เสียงพิณอันไพเราะดังแว่วมาตามสายลม
“นั่นเสียงพิณของใครกันคะ ช่างไพเราะเหลือเกิน” หลินเซียงเซียงหันมาถามแม่บ้านหลี่
“เสียงนั้นน่าจะดังมาจากในสวนดอกไม้นะเ้าคะฮูหยินจื่อ” แม่บ้านหลี่ตอบ
หลินเซียงเซียงเมื่อรู้ว่าเสียงพิณดังมาจากในสวนดอกไม้นางจึงรีบลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวทันที
“ท่านจะไปไหนเ้าคะ ฮูหยินจื่อ” แม่บ้านหลี่ถามด้วยความสงสัย
นางยิ้มให้กับแม่บ้านหลี่"ข้าจะออกไปดูว่าใครกันที่เล่นพิณได้ไพเราะเช่นนี้"เมื่อนางพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องและตรงไปที่สวนดอกไม้ทันที
“เ้าเล่นได้ไพเราะจริงๆ คุณหนูจาง”
“ถ้าท่านชอบข้าจะมาเล่นให้ท่านฟังทุกวันเลยดีหรือไม่เ้าคะ”
“นี่เ้าพูดจริงๆ หรือที่จะมาเล่นให้ข้าฟังทุกวัน” เสียงคุยกันดังมาจากศาลากลางสวนดอกไม้ ทั้งสองต่างหัวเราะและพูดหยอกล้อกันไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข
หลินเซียงเซียงที่เดินมาในสวนดอกไม้เมื่อเห็นแม่ทัพจื่อกับคุณหนูจางที่นั่งสนทนากันอย่างสนุกสนานใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขนางก็รู้สึกได้ทันทีว่าตัวของนางนั้นช่างไร้ซึ่งความสามารถในการป็นฮูหยินของที่นี่เหลือเกิน
นางหันหลังให้กับทั้งคู่ก่อนจะกลับไปในที่ที่ของนาง
“ฮูหยินจื่อ ไหนท่านว่าจะไปฟังเสียงพิณในสวนดอกไม้ไม่ใช่หรือเ้าคะ ทำไมจึงรีบกลับมาเร็วนักล่ะเ้าคะ” แม่บ้านหลี่ถามนางด้วยความสงสัย
“จะให้ข้าอยู่ฟังได้เช่นไรกันก็ในเมื่อคุณหนูจางกับแม่ทัพหลี่ทั้งสองอยู่ด้วยกันแบบนั้นถ้าข้าเข้าไปมิทำลายบรรยากาศที่ดีของทั้งคู่หรอกหรือคะ” หลินเซียงเซียงบอกกับแม่บ้านหลี่พร้อมกับใบหน้าที่ดูแสนเศร้า
หลินเซียงเซียงนั่งเหม่อมองออกไปที่หน้าต่าง นางมองดูนกน้อยที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าราวกับว่าท้องฟ้านั่นเป็พื้นที่ของมันทั้งหมด มันสามารถบินได้อย่างอิสระอยากไปไหนก็ไปได้
“ถ้าข้ามีปีกเหมือนนกคงจะดีมิใช่น้อย ดูเ้านกน้อยนั่นสิสามารถบินไปไหนก็ได้ดั่งที่ใจ้ามันคงจะมีความสุขมากสินะ” หลินเซียงเซียงหันมาพูดกับแม่บ้านหลี่พร้อมกับยิ้มให้นาง
แม่บ้านหลี่มองดูหลินเซียงเซียงผู้น่าสงสารก่อนจะยิ้มให้นางเช่นกัน
……ในค่ำคืนนั้น…………
แกร๊ก…………….เสียงประตูดังขึ้น
หลินเซียงเซียงเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามาในห้องของนาง นางใจนต้องลุกขึ้นนั่งด้วยความหวาดผวา
แม่ทัพจื่อมองดูหยิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าและท่าทางที่หวาดกลัวจนใบหน้าขาวซีด
เขาเดินไปจับตัวนางกดลงกับเตียงร่างใหญ่นั้นค่อยๆ กดทาบทับตัวนางไว้ราวกับกลัวว่านางจะหนีหายออกไป
ปากของเขาค่อยๆ จูบไล้ไปตามร่างกายของนางอย่างหื่นกระหาย หลินเซียงเซียงไม่ดิ้นขัดขืนเหมือนที่ผ่านมามีเพียงหยดน้ำตาที่ไหลรินด้วยความทรมาน นางปล่อยให้เขาทำตามใจกับร่างกายของนางอย่างสาสม เขาทำกับนางเหมือนคนที่ไร้ซึ่งหัวใจเมื่อเขาได้ในสิ่งที่้าเขาก็ล้มตัวนอนลงอยู่บนเตียงข้างๆ นางด้วยความเหนื่อยล้า
นางค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความเ็ปทั่วร่างกาย ก่อนจะก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายเกลื่อนเต็มพื้นขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับเดินไปนั่งที่เก้าอี้ริมหน้าต่างสายตามองมาที่ชายหนุ่มบนเตียง
หลินเซียงเซียงมองใบหน้าของแม่ทัพจื่อที่กำลังหลับอยู่ นางรู้สึกน้อยใจให้กับแม่ทัพจื่อและโชคชะตา
“ทำไมกันข้าถึงต้องถูกเลือกให้มาแต่งงานกับชายที่มีคนรักอยู่แล้ว ทำไมข้าถึงต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ถ้าคนที่ท่านมาหาตอนนี้ไม่ใช่ข้าแต่เป็คุณหนูจางท่านจะทำกับนางเหมือนที่ทำกับข้าหรือไม่” น้ำเสียงเศร้าพูดขึ้นอย่างน้อยใจ จู่ๆ น้ำตาของนางก็ค่อยๆ ไหลรินลงมาด้วยความเวทนาตัวเอง นางค่อยๆ ใช้มือซับน้ำตาจนแห้งก่อนที่จะนอนฟุบลงกับโต๊ะจนเผลอหลับไป
แม่ทัพจื่อที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นในเวลารุ่งสาง เขามองดูหญิงสาวที่กำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่และเดินไปหานางใกล้ๆ
ดวงตางามคมเข้มจ้องมองใบหน้าของนางที่กำลังหลับไหลราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา ก่อนที่จะค่อยๆ อุ้มร่างเล็กๆ นั้นขึ้นมาบนเตียงนอนอันแสนนุ่ม
ด้วยความอ่อนเพลียหลินเซียงเซียงจึงหลับจนไม่ได้สติ เมื่อแม่ทัพจื่ออุ้มนางมาวางไว้บนเตียงเขาก็ออกจากห้องไปและไม่ได้สนใจใยดีอะไรกับนางนัก
………..เช้าวันรุ่งขึ้น…………………..
หลินเซียงเซียงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น นางมองดูเตียงนอนและรอบๆ ข้าง
“นี่ข้ามาอยู่บนเตียงได้เช่นไรกัน” นางรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
“ฮูหยินจื่อ ตื่นแล้วหรือเ้าคะ เข้าไปอาบน้ำก่อนเถอะเ้าค่ะ ข้าเตรียมอ่างน้ำอุ่นไว้ให้ท่านแล้ว” แม่บ้านหลี่บอกหลินเซียงเซียง
“แม่บ้านหลี่ ข้าขอบใจท่านมากที่คอยดูแลข้า”
แม่บ้านหลี่มองหน้าของหลินเซียงเซียงก่อนจะยิ้มให้กับนางนาง
“ก็ท่านเป็ฮูหยินของที่นี่ข้าจึงมีหน้าที่ดูแลท่าน”
หลินเซียงเซียงยิ้มให้แม่บ้านหลี่ก่อนจะลุกจากเตียงและไปอาบน้ำ
กล่าวถึง…….บ้านของไต้ท้าวจาง
“คุณหนูจางเ้าคะ แม่ทัพจื่อมู่หยางมาขอพบท่านเ้าค่ะ” สาวใช้รีบวิ่งดีใจมาบอกกับคุณหนูของนาง
จางหลินหลางที่นั่งแต่งตัวรอแม่ทัพจื่ออยู่เมื่อรู้ว่าเขามาถึงก็รู้สึกดีใจมาก ก่อนจะรีบลุกเดินออกจากห้องเพื่อไปหาแม่ทัพจื่อ
เมื่อนางมาถึงศาลาริมน้ำก็พบท่านพ่อของนางกำลังนั่งสนทนาอยู่กับแม่ทัพจื่อ นางจึงรีบเดินไปหาคนทั้สอง
“ลูกคาราวะท่านพ่อเ้าค่ะ" นางพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มและพยักหน้าเป็การทักทายแม่ทัพจื่อ
เ้ามาก็ดีแล้วพ่อมีเื่อยากคุยกับเ้าทั้งสองอยู่พอดี"ไต้ท้าวจางบอกกับบุตรสาวและแม่ทัพจื่อ
“ไต้ท้าวมีอะไรจะคุยกับข้าเช่นนั้นหรือ” แม่ทัพจื่อรีบถามไต้ท้าวจางออกมาทันที
“ก็เื่ที่ท่านมีฮูหยินอยู่แล้วแต่ยังคงแวะเวียนมาหาบุตรสาวของข้าอยู่มันดูไม่ค่อยเหมาะสม และอีกอย่างจางหลินหลางเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของข้าข้าไม่อยากให้ใครพูดจานินทาว่าร้ายนาง”
“ท่านพ่อหมายความว่าจะให้ลูกกับแม่ทัพจื่อเลิกติดต่อกันงั้นหรือเ้าคะ” จางหลินหลางถามผู้เป็พ่อด้วยความใ
“นั่นมันคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วเ้าและแม่ทัพจื่อไม่ควรที่จะสานสัมพันธ์กันต่อไป ข้าบอกเ้าทั้งสองได้เท่านี้” ไต้ท้าวจางพูดจบก็ลุกจากไปทันที
จางหลินหลางเมื่อได้ยินที่ท่านพ่อพูดนางก็ร้องไห้ด้วยความเสียใจ แม่ทัพจื่อเอื้อมแขนมากอดนางไว้แนบอก
“ข้าจะหาหนทางที่ทำให้เ้ากับข้าอยู่ด้วยกันให้ได้” แม่ทัพจื่อบอกกับจางหลินหลางพร้อมกับโอบกอดเธอไว้ด้วยความอบอุ่น