บทที่ 8 แต่งงานกับข้าเถอะ
จ้าวผิงลำบากใจ เขาคิดอยากจะลงโทษเถาจี๋อัน แต่อย่างไรที่นี่ก็เป็โรงหมอของ เป็พื้นที่ที่หลินหัวดูแล เขาเป็เพียงคนนอกที่เข้ามายุ่งเกี่ยว จะทำตัวเหมือนมีอำนาจเกินไปไม่ได้
อีกอย่างเถาจี๋อันเป็ลูกศิษย์ขั้นหนึ่ง หากไล่เขาไปจริง ๆ โรงหมอก็จะขาดคนสำคัญไปหนึ่งคน
แล้วจ้าวผิงก็ยัง้าให้หลินหัวออกหนังสือรับรองให้ด้วย จึงไม่สามารถทำเื่เสียหายกระทบหลินหัวได้
แต่ถ้าไม่ลงโทษ เขาก็ยังมีความแค้นคับอกอยู่
ในเวลานี้เอง หญิงสาวข้าง ๆ ก็พูดขึ้นมา
“เถาจี๋อัน เ้ายังมีหน้ามาขอให้ยกโทษให้อีก?!”
“เมื่อครู่ตอนผู้มีพระคุณของข้าไม่มีเงินจ่าย เ้าคิดจะมัดเขาไว้ ให้ทำงานที่สกปรกและเหนื่อยที่สุด หนำซ้ำยังคิดจะฆ่าเขาด้วย”
“เป็เพราะข้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ข้าผิดไปแล้ว” เถาจี๋อันดึงหูตัวเอง น้ำตาไหลรินออกมาไม่หยุด
“ขอร้องพวกท่าน ให้โอกาสข้าสักครั้งเถอะ”
“ฮึ!”
หญิงสาวส่งเสียงด้วยความเ็า “ผู้มีพระคุณของข้าเป็สุภาพบุรุษ ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเ้าเช่นนั้นหรอก”
“อีกอย่างที่นี่เป็ของท่านหมอหลิน เขาไม่สามารถจัดการเื่นี้ได้”
“ข้าเป็เพียงหญิงสาว ที่เมื่อครู่เป็ลมแดดไป ในฐานะที่เ้าเป็หมอ แม้เห็นข้าจะตายอยู่ร่อมร่อกลับไม่ช่วย ซ้ำยังพูดอีกว่าการรักษาข้าจะทำให้ท่านหมอหลินเสื่อมเสียชื่อเสียง”
“ท่านหมอหลินสั่งสอนเ้ามาตั้งหลายปีขนาดนี้ เ้าคงไม่อยากทำให้เขาลำบากใช่หรือไม่?”
พูดได้ดีมาก! จ้าวผิงแอบชมชมในใจ
สายตาที่มองหญิงสาวเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม
ขนาดว่านางเจอเื่ไม่คาดคิดมาก็ไม่มีอาการลนลานแต่อย่างใด กลับสามารถเก็บอารมณ์ให้นิ่งไว้ คิดหาทางออกได้ วาจาคล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน
ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบัน จะต้องเป็ผู้มีความสามารถในเื่การประชาสัมพันธ์แน่นอน
ตัวเขาเพิ่งจะเดินทางข้ามเวลามาราชวงศ์ต้าเว่ย หากมีนางคอยช่วยเหลือ คงยิ่งช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจในภายภาคหน้าแข็งแกร่ง
จ้าวผิงคิดอยากจะพึ่งความสามารถของนาง
“ข้า...”
เถาจี๋อันโดนตอกกลับจนหน้าแดงด้วยความโกรธ พลันอ้าปากพะงาบ ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา …สุดท้ายก็พูดเสียงแ่
“ท่านหมอหลิน ข้าขอโทษ ข้าจะเก็บของออกไปเดี๋ยวนี้”
เถาจี๋อันคืนเงินให้จ้าวผิงจากนั้นก็เก็บของออกไป ครั้นเดินออกมานอกประตูแล้วโดนลม สมองเขาจึงค่อยตื่นตัวขึ้นมาหน่อย
นี่ไม่ถูกต้อง! หมอหลินให้ข้าขอความเมตตาจากจ้าวผิงไม่ใช่หรือ? ไฉนกลับโดนหญิงสาวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องมาต่อว่า ทั้งยังต่อว่าแค่ไม่กี่คำก็ไล่เขาออกมาล่ะ?
แน่นอนว่าเถาจี๋อันก็ไม่มีหน้าจะย้อนกลับไป ทำได้เพียงโยนความคับแค้นความเกลียดชังไปที่จ้าวผิง
อย่างไรเสียจ้าวผิงก็เป็คนช่วยผู้หญิงคนนั้น ถ้าวันนี้เขาไม่ได้เจอจ้าวผิง เขาก็คงยังเป็ลูกศิษย์ขั้นหนึ่งของโรงหมอชำนาญการ มีอนาคตที่สดใส
เื่ทั้งหมดเป็เพราะจ้าวผิงคนเดียว
เถาจี๋อันกัดฟันกรอด รับไม่ได้ที่ต้องยอมรับจ้าวผิง …ทำให้ข้าดูย่ำแย่เพียงนี้ คอยดูเถอะ ข้าจะเอาคืนให้สาสม
เถาจี๋อันหันหลังกลับ มองโรงหมอด้วยความเจ็บแค้น
่ขณะเดียวกัน จ้าวผิงกำลังได้รับการต้อนรับจากหลินหัว อีกฝ่ายเชิญเขาเข้ามาในห้อง ถือจ้าวผิงเป็แขกผู้มีเกียรติ หลินหัวถึงกับยกน้ำชามาให้ด้วยตัวเอง ก่อนจะเริ่มปรึกษาเื่ทักษะการรักษากับจ้าวผิง
จ้าวผิงเริ่มไม่กล้าพูดอะไรมาก ได้แต่โยนทุกอย่างให้เป็ผลงานของบันทึกการใช้สมุนไพร แม้แต่การแพร่เชื้อของโรคไข้มาลาเรีย คำตอบของจ้าวผิงก็มีเพียงว่า คัดลอกมาจากในตำรา
ส่วนความเป็จริงนั้น ต้องรอการตรวจสอบต่อไป
หลินหัวเห็นว่าถามไปก็ไม่ได้ความ เขาจึงออกหนังสือรับรองให้จ้าวผิง ก่อนจะส่งชายหนุ่มกลับด้วยตัวเอง
จ้าวผิงเพิ่งเดินมาได้ไม่ไกล เขาก็รู้สึกว่ามีคนตามมา
ชายหนุ่มหันขวับกลับไปมอง พบว่าเป็หญิงสาวที่เขาช่วยชีวิตไว้ก่อนหน้านี้ พลันก็ถึงนึกขึ้นได้ว่า ตนยังไม่ได้คืนเงินแปดสิบอีแปะให้นาง จ้าวผิงรีบควักเงินออกมา นับได้หนึ่งร้อยอีแปะ เขายื่นให้หญิงสาวก่อนจะพูดว่า
“ข้าขอโทษด้วย เมื่อครู่ท่านหมอหลินเรียกข้าไปหารือ ข้าเลยลืมเื่เงินไปเสียสนิท ตอนนี้ขอคืนให้เ้า”
“ข้าไม่ได้้าเงิน” หญิงสาวตอบ
“ไม่้าเงิน?” จ้าวผิงสงสัย “แล้วเ้าตามข้ามาด้วยเหตุใด?”
“ข้าเป็คนของผู้มีพระคุณ ผู้มีพระคุณไปที่ไหนข้าย่อมไปที่นั่น เงินที่ข้าหามาได้ก็ย่อมเป็ของผู้มีพระคุณ” หญิงสาวพูด
“คนของข้า?” จ้าวผิงสับสน
“ใช่แล้ว”
หญิงสาวพูดต่อ “ท่านรู้จักเสื้อผ้าของข้าเป็อย่างดี ซ้ำยังแตะเนื้อต้องตัวข้า ั้แ่ตอนนั้นข้าก็เป็คนของท่านแล้ว”
“นั่นเพราะเ้าเป็ลม ข้าเลยรักษาเ้า…” จ้าวผิงพูดไม่ออก
“ท่านรังเกียจข้าหรือ?”
“ข้าจะรังเกียจเ้าทำไม?”
“ในเมื่อไม่รังเกียจ ท่านก็ขอข้าแต่งงานสิ” หญิงสาวพูด “ท่านเห็นร่างกายข้าแล้ว หากไม่แต่งงานกับท่าน ข้าก็เหลือเพียงความตายอย่างเดียว”
“อีกอย่างท่านเป็ผู้ช่วยชีวิตข้า ข้าน้อยไม่มีอะไรจะตอบแทน ทำได้เพียงมอบร่างกายให้ท่าน”
“แต่ข้ามีเมียแล้ว”
“อย่างนั้นข้าก็เป็เมียรอง”
เฮ้ย! จ้าวผิงตะลึงงัน
ก่อนหน้านี้เขาเห็นแต่ในหนังสือที่เขียนเื่ความจงรักภักดีอันแน่วแน่ของผู้หญิงในยุคโบราณ มาวันนี้ได้เห็นกับตาแล้ว
เพียงแค่การปลดเสื้อผ้าเพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ถึงกับถวายตัวให้ ไม่อย่างนั้นก็จะเลือกความตาย แน่วแน่จนจ้าวผิงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยฝันใฝ่ว่าอยากมีภรรยาน้อยหลายคนเอาไว้กอดทั้งซ้ายขวา แต่ในความเป็จริง บ้านเขามีเพียงกำแพงสี่ด้าน ยากจนไม่มีอะไรจะกิน ซ้ำยังเป็หนี้อีกห้าสิบตำลึง เขาจะเอาปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงดูอีกหนึ่งคน แม้จะอยากมีภรรยาน้อยจริง แต่นั่นก็สามควรเป็เื่หลังจากได้มีชีวิตสุขสบายขึ้นแล้ว
จ้าวผิงพูดออกไปตรง ๆ “ข้าไม่คิดจะมีเมียรอง”
“ไม่เป็เมียรอง ข้าเป็คนใช้ก็ได้”
“งานอะไรข้าก็ทำได้หมด อีกอย่างข้ากินน้อยมาก เพียงโจ๊กใสวันละสองชามก็เพียงพอแล้ว”
หญิงสาวพูดพลางล้วงห่อผ้าออกมาจากอ้อมแขน เปิดห่อออกเผยให้เห็นว่าข้างในเป็ผ้าคลุมศีรษะ
พอแกะผ้าคลุมออก ถึงพบว่าข้างในมีสิ่งของอยู่ สิ่งนี้คือป้ายไม้ไผ่
สิ่งนี้จ้าวผิงรู้จัก ้าสลักชื่อคน สถานที่เกิด วันเดือนปีเกิด และชื่อบิดรมารดา พร้อมประทับตราของทางการ ถือว่าเป็บัตรประชาชนของราชวงศ์ต้าเว่ย
หญิงสาวยื่นป้ายไม้ไผ่ให้จ้าวผิง “ผู้มีพระคุณ นี่เป็ป้ายไม้ไผ่ของข้า ท่านเก็บไว้เถิด”
“ถ้ามีเวลาว่างไปในเมืองก็ให้เปลี่ยนสถานะเป็ทาส จากนี้ไปข้าก็เป็สาวรับใช้ของท่านแล้ว”
“นี่...” จ้าวผิงยังลังเล
หญิงสาวเงยหน้าใอง “หรือผู้มีพระคุณอยากให้ข้าไปตายจริง ๆ?”
“ไม่ใช่ ๆ ถ้าข้าอยากให้เ้าตาย ก่อนหน้านี้ก็ไม่ช่วยชีวิตเ้าแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นตกลงว่าจะเก็บป้ายไม้ไผ่ของข้าแล้ว?” ใบหน้าหญิงสาวแสดงออกถึงความดีใจ
“อืม!” จ้าวผิงพยักหน้า “แต่ไม่ใช่สาวใช้”
“ถ้าอย่างนั้นก็เป็เมียรอง”
“ข้าไม่คิดจะรับเมียรอง”
“อ้อ”
“ข้าเห็นว่าบนป้ายไม่มีชื่อบิดามารดา หรือว่าเ้าเป็ลูกกำพร้า ไม่อย่างนั้นมาเป็...”
“ไม่!”
ไม่ทันรอให้จ้าวผิงพูดจบ หญิงสาวโต้กลับ “ข้าเด็กกว่าท่านไม่กี่ปีเท่านั้น เป็ลูกสาวท่านไม่ได้หรอก”
“ถ้าอย่างนั้นก็เป็คนงานแล้วกัน”
“แล้วแต่ท่าน”
จ้าวผิงก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย คืนป้ายไม้ไผ่ให้เหวินฮุ่ย
จ้าวผิงรู้ว่าหญิงสาวคนนี้ชื่อเหวินฮุ่ยจากป้ายไม้ไผ่ นางเป็เกษตรกรจากหมู่บ้านเกาโหลวฝั่งตะวันตกของเมือง
“ข้าไม่้า” เหวินฮุ่ยไม่รับป้ายคืน “ในเมื่อตัดสินใจจะติดตามท่านผู้มีพระคุณแล้ว ชีวิตของข้าก็เป็ของท่านผู้มีพระคุณ ตายไปก็เป็ผีของผู้มีพระคุณ ผู้มีพระคุณเก็บป้ายไม้ไผ่ไว้เถอะ”
จ้าวผิงก็ไม่ได้เกรงใจอีก เขา้าผู้ช่วยอย่างเหวินฮุ่ยจริง ๆ จึงเก็บป้ายไม้ไผ่ไว้ แล้วจึงพาเหวินฮุ่ยไปซื้อของ
ตอนนี้เองจ้าวผิงถึงได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของเหวินฮุ่ย เพียงอาศัยฝีปากช่างเจรจา แม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้าพ่อค้าก็ไม่จางหายไป ทั้งไม่เพียงแต่ได้ราคาที่ต่ำที่สุด ก่อนจากมายังได้รับของให้เปล่าอีกมากมาย
จากเดิมที่จ้าวผิงคำนวณสี่ร้อยอีแปะ ถึงแม้ว่าจะใช้ไม่หมดก็น่าจะเหลือไม่กี่แปะ ปรากฏว่าหลังจากเหวินฮุ่ยซื้อของไป เขายังเหลือเงินอยู่กว่าหกสิบอีแปะ
นี่ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลยหกสิบอีแปะสามารถจ้างผู้ใหญ่คนหนึ่งทำงานได้ถึงสองเดือน แล้วยังสามารถให้ครอบครัวสามคนกินผักป่า อยู่ได้ตลอดฤดูหนาว
เมื่อทำธุระเสร็จ ทั้งสองคนก็ออกจากเมือง
หลี่โฉ่วรออยู่ก่อนแล้ว ครั้นเห็นจ้าวผิงหอบหิ้วถุงเล็กถุงน้อยมา เขาพลันขมวดคิ้ว
“พ่อหนุ่มจ้าว ทำไมถึงซื้อของมากมายถึงเพียงนี้?”
“เงินสี่ร้อยอีแปะ ที่ขายกระต่ายได้คงไม่ได้ใช้จนหมดแล้วนะ?”
“เ้าคนสุรุ่ยสุร่าย หรือว่าลืมไปแล้วว่ายังติดหนี้หวังชื่อเหรินอีกห้าสิบตำลึง?”
“ยังไม่พอ นี่เ้ายังจะซื้อคนมารับใช้อีก ชีวิตนี้ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้หรอกนี่”
เหวินฮุ่ยพลันเปลี่ยนสีหน้า จ้องจ้าวผิงตาเขม็ง
เหวินฮุ่ยพบว่าใบหน้าจ้าวผิงยังคงแสดงความอ่อนโยนและมีรอยยิ้มบนใบหน้า ไม่มีความกังวลใจแม้แต่น้อย แน่ล่ะ ด้วยความสามารถทางการรักษาของผู้มีพระคุณขนาดหมอหลินยังสู้ไม่ได้เลย หาเงินห้าสิบตำลึงก็เป็แค่เื่ของเวลาเท่านั้น
อีกอย่างนางยังมีหนทางหาเงินได้มากกว่านี้อีก กลับไปค่อยบอกผู้มีพระคุณ ทำให้เขาร่ำรวย มีเงินจ่ายหนี้ได้สบาย ๆ
จ้าวผิงพลันเอ่ยปาก “ขอบคุณท่านอาหลี่ที่เป็ห่วง”
“แต่ว่าขายกระต่ายได้เงินไม่กี่ร้อยอีแปะเท่านั้น เทียบไม่ได้เลยกับเงินห้าสิบตำลึง เหมือนน้ำหยดลงถัง สู้เอามาช่วยทำให้ชีวิตของเมิ่งหรูกับเสียวเสี่ยวดีขึ้นดีกว่า”
“อีกอย่าง ข้าได้หนังสือรับรองมาแล้ว กลับไปจะเริ่มขุดสมุนไพรขาย การหาเงินคืนนั้นไม่น่าจะเป็ปัญหา”
“เ้ามีความตั้งใจก็ดีแล้ว” หลี่โฉ่วพยักหน้า “ข้าก็แค่เตือน จะทำอย่างไรมันก็เป็เื่ของเ้า”
จากนั้นเขาก็ดึงจ้าวผิงไปข้าง ๆ แล้วถามเสียงเบา “เข้าเมืองมาครั้งนี้ เ้าทำอย่างไรถึงพาหญิงสาวกลับมาด้วยได้? เป็เมียรองเ้าหรือ?”
“ไม่ใช่” จ้าวผิงอธิบาย “นางชื่อเหวินฮุ่ย เป็คนงานรับจ้างของข้า”
“ก็เพราะว่าต้องรีบใช้หนี้ มีคนมาช่วยขุดสมุนไพรก็จะได้หาเงินได้เร็วขึ้น”
“โอ๊ย! ฟุ่มเฟือยเหลือเกิน!”
หลี่โฉ่วบ่น…
เพียงโชคดีจับกระต่ายได้หลายตัวหน่อยก็ซื้อของเล็กของน้อยกลับมา ไม่พอ เ้ายังจ้างคนงานมาอีก ถึงเขาจะได้ใบรับรองมา และสามารถขายสมุนไพรได้ แต่ก็ทนดูที่เขาทำแบบนี้ไม่ได้จริง ๆ ตระกูลจ้าวจบสิ้นเสียแล้ว! เอาเถอะ นี่เป็เื่ของครอบครัวเขา จะพูดมากก็ไม่ได้
หลี่โฉ่วเร่งเกวียนลารีบกลับหมู่บ้านซีผิง