สายฝนยามดึกพัดกระหน่ำจนทัศนวิสัยเบื้องหน้ามืดมัวหมอทิวากร หักพวงมาลัยรถอเนกประสงค์คู่ใจเลี้ยวผ่านถนนสายเปลี่ยวหลังเสร็จจากการไปรักษาสุนัขในบ้านห่างไกลออกไปไม่มากแสงไฟหน้ารถสาดกระทบกับเงาตะคุ่มบางอย่างที่กำลังดิ้นรนอยู่บนยอดกำแพงสูงลิบของคฤหาสน์หลังใหญ่ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องขนในกายของสัตวแพทย์หนุ่มลุกชันเมื่อหูของเขาแว่วได้ยินเสียงเห่าหอนอย่างโหยหวนของสุนัขจำนวนมากดังระงมมาจากภายในบ้านหมอทิวากรจึงรีบจอดรถเข้าไปใกล้ ๆ
ทันใดนั้นร่างของสุนัขพันธุ์โกลเดนรีทรีฟเวอร์เพศเมียตัวหนึ่งก็ร่วงกระแทกพื้นดินนอกกำแพงอย่างแรงมันพยายามจะลุกแต่ก็ล้มลง หมอทิวากรรีบเปิดประตูรถวิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปดูไฟฉายในมือส่องให้เห็นสภาพอันน่าเวทนา
เนื้อตัวของมันผอมโซจนเห็นซี่โครงาแพุพองและอักเสบจากการถูกขังในกรงแคบ ๆ กระจายทั่วร่างที่สะโพกมีเืไหลซึมไม่หยุดจากการแท้งลูก มันคือแม่พันธุ์ที่ถูกใช้งานจนปางตาย
“อดทนไว้นะ... หมอมาช่วยแล้ว” หมอกรกระซิบ เสียงสั่นเครือแววตาของแม่สุนัขที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนและอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับหนี เขารีบอุ้มร่างที่ชุ่มฝนและคาวเืขึ้นเบาะหลังรถ
ทันทีที่ประตูปิดลงเสียงฟ้าผ่าก็ดังสนั่น พร้อมกับความคิดในหัวคฤหาสน์หลังนี้คือบ้านของผู้อิทธิพลท้องถิ่นที่เขาสืบรู้มานานว่าเื้ัคือฟาร์มสุนัขเถื่อน ขนาดใหญ่ แต่ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดการพาสุนัขตัวนี้ออกมาในยามวิกฤตเช่นนี้... ไม่ต่างจากการขโมยทรัพย์สินของคนอื่น
++++++++++
ณ‘คลินิกรักษ์สี่ขา’ เวลา 02.00 น.
แสงไฟนีออนในห้องฉุกเฉินสว่างวาบแตงกวา ผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวเบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อเห็นสภาพสัตว์ป่วยที่หมอทิวากรอุ้มเข้ามาวางบนเตียงสแตนเลสเวย์
“หมอกร! ไปเอาสุนัขตัวนี้มาจากไหนคะสภาพแย่มาก... เดี๋ยวนะคะ ปลอกคอไม่มี แต่มีรอยสักรหัสที่ใบหูนี่มันสุนัขของฟาร์มประกวดหรือฟาร์มเพาะพันธุ์แน่ ๆ”
แตงกวารีบหยิบเครื่องมือสแกนไมโครชิพขึ้นมาตรวจอย่างรวดเร็วก่อนจะส่ายหน้า
“มีชิพค่ะหมอ... ขึ้นทะเบียนในนามของ ‘คุณอัครเดช’... นักการเมืองท้องถิ่นคนนั้น!”
หมอกรไม่ฟังเสียงเตือนเขาสวมถุงมือสเตอไรด์และเตรียมอุปกรณ์ผ่าตัดทันที
“มันกำลังช็อกจากการเสียเืและติดเชื้อในกระแสเืเนื่องจากรกค้างต้องผ่าตัดด่วน ไม่อย่างนั้นไม่เกินสองชั่วโมงมันตายแน่”
แตงกวารีบก้าวเข้ามาขวางหน้าเตียงสีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“หมอคะ! ตั้งสติก่อนค่ะ!กฎหมายสัตวแพทย์และกฎหมายลักษณะทรัพย์มันค้ำคอเราอยู่นะคะ สุนัขตัวนี้ตามกฎหมายคือ‘ทรัพย์สิน’ ของคุณอัครเดชหมอไปพาตัวมันมาจากเขตบ้านเขาโดยที่เ้าของไม่ยินยอมแถมจะผ่าตัดโดยไม่มีใบเซ็นยินยอมรับความเสี่ยงอีก!”
“มันกำลังจะตายนะแตงกวา!” หมอกรตวาดเสียงเข้ม แววตาแข็งกร้าว
“หนูรู้ค่ะว่าหมอสงสาร! แต่ตามข้อบังคับและกฎหมายหมอต้องแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันรอให้เ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือตำรวจเข้าไปพิสูจน์หลักฐานและอายัดตัวสัตว์ออกมาก่อนหรืออย่างน้อยต้องโทรแจ้งเ้าของให้รับทราบ ถ้าหมอลงมีดผ่าตัดตอนนี้โดยพลการฝั่งนั้นฟ้องหมอข้อหาบุกรุก ลักทรัพย์ และทำลายทรัพย์สินได้เลยนะคะ! อนาคตหมอหมอจะยอมโดนยึดใบประกอบวิชาชีพเพราะสุนัขตัวเดียวเหรอคะ!”
แตงกวาเตือนสติด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความกลัวอิทธิพลหมอทิวากรนิ่งไปชั่วครู่ มือที่ถือมีดผ่าตัดสั่นเทาความเป็จริงอันโหดร้ายของกฎหมายกำลังบีบคั้นเขาหากเขาเลือกความถูกต้องตามกระบวนการ กฎหมายจะคุ้มครองเขา...แต่สุนัขตัวนี้ต้องตายในคืนนี้อย่างแน่นอน จรรยาบรรณสัตวแพทย์ที่ปฏิญาณตนไว้ว่าจะรักษาชีวิตสัตว์โลกผุดขึ้นมาในหัว
“ถ้าต้องรอตำรวจ รอใบอนุญาต หมาตัวนี้คงกลายเป็ศพไปก่อน”
หมอกรมองหน้าแม่สุนัขที่หายใจแ่เบาลงเรื่อยๆ แววตาของเขากลับมานิ่งสนิทและเด็ดเดี่ยว
“กฎหมายควรมีไว้เพื่อคุ้มครองชีวิตไม่ใช่มีไว้ปล่อยให้สิ่งมีชีวิตนอนตายต่อหน้าต่อตา ถ้าเขาจะฟ้อง... ก็ให้เขาฟ้อง ผมยอม ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง เตรียมดมยาสลบด่วน!”
“แต่หมอคะ...”
“นี่คือคำสั่งของหัวหน้าคลินิก แตงกวา! เตรียมบีบAmbu bag!”
หมอทิวากรสั่งเสียงเฉียบ เขาตัดสินใจเลือกที่จะ รักษาชีวิตก่อนกฎหมายเขาจึงลงมีดผ่าตัดอย่างละเอียดและแข่งกับเวลา ตลอดทั้งคืนนั้นสัตวแพทย์หนุ่มใช้ฝีมือทั้งหมดที่มีเพื่อยื้อชีวิตแม่สุนัขโกลเดนรีทรีฟเวอร์ตัวนี้จากการพรากของพญามัจจุราชโดยที่เขาไม่รู้เลยว่า มรสุมคดีความครั้งใหญ่และแผนการตลบหลังของคนชั่วกำลังรอเขาอยู่
++++++++++