ฉินเฉาไม่อาจต่อกรกับความอาจหาญของหยูลู่
“เอาล่ะ อย่าเสียเวลาอีกเลย” หลี่พูด ยืนอยู่ด้านข้าง “เวลาเหลือไม่มาก ถ้าเรายังช้าต่อไปอีก มีโอกาสที่สาวน้อยนางนี้จะเข้าสู่วัฏจักรทั้ง 6 ฉินเฉา มา นั่งลงบนโซฟา”
“ลู่ลู่ที่รัก ดูแลร่างกายของพวกเราทั้งสองด้วยล่ะ!” ฉินเฉาสั่งหยูลู่ และจากนั้นก็นั่งข้างเหลียวชาชา
หลี่ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ทันใดนั้นก็เอาพู่กันออกมาจากอกเสื้อ ซึ่งมีหยดน้ำหมึกสีแดงไหลออกมา และจากนั้นก็ท่องคำบางคำ และแตะพู่กันเข้าที่หัวของฉินเฉา
จากนั้น มืออีกข้างของเขาก็ถือตะเกียงน้ำมัน และวางไว้บนโต๊ะกินกาแฟถัดจากฉินเฉา
เมื่อพู่กันแตะที่หน้าผากของฉินเฉา ตะเกียงน้ำมันทันใดนั้นก็ส่องแสง แสงที่ลุกโชนขึ้น แผดเผาขึ้นไปสูงเท่านิ้วมือ
ในขณะเดียวกัน ฉินเฉารู้สึกว่ามีพลังดึงดูดที่แข็งแกร่งอยู่เหนือร่างของเขา ทำให้เขายืนขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
“อ๊า!” หยูลู่ที่อยู่ใกล้ๆ สะดุ้งและร้องออกมา พร้อมมือที่สั่นระริก ชี้ไปที่ฉินเฉา และร่างของอะไรบางอย่างข้างหลังเขา
ฉินเฉามองกลับไป และประหลาดใจเมื่อพบว่าเขากำลังนั่งอยู่ข้างหลังตัวเอง
มันทำให้เขาสะดุ้ง แต่ในขณะเดียวกัน ร่างของฉินเฉาทันใดนั้นก็เปล่งแสงสีทองออกมา จากนั้นวิญญาณของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ทีละน้อยเปลี่ยนเป็นอรหันต์ปีศาจผมสีดำ พลังแห่งพุทธะ และอำนาจแห่งปีศาจโอบล้อมร่างของเขาไว้
“เร็ว รีบเก็บพลังพุทธะของนาย!” เมื่อเห็นแสงแห่งพุทธะ หลี่รีบไปซ่อนตัวด้านข้าง และตะโกนออกมาอย่างแตกตื่น “ถ้ามันยังฉายแสงมาถูกฉัน ฉันต้องตายแน่ๆ!”
ฉินเฉาก็สังเกตเห็น รีบควบคุมวิญญาณของเขา และเก็บรัศมีพุทธไว้ ไม่นาน เขาก็กลับมาเป็นร่างมนุษย์ธรรมดา หลี่ในที่สุดก็รู้สึกโล่งอก และออกมาจากที่ซ่อน
“โอ้ ท่านพญายมราช...” หลี่เช็ดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผากของเขา “นาย นายฝึกทั้งพุทธและปีศาจจริงๆ! ยิ่งกว่านั้น พลังพุทธของนายยังทรงพลังขนาดนั้น แทบจะเอาชีวิตฉันไป”
“โทษที...” ฉินเฉาลูบจมูกอย่างอายๆ “ฉันไม่รู้”
“ฉินเฉา...” เวลานี้ หยูลู่ได้เดินเข้ามา เข้ามาสัมผัสฉินเฉาที่กำลังยืนอยู่อย่างอ่อนโยนด้วยนิ้วของเธอ แต่พบว่านิ้วของเธอไม่สามารถสัมผัสอะไรได้ นอกจากอากาศที่ว่างเปล่า
“ไม่ต้องพยายามหรอก” หลี่พูด “นี่คือวิญญาณของฉินเฉา ไม่ใช่ร่างของเขา เธอสัมผัสเขาไม่ได้ นอกเสียจากว่าเธอจะตาย”
“อ๊า...” หยูลู่สะดุ้ง กระโดดถอยหลังไปหลายก้าวราวกับหนีโรคระบาด
ฉินเฉาที่มีท่าทางช่วยไม่ได้ ยักไหล่ “ตอนนี้เราจะไปไหนกัน?”
“เดี๋ยวก็รู้” พอเสียงของหลี่ตกลง ในห้องทันใดนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงสะท้อนของบทสวด แสงสีทองอาบไปทั่วห้อง
เสียงบทสวดนี้ชัดเจนอย่างยิ่ง ชำระล้างความคิดชั่วร้ายของผู้คนได้ ร่างกายและจิตใจของฉินเฉาเริ่มผ่อนคลายทีละน้อย ปัญหาและความโศกเศร้าทั้งหมด ในตอนนี้ ได้ลืมไปหมดแล้ว
เหนือห้องปรากฏกลุ่มเมฆขนาดใหญ่ บนกลุ่มเมฆนั้น เหมือนจะมีพระอรหันต์หลายรูปนั่งอยู่บนฐานดอกบัว พวกท่านมาจากสรวงสวรรค์ตะวันตกเพื่อพิทักษ์ฉินเฉาจากไป
“ไม่มีทาง...” หลี่อุทานออกมา “ชายคนนี้เพียงแค่ฝึกฝนวิชาของพุทธนิดหน่อยเท่านั้น ทำไมเขาถึงกลายเป็นอรหันต์ได้?”
เมื่อไปถึงสรวงสวรรค์ตะวันตก สลัดทิ้งปัญหาทุกอย่าง และกลายเป็นอรหันต์ สามารถพูดได้เลยว่าในสถานการณ์อย่างนี้ แทบจะไม่มีใครต้านได้ ฉินเฉาก็ด้วย เขาไม่สามารถต่อต้านสิ่งนี้ได้ หัวใจของเขาตอนนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยพลังแห่งพุทธ ต้องการที่จะข้ามไปยังโลกสีทองนั่น ทิ้งห่วงทั้งหลายไว้ข้างหลัง
“ฉินเฉา!” หยูลู่แม้ว่าจะไม่สามารถเห็นผู้พิทักษ์อรหันต์ แต่ด้วยความฉลาดของเธอ เธอสามารถคาดเดาได้จากอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของฉินเฉา ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เธอจำได้ จากคำพูดของหลี่เมื่อกี้นี้ ก่อนที่เหลียวชาชาจะเข้าสู่ประตูนรก เธอจะต้องได้รับการล่อใจบางอย่าง ‘หรือว่าฉินเฉาก็กำลังประสบกับแบบเดียวกัน?’ เธอคิด
“ฉินเฉา! อย่าลืม นายต้องไปช่วยชาชา!” หยูลู่ไม่รู้ว่าจะปลุกฉินเฉายังไง จึงตะโกนประโยคนี้ออกไป
คำพูดพวกนี้แล่นเข้าสู่หูของฉินเฉา และสะท้อนไปมาในจิตใจของเขา
“ช่วยชาชา...ใช่ ฉันต้องไปช่วยชาชา...” ราวกับกำลังถูกไฟช๊อต ฉินเฉาทันใดนั้นก็ตื่นขึ้น ดวงตาศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะตัดขาดเรื่องทางโลกของเขา ทันใดนั้นก็สลายไป
กลุ่มเมฆบนห้องเริ่มสลายไปกับอากาศบางๆ พร้อมกับเสียงบทสวด
“ไม่อยากจะเชื่อ นายปฏิเสธการบรรลุเป็นอรหันต์จริงๆ ...” หลี่อ้าปากค้าง “นายรู้มั้ย มีคนเท่าไหร่ที่ต้องการโอกาสแบบนี้ แต่ล้มเหลว!”
“เรื่องทางโลกของฉันยังไม่เสร็จ” ทั้งร่างของฉินเฉาผ่อนคลาย ยิ้มและโบกมือให้หลี่ “แม้ว่าฉันจะไปที่สรวงสวรรค์ตะวันตก แต่วันหนึ่ง ฉันก็จะตกลงมาอยู่ดี”
“ฉันคิดว่านายไม่โง่ก็บ้า...” หลี่พึมพำกับตัวเอง
“นายสนใจอะไร รีบพาฉันไปได้แล้ว” เมื่อเสียงของฉินเฉาตกลง รอบๆ เขาทันใดนั้นก็ปรากฏร่างขึ้นมากมาย
นี่คือคนที่เขารู้จัก หนึ่งในนั้นเป็นปู่ของเขาที่เสียไปแล้ว และสมาชิกอาวุโสคนอื่นในตระกูล ‘พวกเขามารับฉันเหรอ?’ ฉินเฉาคิด
“ฉินเฉา เรามารับเจ้าแล้ว” คนที่มีความสัมพันธ์กับเขาพูดขึ้นเป็นเสียงเดียวกัน
ใบหน้าของพวกเขาใจดี และเดินมาดึงแขนของฉินเฉา
“มาสิ เราไปทางนี้กัน” หนึ่งในคนที่ล้อมรอบฉินเฉาเข้ามา และจากนั้นก็ดึงเขาไปทางหนึ่ง
“ทุกคนหลีกไป!” ในตอนนี้เอง หลี่ได้มาถึง ยื่นมือออกมา และขับไล่คนกลุ่มนี้
“ฉินเฉา อย่าสับสน นี่เป็นกรรมของนาย พวกคนที่มีความสัมพันธ์กับนายจะมาหลอกพานายไปนรก!”
หลี่พูด สะบัดมือของเขา ใบหน้าที่ใจดีของเหล่าคนคุ้นเคยกลายเป็นชั่วร้าย จากนั้นฉินเฉาก็พบว่าร่างของพวกเขาเปลี่ยนไป กลายเป็นคนที่ตายด้วยน้ำมือฉินเฉา
ฟางหัว สองนักฆ่า มนุษย์หมาป่า แวมไพร์...คนเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อจิตใจของฉินเฉา กำลังดึงเขา พยายามลากเขาลงนรก
“ไอ้พวกสวะ!” เพราะการลากดึงนี้ ทำให้ฉินเฉาโกรธ ลำแสงสีทองทันใดนั้นก็แผ่ออกมาจากร่างของเขา พลังพุทธะที่บริสุทธิ์ชำระล้างห้องนี้ เหล่าภูตผีพากันกรีดร้องโหยหวน ร่างกายผิดรูป และจากนั้นก็หายไป ดูเหมือนได้รับการชำระล้าง
เมื่อเห็นคนเหล่านี้หายไป ฉินเฉาก็ถอนหายใจเฮือก แม้ว่าเขาจะไม่กลัว แต่การเห็นคนตายมาปรากฏตรงหน้ามันก็ไม่สบายใจอยู่ดี
อย่างน้อยสติของฉินเฉายังดีอยู่ มือของเขาไม่เคยเปื้อนเลือดของคนบริสุทธิ์
“นายแทบจะชำระล้างฉันไปด้วย...” หลี่เดินออกมาจากที่ซ่อนหลังชั้นหนังสือด้วยสีหน้ายุ่งยาก มือของเขายื่นหนังสือออกมาตรงหน้าเขา
“โทษที โทษที เพื่อนไม่เป็นไรนะ” ฉินเฉารีบกุมมือตรงหน้าอกและขอโทษ “ตอนนี้ ไม่มีใครมาแทรกแล้ว เราไปได้แล้ว ใช่มั้ย?”
“ใช่ แต่นายต้องตกลงกับฉันก่อน อย่าถูกทัศนียภาพรอบตัวดึงดูดไป ไม่อย่างนั้น นายจะตกลงไปในนรก และฉันไม่สามารถช่วยนายด้วย”
“โอเค...” ฉินเฉาพยักหน้า เก็บคำนั้นไว้ในใจ
“ลู่ลู่ที่รัก เป็นเด็กดีรอฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะกลับมาแน่นอน” ฉินเฉาไม่ลืมที่จะบอกลาหยูลู่
“ฉินเฉา...” หยูลู่เหมือนจะกังวล และอดไม่อยู่ ต้องการจับมือฉินเฉา ใครจะรู้ เธอลืมไปว่าฉินเฉาตอนนี้เป็นวิญญาณ และจับได้แต่อากาศ
“อย่าห่วงน่า ฉันไม่เป็นไร” ฉินเฉาส่งยิ้มกว้างให้หยูลู่ แม้ว่าฉินเฉาจะเป็นแค่วิญญาณ หยูลู่ก็รู้สึกว่า ความสุข ความอบอุ่น เต็มอยู่ในร่างของเธอ
“ดูแลชาชาน้อยให้ดี ไม่นานฉันจะกลับมา”
พร้อมกันนั้น ฉินเฉาก็ตามหลี่เข้าไปในกำแพง หายไปจากห้องนี้
ตอนนี้ห้องที่มีชีวิตชีวา ไม่นานก็กลายเป็นเงียบลง หยูลู่กอดร่างที่เริ่มจะเย็นของฉินเฉา หัวใจทันใดนั้นก็รู้สึกแปลกๆ
เมื่อกี้ ชายคนนี้ยังทำเรื่องไม่ดีกับเธออยู่เลย...แต่ตอนนี้ เขาเป็นแค่ร่างไร้วิญญาณ
แต่หยูลู่ไม่กลัว เพราะเธอเชื่อในฉินเฉา เชื่อในชายคนนี้
“ชาชา พวกเรามารอเขากลับมาพร้อมกันนะ....”
“หลี่ เรากำลังจะไปไหน?” ฉินเฉาและหลี่เดินออกมาจากกำแพง มาสู่โลกภายนอกที่เปล่าเปลี่ยว หลังจากกลายเป็นวิญญาณ โลกภายนอกก็เหมือนจะไม่เหมือนเดิม ท้องฟ้าเป็นสีเขียว และเสียงของโซ่ที่กำลังลากผ่านพื้นดังสะท้อนอยู่ในหูของเขา
“บางที่รอบๆ ที่นี่ มีประตูนรกอยู่ จะดีที่สุดถ้านายฟังฉัน”
หลี่พูด และจากนั้นก็นำทางไปเงียบๆ ยมทูตตนนี้เหมือนจะไม่ใช่พวกชอบคุย
แต่ฉินเฉาก็ราวกับกล่องพูดได้ ขณะที่กำลังเดิน เขาก็กระซิบออกมา
“ไม่เลว ฉันเป็นคนแรกจริงๆ ที่ได้มาทัวร์ที่ยมโลก...ถ้าฉันเอามือถือมาถ่ายภาพพวกนี้ แล้วโพสต์ลงเน็ตล่ะก็ มันต้องดังแน่นอน!”
ความตื่นเต้นของฉินเฉามากขึ้น และมากขึ้น จนในที่สุดก็หัวเราะออกมา
หลี่ที่กำลังนำทาง กลอกตาของเขา พลางคิดว่า ‘มันเป็นอะไรของมัน!’
ทั้งสองคนเป็นวิญญาณ ความเร็วในการเดินของพวกเขาราวกับกำลังลอย ไม่นานพวกเขาก็เดินออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลเหลียว และมาถึงด้านหนึ่งของถนน
ฉินเฉาจ้องด้วยตาที่เบิกกว้าง เพราะว่าเขาเห็นที่อีกฝั่งของถนน มีประตูเหล็กสีดำส่องแสง และตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่นอย่างน่าประทับใจ
มีการ์ดสองคนยืนอยู่ข้างประตู ใส่เครื่องแต่งตัวของนรก แต่ละคนถือสามง่ามที่ส่องประกายรังสีเย็นเยือกออกมา
“โอ้โห สามง่ามนี่ดีจริงๆ!” ฉินเฉาไม่สนชายที่มีใบหน้าเหมือนคนตายทั้งสองคนนี้ และเดินเข้าไปเคาะสามง่ามเหล็กขนาดใหญ่ของการ์ดคนหนึ่ง
“โอ้ สวรรค์ เย็นจริงๆ ใช้วัสดุอะไรเนี่ย? โอ้โห เป็นอาวุธที่ดีจริงๆ คู่หู มาประลองกับฉันหน่อยมั้ย?”
“เจ้า! วิญญาณโดดเดี่ยว กล้าดียังไง!” ยมทูตตนนั้นไม่ให้โอกาสหลี่ได้พูด ทันใดนั้นก็จ้องและคำรามออกมา ยมทูตตนนี้ไม่ง่าย ด้วยหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราซึ่งสั่นไปมาเมื่อเขาพูด
“ไง อารมณ์ร้อนจริง...ว่ากันว่า การ์ดของประตูนรกไม่ได้ทำตัวราวกับสาวสวยนี่ น่าประทับใจ...” ฉินเฉาแสดงท่าทางไม่เห็นด้วย เขารู้ว่าเขาฝึกพระสูตรของพุทธได้สำเร็จแล้วเล็กน้อย เขาจึงไม่กลัวยมทูตพวกนี้
พระสูตรหัวใจเพชรไม่ใช่เพียงแค่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย แต่ความแข็งแกร่งทางวิญญาณก็เพิ่มให้ด้วย ตราบเท่าที่เขาเปล่งรัศมีแห่งพุทธะออกมา เหล่ายมทูตพวกนี้ทำได้แค่หลีกทาง
“กล้าดียังไง!” ยมทูตตนนั้นที่ถูกฉินเฉาล้อ ทันใดนั้นก็ยกคิ้วขึ้น และคำรามออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า วิญญาณดุร้าย มาดูกันว่าฉันจะจัดการนายยังไง!”
จากนั้น เขาก็แทงสามง่ามเหล็กเย็นในมือเขาออกมา แทงใส่ฉินเฉา
จบตอน