ตอน 24 เหตุที่ไม่ควรบังเอิญ
"องค์ชายขอรับ องค์ชายหลงตูมีเื่ด่วนรายงานท่าน " เสี่ยวหลงตูลุกลี้ลุกลนด้วยความรีบร้อนเข้าตำหนักหย่งเล่อ ขัดจังหวะหนุ่มสาวผู้คลั่งรักอีกแล้ว
"คราวนี้อะไรของเ้าอีกล่ะไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้ากำลังยุ่งอยู่ " เจ้อิอารมณ์ฉุนเฉียวกำลังจะจูบกับเสี่ยวชิง ล่อลวงให้นางยอมโล้รักปลุกเร้าอารมณ์นางจวนจะสำเร็จอยู่แล้วเชียว
"อะ อะ เอ่ย องค์ชายขอรับ ว่าแต่สองสามวันมานี้องค์ชายก็ทรงยุ่งตลอดเวลา เสียจนไม่มีช่องว่างให้หลงตูได้กล่าวรายงานเลย"หลงตูค่อยๆเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"หากชักช้ากว่านี้เกรงว่าจะไม่ทันการเอาเสีย"
"อือๆก็จริงของเ้า งั้นว่ามาเถอะมีเื่อะไรด่วนนัก ที่ข้าจำเป็ต้องรู้"
"เอ่อ... องค์ชายขอรับ"หลงตูกุกกักไม่กล้าพูด เอียงตามองหลานเสี่ยวชิงด้วยหางตา ประหนึ่งว่าเมิงออกไปเถอะ เื่นี้เมิงไม่ควรฟัง
เสี่ยวชิงรู้สึกกระอักกระอ่วนกับบรรยากาศที่เก้งๆกังๆ
"เออๆ ก็ได้ๆ รู้แล้วน่าไม่เห็นจะต้องมองแรงขนาดนั้นเลย" เสี่ยวชิงพลางคิดในใจ กลอกตามองบน
"เช่นนั้นข้าจะออกไปเดินชมความงามของสระบัวเสียหน่อยเชิญพวกท่านต่อเถอะ "
"เสี่ยวชิง ไว้ครั้งหน้า ข้าจะไปเป็เพื่อนเ้า"เจ้อิผู้คลั่งรัก เป็เขาเองนั่นแหละที่ไม่อยากห่างจากเมียแม้แต่ก้าวเดียว
"องค์ชายขอรับหลงตูได้รับข่าวสารจากพี่น้องค่ายชุมพล มาว่าวันพรุ่งจะมีการก่อเหตุร้ายของกลุ่มคน... เพราะนอกเขตชายเมืองนั้นมีกลุ่มคนลึกลับหลายนาย ที่ไม่คุ้นตา ย่อมมิใช่คนพื้นที่แน่หากเป็คนที่อยู่ระแวดระหว่างแดนนั้นพี่น้องชาวค่ายชุมพลของเราต้องรู้จักเป็อย่างดี"
"ที่เ้าจะสื่อนั้น หมายถึงว่าเ้ามีความสงสัยในใจสงสัยว่าฮองเฮาส่งกลุ่มคนดักชิงตัวชายาของข้าอย่างนั้นหรือ"เจ้อิผู้ปราดเปรื่อง เดาเกมส์ร้ายของฮองเฮาได้อย่างเฉียบขาด
"ด้วยนิสัยของฮองเฮา มีหรือจะเพียงชิงตัวนางหากข้าเดาไม่ผิดล่ะก็ครั้งนี้ นางจงใจสังหารชายาของข้าให้สิ้นเพียงเพราะชิงตัวสตรีนางเดียวเหตุใดต้องใช้คนจำนวนมากซุ่มคอยสังเกตการณ์มากขนาดนั้นเป็ไปไม่ได้หรอก"
"ขอรับ ก็จริงอย่างที่ท่านคาดเดามาเช่นนั้นจะจัดการกับเื่นี้อย่างไร องค์ชายโปรดรับสั่งหลงตูผู้นี้ยินดีทำเพื่อท่าน สะสางคนที่ขวางทางให้สิ้น"
"ตอนนี้ขบวนที่นำส่งองค์หญิงปี่ชาลั่วชายาของข้าเดินทางถึงที่ใด "
"ทูลต่อองค์ชาย ตอนนี้ขบวนขององค์หญิงปี่ชาลั่ว ยังมิได้เคลื่อนออกจากซานเป่ยขอรับ"
"เช่นนั้นจงจับตาดูการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนั้นให้ดี แล้วรีบรายงานข้าครั้งนี้หากจับได้ทั้งหมด คนของฮองเฮา ข้าจะไม่ปล่อยให้เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว" พอไม่ได้อยู่กับเมียไฉเจ้อิกลับเข้าสู่โหมดผู้ชายสายดาร์กแบบที่เราคุ้นเคยกันดี
*********************
ณ เมืองซานเป่ย หน้าวังหลวง
หน้าวังหลวง ประตูวังเปิดออก รถเกี้ยวพร้อมขบวนสาวรับใช้และผู้ติดตามรอรับองค์หญิงปี่ชาลั่วอยู่แล้ว
"น้องหญิงของข้า หากไอ้ชั่วไฉเจ้อิเอาเปรียบรังแกเ้า จงส่งสานส์มาที่ข้า พี่ใหญ่คนนี้จะปกป้องเ้าดังเดิม "
"อย่าลืมว่าแม้เสด็จพ่อคอยจัดแจงชีวิตของเ้าแต่พี่ใหญ่ผู้นี้พร้อมอ้าแขนรับน้องหญิงของพี่คืนอกทุกเมื่อ"
"รอให้พี่ใหญ่ได้ขึ้นรับตำแหน่งกษัตริย์ครองเมืองก่อนเถิดถึงตอนนั้นจะไม่มีผู้ใดกล้าทำให้เ้าลำบากใจ รวมถึงเสด็จพ่อ" ผู้เป็พี่มาส่งน้องหญิงสุดที่รักถึงหน้าวังกล่าวอำลายกใหญ่ ในใจไม่อยากให้นางจากไป
"พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้เป็กังวลชาลั่วของท่านโตแล้ว บทเรียนครั้งนั้นมันใหญ่หลวงนักมันสอนให้ข้าอย่าได้เชื่อใจผู้อื่น ตอนนี้ข้าได้เปลี่ยนไปแล้ว มิใช่ชาลั่วคนเดิมถึงแม้ข้าจะไม่ใช่ชาลั่วที่ทุกคนรู้จัก อย่างไรข้าก็คือชาลั่วของท่านพี่เสมอ"
"จำเอาไว้ให้ดี อย่าได้ฝืนทำอันใดเพื่อข้าจนตัวท่านเองต้องลำบากเกินไป"ปี่ชาลั่วเองก็มีแต่ความหวังดีที่มอบให้พี่ใหญ่คนนี้เพื่อไม่ให้เขาต้องกลัดกลุ้มเป็กังวลมากจนเกินไป ชาลั่วไม่วายกล่าวทิ้งท้ายให้ผู้เป็พี่รู้สึกวางใจ
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกันหลังจากเ้าอภิเษกกับเจ้อิได้สามวัน ข้าจะไปเยี่ยมเยือนเ้าที่นั่นด้วยตนเองครานี้ข้ามิได้ไปในฐานะเบี้ยที่พวกมันจักข่มเหงได้อย่างเดิมข้าจะไปในฐานะพี่ใหญ่ของเ้าและ ฐานะองค์รัชทายาทซานเป่ยอย่างภาคภูมิ" ก่อนส่งน้องหญิงขึ้นเกี้ยวพี่ใหญ่ผู้แสนดี สวมกอดนางอย่างอบอุ่น
ขบวนเกี้ยวรถม้าส่งองค์หญิงชาลั่ว เคลื่อนตัวไปตามถนนกลางเมืองจ้าวติงอวี่ผู้หวงแหนนางเป็ที่สุด เฝ้ายืนมองจนกระทั่งขบวนเกี้ยวเคลื่อนไปสุดสายลับตาไป
"นี่ข้าต้องเสียสตรีที่ข้ารักดั่งดวงใจให้เ้าถึงสองคนด้วยกันเชียวหรือ...เห็นทีเ้ามันเกิดมาเพื่อเป็ก้างขวางคอข้าโดยแท้"
"ไฉเจ้อิองค์รัชทายาทเปียนจิง กับข้าจ้าวติงอวี่องค์รัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวแห่งซานเป่ยช่างเหมาะสมที่จะเฉือดเชือนอะไรปานนี้ เอาเถอะนับว่าเ้าเป็คู่ต่อสู้ที่ควรแก่ข้า "
"เดิมที่คนเช่นเ้ามิควรร่วมโลกกับข้าหากไม่เห็นว่าชาลั่วเป็ชายาของเ้า ข้าคงไม่มีวันไว้ชีวิตเ้าแน่!!"
*************************
"องค์ชายขอรับองค์หญิงปี่ชาลั่วออกจากเขตแดนซานเป่ยของเราแล้วขอรับ"ท่านแม่ทัพใหญ่ที่ถูกออกคำสั่งให้จับตาดูนางอย่างลับๆรีบกลับมารายงาน
"ดี เ้าทำได้ดีแล้วแม่ทัพใหญ่หากเ้าช่วยเหลือข้าแบบนี้ต่อไป ตำแหน่งใหญ่โตในวังและยศถาบรรดาศักดิ์คงอยู่แค่เอื้อมมือแล้ว"จ้าวติงอวี่ก็เฉลียวฉลาดไม่เบารู้จักวิธีหลอกใช้คน
"ขอรับองค์ชายหวังอย่างยิ่งว่าชาตินี้ทั้งชาติจะได้รับใช้องค์ชายจนกว่าชีวิตจะสิ้นลม" ท่านแม่ทัพใหญ่ที่อุทิศตนเพื่อแผ่นดินโค้งตัวน้อมรับคำชมเชยอย่างถ่อมตัว
"เอาล่ะ เส้นทางยังอีกยาวไกลนักข้าไม่อาจวางใจที่ปล่อยนางไป เ้าจงติดตามไปอย่างลับๆ จนถึงเขตแดนเปียนจิงจึงค่อยกลับมารายงานข้าก็แล้วกัน" ติงอวี่ยืนมือไขว้หลัง หน้านิ่วคิ้วขมวด อยู่เช่นนั้นเพียงเพราะความกังวลในใจมิอาจวางลงได้ เขายังรู้สึกสังหรใจทุกย่างก้าวเดิน
***********************
ณ เขตแดนคาบเกี่ยวระหว่างสองแคว้น
"พี่ใหญ่ นั่นต้องเป็เป้าหมายของเราแน่เหตุใดขบวนเกี้ยวของนางถึงมาเร็วเพียงนี้"ฝั่งคนร้ายที่ฮองเฮาจ้างมาให้สังหารชาลั่ว พูดคุยกันในที่ลับ
"โถ่ เ้าโง่ถามข้าแล้วข้าจะรู้ไหม ข้าก็อยู่ที่นี่กับเ้า "
"จะก่อการร้าย มิจำเป็ต้องสนเวรยามไม่ต้องสนฟ้าฝน หากเห็นเป้าหมายให้รีบลงมือ เราทำงานเพื่อเงินก็เท่านั้น "
"รีบปิดงานซะ จะได้รับเงินแล้วหนีไปซ่อน เื่นี้เป็งานใหญ่และเสี่ยงที่สุดที่ข้าเคยทำมาแต่ทว่าหากข้าไม่รับงานนี้ คนที่จะถูกสังหารจะเป็พวกเราเสียเอง"พี่ใหญ่หัวหน้ากลุ่มชายโฉดที่ฮองเฮาจ้างมาพยายามกล่าวหลักการ พร่ำสอนผู้ติดตามแท้จริงแล้วพวกเขาเองก็ไม่ได้อยากลงมือนักหรอก แต่ด้วยอำนาจด้านมืดของฮองเฮามันบาตรใหญ่คุ้มหัวยิ่งนักยากที่จะปฏิเสธได้ มือสังหารรับจ้างแลกเงินจำต้องลงมืออย่างเลี่ยงไม่ได้
และแล้วก็ถึงจังหวะที่ควรลงมือเมื่อขบวนเกี้ยวเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ชายหนุ่มร่างใหญ่สองสามคนะโออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบข้างทางขัดขวางขบวนเกี้ยวที่เดินทางไกลนับพันลี้
"จงหยุดซะ หากยังรักตัวกลัวตายละก็อย่าได้คิดต่อกรกับพวกข้า!!!" ชายหนุ่มหนึ่งในนั้นตะเบงเสียงแหลมปรี้ดปรอทแตกใส่หน้าทุกคนแทนที่น้ำเสียงอันแสนตั้งใจที่เขาเปล่งออกมานั้นจะทำให้ทุกคนหวาดกลัวมันกลับทำให้พวกเขาหัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย