ครอบครัวภัควิมลได้สละเวลาและงานกิจทุกงาน รีบด่วนเดินทางมายังคฤหาสน์กุลศิริบริรักษ์เมื่อทราบข่าวลูกสาว โดยฤดีสาวเท้าเดินนำมาเป็นช้างเท้าหน้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตามมาด้วยสามีอย่างอาทิตย์
“แสงจันทร์ลูก เกิดอะไรขึ้น”
มาถึงก็เจอแสงจันทร์กำลังถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในห้องรับแขก ลูกสาวเพียงแต่ชายตามองฤดีก่อนจะหันกลับไปถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ต่อ คนเพิ่งมาถึงได้แต่ชะงักวาจาลงเพราะเห็นว่าลูกสาวโต้วาทีกับเจ้าหน้าที่ด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
เธอแทบไม่เว้นช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ได้พูดตอบ
“คนที่อยู่ในคลิปคือสามีของฉันและชู้ของเขา ต่อให้ฉันเป็นคนถ่ายและปล่อยคลิปจริงๆ ฉันก็ไม่ผิด พวกคุณจะมาจับฉันได้ยังไง!”
“แต่อย่างนั้นการเผยแพร่ ละ ลง..."
"แล้วยังไง สามีฉันเป็นแจ้งพวกคุณให้มาจับฉันหรือไง เขาคงเกลียดฉันมากงั้นเหรอถึงให้พวกคุณมาจับฉันถึงที่นี่ คงสงสัยฉันเป็นคนแรกเลยอย่างนั้นสิ"
เธอกำลังจะถกเถียงต่อแต่เจ้าหน้าที่ได้พูดขอร้องให้หยุดพูดสักประเดี๋ยว ขอให้พวกตนได้ทำตามหน้าที่จะได้หรือเปล่า
"รบกวนคุณแสงจันทร์ฟังเจ้าหน้าที่สักสองสามนาทีได้ไหมครับ ให้พวกเราได้อธิบายสักหน่อย"
แสงจันทร์ถอดถอนลมหายใจ สมยอมเว้นช่วงจังหวะการพูดให้เจ้าหน้าที่ เธอยืนกอดอกรับฟังด้วยอาการหัวเสีย
"คืออย่างนี้ครับการเผยแพร่เรื่องส่วนตัวของบุคคลอื่นในพื้นที่สาธารณะโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม แม้เขาคนนั้นจะเป็นคนในครอบครัวของคุณ แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรงครับ”
เจ้าหน้าที่พร้อมจับผิดแสงจันทร์อยู่ตลอดเวลา แต่เธอกลับไม่ยอมรับในการกระทำ
“เท่าที่ผมฟังมาทั้งหมด สรุปแล้วคุณแสงจันทร์เป็นคนถ่ายและปล่อยคลิปด้วยตัวเองใช่ไหมครับ ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบข้อมูลทางมือถือได้ประสานงานกับบัญชีในโซเชียลต้นเรื่อง ระบุว่าคลิปถูกปล่อยมาจากมือถือเครื่องนี้” เจ้าหน้าที่ชูมือถือของเธอที่เพิ่งยึดไปตรวจสอบขึ้นมา ทว่าในนั้นเธอกลับลบล้างข้อมูลโซเชียลทั้งหมด ล้างคลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้ตั้งแต่อัปเดตลงในโลกออนไลน์
แต่หากต้องการทำให้เธอดิ้นไม่หลุดจริงๆ ก็เพียงแค่ส่งมือถือเครื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง
“พวกคุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ จริงที่เรื่องนี้ลูกสาวของฉันเป็นผู้ถูกกระทำ เธอคงโกรธอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีวันลบล้างความโกรธด้วยการทำลายชื่อเสียงของสามีและครอบครัวกุลศิริบริรักษ์ แสงจันทร์ลูกดิฉันไม่ใช่คนอย่างนั้น เธอเป็นภรรยาและสะใภ้ที่ดีค่ะ” ฤดีพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มั่นใจว่าลูกสาวของเธอไม่ใช่ผู้ต้องหา แสงจันทร์ไม่มีวันทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องเช่นนั้นได้
ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้หันมาสบตาผู้หญิงมีอายุที่เพิ่งหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกัน ทว่าสายตาของแสงจันทร์นั้นกลับแสดงออกอีกความหมาย...
‘ทำไมฉันต้องรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ด้วย...’
“พวกคุณกล้าดีมากเลยนะ มีหมายหรือเปล่าถึงได้กล้าบุกมาตามตัวลูกสาวผมถึงที่นี่” อาทิตย์พูดเสียงดังกับเจ้าหน้าที่ มีเจ้าหน้าที่บางคนที่รู้จักมักหน้าเป็นอย่างดี แต่ใช่จะมีผู้ใดสายตรงหาเขาก่อนสักราย ผู้เป็นพ่อไม่พอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้เป็นอย่างมาก
“เรามาตามหลักฐานที่ตรวจพบครับ ข้อมูลจากมือถือต้นเหตุอยู่ที่นี่”
“ใครเป็นคนแจ้ง”
“ผู้เสียหายในคลิปครับ”
“ถึงอย่างนั้นก็ตาม เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ปกติพวกคุณทำงานว่องไวกันขนาดนี้กันหรือไง!” ราวว่าผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความมีอภิสิทธิ์พิเศษอื่นใด ซึ่งคงเป็นอภิสิทธิ์ที่มีมากกว่าครอบครัวภัควิมลตระกูลร่ำรวยผู้ครอบครองธุรกิจห้างเพชรพลอยเสียด้วยซ้ำ
“หากพวกคุณไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เราอาจจะต้องเรียนเชิญให้ออกไปรอด้านนอกนะครับ นี่ยังไม่ใช่การสอบสวน แต่เป็นการสืบหาตัวผู้กระทำผิดเพื่อทำตามขั้นตอนต่อไป”
ฤดีหันมาเตือนสติอาทิตย์ด้วยสายตา ก่อนจะขออนุญาตเจ้าหน้าที่ด้วยคำสุภาพ
“ดิฉันขอคุยกับลูกสาวสักครู่หนึ่งได้ไหมคะ”
เจ้าหน้าที่ยอมให้เวลาเพื่อสองคนแม่ลูกได้พูดคุยหารือกัน แต่ก็ใช่ว่าทั้งคู่จะคุยกันได้โดยปราศจากเจ้าหน้าที่ ด้านในห้องรับแขกนี้มีเจ้าหน้าที่สามคน ฤดี อาทิตย์ จุ๋มจิ๋มและแสงจันทร์
“แม่มั่นใจว่าลูกไม่ใช่คนปล่อยคลิป ลูกไม่ต้องกลัวไปนะ ว่าแต่หัวใจลูกตอนนี้ปกติดีใช่ไหม” ฤดีสวมกอดพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
หัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย เพราะรู้ดีว่าลูกสาวมีปัญหาด้านหัวใจมาตั้งแต่เด็ก แม้ช่วงหลังได้ทำการรักษาจนหายเป็นปกติ อย่างไรหัวอกผู้เป็นแม่นั้นก็ยังเป็นห่วงอยู่วันยังค่ำ พอเจอเหตุการณ์เช่นนี้คนเป็นแม่ก็ย่อมเป็นห่วงและยิ่งกังวล
“...” ฝ่ายแสงจันทร์ไม่พูดคำใด จะต้องบอกอย่างไรว่าขณะนี้หัวใจของเธอเต้นแรงมาก มือไม้สั่นเทา หนำซ้ำเหงื่อยังไหลจนฝ่ามือเปียกชุ่ม แต่เธอเป็นเช่นนี้เพราะรู้สึกผิดต่างหาก ทุกคนพากันเชื่อใจ เชื่อว่าเธอคือคนดี
‘ทำไมต้องไว้ใจกันขนาดนี้ การทำให้คนที่ไว้ใจผิดหวังมันรู้สึกแย่อย่างนี้เองเหรอ’
เธอก้มหน้าลงสำนึก ถ้าทุกคนรู้ว่าแสงจันทร์เป็นคนลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองมันจะเป็นอย่างไร
ความรู้สึกในเวลานี้มีแต่อยากสารภาพตามความจริง เธอไม่ต้องการโกหกบุคคลที่เชื่อใจกันให้ต้องเสียความรู้สึกภายหลังเลย หากว่าคนเหล่านี้มารับรู้การกระทำของเธอทุกคนอาจลดระดับความรักที่มีให้ลงได้
แสงจันทร์ไม่ต้องการให้ความรักที่ทุกคนมีให้จืดจางลงไป
“คุณแม่คะ...” เสียงแหบเบาเอ่ยคร่ำครวญ
แสงจันทร์ผละตัวออกห่างเล็กน้อย สบตาแม่บังเกิดเกล้าด้วยความรู้สึกผิด หยาดน้ำใสเพิ่งจะหลั่งรินลงสู่พวงแก้ม
“จริงแล้วจันทร์...” เธอตัดสินใจแล้วว่าจะรับมือกับการกระทำในครั้งนี้
“จิ๋มเองค่ะคุณหญิง จิ๋มเป็นคนถ่ายและปล่อยคลิปนั้น”
แต่แล้วทุกคนก็หันไปมองตามปลายเสียง สาวใช้ซึ่งยืนหลั่งน้ำตาอยู่ข้างหลังเจ้านายได้พูดสกัดขึ้นด้วยน้ำเสียงฉะฉาน หล่อนกำลังรับผิดแทนเจ้านายอย่างนั้นหรือ?
“สอบสวนฉันเถอะค่ะคุณตำรวจ ฉันทำทุกอย่างลงไปเพราะโกรธแทนคุณหนู คิดดูสิคะคุณหนูของฉันโดนนอกใจเลยนะ”
'ต้องผูกพันมากแค่ไหน ถึงมารับผิดแทนกันได้'