การเดินทางครั้งนี้กว่าที่เขาจะไปถึงที่หมาย ด้วยความเร็วในตอนนี้กว่าจะไปถึงก็เมืองหลวง ใช้เวลาเกือบสามเดือน สามเดือนของการเดินทางแค่เพียง่พักเดรสมอนด์ใช้มันไปกับการฝึกเพลงดาบและแค่่สั้นๆเขาก็ช่ำชองเพลงดาบทั้งหมดที่เขาเคยเรียนตอนเล่นเกมแล้ว เขามันใจว่าเพียงแค่กระบวนท่าก็สามารถทำให้เขาชนะกองทัพเล็กๆได้อย่างสบายๆ
ตอนนี้เป็เดือนกรกฏาคมแล้ว หิมะดูเหมือนว่าจะมีทุกหนทุกแห่งเดรสมอนด์มองอย่างว่างเปล่าไปยังถนนที่ขาวโพลน ถึงแม้ว่ามันจะเป็หิมะที่สองที่เขาเห็นแต่เขาก็ยังไม่ชินกับมันนัก
ในศักดินาอากาศเดือนนี้มักเย็นแค่เล็กน้อยแต่เมื่อพวกเขาเข้าใกล้ภาคกลางของอาณาจักรกลับหนาวเหมือนหน้าหนาว
ในตอนแรกเขาก็คาดไว้บางว่าเดือนนี้จะมีหิมะตกหนักแต่ไม่นึกว่ามันจะตกหนักมากขนาดนี้ ฤดูในอาณาจักรถึงจะมีสามฤดูแต่ฤดูร้อนกับฤดูฝนนั้นค่อนข้างสั้นและมีฤดูหนาวที่ยาวนาน เขามองเห็นเมืองขนาดใหญ่ตรงหน้าที่กำแพงเมืองมีหอคอยป้อมเรียงรายดูน่าเกรงขาม
นี้คือจุดหมายปลายทางของเขาเมืองหลวงของอาณาจักรไทลอน เมืองโอเซนและเป็เมืองที่เขาจะอยู่ต่อจากนี้ไปอีกสามปี เมื่อเข้ามาในเมือง
“ ดูคึกคักจังเลย ”
เขามองไปยังผู้คนเมื่อขับผ่านตลาด เขาเพลิดเพลินกับฉากตรงหน้าและอีกคนที่ตื่นตาตื่นใจไม่แพ้เขาก็คือลีฟที่ตอนนี้มองออกไปข้างนอกอย่างอยากรู้อยากเห็น สำหรับเดรสมอนด์เมืองนี้ยังห่างไกลจากเมืองใหญ่ในชีวิตก่อนหน้ามาก อาคารต่างถูกจัดวางอย่างดี
จากย่านตลาดที่วุ่นวายและแออัดไปด้วยผู้คน และกลิ่นไม่พึงประสงค์มีเป็ระยะๆ หากตอนนี้กลับไปดูที่ศักดินาของบารอนเครทกลิ่นแบบนี้ในที่สาธารณะทั่วไปจะไม่มีเนื่องจากการจัดการของเดรสมอนด์ที่สะกดจิตสามัญชนทุกคนในศักดินาให้รู้จักสุขอาณามัย
และเขายังทำห้องน้ำสาธารณะและจัดพื้นที่ในการทิ้งอย่างดีจะเรียกได้ว่าในบ้านยุคใหม่มีของพื้นฐานอะไรเขาพยายามทำให้มันมีเรียกได้ว่าปีที่ผ่านมานั้นนอกจากตอนนอนและตอนฝึกแล้วเขาแทบจะไม่มีเวลาว่างเลย
เมื่อเทียบกับศักดินาของบารอนเครท ศักดินาของบารอนเครทจะดูดีกว่าเื่ความสะอาดแต่มันก็ยังเจริญน้อยกว่าที่นี้มาก หลังจากนั้นรถม้าก็มาจอดที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านขุนนางในเมืองชั้นใน
ในตอนเช้าที่หน้าห้องเดรสมอนด์ที่กำลังนอนกอดหมอนข้างนุ่มๆก็ถูกรบกวนจากเสียงเคาะประตูเมื่อเปิดประตูก็พบกับชายชราลักษณะเหมือนพ่อบ้านได้แนะนำตัวเองว่าเป็ผู้แนะนำที่ถูกบารอนว่าจ้างมาให้นำทางเขาไปยังวิทยาลัย
เมื่อทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ ชายชราก็พาเดรสมอนด์ไปยังวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวิหารของเทพีน้ำแข็ง เนื่องจากวิทยาลัยและที่พักนั้นไม่ไกลกันมากนักพวกเขาจึงตัดสินใจเดินเท้าไป
ระหว่างทางคนเดินถนนรอบๆ ต่างพากันมองไปยังผ้าคลุมขนสบากาสีขาวแทบสีส้มสะท้อนแสง พวกเขาต่างพากันมองอย่างอยากรู้อยากเห็นเพราะในอาณาจักรไทลอนสีแถบบนผ้าคลุมจะเป็การบ่งบอกว่าคน คนนั้นคือขุนนาง
เมื่อเดินมาถึงทางเข้าของวิทยาลัยเดรสมอนด์ก็ต้องพบกับการจราจรที่แออัดไปด้วยรถม้า เนื่องจากปีนี้มีนักเรียนใหม่เข้ามาค่อนข้างเยอะกว่าปกติ
บุตรธิดาของบ้านขุนนางต่างๆที่ถึงเกณฑ์ต่างพากันมาเรียนหรืออาจจะเรียกอีกอย่างก็คือการมาเรียนที่นี้เปรียบเสมือนการมาหาคู่และหาเส้นสายของตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วบ้านต่างๆจึงพากันพยายามส่งลูกๆของตนมาลองเสี่ยงดวงเพื่อหาต้นขาที่แข็งแรงในการเกาะ
ชายชราพาเดรสมอนด์เดินเลี่ยงอย่างเงียบๆเนื่องจากปกติขุนนางที่ชอบนักรถม้าไปทุกที่ส่วนมากจะเป็ขุนนางอย่างเช่น เอิร์ลขึ้นไป เดรสมอนด์สังเกตอย่างเงียบๆพลางเดินไปยังทางเดินเล็กที่ถูกกั้นด้วยแปลงดอกไม้รถม้าของเอิร์ลจากที่เขาได้ยินมาจะมีเพียงตราประจำบ้านติดอยู่
และถ้ามีตำแหน่งเหนือกว่าเอิร์ลจะมีธงขอบสีแดงและสีน้ำเงิน ที่เป็ของมาร์ควิสและดยุก ส่วนธงขอบสีทองนั้นมีเพียงราชวงค์เท่านั้นที่สามารถมีได้ในตอนนี้ธงขอบสีทองบนรถม้านั้นสะดุดตาเขาเป็อย่างมากจากที่ฟังคนพูดกันที่โรมแรมปีนี้มีเ้าหญิงเข้าเรียนด้วย ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาและแผนการพิชิตใจเ้าหญิงสำหรับชายหนุ่มช่างฝันหลายคนได้ไม่น้อย
หลังจากที่เดรสมอนด์เดินชำเลืองมองทางนั้นทีทางนี้ทีคนคอจะเป็เอ็น ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงจุดลงทะเบียน หลังจากลงทะเบียนเสร็จเขาก็ออกมานั่งพักที่ม้านั่งข้างนอก
เขาหลับตาทบทวนว่าเขาลงทะเบียนอะไรไปบ้างและบางอย่างก็ทำให้เขาออกจากห่วงภวังของความคิด เหมือนเขาจะได้ยินเสียงบางอย่าง เขาลุกขึ้นเดินไปทางเสียงนั้นแล้วเขาก็พบกับชายหนุ่มอายุราวๆกับเขากำลังเดินเป็วงกลมอย่างลนลาน
ชายคนนั้นเดินไปมาพลางพูดว่า อยู่ไหนนะ น่าจะอยู่ที่นั้น มันหายไปไหน เมื่อลองคิดดูแล้วเขาก็ได้ข้อสรุปว่าชายคนนั้นต้องทำกระเป๋าตังหายอย่างแน่นอน
“ เออ. . . ขอโทษนะ. . .”
“. . .”
“ เฮ้! ! ! นี้ของคุณหรือไม่ ?”
เดรสมอนด์ที่ยิ้มพลางถาม ในมือของเขามีเหรียญเงินสองเหรียญวางอยู่ ชายคนนั้นหยุดเดินพลางมองมายังเดรสมอนด์ด้วยความงุนงง
“ ผมเพิ่งเจอมันอยู่ไม่ไกล มันเป็ของคุณหรือไม่? ”
“ ไม่. . . มันไม่ใช่ของข้า ”
หลังจากเจรจาไม่นานนักพวกเขาทั้งสองก็เริ่มที่จะสนิทกันอย่างรวดเร็ว
“ คุณก็มาเข้าเรียนที่นี้เหมือนกัน ”
“ใช่ ”
“ แล้วทำไมคุณไม่รับเงินนี้ไปละ ”
จากนั้นเดรสมอนด์ยัดเหรียญเงินใส่ในมือของชายคนนั้น
“ ทำไม. . . ทำไมถึงช่วยข้า ”
“ นั้นก็เพราะว่าผม้าหาเพื่อนยังไงละ ”
ในตอนแรกเดรสมอนด์แค่้ามีคนรู้จักซักคนสองคนก่อนเผื่อว่าจะได้ช่วยเหลือเขาได้ แต่พอพวกเขาได้คุยกันแล้วเดรสมอนด์ต้องยอมรับว่าค่อนข้างคุยกันถูกคอ หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็นับถือกันเป็เพื่อนและพอคุยกันไปได้อีกซักพักพวกเขาก็เริ่มที่จะเรียกกันว่าพี่น้องร่วมสาบาน
ชายดวงซวยคนนี้มีชื่อว่า มอร์เฟียส อาร์คสเลน เขาก็เป็ลูกชายของบารอนเหมือนกับเดรสมอนด์แต่ผิดตรงที่ว่าเขาเป็ลูกชายคนเดียวของบารอนแห่งแดนเหนือ ซึ่งศักดินาของตระกูลเขาอยู่ติดกับป่าสีขาวดินแดนที่เดรสมอนด์ได้ยินข่าวลือว่าเป็ดินแดนที่หิมะไม่เคยละลายและเต็มไปด้วยอันตรายจากมอนเตอร์และเผ่าพันธุ์อื่น
“ คุณไม่มีคนแนะนำหรอ? ”
“ เออ. . . พวกเราพลัดหลงกันนะ ”
ตระกูลของมอร์เฟียสค่อนข้างยากจนเนื่องจากการเดินทางที่ไม่สะดวกและอันตรายทำให้พ่อค้าไม่แม้แต่อยากจะเฉียดเข้าใกล้แต่ก็ยังดีที่มีพ่อค้าที่เต็มใจเสี่ยงอยู่บ้างมอร์เฟียสจึงพอมีเหรียญติดตัวมาแต่ด้วยอะไรก็แล้วแต่เขาได้ทำเงินหายไปและแม้แต่คนแนะนำที่ตัวเองจ้างมาก็หายไปด้วย
‘ เอ็งน่าจะโดนหลอกแล้วไอ้ชาย ’
เดรสมอนคิดและหลังจากที่คุยกันอยู่นานเดรสมอนด์จึงฉุกคิดขึ้นมาได้
“แล้วนี้เ้าไม่ไปลงทะเบียนหรอ นี้ก็สายมากแล้ว”
“เอ้ย! ! ! ลืมไปเลย ขอบคุณที่ให้ยืมเงินนะ”
พูดแล้วเขาก็วิ่งไปยังอาคารลงทะเบี่ยน