สวนนี้มีชื่อคุณ

    บทที่ 21: เหยื่อที่ยังไม่ตาย

    "พฤ..."


    "ปิดเสียง"


    บ้านวรากุลเงียบวูบ กระจกดำหยุดสั่น แต่เฟิร์นริมหน้าต่างไหม้จากปลายใบลงมาเป็๲สีดำ


    "ผมสั่งผิด"


    ธามคว้าผ้าดิบจากโต๊ะมาห่อกระจกดำทันที "ค่อยสำนึกทีหลัง ตอนนี้อย่าให้มันพูดต่อ"


    อคิราห์หยิบด้ายขาวจากกล่องโดยใช้คีม เขาไม่แตะกระจก ไม่แตะป้ายชื่อ และไม่แตะมือพฤกษ์ แม้ยืนใกล้กันจนพฤกษ์เห็นขอบผ้าพันแผลตรงข้อมือเขาแข็งเป็๲วงใต้ผิว


    เขาลดแขนลงข้างตัวช้า ๆ ไม่ใช่ท่าปกปิด แต่เป็๲ท่าที่บอกว่าเขารู้ พฤกษ์จึงเบนสายตากลับไปที่กระจกดำแทน ความละอายขมกว่าเกสรบนลิ้นเสียอีก


    เมษายืนอยู่หลังธาม หน้าเธอซีดจนผื่นตราบนหลังมือดูเด่นขึ้น เส้นวงนอกที่เคยจางเริ่มมีเส้นวงในบาง ๆ ลากเข้าหากลางฝ่ามือ


    "ยังไม่ตาย"


    "ยังไม่ตาย"


    ธามหันไปหาเธอ "คุณไม่ได้พูด"


    เมษาส่ายหน้าแรงเกินจำเป็๲ "ไม่ได้พูดค่ะ แต่...หนูกำลังคิดคำนั้น"


    ธามห่อกระจกดำเสร็จ กดด้ายขาวทับเป็๲สามรอบ แล้ววางกล่องตัวอย่างโลหะครอบอีกชั้น เขาไม่ได้ทำพิธี เขาทำเหมือนปิดหลักฐานอันตรายชิ้นหนึ่ง แต่พฤกษ์เห็นมือเขาแน่นเกินคนที่ไม่เชื่อเ๱ื่๵๹เหนือธรรมชาติ


    "ทุกคนออกจากใกล้กล่องสองก้าว" ธามสั่ง "และไม่มีใครพูดชื่อที่ขึ้นต้นด้วย พ อีกจนกว่าผมจะสั่ง"


    "คุณสั่งเหมือนมันจะฟังคุณ" เมษาพูดเสียงเบา


    "ผมสั่งคน" ธามตอบ "อย่างน้อยคนยังพอมีระเบียบกว่าไม้ผีสิง"


    "สวนไม่ใช่ผี" พฤกษ์พูด


    พฤกษ์เองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องแก้ให้สวนในตอนนี้ บางทีเพราะถ้าเรียกมันว่าผีหรือปีศาจ เ๱ื่๵๹ทั้งหมดจะง่ายเกินไป ง่ายจนไม่พออธิบายคนตาย คนหาย คนที่ถูกคืนกลับมาไม่ครบ และคนที่ยืนอยู่ตรงนี้แต่เสียงถูกกล่องไม้พูดแทน


    ธามลากเก้าอี้ออกจากโต๊ะทำงานปกรณ์ เสียงขาเก้าอี้ขูดพื้นสั้นและแข็ง "งั้นพูดให้เป็๲ภาษาคน"


    "ตอนนี้?" เมษาถาม


    "ใช่ ตอนนี้" ธามวางรูปถ่ายศพกิตติภพ รูปศพวิเชียร ภาพมือเมษาที่มีตรา รายชื่อผู้ตอบแทน เศษกระจกดำ และรูปแหวนอคิราห์จากแฟ้มเก่าเรียงบนโต๊ะ "ผมมีศพสองศพ คนถูกทำเครื่องหมายหนึ่งคน ผู้รับฝากหนึ่งคน ภาชนะหนึ่งคน กระจกที่พูดได้ และบ้านที่ทำให้ต้นไม้เ๣ื๵๪ออก ถ้าเราไม่สรุปตอนนี้ เราจะเดินตามเสียงมันไปทีละก้าว"


    "สวนคือระบบผนึก" เขาพูดช้า ๆ "ไม่ใช่ตัวร้ายตัวเดียว ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยากฆ่าคนแบบสัตว์ล่าเหยื่อ"


    ธามหยิบปากกาขึ้นมา "ระบบผนึก"


    "รากเป็๲ตัวรับฝาก" พฤกษ์พูดต่อ "รับชื่อ รับเสียง รับความทรงจำ รับผลของพิธี หรือรับสิ่งที่คนไม่ควรถือไว้เอง"


    "ดอกไม้?" ธามถาม


    "ภาชนะย่อย" พฤกษ์ตอบ "เก็บกลิ่น เสียง ชื่อ ความทรงจำ แล้วส่งต่อเข้ารากหรือดึงออกมาจากราก"


    เมษามองดอกไม้ในรูปบนโทรศัพท์ของธาม "แปลว่าที่หนูได้ยินเสียงตัวเอง..."


    "เสียงคุณถูกคัดไปบางส่วน" พฤกษ์พูด แล้วหยุดก่อนใช้คำแรงเกินไป "ยังไม่ครบ"


    อคิราห์พูดต่อแทน "ถ้าครบ คุณอาจไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ หรืออาจนั่งอยู่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของคุณ"


    เมษากอดแขนตัวเองแน่นขึ้น "ขอบคุณค่ะ ฟังแล้วดีขึ้นมาก"


    ธามขีดเส้นจากรูปศพกิตติภพไปยังรายชื่อ "แล้วสองคนนี้"


    "กิตติภพถูกบันทึกว่า ตอบแทนสำเร็จบางส่วน" พฤกษ์อ่านจากกระดาษ "เขาอาจรับผลบางอย่างแทนคนที่ระบบ๻้๵๹๠า๱จริง แต่เปิดประตูไม่ครบ"


    "วิเชียรตอบผิด ใช้ซ้ำไม่ได้" ธามอ่านอีกบรรทัด สีหน้าแข็ง "เพราะชื่อผิด ตำแหน่งผิด หรือคนร้ายใช้สัญลักษณ์ผิด"


    "หรือทั้งหมด" อคิราห์พูด


    ธามหันไปหาเขา "ถึงตาคุณ"


    "ผู้รับฝากเปิดหรือปิดขอบเขต" อคิราห์พูดโดยไม่มองพฤกษ์ "ภาชนะรองรับสิ่งที่ถูกฝากไว้ ถ้าผู้รับฝากเรียกชื่อที่ถูกต้อง หรือยอมรับเงื่อนไขบางอย่าง ภาชนะอาจเปิด"


    ธามจดเร็ว "สิ่งที่ถูกฝากคืออะไร"


    พฤกษ์มองกระจกดำที่ถูกห่อไว้ "สิ่งที่ไม่มีชื่อของตัวเองแล้ว"


    "มันขโมยชื่อธีรัตน์ไปใช้" เขาพูด "และมันกำลังหาชื่ออื่น หาร่างอื่น"


    "ร่างของผม" อคิราห์เสริม


    ธามวางปากกาลง "แล้วสวนกินคนไหม"


    พฤกษ์นึกถึงลำคอของกิตติภพ รอยวงบิดเบี้ยวใต้ขากรรไกรวิเชียร เสียงเมษาที่พูดล่วงหน้า และคนในนิมิตที่หายไปหลังตอบชื่อแทนอคิราห์


    "มันกินชื่อก่อน" พฤกษ์ตอบ "เสียง ความทรงจำ ตัวตน สิ่งที่ทำให้คนคนนั้นเป็๲คนนั้น ร่างจะตาย จะหาย หรือถูกคืนไม่ครบ เป็๲ผลตามมาว่าพิธีกินไปถึงชั้นไหน"


    ธามเคาะปากกากับกระดาษ "ดี อย่างน้อยตอนนี้เรารู้ว่าเราสู้กับระบบ ไม่ใช่ดอกไม้กระถางเดียว"


    "และคนที่ใช้ระบบ" พฤกษ์พูด


    "ศุภกร" เมษาพูด


    "ศุภกรเป็๲คนใช้ระบบล่าสุด" ธามแก้ "แต่หลังบทเมื่อกี้ ผมไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็๲คนแรก"


    ธามหยิบกระดาษรายชื่อขึ้นมา "ในตารางเก่ามีสถานะหนึ่งที่ไม่ใช่ตาย ไม่ใช่หาย"


    "อดีตเ๽้าหน้าที่เอกสารสวนเก่า" ธามพูด "แฟ้มคนหายบทสิบสี่มีชื่อคล้ายกัน แต่สถานะราชการไม่ได้ตาย ไม่ได้หาย แค่ลาออกแล้วหายจากระบบ"


    "คุณหาเจอได้ไหม" พฤกษ์ถาม


    "ถ้าไม่โดนสวนกินฐานข้อมูลก่อน ผมหาได้"


    รสสุคนธ์ กาญจนภักดี อายุหกสิบสอง อดีตเ๽้าหน้าที่เอกสารเขตเก่า ปัจจุบันอยู่บ้านญาติฝั่งธน มีประวัติรักษาอาการสูญเสียความจำบางส่วนหลังเหตุการณ์ไม่ระบุสาเหตุเมื่อสิบปีก่อน หมายเหตุในแฟ้มแพทย์เขียนว่า "ไม่สามารถกล่าวชื่อตนเองได้ต่อเนื่อง"


    เมษาอ่านประโยคนั้นแล้วเสียงหาย "ไม่สามารถกล่าวชื่อตนเองได้..."


    "เหยื่อที่ยังไม่ตาย" พฤกษ์พูด


    พวกเขาออกจากบ้านวรากุลก่อนฟ้าสว่างเต็มที่ ธามให้ทีมยกกระจกดำ กล่องไม้ และป้ายชื่อไปเก็บในรถหลักฐานแยกต่างหากโดยใช้กล่องโลหะสองชั้น เมษานั่งเบาะหลังรถของธาม ฝ่ามือขวาหงายอยู่บนตัก ผื่นตราบนมือเธอจางลงบ้าง แต่เส้นวงในยังอยู่


    "นั่งข้างเมษา" พฤกษ์พูด


    "ถ้าเสียงเรียกเธออีก คุณได้ยินเร็วกว่าเรา" พฤกษ์พูดต่อ "หรืออย่างน้อยแผลคุณตอบสนองก่อน"


    "คุณกำลังให้ผมเป็๲สัญญาณเตือน"


    "ใช่" เขาตอบ "และผมไม่ชอบเลย"


    อคิราห์ขึ้นรถ นั่งข้างเมษาโดยเว้นระยะเท่าที่เบาะรถอนุญาต "ผมยังเลือกได้อยู่"


    บ้านของรสสุคนธ์อยู่ในซอยแคบฝั่งธน หน้าบ้านปลูกต้นชาฮกเกี้ยนเป็๲แนวรั้วเตี้ย ๆ กระถางมะลิหลายใบตั้งเรียงริมกำแพง แต่ดอกตูมทุกดอกหันหนีประตูบ้านเหมือนคนแกล้งหลับเมื่อได้ยินเสียงเรียก


    ธามแสดงบัตรกับหญิงวัยกลางคนที่เป็๲หลานของรสสุคนธ์ เธอพาพวกเขาเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่กลิ่นยาหม่อง กลิ่นข้าวต้ม และกลิ่นดินกระถางปนกันอย่างสงบเกินเหตุ


    "ป้าไม่ค่อยพูดเ๱ื่๵๹เก่า" หลานสาวบอก "บางวันจำได้ บางวันจำไม่ได้ แต่ถ้าถามชื่อเต็มของตัวเอง ป้าจะปวดหัวมาก"


    "เราจะไม่บังคับให้พูดชื่อ" พฤกษ์ตอบทันที


    "คุณสุคนธ์" ธามเรียกโดยละชื่อหน้าไว้


    "ตำรวจ" เธอพูดช้า ๆ "มาอีกแล้ว"


    หลานสาวหน้าเสีย "ไม่มีตำรวจมานานแล้วค่ะป้า"


    "มาเมื่อฝนตก" หญิงชราพูด "เอากระดาษมาให้ดู ถามว่าหนูชื่ออะไร"


    พฤกษ์คุกเข่าลงให้อยู่ระดับสายตาหญิงชรา "เราไม่ได้มาให้คุณพูดชื่อครับ เราอยากรู้ว่า คนที่ยังไม่ตาย หมายถึงอะไร"


    "อย่าถามสวน" เธอกระซิบ


    "สวนจำได้แค่ที่มันกิน" หญิงชราพูด "ถ้ามันคืนให้ มันคืนไม่ครบ"


    "คนที่ยังไม่ตายคือคนที่ชื่อถูกเก็บไว้ไม่ครบ"


    "ขอกระดาษได้ไหมครับ" พฤกษ์ถาม


    ธามก้มดูจนแทบชิดโต๊ะ "นี่ไม่ใช่แค่คำสาป นี่มันตารางหน้าที่"


    "พิธีต้องจับคู่ตำแหน่ง" พฤกษ์พูด "ถ้าคนรับผลไม่ตรงกับคนที่ถูกเรียก อาจได้แค่บางส่วน"


    "กิตติภพ" ธามพูด "ตอบแทนสำเร็จบางส่วน"


    "เขารับผลแทนได้ แต่เปิดประตูไม่ครบ" อคิราห์ต่อ


    "วิเชียรตอบผิด ใช้ซ้ำไม่ได้" เมษาพูด


    เมษาหน้าซีด "หนูไม่ได้อ่านจากกระดาษ"


    เสียงเธอเองดังจากโทรศัพท์ของธามที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ


    "ใช้ซ้ำไม่ได้"


    กระจกตู้โชว์ในห้องสะท้อนภาพเมษายืนอยู่หลังทุกคน แต่เงาของเธอในกระจกไม่ใช่เมษา เงานั้นเป็๲หญิงชราในเสื้อคาร์ดิแกนสีเทา ดวงตาขุ่นมัวมองกลับมาจากตำแหน่งเดียวกับร่างของเมษา


    "รส..." เธอพูด


    "อย่าให้หนูพูดต่อ" เมษากระซิบ "หนูไม่รู้ชื่อเธอ แต่ปากหนูกำลังจะรู้"


    พฤกษ์ขยับเข้าไปหาโดยสัญชาตญาณ "เมษา..."


    อคิราห์พูดแทรกทันที "นับหายใจ"


    อคิราห์ไม่ได้แตะเมษา เขายืนข้างเธอ มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่นจนเห็นข้อขาว "ไม่ต้องตอบผม ไม่ต้องตอบใคร นับในหัว หนึ่งถึงห้า"


    "หนึ่ง" เธอกระซิบ


    "สอง"


    "สาม"


    เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าธามดังขึ้นหนึ่งจังหวะ แล้วดับ


    "สี่"


    พฤกษ์รู้สึกชื่อของหญิงชราแตะปลายลิ้นตัวเอง ทั้งที่เขาไม่ได้เป็๲คนถูกเรียก


    "ห้า"


    เงาในกระจกกลับเป็๲เมษา


    เมษาทรุดลงนั่งกับพื้น อคิราห์ย่อตัวลงข้างเธอแต่ยังไม่แตะ พฤกษ์หยิบแก้วน้ำจากโต๊ะส่งให้เธอ มือเขาสั่นเล็กน้อยตอนวางแก้วบนพื้นระหว่างทั้งคู่


    หญิงชราบนเก้าอี้หัวเราะเบามาก


    ไม่ใช่เสียงขำ


    เป็๲เสียงคนที่ยังเหลืออะไรบางอย่างให้เสีย


    "เด็กดี" เธอกระซิบ "ไม่ตอบแทนใคร"


    พฤกษ์เงยหน้าขึ้น "คุณจำได้ไหมว่าเสียงแรกมาจากไหน"


    หญิงชรามองเขานาน


    "อย่าไปสวน" เธอพูด


    ธามขมวดคิ้ว "แต่ทุกอย่างโยงไปสวน"


    "สวนเป็๲หลัง" หญิงชรากระซิบ "เสียงแรกอยู่ก่อนหลัง"


    พฤกษ์ไม่เข้าใจ


    แต่ต้นชาฮกเกี้ยนหน้าบ้านหันใบเข้าหากันพร้อมกัน เหมือนคนหลายคนก้มกระซิบคำเดียว


    หญิงชรายื่นมือมาหาเขา


    พฤกษ์ลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนวางปลายนิ้วลงบนผ้าห่มใกล้มือเธอ ไม่จับแน่น ไม่ดึง


    มือหญิงชราเย็นมาก


    "ถ้าผู้รับฝากอยากช่วยคนที่ยังไม่ตาย" เธอกระซิบ "อย่าไปสวนก่อน"


    "แล้วต้องไปที่ไหน"


    เธอใช้เล็บขีดบนโต๊ะไม้ใกล้วงตรา


    เสียงแรก


    เครื่องบันทึกของธามเปิดเอง


    คราวนี้ไม่มีเสียงซ่า ไม่มีเสียงราก ไม่มีเสียงธีรัตน์


    เป็๲เสียงเมษา


    ชัดกว่าเสียงจริงเสียอีก


    "ศุภกรยังไม่ใช่คนเรียกคนแรก"


    ไฟในห้องกะพริบหนึ่งครั้ง


    และจากกระจกตู้โชว์ เงาของเมษายิ้มก่อนร่างจริงจะเริ่มร้องไห้