มุกจันทร์กลับมาถึงกรุงเทพใน่เย็นโดยมีนนท์มารอรับที่สนามบิน ตอนแรกเธอไม่อยากรบกวนเขาแต่เขายืนยันว่าเขาว่างและอยากไปรับเธอจริงๆอีกทั้งเธอจะได้ไม่ต้องไปผจญกับแท็กซี่ขูดเืขูดเนื้อที่สนามบินอีกด้วยหลังจากโดนโน้มน้าวหว่านล้อมอยู่หลายประโยคในที่สุดมุกจันทร์ก็ยอมบอกเที่ยวบินเพื่อให้นนท์มารอรับเธอ
นนท์ในวันนี้ดูต่างจากไปที่เธอเคยพบในวันดูตัวครั้งนั้นใบหน้าดูสดใสมีเืฝาด ไม่ได้ดูอิดโรยเหมือนคนอดนอนสะสมมานานอีกแล้ว เขายืนรอเธออยู่ตรงทางเดินของผู้โดยสารขาออกออร่าความหล่อสะอาดของเขาเปล่งประกายซะจนสาวๆที่ยืนอยู่บริเวณนั้นแอบส่งสายตามองเขากันถ้วนหน้า
“คุณมุก”เขาส่งเสียงเรียกและโบกมือไปมาราวกับว่ากลัวเธอจะไม่เห็นว่าเขายืนอยู่ตรงนี้
มุกจันทร์มองไปที่เขาเธอยิ้มและแทบจะหุบยิ้มลงในทันที ใครจะยังยิ้มได้อีกเมื่อเห็นสาวๆ ที่แอบมองเขาอยู่ตอนนี้กลับไม่มองหน้าเขาแต่หันมามองหน้าเธอแทน จากนั้นก็ไล่สายตามองเธอั้แ่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังสำรวจว่าเธอมีคุณสมบัติพอให้ผู้ชายหล่อแบบนี้มายืนรอรับหรือเปล่า
เธอกระแอมเบาๆเพื่อเรียกความกล้า มองก็มองสิ อิจฉาใช่ไหมล่ะ เธอไม่ได้ไปวิ่งตามผู้ชายซะหน่อยเขามารอเธอเอง มีอะไรต้องอายกัน
เมื่อเห็นมุกจันทร์เดินเข้าไปใกล้เขาก็ยื่นมือมาช่วยลากกระเป๋าให้เธอ ความจริงแล้วกระเป๋าล้อลากแบบนี้เธอลากเองก็ได้ไม่จำเป็ต้องให้เขาช่วย แต่พอนึกถึงสายตาที่แสดงความเป็อริของบรรดาสาวๆ เมื่อครู่นี้เธอก็ยินดีให้เขาช่วยลากกระเป๋าไปให้ เป็การตอบโต้สายขี้อิจฉาพวกนั้น
“คุณมุกหิวรึยังเย็นนี้กินอะไรกันดี” เขาเอ่ยถามในขณะที่สองมือกำลังกุมพวงมาลัยรถสองตากำลังมองทางตรงหน้า
“เย็นนี้ก็ว่างเหรอคะไม่ต้องเข้าเวร?”
“จะว่าไปวันนี้ผมมีเวรกลางคืนครับ” เขาพูดพลางทำหน้าน่าสงสาร
“ต้องเข้าเวรก็หาอะไรง่ายๆกินกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวกลับไปโรงพยาบาลทัน“
“ไม่กลับแล้วครับ”
“อ้าว”
มุกจันทร์อุทานออกมาได้แค่นั้นเธอมองนนท์อย่างไม่อยากจะเชื่อ ไม่คิดจริงๆ ว่าคนเป็หมอก็จะโดดเวรได้ด้วย ดูท่าทางหมอนนท์ก็ไม่น่าจะเป็คนไม่มีความรับผิดชอบนี่นาหรือเธอจะมองคนผิดไป
โดดเวรเพื่อมาอยู่กับเธอไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกปลื้มหรือซาบซึ้งเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับยังทำให้เธอรู้สึกในทางลบกับเขาอีกด้วยพอคิดมาถึงตรงนี้สีหน้ามุกจันทร์ก็เริ่มไม่ค่อยดีแล้ว
นนท์เห็นหน้ามุกจันทร์เริ่มตึงเขาหัวเราะออกมาเบาๆ “ผมรู้สึกเหมือนคุณกำลังด่าผมอยู่ในใจเลย”
มุกจันทร์ไม่ปฏิเสธยังคงมองเขานิ่งๆ เหมือนเดิม จะปฏิเสธได้ไง ก็เธอกำลังด่าเขาอยู่ในใจจริงๆ นี่นา ที่เธอคาดไม่ถึงก็คือทั้งๆที่เขาคิดว่าเธอกำลังด่าเขาอยู่ในใจ เขากลับยังหัวเราะอารมณ์ดีซะอีก
นนท์เลิกหัวเราะเขาเหลือบมองเธอ แม้จะเลิกหัวเราะแล้วแต่ก็ยังอดยิ้มไม่ได้ “ผมขอแลกเวรกับคนอื่นไว้แล้วเรียบร้อยครับไม่ได้หนีเวรมาเที่ยวซะหน่อย คุณอย่าเพิ่งดุซิ”
“แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกคะมุกก็ใหมด นึกว่ากลายเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดให้คุณโดดเวรซะแล้ว”
“โดดเวรก็ไม่ผิดกฎหมายซะหน่อย”
“แต่ก็ผิดต่อหน้าที่นี่คะเกิดมีคนไข้มาแล้วไม่มีหมอจะทำยังไง”
“คุณจำได้ไหมตอนเด็กๆ ผมตัวอ้วนแล้วก็โดนคนอื่นล้อ ผมได้แต่นั่งเงียบ แต่คุณ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆตัวเล็กกว่าผมด้วยนะ กลับลุกขึ้นมาปกป้องผม ด่าว่าเด็กพวกนั้นที่ล้อผม ตอนนั้นผมเพิ่งรู้ว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆก็สามารถเป็ฮีโร่ได้ด้วย”
พอพูดถึงเื่ในอดีตพวกนี้แววตาของนนท์ก็อ่อนลง บรรยากาศรอบข้างแฝงไปด้วยความละมุนละไมอ่อนโยน เขานึกถึงภาพเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นคนที่อยู่ในความทรงจำของเขา คนที่ลุกขึ้นปกป้องเขา ทั้งๆที่ตัวเขาเองไม่เคยคิดจะปกป้องตัวเองเลยด้วยซ้ำ
มุกจันทร์ได้ฟังเื่ในอดีตก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆเธอจำไม่ได้สักนิดว่าเคยมีเื่พวกนี้ด้วย ถึงแม้จะฟังดูคุ้นๆแต่เธอก็นึกถึงเื่ในวันนั้นไม่ออก แต่จะให้เธอบอกว่าจำไม่ได้ก็ดูจะเป็การทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายเกินไปเขาจำรายละเอียดได้ขนาดนั้น แสดงว่ามันคือสิ่งที่ติดอยู่ในใจเขาแล้วเธอจะไปทำลายมันลงได้ยังไง ถ้าความทรงจำพวกนั้นมันทำให้เขามีความสุขก็ปล่อยให้เขาจำภาพเธอในแง่ดีไปเถอะ ดังนั้นสิ่งที่เธอทำได้จึงทำได้แค่ยิ้มตอบเขา
“เมื่อกี้คุณก็ยังทำหน้าไม่พอใจที่ผมโดดเวรคุณยังรักความถูกต้องเหมือนเดิมเลยนะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะโตแล้วมีบางเื่ที่คิดได้แต่ทำไม่ได้” เธอตอบกลับเป็นัย คงต้องให้เขาค่อยๆรู้จักเธอซะใหม่ เธอในตอนนี้ไม่ใช่เด็กที่กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาคนนั้นอีกแล้ว
“จริงๆมีร้านอร่อยที่มุกชอบไปด้วย แต่เอาไว้วันหน้าดีกว่า วันนี้กินร้านอื่นไปก่อน” เธอเลือกเปลี่ยนหัวข้อสนทนามาเป็การเลือกร้านอาหารแทน
“ทำไมล่ะครับไปวันนี้เลยก็ได้”
“มุกไม่แน่ใจว่าคนจะเยอะไหมถ้าไม่ได้จองไว้ จะหาโต๊ะว่างยากมากเลยค่ะ”
“ลองแวะไปดูก็ได้ครับวันนี้ผมว่าง”
มุกจันทร์บอกทางไปร้านให้เขาแต่พอไปถึงกลับพบว่าร้านปิด
“อ้าวอด อุตส่าห์คิดไว้แล้วเชียวว่าจะสั่งอาหารอะไรบ้าง” คิดไว้แล้วว่าจะกินอะไรพอรู้ว่าจะไม่ได้กินก็อดผิดหวังไม่ได้ คนเราก็เป็แบบนี้
“ไปร้านอื่นก็ได้ครับ”
“มีร้านแนะนำไหมคะ“
“คุณอยากกินอะไรล่ะ“
“อืมคิดก่อน” ความจริงเธออยากกลับบ้านแล้ว เพราะเดินทางมาเหนื่อย อยากพักแต่ติดตรงที่นนท์อุตส่าห์แลกเวรมาแล้ว เธอจะหนีไปพักก็ยังไงๆ อยู่ถ้ามีแค่เธอคนเดียว เธอคงรีบกลับบ้านและสั่งอาหารดิลิเวอรี่มากิน
“สั่งพิซซ่าไปกินที่บ้านดีไหมคะ”เธอลองโยนหินถามทางดู แต่พอพูดออกไปแล้วก็คิดว่าไม่สมควรเขาเคยอ้วนและลดความอ้วนมาจนรูปร่างดีขนาดนี้ คงจะเคร่งครัดในเื่การกินเธอดันชวนเขากินอาหารฟาสท์ฟู้ดอย่างพิซซ่าซะได้
“ได้เลยครับตามใจคุณเลย” เขารีบตกลงเพราะกลัวเธอเปลี่ยนใจ เธอบอกว่าซื้อไปกินที่บ้านบ้านที่ว่าก็ต้องเป็บ้านเธอไม่ใช่หรือไง โอกาสดีที่จะได้เข้าไปนั่งเล่นที่บ้านของเธอเขาจะพลาดได้ยังไงกัน
ถึงมุกจันทร์จะแปลกใจที่เขาไม่ค้านเื่กินอาหารแคลอรี่สูงเธอเข้าใจว่าเขาน่าจะใส่ใจเื่การควบคุมน้ำหนัก แต่ในเมื่อเขาตกลงแล้วและเธอเองก็อยากกลับบ้านเธอจึงตกลงว่าจะซื้อพิซซ่าไปกินที่บ้านแทน ยังไม่ลืมบอกเขาว่าวันหน้าจะพาเขาไปกินข้าวที่ร้านนั้น
“ยังเหมือนเดิมเลยนะครับ”นนท์เอ่ยขึ้นเมื่อมาถึงบ้านของมุกจันทร์ เขาเคยอาศัยอยู่บ้านหลังข้างๆ นี้แม้จะผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว แต่ทุกอย่างแถวนี้กลับไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก รวมทั้งบ้านของมุกจันทร์ด้วย
“แถวนี้ไม่ค่อยเปลี่ยนหรอกค่ะยังสงบอยู่สบายเหมือนเดิม เข้าบ้านก่อนค่ะ” มุกจันทร์บอกเขาหลังจากลงไปไขกุญแจบ้านเสร็จแล้ว
นนท์ขนกระเป๋าออกจากท้ายรถมุกจันทร์ถือกล่องพิซซ่า ไก่ทอด และเครื่องดื่มเข้า พากันเดินเข้าไปในบ้าน
“ตามสบายเลยนะคะ”มุกจันทร์วางกล่องพิซซ่าที่โต๊ะนั่งเล่นกลางบ้าน จากนั้นเธอเดินเข้าครัวไปหยิบจานและช้อนออกมา
เธอตั้งท่าจะเริ่มจัดการพิซซ่าแต่นนท์กลับบอกว่าควรจะล้างมือก่อนจากนั้นเขาก็พูดเื่การรักษาความสะอาด ไปข้างนอกแล้วกลับเข้าบ้านควรจะล้างมือให้สะอาดก่อนเพราะข้างนอกมีเชื้อโรคเยอะ
มุกจันทร์แอบคิดว่าพวกหมอนี่อนามัยจัดกันทุกคนเลยสินะตอนสมัยเรียนรุ่นพี่ที่คณะยังเคยพูดขำๆ ว่า เด็กที่เรียนสายสุขภาพจะรักสุขภาพมากขนาดจะกินน้ำแข็งยังต้องเอาไปลวกน้ำร้อนก่อนกิน เื่นั้นเป็โจ๊กที่ทุกคนชอบเอามาคุยเล่นสนุกกันแต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กที่เรียนสายสุขภาพค่อนข้างเคร่งครัดกับการรักษาความสะอาดจริงๆนั่นแหละ ดูหมอนนท์เป็ตัวอย่างก็ได้
หลังจากไปล้างมือตามคำแนะนำของนนท์แล้วสองคนก็เริ่มลงมือจัดการกับอาหารที่ซื้อมา โดยที่นนท์ไม่ได้พูดเื่สุขอนามัยอีก
มุกจันทร์ยังนึกขอบคุณ์ที่ดลบันดาลไม่ให้นนท์พูดเื่พิซซ่าไก่ทอด และน้ำอัดลม อาหารพวกนี้ล้วนเป็ภัยเงียบต่อสุขภาพทั้งสิ้น ถ้าเขาพูดขึ้นมาเธอคงรู้สึกเหมือนเด็กนักเรียนที่กำลังนั่งฟังครูสอนในชั้นเรียน
ระหว่างที่กินไปนนท์ก็คุยถึงเื่ราวในอดีตว่ามุกจันทร์เคยดีต่อเขาอย่างไร แววตาท่าทางตอนที่เล่านั้นแสดงออกเต็มที่ว่าเขาประทับใจในตัวเธอตอนนั้นมากเื่นี้มองดูผิวเผินไม่คิดอะไรก็คงดูเหมือนจะเป็เื่ดีแต่สำหรับมุกจันทร์แล้วยิ่งเขาชมตัวเธอในอดีตมากแค่ไหน เธอกลับรู้สึกอึดอัด
ตัวเธอในตอนนี้ไม่ได้เป็แบบในอดีตแล้วเธอไร้น้ำใจ เธอใจร้าย เวลาจะทำหรือพูดอะไรเธอเรียนรู้ที่จะมองสีหน้าคนอื่นั้แ่พ่อของเธอจากไปด้วยโรคมะเร็ง แม่ของเธอก็กลายเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงดูเธอเธอที่เคยห้าวหาญทำอะไรตามใจจึงต้องเปลี่ยนเป็เด็กที่รู้กาลเทศะ รู้จักเก็บอารมณ์เพื่อไม่สร้างปัญหาให้แม่ต้องวิตกกังวลเธอเป็แบบนั้นมาเรื่อยๆ แม้แต่การดูตัวที่เธอไม่ได้ยินดีจะไปเลยสักนิดแต่สุดท้ายเธอก็ต้องไปเพราะไม่อยากให้แม่เสียใจเธอในตอนนี้ยังจะเป็เด็กผู้หญิงคนนั้นที่นนท์ประทับใจได้ยังไงกัน ที่เขาอยากพบเธอเพราะเขาคิดถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นในความทรงจำของเขาไม่ใช่คิดถึงเธอในปัจจุบัน
จริงๆแล้ว เธอเคยแอบคิดว่าหากให้เลือกทั้งสามคน ระหว่าง นนท์ ปรเมศ และไตรภพ เธอคงเลือกนนท์เพราะเธอรู้จักกับเขามาั้แ่เด็ก แถมเขาเป็หมอคงจะยุ่งแต่เื่งานไม่มีเวลามาวุ่นวายกับเธอมากนัก ถ้าเธอแต่งงานกับเขา เธอก็จะมีอิสระพอสมควร
แต่พอได้ใช้เวลาอยู่กับนนท์แบบนี้ทำให้เธอต้องคิดใหม่ เขายังจำภาพเดิมของเธอ ยังคิดว่าเธอสวยงามบริสุทธิ์ หากจะพัฒนาความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็เพื่อนหรือคนรักเขาควรได้รู้ตัวตนจริงๆ ของเธอในตอนนี้ว่าเป็อย่างไร
เื่จะทำให้เขาค่อยๆรับรู้ตัวตนของเธอเอาไว้ว่ากันวันหน้าแล้วกัน วันนี้เธอเดินทางมาเหนื่อยพอกินอิ่มก็เริ่มอยากพักผ่อนแล้ว แน่นอนว่าเธอไม่รู้จะออกปากไล่เขากลับยังไง จึงจงใจหาวต่อหน้าเขา พูดไปแล้วก็หาวจากนั้นก็หาวอีก
นนท์ที่กำลังพูดคุยเื่อดีตอย่างออกรสเขาไม่ได้พบและพูดคุยกับเธอแบบนี้มานานแล้วตอนแรกคิดว่ามีโอกาสจะได้ใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ แต่พอคุยไปไม่นาน มุกจันทร์กลับออกอาการง่วงนอนซะนี่
ออกอาการยังไงน่ะเหรอเธอหาวแล้วหาวอีก ตาปรือแบบคนอยากนอนถ้ายังนั่งคุยกันต่อไปเธออาจจะเริ่มสัปหงกให้เขาดูแล้ว แม้เขาไม่ได้รังเกียจที่จะเห็นเธอสัปหงกแต่พอเขาคิดไปว่าเธอตื่นแต่เช้าเพื่อมาขึ้นเครื่องจนถึงตอนนี้เกือบค่ำแล้วเป็ธรรมดาที่จะเริ่มหมดแรงและอยากพัก พอคิดแบบนี้นนท์ก็รู้สึกว่าควรขอตัวกลับปล่อยให้เธอได้พักผ่อน
“เริ่มมืดแล้วผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ”
“ได้ค่ะมุกก็เริ่มง่วงนิดๆ แล้วเหมือนกัน”
“งั้นพรุ่งนี้เย็นผมพาคุณไปกินข้าวร้านนั้นนะ”ร้านนั้น ก็คือร้านที่วันนี้ปิดนั่นเอง
“ได้ค่ะ”มุกจันทร์ยิ้มรับ “ขับรถกลับดีๆ นะ”
พอนนท์กลับไปแล้วมุกจันทร์ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และเตรียมตัวพักผ่อน ก่อนนอนยังไม่วายหยิบมือถือขึ้นมาดูตามความเคยชินและพบว่ามีข้อความเข้าเป็ข้อความจากปรเมศ
‘กลับกรุงเทพหรือยังครับ’
มุกจันทร์อ่านข้อความที่ปรเมศส่งมาแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาช่างถามได้ถูกจังหวะซะจริงเธอไปเชียงใหม่มาหลายวัน เขากลับไม่ถามอะไร แต่พอเธอเพิ่งจะกลับมาถึงกรุงเทพยังไม่ทันข้ามวันถ้านับจริงๆ เธอเพิ่งถึงกรุงเทพได้แค่สี่ชั่วโมงกว่าเท่านั้นเอง เขากลับถามได้ตรงจุดพอดีช่างบังเอิญอะไรแบบนี้
เธออ่านข้อความแล้วแต่เลือกที่จะไม่ตอบเพราะอยากให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้สำคัญอะไรกับเธอ และเธอไม่อยากจะสนใจเขา ฟังดูใจร้ายแต่กับคนซับซ้อนเ้าแผนการอย่างปรเมศเธอไม่คิดจะใช้เวลาด้วยเลยสักนิด