ตอนที่ 18 อี๋เหนียงสาม (1)
ณ จวนแม่ทัพใหญ่ ฮวาอิ่งเม่ยแอบหลบเข้าเรือนใน บรรดาสาวใช้และองครักษ์ที่กำลังวุ่นย่อมไม่สนใจนางที่แต่งกายเป็เด็กรับใช้
เรือนโยวหราน ดอกสาลี่เบ่งบานสะพรั่ง กลิ่นหอมสดชื่นบางเบารายล้อมอยู่โดยไม่กระจายหายไป ขณะเดินผ่านสวนที่เต็มไปด้วยบุปผา ฮวาอิ่งเม่ยก็แปลกใจเมื่อมีเสียงเอะอะดังมาเข้าหู
“นางสาวใช้นี่บังอาจนัก ไม่รู้ว่าเ้านายไปไหน เด็กๆ จับตัวนางไว้ ข้าจะสอนระเบียบให้นางเอง!” เสียงกราดเกรี้ยวแหลมหูชวนให้ผู้คนสะดุ้ง ฮวาอิ่งเม่ยที่มุมปากยกยิ้มค่อยๆ เม้มริมฝีปาก ดวงตาสาดประกายเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็ง
นางเปลี่ยนฝีเท้าเรื่อยเฉื่อยเป็วิ่งพรวดอย่างรวดเร็วจนลมพัดกิ่งหลิวที่ตกห้อยบนกำแพงไหววูบขึ้นมา
ฮวาอิ่งเม่ยฉวยโอกาสที่ทุกคนมุ่งความสนใจอยู่ที่หน้าเรือน อ้อมไปด้านหลัง ะโข้ามหน้าต่างเข้าห้อง รีบล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วครู่ พลันเปลี่ยนจากเด็กหนุ่มหน้าตาสะอาดเกลี้ยงเกลากลายเป็ดรุณีรูปโฉมงามล้ำสะดุดตานางหนึ่ง
ฮวาอิ่งเม่ยโยนเสื้อผ้าที่ผลัดเปลี่ยนเข้าไปใต้เตียง มุ่งหน้ากลับไปทางเดิม สวนบุปผาของเรือนโยวหรานยังคงบานสะพรั่งด้วยผกานานาพรรณ ทว่าเมื่อประชันกับนางในชุดกระโปรงสีแดงสดแล้ว กลับดูขาดสีสันไปเลย
“ข้าจะถามอีกครั้ง คุณหนูใหญ่ออกจากจวนหรือไม่!” คำพูดชี้ทางเป็นัย
ชิวเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “อี๋เหนียงสามพูดอะไรเ้าคะ คุณหนูแค่ไปเดินเล่นในจวนเท่านั้น” ชิวเอ๋อร์เน้นหนักคำว่า ‘อี๋เหนียงสาม’
คล้ายกับจะบอกว่า เ้าเป็แค่อี๋เหนียงคนหนึ่ง มีสิทธิ์อะไรมาถามเื่ของเ้านาย!
“ดี...ดีมาก!” อี๋เหนียงสามโมโหสุดขีดจนหัวเราะออกมา หันไปกล่าวกับสาวใช้าุโที่ยืนอยู่ด้านข้างว่า “ตบปากนาง หมอมอสั่งสอนนางเด็กนี่แทนข้าที”
“เ้าค่ะ ฮูหยิน” ซุนหมอมอพับแขนเสื้อขึ้น ยิ้มเหี้ยมเกรียมพลางย่างเท้าเข้าหาชิวเอ๋อร์ทีละก้าว
“นางแพศยาตัวดี ข้าจะสั่งสอนเ้าแทนฮูหยินเอง!” พูดพลางตวัดมือขึ้น ฟาดลงบนใบหน้าชิวเอ๋อร์เต็มแรง
ชิวเอ๋อร์ถูกสาวใช้จับกดไว้ไม่อาจเคลื่อนไหว สายตาดุดันราวคมมีดกลับจ้องเขม็งไปที่ซุนหมอมออย่างไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
ซุนหมอมอสะดุ้งเฮือก ถึงกับนึกหวาดกลัวสายตาของนางขึ้นมา เพียงแต่ยามนี้น้าวคันธนูจนสุดล้ามิอาจไม่ปล่อยออก
ขณะฝ่ามือกำลังจะฟาดใส่ใบหน้าชิวเอ๋อร์ ฮวาอิ่งเม่ยก็พุ่งพรวดเข้าไปอย่างไม่สนใจใครหน้าไหนอีก คว้าข้อมือซุนหมอมอไว้ ตวัดมือตบหน้านางกลับไป
“โอ๊ย...” ซุนหมอมอร้องอย่างเ็ป ถูกตบจนหัวหมุนตาลายไป
ฮวาอิ่งเม่ยสลัดมือปล่อยซุนหมอมอ แรงกระชากทำให้ซุนหมอมอที่วิงเวียนอยู่แล้วเซถลาล้มลงกับพื้น
“คุณหนู!” ชิวเอ๋อร์มองดูเงาหลังที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าราวกับเป็เกราะป้องกันนางจากทุกสิ่ง ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับออกมา
ฮวาอิ่งเม่ยหันมายิ้มปลอบชิวเอ๋อร์ จากนั้นกวาดสายตาดุดันไปทางสาวใช้ที่กดร่างชิวเอ๋อร์ไว้ ตวาดเสียงเย็นว่า “ใครอนุญาตให้พวกเ้าลงมือกับสาวใช้ข้า ยังไม่ปล่อยอีก”
“เม่ยเอ๋อร์ มารดากำลังสั่งสอนคนรับใช้แทนเ้าอยู่” อี๋เหนียงสามลุกขึ้นยืนพร้อมส่งยิ้มอย่างใจดีมาให้ กล่าวกับฮวาอิ่งเม่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยนสนิทสนม หากเป็คนไม่รู้จักกัน คงหลงเข้าใจว่าเป็แม่ลูกกันจริงๆ
“มารดารึ!” ฮวาอิ่งเม่ยอดแค่นยิ้มไม่ได้ ใช่สินะ เนื่องจากต้องระวังรักษาสถานะของมารดาผู้ให้กำเนิดนาง ที่ผ่านมาฮวาจวิ้นหยางจึงไม่อาจมอบตำแหน่งภรรยาหลวงให้อี๋เหนียงสามจ้าวเยียนหราน อาจเป็เพราะรู้สึกผิด หรือบางทีเพื่อปลอบใจจวนตระกูลจ้าว ฮวาจวิ้นหยางจึงมอบอำนาจในเรือนให้กับนาง อนุญาตให้ทุกคนในเรือนเรียกหานางเป็ฮูหยิน ทั้งปล่อยให้ลูกสาวของนาง...ฮวาโหรวหลานเรียกว่ามารดาได้
ทว่าต่อให้ฮวาจวิ้นหยางมอบอำนาจให้นางมากแค่ไหน ก็ไม่อาจทำให้ฮวาอิ่งเม่ยเรียกนางว่ามารดา นางคู่ควรหรือ คู่ควรเสียที่ไหนกัน!