเขาได้เปลี่ยนเป็เสื้อผ้าขาด ๆ และเอาดินโคลนมาป้ายหน้า
ส่วนรถม้าและข้าวของ พวกเขาก็จอดทิ้งไว้ที่ทางเข้าหมู่บ้าน เฉินฮั่นหลินกับหลี่อันก็รออยู่ที่นอกหมู่บ้าน
หยางผิงเห็นพวกเขาสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง รองเท้าก็เผยให้เห็นนิ้วเท้า สภาพเหมือนขอทาน
หยางผิงจึงมองพวกเขาด้วยความรังเกียจ
“ฉินชุนอวิ๋นตายไปแล้ว พวกเ้ายังมาทำไมกัน มาร้องไห้คร่ำครวญงั้นหรือ”
เฉียนเหมยโผล่หน้าออกมาพูดอย่างเยาะเย้ย
ในที่สุดนางก็รู้ว่าครอบครัวขอทานนี้คือใคร พวกเขาคือพี่สาวของภรรยาเก่าสามีที่ตายไปแล้ว
“เ้าว่าอะไรนะ”
ฉินเหล่าซื่อโกรธจนกำหมัดแน่น กำลังจะเดินเข้าไปหา
หยางผิงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ใช้สองมือผลักฉินเหล่าซื่อจนเซถอยหลัง
“เฉียนเหมยพูดผิดตรงไหนงั้นหรือ คนตายไปแล้ว ก็ตัดขาดกันไป ฉินชุนอวิ๋นตายไปแล้ว ลูกชายของนางก็ตายไปแล้ว ความสัมพันธ์นี้ก็จบลงแล้ว”
“บ้านหลังนี้เป็ของข้า ลานแห่งนี้ก็เป็ของข้า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับท่านสักนิดเดียว”
แม่เฒ่าฉินโกรธจนตัวสั่น ฉินเยาเยาเห็นใจท่านย่าจับใจ นางพยายามอดกลั้นที่จะไม่โยนอาวุธเคมีในพื้นที่มิติของนางใส่หัวหยางผิง
ปากคอเราะร้าย เห็นแก่ตัว!
ตอนนี้นางสงสัยมากว่า ฉินชุนอวิ๋นและลูกชายของนางถูกคนเลวผู้นี้ฆ่าหรือเปล่า
ฉินเยาเยาส่งเสียงอ้อแอ้พลางดึงท่านย่าของนางเบา ๆ
เฉียนเหมยตาไว นางเหลือบมองแล้วกล่าวอย่างรังเกียจว่า
“แค่เด็กผู้หญิงคนเดียว ยังกอดไว้แน่นขนาดนี้ บอกตรง ๆ เลยนะ ข้าว่าน่าจะโยนเด็กไปให้หมาป่าที่หลังเขากินเสีย จะได้ไม่ต้องเปลืองข้าวปลา”
“เ้าพูดว่าเช่นไรนะ!”
ฉินเหล่าซื่อพุ่งเข้าไปหาเฉียนเหมยทันทีหวังจะจับตัวนาง หยางผิงก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ปัง! ประตูถูกปิดลงอย่างแรง
ฉินเหล่าซื่อโกรธจนเืขึ้นหน้า กำลังจะคว้าก้อนหินข้างทางปาใส่ประตู แต่แม่เฒ่าฉินก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน
“เหล่าซื่อ อย่าทำอะไรวู่วาม ตอนนี้ตะวันใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว พวกเรารีบหาที่พักกันก่อนเถิด”
“แต่...เื่ท่านน้าล่ะ”