"ท่านอาจารย์ช่วยข้าด้วยย!"
จ้าวเจียนะโเสียงแหบ ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์ได้ยินเสียงของมันหรือไม่ หมัดของมันกำแน่น แต่ก็เป็หมัดที่สั่นเทา
ถ้าเป็นิยายเื่อื่น เจอสถานะการณ์เช่นนี้ ตัวเอกต้องงัดเอาวิชาก้นหีบออกมาใช้ เพื่อเสี่ยงเป็เสียงตาย
แต่กับมันนั้น ไม่ใช่ ท่านอาจารย์ไม่เคยสอนวิชาอะไรให้กับมัน แม้แต่อาวุธติดตัวก็ไม่มี
มันควรทำอย่างไรต่อ แน่นอนต้องใช้มือเปล่า จ้าวเจียนแบมือก่อนจะงอนิ้วทั้งสิบ ให้คล้ายกับอุ่มเท้าเสือ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้น กัดฟัน ส่งเสียงคำราม ย่อเข่าลงแล้วกระโจนเข้าใส่!
ร่างของจ้าวเจียนกระโจนใส่หัวงูเหลือมอย่างไม่คิดชีวิต ต่อให้หันหลังวิ่งหนี ก็ไม่รอด จึงเลือกที่จะต่อสู่ เสี่ยงเป็เสียงตาย อุ้มมือทั้งสองข้าง ใกล้จะตะปบใส่ดวงตาสีทองทั้งสองข้างของงูเหลือมเผือก
"ไปตายซะไอ้งูโง่งง!!" จ้าวเจียนคำรามลั่น
แต่แล้วยามนั้นเอง
"ปักก! อักก!" หางสีขาวสะท้อนแสงจันทร์ พลันลัดร่างของจ้าวเจียนอย่างรวดเร็ว ร่างของจ้าวเจียนชะงักงันกลางอากาศ เสียงคำรามพลันขาดห้วง แทนที่ด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
"ท่านอาจารย์ ข้าจะตายแล้ว ท่านอาจารย์!!" จ้าวเจียนรู้สึกอึดอัด หางของงูเหลือมเผือกลัดร่างมันแน่น แล้วลากไปตามทางขึ้นเขา ทันใดนั้น จ้าวเจียนพลันถูกเหวี่ยง ร่างกระแทกพื้นสลบไป
.......
ดวงตาสีเหลืองของงูเหลือมเผือกพลันหรี่ลง ไม่ใช้เพราะมันสนใจเหยื่อที่จับมา แต่เพราะมันกำลังง่วง! ปกติแล้วอสูรงูเช่นมันจะนอนหลับอยู่ในถ้ำแต่หัวค่ำ น่ารำคาญที่วันนี้ ่กลางดึก มันได้ยินเสียงมนุษย์ต้องสงสัย เดินบนเขาจึงตื่นขึ้นกระทันหัน แล้วมุ่งเข้าหาเหยื่อ เมื่อมาถึงกลับพบว่าเป็,เจียนน้อยที่อาศัยอยู่บนเขา กำลังจะหนีเที่ยว มันจำเป็ต้องขัดขวาง ท่านผู้เฒ่าต้านต้านสั่งห้ามไม่ให้เจียนน้อยลงจากเขา มันจึงจับตัวเจียนน้อย ลากกลับขึ้นไป แต่เจียนน้อยยังะโหนวกหู แถมยังดิ้นรนขัดขืน มันที่กำลังสลึมสลือ รู้สึกลำคราญที่เจียนน้อยโห่ร้องจึงเหวียงร่างของมันกระแทกพื้นครานึก เสียงของเจียนน้อยพลันเงียบไป
เป็เช่นนี้งูเหลือมเผือกค่อยสบายหู ลากจ้าวเจียนกลับขึ้นเขาได้อย่างง่ายดาย
.......
เช้าวันรุ่งขึ้น ร่างของจ้าวเจียนกองอยู่ในสวนท้อบนูเา,ซีซาน
ใกล้ๆกันนั้น ท่านอาจารย์ต้านต้านนั่นบนม้านั่ง รินน้ำชาแล้วยกขึ้นดื่ม
ข้างหลังมัน งูเหลือมเผือกขดตัวหลับอยู่ใต้ม้านั่ง สักพักมันตื่นขึ้น ชะโงกหัวขึ้นมองท่านผู้เฒ่าต้านต้าน
ท่านผู้เฒ่ายิ้มแหยพยักหน้าเบาๆ งูเหลือมเผือกค่อยเลื้อยหายไป
ท่านอาจารย์นั่งหลังค่อม มันกำลังทบทวนความคิด ที่มันไม่ให้จ้าวเจียนลงจากเขาเพราะ้าปกปิดตัวตนของจ้าวเจียนไว้ รอจนจ้าวซื่อซื่อกลับมา จัดการกับเื่นี้เอง แต่กลับส่งผลเสียต่อจ้าวเจียนเพราะไม่มีประสบการณ์ชีวิตที่โลกภายนอก วันๆอยู่แต่บนเขาแน่นอนว่าต้องรู้สึกเบื่อเป็ธรรมดา
ดื่นชาไปคุ่นคิดไป หยิบกิ่งไม้แห้งขึ้นมา แล้วเขี่ยร่างที่นอนหลับอยู่บนพื้น ทันใดนั้นจ้าวเจียนพลันร้องโหยหวย "ช่วยด้วย ท่านอาจารย์ ข้าจะตายแล้ววว!" พลางตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าขาวซีด
"ตายกับผีน่ะสิ!"ท่านอาจารย์โพล่งขึ้นมา ใช้กิ่งไม้แห้งฟาดที่แขนของจ้าวเจียน เพรี๊ย!ๆ เสียงกิ่งไม้กระทบกับแขนเสื้อ
จ้วนเจียนรีบนั่งคุกเข่า กล่าวว่า "ท่านอาจารย์ตีข้าแล้ว"
"ยืนขึ้น!" ท่านอาจารย์กล่าวเสียงเข้ม จ้าวเจียนรีบทำตามคำสั่ง
เพรี๊ย!ๆๆๆๆ ท่านอาจารย์กระหน่ำตีก้นจ้าวเจียนไม่ยั้ง
"โอะ!โอ๊ย! ท่านอาจารย์โปรดถนอมแรง" แม้จะถูกท่านอาจารย์กระหน่ำตีก้นแต่จ้าวเจียนหาได้รู้สึกโกรธไม่ มันขอบคุณท่านอาจารย์ ที่ไปช่วยมันทันเวลา ไม่งั้นป่านนี้มันคงไปนอนอยู่ในท้องงูเหลือมเผือกตัวนั้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งความจริงเป็เช่นไรนั้นจ้าวเจียนมิทราบ
ท่านอาจารย์ตีไปยี่สิบไม้ก่อนจะหยุดมือ นั่งลงบนม้านั่ง กล่าวว่า "ข้าไม่รู้ว่าเ้าเอาความกล้ามาจากไหน เ้าเพิ่งจะอายุห้าขวบ ไม่คิดเลยว่าจะกล้ามอมเหล้าอาจารย์ แถมยังยักยอกเงินของอาจารย์ไปหนึ่งร้อยตำลึก อย่างนี้มันน่าตีให้ตาย"
"ท่านอาจารย์ เงินหนึ่งร้อยตำลึงศิษย์เอาสมุนไพรที่ปลูกเองขายให้กับจิ่งฟู ศิษย์ไม่ได้แตะต้องเงินของท่านหรือสมุนไพรของท่านแม้แต่ส่วนเดียว" จ้าวเจียนแก้ตัว เงินหนึ่งร้อยตำลึงมันใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะหามาได้ จะปล่อยให้ท่านอาจารย์ยึดเงินตนได้อย่างไร
ท่านอาจารย์ยืดอกขึ้น ขมวดคิ้ว กล่าวว่า "เช่นนั้นแล้วที่เ้ามอมเหล้าข้าล่ะ เ้าวางแผนไว้ใช่ไหม"
จ้าวเจียนทำหน้าจริงจัง ผสานมือกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ศิษย์มิกล้า"
"เ้าวางแผนไว้ทุกอย่าง เ้าอายุห้าขวบแต่วางแผนเล่นงานอาจารย์ของเ้า โทษของเ้าคือห้ามออกจากสวนท้อนี้จนกว่าจะสำนึกผิด!"
จ้าวเจียนผสานมือกล่าวเสียงเข้ม "ศิษย์ยินดีรับโทษ"
ท่านอาจารย์พยักหน้าเบาๆ กล่าวว่า "ดี" แล้วเดินออกจากสวนท้อไป
จ้าวเจียนสังเกตุแววตาของท่านอาจารย์ รู้ว่าท่านอาจารย์ไม่ได้โกธมันจริงๆ เพียงแต่แกล้งทำเป็โกรธ ท่านอาจารย์ต้องรู้แน่ว่ามันพยายามจะลงจากเขา แต่ดันเจองูเหลือมยักเข้าเสียก่อนแผนการของมันจึงไม่สำเร็จ ทำไมท่านอาจารย์ไม่พูดถึงเื่นี้เลยเพราะอะไร
หน้าประตูใหญ่ที่ตีนเขา ถัดจากหมู่บ่านตีนเขา
ชายวัยสามสิบกว่าปีสวมชุดสีขาวดูสง่างาม เดินจับมือกับเด็กหญิงวัยสี่ถึงห้าขวบสวมชุดขาว ทั้งสองเดินจับมือกัน โดยที่ผู้ใหญ่ถือกล่องไม้ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กสีขาว ผู้เยาว์สะพายห่อผ้าขนาดใหญ่
เด็กหญิงเม้มปากเมื่อมาถึงทางขึ้นเขา เห็นประตูใหญ่ที่ทรุดโทรมคล้ายสถานที่โบราณ หน้าผากสีขาวของนางมีเหงือเม็ดเล็กๆปรากฏขึ้น แววตากลมโตเหลือบมองผู้เป็บิดา
จ้าวหวงิ่,ผู้เป็บิดายิ้มเห็นฟันขาว ย่อกายลง วางกล่องไม้ไว้บนพื้น สองมือจับเอวเด็กหญิง กล่าวว่า "จ้าวซูเหลียงอยากจะขึ้นหลังพ่อหรือเปล่าลูก"
เด็กหญิงเม้มปากส่ายหัว กล่าวว่า "ขอบคุณท่านพ่อ ลูกเดินไหว แต่ว่า..ช้าๆหน่อย"
ชายชุดขาวหัวเราะฮ่าฮ่า กล่าวว่า "ได้สิได้"