และแล้ววันนี้ก็มาถึงมีคนที่ผมไปแจกใบปลิวที่ตลาด ตามมาสมัครงานตั้ง 2 คนแน่ะครับ เกินคาด ทางแผนกผลิต ขอมา 200 คน มีมาสมัคร 2 คน พอตายห่าแหละผมอยากจะบ้าตาย
“Sup มา สมัคร 2 คนเองเหรอครับ แล้วท่านรองจะไม่งับหัวเราตายเหรอ”
“ฮ่าๆ เดี๋ยวท่านรองมาได้ยินเองโดนงับจริงๆแน่ ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวทีมน้ำฝนกับพี่ต้นจะไปรับสมัครทางภาคอีสาน เราน่าจะได้หลายคนอยู่”
พี่ต้นเป็ลูกน้องพี่น้ำฝนอีกทีครับหน่วยก้านดี หน้าตาเหมือนเด็กช่างอ่ะครับ
“จริงเหรอครับ แล้วมีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ”
“งั้นเอาใบปลิวไปถ่ายเอกสารเพิ่ม”
“งั้นเดี๋ยววันนี้ผมจะไปยืนแจกที่ตลาดอีกเผื่อจะได้มาซักคนสองคน”
“ดูเอ็งจริงจังมากเลยนะ แต่ก็ดีเป็เด็กฝึกงานเรียนรู้อะไรไว้เยอะๆก็ดี”
อ่าครับจริงๆแล้วกลัวไม่ผ่านงานแล้วก็กลัวเสียหน้าด้วย โม้ไว้เยอะ
หลังจากนั้นมหกรรมถ่ายเอกสารก็เริ่มขึ้นวันๆผมไม่ได้คุยกับใครหรอกครับ จะสนิทก็กับเครื่องถ่ายเอกสารนี่แหละครับ
“ไอ้น้องหมอก ไปกินข้าวหน้าโรงงานกันพี่เลี้ยง”
Sup เดินมาชวนเนื่องจากเวลาใกล้เที่ยงแล้ว
“ได้คร๊าบ เหลืออีกนิดเดียวพี่”
แล้วพี่แก็พาผมไปที่ร้านข้าวหน้าโรงงานบรรยากาศก็ร้านอาหารตามสั่งดีๆนี่เองครับ Sup พาผมมานั่งโต๊ะที่พี่พลนั่งอยู่คนเดียว อืม ผมเห็นโต๊ะอื่นก็ว่างอยู่นะ
“นี่พี่พล พี่ไม่ต้องแนะนำแล้วมั้ง”
“ครับ สวัสดีครับ”
ทักทายแกซะหน่อย เจอกันรอบที่ 2 แล้ว
“ครับ พี่เป็แฟนของมายด์ครับ”
ยิ้มหน้าบานเท่าจานดาวเทียมแล้วพี่แต่ Sup แกไม่ได้เป็ทอมเหรอ Sup มายด์น่ารักๆ กับพี่พลคนที่หล่อน้อยกว่าผมหน่อยนึง ก็เหมาะสมกันดี
“ยังไม่ใช่ซักหน่อย”
“เดี๋ยวก็ใช่ เอ้าว่าไงไอ้น้องหมอก กินอะไรดี”
“เอ่อ…ครับ ไข่เจียวหมูสับก็ได้ครับ”
จะไม่ใช่แฟนได้ไงบรรยากาศสีชมพูขนาดนี้ กูมาเป็ กขค. รึเปล่าวะ ผมก็นั่งกินข้าวไป คู่รักมือใหม่ก็นั่งจ้องกันไปถ้าเป็ปลากัด ผมว่าท้องไปแล้วนะนั่น
หลังจากกินข้าวเสร็จก็กินไอติมกะทิต่อ เจริญอาหารครับ หลังจากนั้น พวกผมก็กลับเข้าทำงานต่อการฝึกงานได้พักกลางวัน 1 ชั่วโมง ไม่เหมือนตอนเรียน เพราะบางทีคาบว่างยาวนอนเล่นสะบาย จะว่าไปผมก็เหมือนกับผู้ใหญ่วัยทำงานแล้วนะครับเนี่ย
“Sup ครับ วันศุกร์หน้าผมขอลานะผมต้องเข้ามหาวิทยาลัย”
“อ่อ เอาดิ ไปบอกพี่น้ำฝนขอใบลามาเขียน”
การเข้างานขาด ลา มาสายที่นี่ต้องทำเหมือนพนักงานทุกอย่างเลยครับ ส่วนของพนักงานเป็แบบออนไลน์ส่วนเด็กฝึกงานก็ต้องแมนนวลไปก่อน
“ครับ ได้ครับ”
ผมต้องเข้ามหาวิทยาลัยเดือนละครั้งเพื่อไปรายงานผลการฝึกงานผมต้องบันทึกการฝึกงานตามตารางทุกๆวัน นี่ก็ฝึกมาได้ 1 สัปดาห์แล้วถ่ายเอกสารอย่างเก่งเลย ไปแข่งโอลิมปิกได้แล้ย ถ้ามีแข่งอ่ะนะแต่ผมก็ได้ทำงานอย่างอื่นนะ เช่นกรอกเอกสารแรงงานต่างด้าว คีย์ข้อมูลบัตรจอดรถพนักงานก็ถือว่าได้งานอยู่บ้าง แต่ที่เก่งสุดคือถ่ายเอกสาร
พรุ่งนี้ก็เป็วันหยุดแรกของการฝึกงานนอนตื่นสายได้ แล้วค่อยไปเดินตากแอร์ที่ห้างหาของกินดีกว่าแต่ว่าเย็นนี้ต้องไปแจกใบปลิวต่อ
“เออ พรุ่งนี้กูว่าจะไปเดินตากแอร์ที่ห้างมึงจะไปด้วยมั้ย”
“ไปดิ เอารถกูไป”
“เออ ดีๆ กูจะได้ซื้อหมอนข้างใหม่ด้วย”
พอดีหมอนข้างใบเก่งของผมมันขาดแล้วเลยต้องซื้อใหม่
ไอ้บาสมันมีรถครับรูปหล่อพ่อรวย ส่วนผมรูปหล่อมาก แต่ไม่ค่อยรวยเท่าไรเห็นผมอย่างนี้พ่อผมเป็กำนันนะครับ กำนันหมานหนวดเฟิ้มแห่งบ้านดอน ขับรถอีแต๋นไปสวนพร้อมด้วยลูกสมุนน้องหมา 5 ตัว พ่อผมไปที่ไหน พวกมันตามไปที่นั่นพ่อผมรักหมายิ่งกว่าผมอีกครับ มันน่าน้อยใจ ผมนี่หมาหัวเน่าที่แท้จริง
“แล้วมึงไม่กลับบ้านเหรอ”
“กูเพิ่งกลับเมื่ออาทิตย์ก่อนเองกูกลับอาทิตย์เว้นอาทิตย์”
“บ้านมึงก็ใกล้แค่นี้เป็กูนะกลับทุกอาทิตย์เลย”
“อืม ี้เี กูอยากนอนชิลล์ๆบ้างไรบ้าง”
กลับไปบ้าน ก็นอนตื่นสายไม่ได้พ่อกูเสียงดังฉิบหาย คุยกะหมากระหนุงกระหนิง ทำให้ผมนอนต่อไม่หลับเลย
เช้าวันต่อมาผมกับไอ้บาสก็มุ่งหน้าไปยังห้างใกล้มอจุดมุ่งหมายก็คือ เดินตากแอร์ครับ อากาศร้อนมาก เลยต้องหาวิธีประหยัดแอร์ที่ห้อง
“กูอยากกินเนื้อย่างว่ะ มึงว่าไง”
ไม่ได้กินนาน วันนี้ต้องจัดซักหน่อย
“เออ กูเคยขัดมึงได้รึไง”
“เออ ดีมาก เดี๋ยวกูให้ลูกอมเม็ดนึง”
“ปัญญาอ่อน”
ดูมันว่าผม คนหล่อที่ไหนเขาปัญญาอ่อนกัน
แล้วเราก็เดินเข้าร้านเนื้อย่างผู้ชายวัยกำลังกินกำลังนอนสองคนนั่งสวาปามเนื้อย่าง ร้านไม่เจ๊งให้มันรู้ไปครับ
“อิ่มจนพุงกูจะแตกแล้ว”
“อืม ก็นะ เล่นแดกซะขนาดนั้น ไม่อิ่มก็ไม่ใช่คนแล้วมึง”
อ่อ ก็ยังดี นึกว่าจะด่ากูว่าเหมือนหมาอีก
“เดี๋ยวกูเดินไปดูหมอนข้างก่อน แล้วเอาไงเจอกันที่รถเลยมั้ย”
“กูไปด้วย เผื่อเจอของที่อยากได้”
ผมกับไอ้บาสเดินไปโซนชุดเครื่องนอนผมอยากได้หมอนข้างลายน้องหมาน่ารักซักใบเอาไปนอนกอดเล่น เดินไปเจอนี่เลยลายหมาปั๊ก น่ารักฉิบหาย เอาอันนี้เลย ไม่ต้องเลือกถูกใจั้แ่แรกเจอ
“อืม หน้าเหมือนคุณเลยเนอะ”
ผมเงยหน้าไปมองขณะที่ลูบๆคลำๆหมอนข้างน้องหมาปั๊กอยู่
“อ้าว ท่านรอง สวัสดีครับผมออกจะหล่อกว่าน้องปั๊กตั้งเยอะ”
“อืม…เมื่อเทียบกับหมาอ่ะนะ”
เอ๋ ชมกู ? หรือด่ากูหน้าเหมือนหมา
ผมเห็นไอ้บาสมันมองมาทางนี้หน้าซีดเลยครับสงสัยกลัวท่านรอง มันไม่กล้าเดินมาทักเลย หัวหน้ามึงนะเนี่ย
“ขอบคุณครับ ผมจะถือซะว่ามันเป็คำชมครับ”
“…คุณนี่ตลกนะ”
บอกว่าผมตลกแต่หน้าท่านรองนี่ไม่ยิ้มเลยครับ
“ครับ หลายๆคนก็พูดอย่างนี้”
“…”
ดูแกทำหน้าเข้า คนหล่อเบะหน้าใส่ผมอีกแล้ว คิดว่าดูดีเหรอนั่น
“แล้วท่านรองมาซื้ออะไรครับ”
“ผมมาซื้อหนังสือ”
“อ่อ ครับผมว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็สนุกนะครับ ผมอ่านครบ 7 เล่มแล้วด้วย”
“…”
อุ้ย ลืมไปไปชวนท่านรองหน้าโหดคุยเื่แฮร์รี่ พอตเตอร์ท่านรองน่าจะอ่านแนวฆาตกรรมสยองขวัญอะไรทำนองนั้นมากกว่า
“เอ่อ…ขอโทษครับ ผมลืมตัว ผมไปจ่ายตังก่อน ลาล่ะครับท่านรอง”
“อืม”
ผมพยักหน้ารับดูเหมือนจะกลัวผมนะ แต่ความเกรียน กวนบาทามีมากกว่า คนอื่นเห็นผมนี่มีแต่หลบอย่างเช่นเพื่อนฝึกงานขงเขานั่น แอบอยู่ในซอกหมอนข้าง คงกลัวผมมากแต่ผมก็ยังไม่รู้จักชื่อเลย
“ไอ้หมอก ความกล้าหาญของมึงนี่ ไม่มีใครเกินจริงๆ”
“อะไรของมึง”
หลังจากที่ได้หมอนข้างน้องหมาปั๊กมาไว้ในผมก็มานั่งหน้าเจ๋อบนรถของไอ้บาสมัน
“ก็มึงกล้าไปคุยกับท่านรองได้ไงวะ”
“อะไรจะขนาดนั้น เขาก็คนป่ะวะ”
ถึงแม้จะตัวใหญ่ไปหน่อยถึงแม้ว่าจะหน้าดุไปหน่อย ถึงแม้ว่าเสียงดังไปหน่อย แต่ก็คนป่ะวะ
“เออ มึงยังไม่เจออิทธิฤทธิ์ท่านด่าลูกน้องจนน้ำตาเล็ดกันเลย กูเห็นมากับตา”
“เออ กูก็ได้ยินสรรพคุณท่านมาเหมือนกันเอาไว้วันไหนกูโดนด่าก็ค่อยกลัวแล้วกัน”
แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่น่นหรอก ฮ่าๆใจดีสู้เสือไว้ก่อน วันไหนโดนด่าค่อยเป็หมาหงอย
“เออดี มึงไม่ค่อยคิดอะไรมากอยู่แล้วนี่”
ใช่ครับ คิดไปทำไม เดี๋ยวหน้าแก่ไม่หล่ออันนี้น่าเครียดกว่า
ผมก็กลับห้องมานอนตีพุงสบายใจเดี๋ยววันศุกร์ต้องเข้ามอไปหาอาจารย์ แล้ววันเสาร์ก็กลับบ้านไปหากำนันหมานซักหน่อยเดี๋ยวหาว่าเป็ลูกอกตัญญู ว่าแล้วก็โทรหาแกซักหน่อย
“โหลๆ กำนัน”
[เออ ไอ้ลูกหมา กว่าจะโทรมาได้นะเอ็ง]
เออ จริงๆแล้ว กูไม่ใช่ลูกกำนันแล้วเป็ลูกหมาจริงๆด้วย
“โห กำนันลูกหมาที่ไหนจะหล่อขนาดนี้”
[เออไอ้หล่อ อาทิตย์นี้ไม่กลับสิเอ็ง]
“เดี๋ยวกลับอาทิตย์หน้า”
[จะให้พ่อไปรับมั้ย]
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวผมแว้นกลับเอง”
[ขี่ให้มันช้าๆ ใส่หมวกกันน็อกด้วยเห็นไม่ค่อยอยากจะใส่]
“คร๊าบ ลุงกำหนันหมานแห้งบ้านดอนนน”
[เออ เป็กำนันที่หล่อที่สุดในตำบลด้วย]
“ไม่ค่อยหลงตัวเองเลยนะ”
ผมว่าผมได้นิสัยหลงตัวเองมาจากพ่อผมนี่เองแล้วไอ้ที่หล่อที่สุดในตำบลนี่ก็นะ ทั้งตำบลก็มีกำนันคนเดียวป่ะวะ
เช้าวันจันทร์ผมก็แว้นน้องฟ้ามาฝึกงานตามปกติวันนี้อากาศดีนะ หวังว่าจะเป็วันที่สดใส เข้าไปในออฟฟิศก็ทักทายทุกคนตามปกติ
‘ปัง’
เสียงประตูเปิดเข้ามาดังฉิบหายมันจะหลุดกระเด็นเข้ามาโดนหน้าผมอยู่แล้ว คนที่เปิดเข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนท่านรองคนเดิม เพิ่มเติมคือหน้าบูดระดับ 10 แกเดินปรี่เข้าไปหา Sup ทันที
“คนที่ยังขาด จะได้วันไหน”
“เอ่อ… น่าจะวันจันทร์หน้าค่ะ เพราะตอนนี้ทีมสรรหาไปรับบสมัครอยู่ที่ต่างจังหวัด”
“ให้มันจริงเถอะ เห็นรับปากแล้วแต่ก็ยังไม่ได้คน”
“…”
“แล้วที่คุณรับปากไว้ คงจะทำได้ตามที่พูดนะ”
หวายๆ แกหันหน้ามาถามผม ตางี้ดุฉิบหายผมเห็นเขี้ยวแกยื่นออกมาจากปากแล้ว
“ครับ ผมรับปากแล้วก็ต้องทำได้”
เออ ปากกูนี่หยุดไม่ได้จริงๆ
“หึ !”
แกยิ้มที่มุมปาก ออกแนวเยาะเย้ยเล็กน้อยถ้าผมคิดไม่ผิดอ่ะนะดูถูกกูจัง หน้าตากูไม่น่าเชื่อถือเหรอ
“แล้วมีอะไรจะให้ผมรับใช้อีกรึเปล่าครับท่านรอง”
ผมยิ้มทะเล้นให้ เอาดิวะกูไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
“…”
หน้าโหดขึ้นระดับ 15
“งั้นไปช่วยผมเรียงเอกสารหน่อยผมขอยืมตัวเด็กฝึกงานซักครึ่งวันสิ Sup”
“เอ่อ…ได้ค่ะ”
หัวหน้าผมก็ใจง่ายจริ๊ง ปล่อยผมไปได้ไงดูหน้าพี่แกจะงับหัวผมอยู่แล้วอ่ะ
“ครับ ยินดีรับใช้ครับท่านรอง”
กูประชด
แล้วผมก็เดินตามท่านรองไป ตามทางเดินผมเห็นพนักงานเดินหลบตัวลีบเลยครับ พยายามแอบตามมุมเสาบ้าง ข้างต้นไม้บ้างเดี๋ยวผมต้องไปฉีดยากกันไว้ซะแล้ว กลัวโดนไซบีเรียนฮัสกี้กัด
แต่ก็อยากจะถามแกเหลือเกินว่าเด็กฝึกงานแผนกแก 2 คน ทำไมไม่ใช้มันมาใช้อะไรผ๊ม แต่ก็อย่างที่บอก ต้องไปฉีดยาก่อนเดี๋ยววัคซีนช่วยชีวิตผมไม่ทัน
“อันนี้เป็เอกสารรีพอร์ตการผลิตแยกเป็เดือนแล้วก็แยกปีให้ผมหน่อย”
เอกสาร 3 กล่องใหญ่ ไม่ได้เรียงมากี่ปีแล้วเนี่ย
“ครับๆ ได้ครับท่านรอง”
“…”
แล้วผมก็นั่งเรียงเอกสารในห้องประชุมของแผนกผลิตห้องนี้ใหญ่กว่าห้องประชุมแผนกผมอีก
“เรียงให้ถูกเดือนถูกปีด้วยล่ะไม่ใช่ว่าผมต้องให้คนมานั่งเรียงใหม่นะ”
“…ครับท่านรองผมจะไม่ให้ผิดแม้แต่เดือนเดียวเลย”
“…”
“ทำไมคุณถึงชอบต่อปากต่อคำนักนะ”
เส้นเืที่หน้าผากหล่อๆของแกปูดขึ้นมาแล้ว เอีกเดี๋ยวคงเส้นเืในสมองแตกตาย
“เปล่าครับท่านรอง ผมก็ตอบตามมารยาทเพราะถ้าไม่พูดอะไรก็จะหาว่าไม่มีมารยาท”
“…”
ใช่มั้ย ผมเป็คนมีมารยาทนะเพราะถ้าเงียบเดี๋ยวก็หาว่าเป็เด็กไม่มีมารยาทอีก
ลูกกะตาท่านรองดูเหมือนมีแสงสะท้อนออกมาเลยเป็อุลตร้าแมนเหรอ
“มีใครเคยบอกมั้ยว่าคุณกวนประสาทมาก”
“ก็ไม่มีนะครับ มีแต่คนชมว่าน่ารัก”
“…แต่ก็จริงนะ น่ารัก…”
อุ้ยแกชมผมครับ ดีใจอ่ะ หรือว่าแกประชด
“น่ารักเหมือนเ้าหมาปั๊ก”
ยังมีหน้ามายิ้มมุมปากอีก หล่อตายห่าเลยผมเลิกดีใจกระทันหัน ชมว่าน่ารักเหมือนหมาอีกล่ะ
“…”
“เงียบได้ซะที แยกเอกสารไปปั๊กน้อย”
“ห๊ะ ท่านรองเรียกผมว่าอะไรนะ”
“ปั๊กน้อยไง ปั๊กน้อยน่ารัก”
“…”
ผมเบะปากใส่หน้าท่านรองไปเดี๋ยวจะโดนปี๊กน้อยงับหู อดทนไว้ไอ้หมอกเดี๋ยวยังไม่ทันฝึกงานจบก็จะโดนไล่ออกซะก่อน
แล้วผมก็นั่งแยกเอกสารเงียบๆไปแกก็ไม่กลับไปนั่งโต๊ะแกนะ นั่งอยู่ในห้องประชุม เอาโน๊ตบุ๊คมานั่งทำงานนั่งเฝ้าผมเหรอ กลัวผมแยกเอกสารผิดมากนักรึไง
ดูๆไปแกก็หล่อนะแต่ชอบทำหน้าดุตลอด คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ตาคมดุ ผมเลยยอมให้หล่อมากกว่าผมหน่อยนึง ส่วนพี่พลคลังสินค้าก็หล่อน้อยกว่าผมหน่อยนึง
เที่ยงแล้วผมยังแยกเอกสารไม่เสร็จเลย่บ่ายน่าจะต้องมาทำต่อ
“เที่ยงแล้วคุณไปกินข้าวก่อน่บ่ายค่อยมาทำต่อ”
“ครับท่านรอง”
แล้วผมก็เดินออกมากินข้าวเจอไอ้บาสกับส้มจี๊ดที่เดินออกมาจากไลน์ผลิต เลยเดินไปโรงอาหารพร้อมกัน
“มึงมาทำอะไรที่แผนกผลิตวะ”
“หัวหน้ามึงไงใช้งานกู ใช้ข้ามแผนกเลย”
“หืมจริงดิ แล้วเขาด่ามึงมั้ย”
“ก็จิกกัดกูธรรมดา”
“เหรอ ท่ารองเขาดุจิงๆนะในไลน์นี่กลัวกันจนหัวหด”
“อืม ก็ก็ว่างั้น ตอนกูเดินตามท่านรองมามีแต่คนวิ่งแอบซอกเสามั่ง หลังพุ่มไม้มั่ง ดูแล้วก็ขำๆดีว่ะ”
“แล้วมึงไม่กลัวเขาเหรอ”
“ก็เฉยๆนะ กูอาจจะยังไม่โดนด่าก็ได้ไง”
แต่ก็ไม่แน่เดี๋ยวซักวันคงจะโดน ยิ่งวันนี้ต้องไปช่วยงานแกด้วย จะว่าไปผมมาฝึกงานแผนกบุคคลทำไมต้องมาช่วยงานแกด้วยนะ หัวหน้ากูก็ดีเกี๊นรีบยกกูใส่พานถวายมาให้เลย
หลังจากที่กินข้าวกลางวันเสร็จผมก็รีบมานั่งเจ๋อแยกเอกสารต่อทันที กลัวเสร็จไม่ทันห้าโมงเย็น
“คุณไม่พักกลางวันเหรอ”
ผมหันไปมองที่มาของเสียง ก็พบกับท่านรองหน้าดุคนเดิม
“ผมกินข้าวแล้ว ผมก็เลยมาทำต่อเดี๋ยววันนี้ไม่เสร็จครับท่านรอง”
“เวลาพักก็ควรพักไม่เสร็จพรุ่งนี้ก็ค่อยมาทำใหม่”
ก็พรุ่งนี้ผมไม่อยากมาไง
“ไม่เป็ไรครับผมทำได้”
“ดื้อจริงๆ”
เสียงเริ่มเข้มขึ้นมองหน้าผมเหมือนจะะโงับหัวผมอยู่แล้ว
การแยกเอกสารไม่ได้วุ่นวายอย่างที่คิดก่อนอื่นผมแยกปีก่อน มีทั้งหมด 3 ปี แล้วค่อยแยกเป็เดือนแล้วผมก็นั่งแยกไปเรื่อยๆ ท่ารองก็เดินเข้าๆออกๆ ห้องประชุม ทำไมแกไม่ไปนั่งที่ตัวเองวะ
“ท่านรองไม่ต้องกลัวผมจะแยกผิดหรอกครับไม่ต้องเฝ้าก็ได้”
“ใครว่าผมนั่งเฝ้าคุณผมก็ทำงานของผมต่างหาก”
หันมามองผมตาขวางเลยทำสีหน้าอย่างอื่นไม่เป็รึไง
“รับทราบครับท่านรอง”
ประชดแม่ง
“กำลังประชดผมอยู่ใช่มั้ย”
รู้อีก ฉลาดจริงๆ
“ผมไม่บังอาจขนาดนั้นหรอกครับท่านรอง”
“…”
ผมแยกเอกสารเสร็จก็เกือบๆห้าโมงเย็นต้องบอกท่านรองก่อน เดี๋ยวหาว่าทิ้งงาน
“ท่านรอง ผมแยกเอกสารเสร็จแล้วนะ ขอกลับก่อนนะครับ”
“ขอบคุณที่มาช่วย”
โหเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ท่านรองขอบคุณผม ผมประชดครับ
“ยินดีรับใช้ครับท่านรอง”
ผมทำหน้าตาที่คิดว่าตอแหลที่สุดไปให้ดอกหนึ่งอยากให้รู้ว่าผมประชด
“…”
แกถอนหายใจหนักๆใส่หน้าผมเลยคงเอือมระอาผมเต็มทีแล้ว แต่ผมสะใจดีครับ
หลังจากนั้นผมก็ไปรายงานตัวกับหัวหน้างานผม
“ไอ้น้องหมอก เอ็งรู้อะไรมั้ยท่านรองเขาไม่เคยเรียกใช้งานเด็กฝึกงานเลยนะ”
ห๊ะ แล้วผมต้องดีใจเหรอ ที่ถูกใช้งาน
“เอ่อ…ครับ ผมรู้สึกเป็เกียรติมากเลยครับ”
“ฮ่าๆตลกตลอดเอ็งเนี่ย เอ้ากลับบ้านได้แล้ว”
“ครับๆ สวัสดีครับ”
แล้วผมก็ลากลับหอ ไอ้บาสรออยู่ที่โรงรถแล้ว
“เป็ไงมึง โดนท่านรองด่าบ้างรึเปล่า”
“เป็ห่วงกูเหรอ”
“เปล่า แค่อยากรอสมน้ำหน้า”
“อ้าว แล้วมึงไม่เคยโดนด่าเหรอ”
“ไม่เคย ท่านรองเขาไม่ยุ่งกับเด็กฝึกงานหรอกเขายังไม่เคยพูดกับกูเลย”
เหรอ ทีกับกูล่ะด่ากูจัง แถมใช้งานกูอีกทำงานแผนกบุคคลยังไม่พอ ยังต้องไปช่วยงานแผนกผลิตอีก