ตอนที่ 28 : พ่อบ้านหวังแห่งจวนอ๋อง หลังจากออกคำสั่งแรกที่เร่งด่วนที่สุดออกไปแล้วเทียนหยางก็เริ่มหันมาเตรียมสั่งการคำสั่งต่อไปทันที สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับราษฎรรองจากที่อยู่อาศัยก็คือเรื่องปากท้อง“พ่อบ้านหวัง ใช้เงินของจวนอ๋องเร่งการจัดซื้อและกักตุนเสบียงอาหารไว้ เราอาจต้องใช้มันเลี้ยงดูราษฎรของเราหากเกิดภัยพิบัติจริง แต่คอยระวังอย่าให้เอิกเกริกเกินไปจนข่าวสะพัดไปถึงเมืองหลวง และอย่าให้การกักตุนของเรากระทบเรื่องปากท้องของชาวบ้าน หากเสบียงอาหารในเมืองโจวไม่เพียงพอ ก็ให้จัดเตรียมจัดหามาจากเมืองอื่น”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ…”พ่อบ้านหวังรับคำ เต็มใจอย่างยิ่งที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนาย แต่ในใจก็สงสัยใคร่รู้เป็นที่สุดว่าในช่วงไม่กี่วันที่ตนออกไปทำธุระให้ท่านอ๋องนี้ป๋ายอี้หลินเปลี่ยนไปมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงทำให้ท่านอ๋องคิดเชื่อคำกล่าวได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยทำตัวเลวทรามร้ายกาจเอาไว้เสียมากมายทั้งตอนที่กลับมาถึงเรือนก่อนหน้านี้ พ่อครัวหลิวและบ่าวไพร่คนอื่นๆ ก็นำเรื่องแปลกประหลาดเกี่ยวกับป๋ายอี้หลินคนใหม่คนนี้มาเล่าให้ฟังเสียมากมาย ทั้งเรื่องที่นิสัยใจคอเปลี่ยนไปกลายเป็นคนดีมีน้ำใจ ทั้งมอบเงินเบี้ยตำลึงให้บ่าวไพร่ แล้วยังจะมีเรื่องพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากคนนิ่งๆ และเรียบร้อยกลายเป็นคนกะเปิ๊บกะป๊าบก๋ากั่นซุ่มซ่ามเป็นอย่างยิ่ง ผิดวิสัยอดีตคนสนิทของฮองเฮาที่เคยขึ้นชื่อเรื่องกิริยางดงามเสียอีกได้แต่คิดหมายมาดไว้ในใจว่าหากมีเวลาจะลองเข้าไปหยั่งเชิงดูสักหน่อยว่าเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีจริงตามที่คนอื่นพูดกันหรือไม่แต่เขาคนหนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อว่าคนเลวเหี้ยมโหดแบบนั้นจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้ในเวลาแค่ไม่นาน การนี้คงไม่แคล้วเป็นอีกหนึ่งเลห์กลของป๋ายอี้หลินแน่ และหากคนอื่นตกหลุมพรางหลงกลมารยานี้ เขาคนนี้ก็จะเป็นคนกระชากหน้ากากอันหลอกลวงของป๋ายอี้หลินออกมาเอง ไม่ปล่อยให้มาคิดมาสร้างเรื่องสร้างปัญหาให้องค์ชายรองหวงเทียนหยางที่เขาเลี้ยงดูอุ้มชูมาแต่อ้อนแต่อ่อนต้องเดือดร้อนได้เป็นอันขาด!เทียนหยางสั่งการกับพ่อบ้านหวังเสร็จ ได้รับการตอบรับเสียดิบดีก็วางใจ หันไปสั่งการกับคนอื่นต่อไป“ระหว่างที่ท่านรองแม่ทัพช่วยดูแลเรื่องอพยพคนมาที่ท่าเรือ ซุนอวี้เซวียนเจ้าลองติดต่อหาเมืองที่เป็นพันธมิตรอันดีที่อยู่ใกล้กับเรา หยั่งเชิงว่าหากเราคิดอพยพราษฎรทั้งหมดไป มีที่ใดจะสามารถรองรับได้หรือไม่ ให้นายกองหานช่วยจัดหาม้าเร็วที่เชื่อถือได้คอยส่งสาร ระวังให้ดีอย่าให้เป็นที่สังเกต หากเรื่องนี้รู้ไปถึงพวกจิ้งจอกเฒ่าในราชสำนักคงไม่พ้นหยิบยกมาเป็นประเด็นโจมตีข้าว่าคิดการหาพวกพ้องเตรียมก่อกบฏเสียอีก…”“พ่ะย่ะค่ะ….”ซุนอวี้เซวียนเองก็รับคำอย่างแข็งขัน รู้ดีว่าคำสั่งที่มอบหมายให้ตนนั้นสำคัญและอันตรายเป็นที่สุด จะคิดการสิ่งใดต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่สามารถเปิดช่องโหว่ได้เป็นอันขาดการเตรียมการรับมือภัยพิบัติไว้ก่อนแม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็เป็นดาบสองคม ทั้งการติดต่อหาพันธมิตร การอพยพผู้คน และการจัดหาเสบียงอาหารดูยังไงก็คล้ายการแอบซ่องสุมกำลัง หากรู้ไปถึงเมืองหลวง ย่อมไม่เป็นผลดีจริงๆ“องครักษ์เจิ้ง เจ้าเฝ้าสังเกตป๋ายอี้หลินอย่างใกล้ชิดตามเดิม มีอะไรเป็นพิรุธรีบมารายงานข้าทันที…."“พ่ะย่ะค่ะ!”กล่าวแจกแจงงานครบถ้วนจนเป็นที่พอใจแล้วก็ถึงเวลาบอกกล่าวเรื่องสำคัญ…“มีอีกเรื่องที่ข้าอยากกำชับทุกคน…ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าแพร่งพรายให้ใครรู้เป็นอันขาด เรื่องป๋ายอี้หลินกล่าวจาบจ้วงเทพภูเขาคราวนี้ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่งไม่ต่างจากสายล่อฟ้ารอวันถูกฟ้าฟาด ไม่ว่าจะมีเจตนาดีหรือเจตนาร้ายก็ตาม หากปล่อยให้คนภายนอกล่วงรู้และลือไปจนเข้าหูเสด็จพ่อคงไม่พ้นต้องโทษประหารเป็นแน่ คาดเดาได้ยากนักว่าศัตรูจะหยิบยกประเด็นนี้มาเล่นงานจวนอ๋องของเราว่าอย่างไรอีก อาจเป็นได้ทั้งผลดีและร้าย แต่ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีที่สุด…”“ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จบคำกล่าวของท่านอ๋อง ทุกคนก็รับคำอย่างหนักแน่น เข้าใจดีเป็นอย่างยิ่งถึงพิษภัยของเรื่องการเมืองในเมื่อทุกคนล้วนถูกผลกระทบพร้อมองค์ชายรองมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันตั้งแต่ถูกราชโองการเนรเทศครั้งที่แล้วกว่าการประชุมอันแสนเคร่งเครียดจะจบลงก็ลากยาวไปถึงกลางดึก ทุกคนจึงได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามห้องหับของตัวเอง พ่อบ้านหวังเดินสำรวจตรวจตรารอบตำหนักเหมือนที่ทำเป็นปกติตามประสาพ่อบ้านที่เคร่งครัดต่อความเรียบร้อยทุกอณูในจวนอ๋อง จังหวะที่เดินผ่านตำหนักเย่วหยวนของป๋ายอี้หลินก็หยุดมองอยู่พักใหญ่ตั้งแต่ได้รู้เรื่องราวความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับอดีตคนใจร้าย เขาก็อยากหาโอกาสไปพบปะสังเกตท่าทีป๋ายอี้หลินด้วยตนเองเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งมามีเรื่องการกล่าวจาบจ้วงเทพภูเขาเจียฮว๋าซานมาเกี่ยว ความสงสัยใครรู้ก็ยิ่งทวีคูณแต่เข้าใจดีว่ายามนี้นั้นดึกมากแล้วและอีกฝ่ายก็คงจะต้องการพักผ่อนหลังจากเป็นลมไปที่ปากปล่องเจียฮว๋าซานจึงได้แต่พยายามข่มใจไว้ก่อน ตั้งใจว่าเช้าขึ้นมาเมื่อใดจะรีบไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา เป็นที่มาให้ยามนี้ตัวเขาได้มาถึงตำหนักเย่วหยวนจนได้เห็นภาพอันสุดประหลาดที่ป๋ายอี้หลินกำลังนั่งพูดคุยกับบ่าวไพร่อยู่ที่พื้นอย่างเสียกิริยา…“คุณชายป๋ายผ่านอุบัติเหตุทั้งตกผา ทั้งได้รับอากาศพิษ เกรงว่าจะเลอะเลือนเกินไปแล้ว… ถึงได้นั่งคลุกฝุ่นกับบ่าวไพร่บนพื้นทั้งยังพูดจาไร้สาระ… หากรู้ไปถึงไหนคงอับอายไปถึงนั่น….”คำตำหนิที่รุนแรงทำเอาลู่หลินกัดฟันกรอด เตรียมลับฝีปากต่อกรทันทีตามประสาคนไม่ยอมคน แต่ก็ต้องเบรกเอี๊ยดยามได้เห็นคู่แฝดเอ่ยเรียกชายชราตรงหน้า“พ่อบ้านหวัง!!!”‘พ่อบ้านหวังรึ? … หย๋าาาา ขนาดพ่อครัวหลิวยังรักเจ้าอ๋องโหดมากจนเกลียดข้าขนาดนี้ พ่อบ้านหวังคนนี้ไม่ยิ่งเกลียดข้าจนอยากตีให้ตายรึ? ….’คิดได้ดังนั้นลู่หลินจึงปรับสีหน้าเก็บอารมณ์โกรธเปลี่ยนเป็นท่าทีประจบสอพลอส่งยิ้ม แหะๆ ให้ดูโง่งมทันที ว่ากันว่าคนสูงอายุส่วนใหญ่จะปากร้ายใจดี ทำตัวใส่ซื่อ (ซื่อบื้อ) เอาใจเข้าไว้ อ่อนน้อมถ่อมตนมากหน่อย ประเดี๋ยวก็คงใจอ่อนยอมลดอคติลงเอง“แหะๆ … ท่านพ่อบ้านหวัง มาหาข้าแต่เช้าเลยรึ? อยากพบข้าไม่ให้คนมาตามเล่า ข้าจะรีบปรี่ไปหาท่านเลย! >_<”แค่พูดเอาใจคงยังดูสอพลอไม่พอ ลู่หลินจึงได้ส่งยิ้มประจบพร้อมรีบลุกขึ้นไปหาทำทีจะเข้าไปพยุงทันที“!!!! หว๋าาา อย่าเข้ามานะ!!!!”พ่อบ้านหวังตกใจอย่างยิ่ง ประหลาดใจกับท่าทีแปลกๆ นับว่าน่ากลัวแล้ว มาเจอคนที่หมายหัวว่าเป็นตัวอันตรายเตรียมพุ่งเข้าใส่นั้นน่ากลัวยิ่งกว่า คิดไปเองว่าป๋ายอี้หลินคงปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ เตรียมพุ่งเข้าทำร้ายอย่างเลือดเย็นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม จึงผงะถอยหลังพร้อมตะโกนห้ามทันที“ว๊ากกก โครม!!!!”กลายเป็นภาพสุดประหลาดเมื่อหนึ่งคนแก่หนึ่งคนเยาว์ล้มตึงลงไปที่พื้นทั้งคู่ ต่างคนต่างคลำเนื้อตัวของตัวเองปอยๆเสี่ยวไป๋เสี่ยวเฮยเห็นนายของตนกับพ่อบ้านล้มตึงไปแบบนั้นก็รีบคลานเข่าไปช่วยเหลือ กลายเป็นว่าจากที่มีเพียงสามคนนั่งคลุกฝุ่นก็กลายเป็นมีสี่คนเพราะเพิ่มผู้ชรามาอีกหนึ่ง“ท่านพ่อบ้านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านสะดุดสิ่งใดกันถึงได้ล้มคว่ำอย่างนั้น ดูสิฉุดข้าหงายท้องไปด้วยเลย มาๆ ข้าช่วยท่าน บาดเจ็บที่ใดหรือไม่?”ลู่หลินก็ยังคงเป็นลู่หลิน ไม่รู้ตัวสักนิดว่าที่เขาล้มเพราะหวาดกลัวตัวเองจึงได้พยายามยันตัวลุกขึ้นหมายจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ชุดกรุยกรายนี่ก็ยังเป็นปัญหา ใส่มาสองวันแล้วยังไม่ชินสักทีจะลุกทีก็เหยียบชายที เหยียบไปเหยียบมาจนล้มคว่ำใส่ผู้เฒ่าไปอีกหลายครั้ง กว่าจะพยุงพ่อบ้านหวังขึ้นมาได้ก็ทุลักทุเลเป็นอย่างยิ่ง ทำเอาผู้ชราถึงกับอ่วมไปทั้งตัว“พอแล้วๆ เจ้าไม่ต้องพยายามช่วยข้า! เจ้ายิ่งช่วยข้ายิ่งเจ็บตัว เสี่ยวเฮย! มาช่วยพยุงข้า!”พ่อบ้านหวังโดนล้มใส่หลายทีก็เริ่มทนไม่ไหว รีบเอ่ยปากปฏิเสธการช่วยเหลือ เรียกหาเด็กดำทันที“โถ่ ท่านพ่อบ้าน ข้าแค่เป็นห่วงท่านเท่านั้นเองน้า >_<….”ลู่หลินยังคงสอพลอต่อเนื่อง เห็นเสี่ยวเฮยพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาได้แล้วตัวเองก็รีบเกาะเสี่ยวไป๋ลุกขึ้นยืนทันที ไม่ลืมส่งยิ้มหวานจ๋อยให้ท่านผู้เฒ่าคล้ายกับเมื่อครู่นี้ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด เป็นอุบัติเหตุจริงจริ้งๆๆๆพ่อบ้านหวังตั้งใจมาก่อกวน คิดว่าเปิดฉากศึกนี้ด้วยวาจาแล้วคงจะถูกอีกฝ่ายต่อคำกลับไปด้วยภาษาเชือดเฉือนเหมือนที่ป๋ายอี้หลินชอบทำแบบทุกที มิคาดว่าจะเจอภาษากายป่วนเข้าให้แบบนี้ถึงกับตั้งลำไม่ถูกไปพักใหญ่ ลืมคิดไปเสียสนิทว่าป๋ายอี้หลินในยามนี้สวมบทเป็นคนซุ่มซ่ามไม่เรียบร้อย คงไม่นั่งต่อปากต่อคำเฉยแน่ๆ‘ศึกแรกนี้นับว่าผู้เฒ่าจวนอ๋องพลาดท่าเสียแล้ว…’ความจริงแล้วลู่หลินมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งผู้ชราในครั้งแรกที่พุ่งเข้าหา เขาคิดว่าจะเข้าไปประจบแบบที่ชอบทำกับชิวอิง แต่เห็นจังหวะจะลุกขึ้นดูทุลักทุเลน่าแกล้งนัก น่าจะเนียนเอาคืนได้จึงผสมโรงล้มใส่ไปสักเล็กน้อย‘ใครใช้ให้เข้ามาปุ๊บก็ด่าข้าปั๊บเลยล่ะ! ลู่หลินมิใช่คนใจร้ายเลยจริงๆ นะ ฮุฮุฮุ’
_______________________Talk#ขอบคุณคอมเมนต์ค่าE-Book ที่ Meb ภาค 1 ออกแล้วมี 80 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 5 ตอน ราคา 299 บาทE-Book ที่ Meb ภาค 2 ออกแล้วมี 67 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 3 ตอน ราคา 299 บาทสนใจสั่งซื้อเข้าไปที่ Meb กดค้นหานักเขียน Giffyguf เจอเลยค่ะสำคัญ! ก่อนซื้อเข้าไปดูรายละเอียดข้อมูลเนื้อหาในเล่มในตอนที่ 1 ก่อนนะคะ ขอบคุณที่สนับสนุนค่า >_<