“มึงไปดูไอ้ศิลาดิ เมาเป็หมาไม่เลิกสักวัน” เสือเพื่อนชายคนสนิทของศิลาในวัยเด็กพูดขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็ห่วงปนรำคาญ
“เอาแต่เพ้อหาแอม ว่าทำไมทำแบบนี้กับมันไม่เลิก ชีวิตมันไม่เหลือใครแล้ว กูละสงสารมันจริง ๆ ที่ต้องมาเป็คุณชายผู้ตกอับ” เสือพูดพลางยกแก้วขึ้นดื่ม
“ไอ้ห่าแค่นี้ก็เรียนบ้างไม่เรียนบ้างอยู่ละ มาเจอเื่แอมไปอีก กูละเป็ห่วงมันจริง ๆ” เต้เพื่อนสนิทอีกคนของศิลาพูดกับเสืออย่างเป็ห่วงปนระคนอ่อนใจ
“แล้วคืนนี้ ไอ้เสือไอ้กับเต้ก็ต้องเป็คนเก็บไอ้คุณชายศิลาสินะ” เต้พูดก่อนจะมองไปที่ศิลาอย่างคนที่รู้ชะตากรรม
ครืดดดดดด ครืดดดดดด
เสียงโทรศัพท์ของศิลาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“มึงรับสักทีดิ ไอ้ศิ พวกกูหนวกหูจะตายห่าละ” เสือพูดแล้วยกมือขึ้นอุดหูอย่างรำคาญ
ผมได้ยินเสียงพวกมันพูดถึงผมราง ๆ
ผมจำได้ว่าเรียกไอ้เสือกับไอ้เต้ให้มาดื่มเป็เพื่อนที่คอนโด ผมดื่มจนเริ่มรู้สึกเมาเลยแยกมานั่งที่โซฟา
ครืดดดดดดด ครืดดดดดดด
ผมคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดรับโดยไม่ลืมตามอง มือเผลอกดเปิดลำโพงโดยไม่รู้ตัว
“พรุ่งนี้แกกลับมาบ้านเดี๋ยวนี้! ” เสียงของพ่อดังขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด
“...”
“ถ้าแกกล้าวางสายใส่ ชาตินี้ก็ไม่ต้องมาเผาผีกันอีก” ถึงจะสติไม่เต็มร้อยแต่คำพูดพวกนี้ทำให้ผมชะงักไปทันที
“...”
“ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่เห็นหัวแก ก็อย่ามาให้เห็นอีกตลอดชีวิต!”
ติ๊ด
แล้วพ่อก็ตัดสายไปโดยไม่รอคำตอบ ไอ้เสือกับไอ้เต้มองผมด้วยความเป็ห่วง
“มึงพอก่อนเหอะวันนี้ พรุ่งนี้ก็ตื่นไปเคลียร์กับพ่อให้เรียบร้อย” ไอ้เต้พูดแล้วดึงแก้วเหล้าในมือผมออก
“เออ มึงไปพักเหอะ พวกกูไม่อยากเห็นมึงอยู่ในสภาพแบบนี้” ตามด้วยเสียงสมทบจากไอ้เสือ พวกมันลากผมไปที่เตียงเอาผ้าห่มมาคลุมให้แล้วแยกย้ายกันกลับ
วันต่อมา…
ผมจำใจลุกขึ้นมาแต่งตัว พยายามคิดในแง่ดีว่าครั้งนี้พ่ออาจจะมีคำพูดอะไรดี ๆ กับผมบ้างก็ได้ เราอาจจะเลิกทะเลาะกันและกลับมามีความสุขกันอีกครั้ง
เมื่อเข้าไปถึงบ้านจึงพบว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงคนที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุด แอม เธอนั่งข้างไอ้พีม หน้าไอ้พีมยังคงเต็มไปด้วยรอยบวมช้ำ
“นี่แอม แฟนพีม รู้จักกันไว้ซะสิได้ข่าวว่าเรียนที่เดียวกันหมด” พ่อพูดกับผมด้วยน้ำเสียงเ็า
ไม่แปลกที่พ่อจะไม่รู้จักแอม ผมยังไม่เคยพาแอมมาแนะนำให้คนที่บ้านรู้จักเลยสักครั้งั้แ่คบกับเธอ แพรมองผมด้วยแววตาสงสัยมันปนไปด้วยความสงสาร สงสารงั้นเหรอ ผมไม่้าให้ใครมองผมด้วยแววตาแบบนี้
“แค่นี้เหรอที่จะพูด? จะได้กลับ” ผมพูดพลางหันหลังจะเดินกลับ
“หยุด! ใครบอกให้แกไป” ถึงอยากจะเดินหนีแต่เท้าผมกลับไม่ยอมทำตาม
“…”
“แกชอบหนูแอมแล้วต้องทำร้ายพีมจนเป็ถึงขนาดนี้เลยเหรอ หนูแอมบอกฉันหมดแล้ว!” เมื่อผมหันกลับไปมอง แอมก้มหน้าหลบสายตาผมทันที ไอ้พีมยื่นมือไปจับมือเธอมากุมไว้
“ขอโทษแอมกับพีมซะ!” พ่อพูดอย่างออกคำสั่ง
“หึ ถ้าพ่อยังไม่หยุดพูด ผมอาจจะทำมากกว่านี้กับมันก็ได้” ผมพูดอย่างท้าทาย
พ่อปรี่เข้ามาทำท่าจะตบผม แพรที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนวิ่งเข้ามากอดผมทันที
“คุณพ่ออย่าทำพี่ศิลาเลยนะคะ แพรขอร้อง” อ้อมกอดเล็ก ๆ ของแพรโอบรัดผมแน่น เธอพยายามดันผมออกไปให้ห่างจากพ่อ
“...” ผมยืนมองไอ้พีมกับแอมด้วยท่าทางกวนส้นตีน และเหตุการณ์กลับวุ่นวายไปอีกเมื่อผมไม่ยอมขอโทษ
“แพรเชื่อฟังคุณพ่อสิ” น้ำผึ้งพูดแล้วพยายามดึงแพรออกมาจากตัวผม
“ปล่อยพี่” ผมบอกแพร เธอเงยหน้ามองผมด้วยแววตาที่บอกว่าพี่ศิลาอย่าพูดนะคะ
“แพรไม่ปล่อยค่ะ” เธอส่ายหน้าแล้วซบลงกับหน้าท้องของผม ผมไม่อยากให้แพรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่พวกนี้
“พี่บอกให้ปล่อยไง!” ด้วยความโมโหผมเผลอตะคอกใส่เธอ เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังไม่ยอมปล่อย ผมไม่เคยตะคอกใส่เธอเลยสักครั้ง
“แพร…แพรไม่อยากให้พี่ศิลาโดนคุณพ่อตบค่ะ” แพรพูดแล้วรัดอ้อมกอดขึ้นแน่นกว่าเดิม
“แกมันถูกเลี้ยงตามใจจนเคยตัว ถึงขั้นกู่ไม่กลับแล้ว!” พ่อชี้นิ้วใส่ผมอย่างโมโหและทำท่าจะเดินเข้ามาหาผมอีกครั้ง
ผมแกะมือแพรแล้วสะบัดออก
ตึงง
แพรล้มลงไปที่พื้น เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมามองผม ทำให้ผมเห็นว่าแววตาของเธอคลอไปด้วยน้ำใส ๆ ความรู้สึกผิดแล่นผ่านเข้ามาในจิตใจทันที ผมไม่ได้ตั้งใจจะใช้แรงกับเธอ ผมแค่ไม่อยากให้เธอโดนลูกหลงและไม่ได้อยากให้เธอรับรู้เื่ราวแย่ ๆ พวกนี้
“พี่ไม่ได้-” ในขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปหาแพร
เพี๊ยะ
แรงตบจากฝ่ามือของพ่อทำให้ผมชะงัก พ่อชี้หน้าผมด้วยความโมโห
“ไอ้ลูกไม่รักดี! ฉันจะส่งแกไปต่างประเทศ ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีกจนกว่าแกจะสำนึกได้” พ่อสั่งอย่างเด็ดขาด
วันนั้นผมเดินออกจากบ้านไป โดยปล่อยให้แพรนั่งอยู่บนพื้นตรงนั้น และไม่หันกลับไปมองอีกเลย...
หึ...ต่างประเทศงั้นเหรอ ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น
สำหรับผมต่อให้อยู่คฤหาสน์หรือโรงแรมห้าดาว สุดท้ายมันก็เป็แค่ที่ซุกหัวนอน เพราะ บ้าน ของผมมันตายไปพร้อมกับการจากไปของแม่ตั้งนานแล้ว…