“คารวะฮูหยินรอง คารวะฮูหยินกุนซือหลี่”
ฮุ่ยหลินประสานมือคารวะคนทั้งสอง ใบหน้าสุภาพจริงใจแฝงไว้ด้วยความสุขุมเยือกเย็นอย่างผู้ใหญ่โครงหน้าหล่อเหลาคมคายคล้ายกับรูปสลักหยก ทั่วร่างแผ่
กลิ่นอายคุณธรรมชอบช่วยเหลือผู้อื่นจนคนที่อยู่รอบข้างรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“อาการของคนผู้นั้นเป็อย่างไร ใกล้ตายแล้วหรือยัง”
มี่เอ๋อร์ถามเสียงหวานหยดด้วยท่าทางตื่นเต้นพลางฉีกยิ้มหน้าระรื่นเบิกบานใจยิ่งทำเอาฮุ่ยหลินเลิกคิ้วสูงแทบรักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่อยู่จำต้องกระแอมไอให้คอโล่งเพื่อเตรียมตัวรับมือกับนางมารปีศาจในคราบนักบุญเปี่ยมเมตตา
“แค่ก...ข้าน้อยขอบคุณฮูหยินกุนซือหลี่มากที่มาเยี่ยมอาการท่านแม่ทัพแต่เวลานี้อาการของท่านแม่ทัพอยู่ใน่ที่ต้องพักฟื้นไม่อาจให้คนนอกเข้ามารบกวนได้เชิญท่านกลับไปก่อนเถอะ หากท่านแม่ทัพฟื้นขึ้นมาเมื่อไร ข้าจะให้เด็กรับใช้ส่งข่าวไปแจ้งท่าน”
“ไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลามากมายถึงเพียงนั้นหรอกข้าแค่นำคนมาส่งแล้วก็จะกลับไป ไม่อยากอยู่นานๆ มองดูสีหน้าคนอวดดี หึ ทำเป็เก่ง แท้ที่ไหนได้ก็นอนหมดสภาพปางตายอยู่บนเตียง”
“มี่เอ๋อร์” ฮุ่ยหลินเตือนสติอีกฝ่ายเสียงเข้มถึงอย่างไรคนที่นางต่อว่าอยู่ก็เป็เ้านายเขา จะเอ่ยวาจาล่วงเกินก็ต้องมีขอบเขต ไม่ใช่นินทาในระยะประชิดกับลูกน้องผู้ซื่อสัตย์อย่างเขา
“ไม่ต้องมาขู่ข้า ข้าหรือจะกลัวเ้า ก็อย่างที่พูดไปข้าแค่นำคนมาส่งแล้วก็จะกลับ ไม่อยู่มองคนน่าสมเพชอวดดีผู้นี้หรอกดีที่สามีข้าไม่เป็อะไร ไม่อย่างนั้นข้าจะทุบเขาทั้งที่ยังไม่ลืมตา”มี่เอ๋อร์ข่มขู่เสียงฉุนจัด แถมยังไม่วายจะถลึงตามองคนเจ็บอย่างอาฆาตมาดร้ายเสียด้วย
ฮุ่ยหลินคุ้นชินกับท่าทางดุดันแข็งกร้าวนั้นมานานแล้วจึงไม่รู้สึกอะไรยามว่างนางก็มักเฉียดกายมาหาเื่ชวนทะเลาะกับท่านแม่ทัพเป็ประจำเขาที่เป็องครักษ์มีหรือจะไม่เห็น เพียงแต่ทุกครั้งคนที่พ่ายแพ้หน้าม้านกลับไปก็มีแต่นางเท่านั้นอย่างท่านแม่ทัพไม่มาสนใจสตรีจอมเกรี้ยวกราดชอบหาเื่คนอื่นหรอก
ทั้งความคิดและสมาธิอยู่ที่แผนการสู้รบ สายตาจับจ้องอยู่บนตัวอักษรที่ประทับบนหนังสือรายงานปล่อยให้นางโหวกเหวกโวยวายเสียงดังวางท่าใหญ่โตคนเดียวไป
“ข้าน้อยคือฮุ่ยหลินเป็องครักษ์ที่ติดตามรับใช้อยู่ข้างกายท่านแม่ทัพขอรับและอีกสถานะหนึ่งคือเป็หมอประจำตัว ก่อนหน้าที่ฮูหยินจะมากุนซือหลี่ได้มาเรียนให้ข้าทราบแล้วฮูหยินคงจะมาตามคำขอของกุนซือหลี่สินะขอรับ”น้ำเสียงสุภาพอ่อนโยนมาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น
ฝูกว่างเยว่ที่ดูละครฉากเด็ดมาได้สักพักใหญ่ พอถูกดึงเข้าไปร่วมบทสนทนาด้วยก็เดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างมี่เอ๋อร์เด็กหนุ่มผงกศีรษะเล็กน้อยตอบรับการทักทายของอีกฝ่าย ไม่น่าเชื่อว่าองครักษ์ที่คอยติดตามคนโหดนั่นจะยังอ่อนเยาว์ได้ขนาดนี้อายุน่าจะราวๆ สิบหกสิบเจ็ดปีแต่คงไม่เกินยี่สิบปีหรอกมั้ง
เดี๋ยวสิ...ไม่ใช่แล้วมั้ง ท่าทางสุขุมนุ่มลึกเหมือนผู้ใหญ่แบบนี้ยังไงก็ต้องเกินยี่สิบปีไปแล้วแน่ฮุ่ยหลินมีดวงตาเฉลียวฉลาดทอประกายคมกล้าเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะมีได้
“อย่าหลงกลใบหน้าของเขาเด็ดขาดใบหน้างดงามเหมือนนางมารน้อยอย่างนี้แหละที่หลอกล่อให้สาวน้อยใหญ่ในเมืองพากันหลงใหลมานักต่อนักเ้าเองก็อย่าได้หลงเสน่ห์เขาเชียวนะ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนแล้วกันเดี๋ยวจะมานั่งเสียใจร้องห่มร้องไห้ทีหลัง”
“ข้าไม่เป็เช่นนั้นหรอกแล้วพี่มี่ก็หยุดว่าองครักษ์หลินได้แล้ว ข้าแค่ชื่นชมในความงามของเขาเท่านั้นไม่ได้คิดเป็อื่นเขาดูไม่เหมือนองครักษ์ที่ต้องปกป้องชีวิตใครแต่เหมือนคุณชายน้อยที่ต้องได้รับการปกป้องจากผู้อื่นเห็นทีแรกข้านึกว่าเป็เด็กที่ไหนหลงมาเสียอีก”
ถึงจะพูดไปแบบนี้ก็คงไม่มีใครสงสัยอะไรหรอกเพราะปกติองครักษ์ทั้งสี่แทบไม่เคยโผล่หน้ามาให้ใครเห็น ยกเว้นก็แต่ตอนออกสู่สนามรบถึงจะติดตามท่านแม่ทัพไปทำศึกด้วยคนไร้ค่าอย่างเด็กนั่นนจึงมีโอกาสได้เห็นพวกเขาแค่ครั้งสองครั้งจากที่ไกลๆเท่านั้น
“เ้านี่นะ ดูคนต้องมองให้ลึกถึงข้างในฮุ่ยหลินนอกจากจะวรยุทธ์ล้ำเลิศแล้วยังสำเร็จวิชาแพทย์ขั้นสูงอายุย่างเข้ายี่สิบห้าแล้วแต่ยังรักษาใบหน้าให้อ่อนเยาว์ได้เพราะสูตรยาวิเศษบำรุงผิวพรรณที่คิดค้นขึ้นเองใช้สมุนไพรหายากหลายชนิดมาปรุงเข้าด้วยกัน มีทั้งยาลูกกลอนยาตลับ จะใช้กินใช้ทาก็ได้ทั้งนั้นแต่ความงามจอมปลอมพวกนั้นเ้าอย่าได้หลงนึกอิจฉาเลย สู้ของจริงอย่างเ้าก็ไม่ได้สวยจากข้างในมาถึงข้างนอก”
“พี่มี่ ข้าไม่ได้อิจฉาเขาสักหน่อยหากองครักษ์หลินไม่สะดวกให้พวกเราเข้าเยี่ยมท่านแม่ทัพ พวกเราก็กลับกันเถอะ ท่านแม่ทัพจะได้มีเวลาพักฟื้นร่างกายจะได้กลับมาแข็งแรงดังเดิม เวลานี้กองทัพจิ่นหยางกำลังย่ามใจเกรงว่าจะฉวยโอกาสตอนที่ท่านแม่ทัพได้รับาเ็บุกเข้าโจมตีแคว้นซือเสียน”
“เ้าพูดมาก็มีเหตุผล เพียงแต่ท่านแม่ทัพจะขาดคนดูแลไม่ได้เ้าเป็ถึง
ฮูหยินของเขาจะละเลยหน้าที่ ไม่ดูดำดูดีสามีงั้นเหรอเื่ในกองทัพเ้ามิต้องกังวลไปยังมีผู้เก่งกาจมากความสามารถหลายคนเตรียมรับมือกับพวกจิ่นหยางไม่ปล่อยให้พวกนั้นเหิมเกริมฉวยโอกาสนี้เล่นงานพวกเราหรอกน้องฝู...มีเ้าคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกาย สามีที่ไหนจะไม่ยินดีบ้างเล่า”มี่เอ๋อร์ไม่เพียงไม่หลงกลคำพูดล่อหลอกของ
ฝูกว่างเยว่ ยังย้อนศรเอ่ยตำหนิในความแล้งน้ำใจของเขาอย่างจัง
หานเจี้ยมีนิสัยเหมือนคนอื่นเสียเมื่อไหร่นางก็พูดเหมือนไม่รู้อย่างนั้นแหละว่าคนเืเย็นนี่้าอะไรถ้าไม่มีราชโองการของฮ่องเต้ที่เปรียบเสมือนดาบจ่อคออยู่ป่านนี้เขาในร่างฝูกว่างเยว่คงถูกพวกทหารลากไปฆ่าหมกป่าแล้ว
“อีกอย่างฮุ่ยหลินก็เป็แค่องครักษ์จับดาบถือกระบี่อยู่ทุกวัน มือจะไปนุ่มนิ่มไม่ระคายผิวเหมือนกับเ้าได้อย่างไรหากเขาไม่พอใจอยากเอาเื่ก็มาหาข้านี่
สหายรักของเขาก็เห็นชอบกับเื่นี้ เขากล้าไม่รับความหวังดีของเพื่อนตัวเองอย่างนั้นเหรอ”
มี่เอ๋อร์เชิดดวงหน้าขึ้นอย่างจองหอง หยิ่งผยองราวกับนางพญาตวัดั์ตาฉ่ำวาวเปล่งประกายสดใสเย็นเยียบมองจ้องเข้าไปในดวงตาขององครักษ์หนุ่ม ทั้งเชือดเฉือนทั้งข่มขู่หากมีมีดอยู่ในมือนางคงเอาชี้หน้าอีกฝ่ายไปแล้ว
ฮุ่ยหลินทอดถอนใจ ดูเหมือนหน้าที่ของเขายิ่งนานยิ่งด้อยค่าจะเป็หมอเป็องครักษ์ล้วนผิดหมดในสายตานางฮูหยินกุนซือผู้นี้มิใช่ว่าเก่งแล้วจะสามารถเอาชนะได้ ต้องเ้าเล่ห์แสนกลวาทศิลป์เป็เลิศจึงจะโต้ตอบนางได้ทันทีทันควันมิเช่นนั้นแล้วคิดอยากจะชนะคงเป็ไปได้ยากเพราะนอกจากนางจะไร้เหตุผลยังหาเหตุให้ตัวเองเป็ฝ่ายชนะได้ด้วย
“มี่ฮูหยินกล่าวได้ถูกต้องข้าไหนเลยจะมือนุ่มนิ่มน่าััเหมือนฮูหยินรองข้าน้อยคงต้องรบกวนฮูหยินรองดูแลท่านแม่ทัพต่อแล้ว ทุกสองชั่วยามฮูหยินจะต้องป้อนยาในหม้อนี้ให้ท่านแม่ทัพดื่มหนึ่งชามทุกครึ่งชั่วยามต้องใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อที่ขับออกมาจะปล่อยให้ความร้อนในร่างกายสูงมากเกินไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดอันตรายกับท่านแม่ทัพได้ขอรับ”
“เอ่อ...ข้าต้องทำทั้งหมดนี่คนเดียวเลยหรืออย่างน้อยน่าจะมีบ่าวรับใช้มาคอยช่วยข้าดูแลท่านแม่ทัพอีกสักคนหากเกิดอะไรขึ้นข้าจะได้ให้เขาไปตามท่านมาดูอาการได้ทัน” ฝูกว่างเยว่ที่ได้ฟังข้อสรุปแบบรวบรัดของฮุ่ยหลินถึงกับตะลึงงันอ้าปากค้างไปชั่วขณะยังดีที่มีไหวพริบถึงพลิกแพลงสถานการณ์ได้ทัน อย่างน้อยถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยเขาจะได้สบายใจว่าตัวเองจะเป็คนเดียวที่ถูกฆาตกรรม
เขาเพิ่งมาอยู่ได้แค่สองวันเองนะเว้ยยังไม่ทันได้ขยับตัวทำอะไรก็ต้องมาตายแบบนี้ไม่เอาด้วยหรอกต้องหาเพื่อนร่วมตายด้วย หึๆ
“ฮูหยินอย่าได้กังวลใจเลยขอรับ อาการของท่านแม่ทัพนับว่าพ้นจากวิกฤตแล้วเพียงแต่ยัง้าเวลาพักฟื้นให้ร่างกายหายดีเป็ปกติเท่านั้น จนกว่าจะหายดี
ท่านแม่ทัพคงไม่มีแรงลุกขึ้นมาทำอะไรฮูหยินได้แน่”
ราวกับล่วงรู้ความคิดของฮูหยิน ฮุ่ยหลินจึงช่วยคลายความกังวลใจในเื่นี้ให้แต่ประเด็นหลักมันไม่ใช่เื่นั้นสักหน่อย สองคนนี้ไม่เข้าใจรึไงนะแถมพอเขาจะอ้าปากโต้แย้งก็ถูกมี่เอ๋อร์พูดขัดขึ้นซะก่อนอีก
“วางใจเถอะ เขาไม่กล้าทำอันใดเ้าหรอก แล้วก็อย่าลืมตอนที่คนเืเย็นนั่นฟื้นมาเ้าต้องทวงบุญคุณเขาให้มากๆ บอกเ้าคนแซ่หานนั่นด้วยว่าภรรยาเช่นเ้าต้องเหนื่อยยากลำบากแค่ไหนที่ต้องมาดูแลคนไม่ได้เื่อย่างเขาให้เขาสำนึกในความดีของเ้าซะเมื่อนั้นความอยู่รอดปลอดภัยก็จะบังเกิดกับตัวเ้าเอง”
ฮุ่ยหลินฟังวาจาของมี่เอ๋อร์แล้วอยากตำหนินางนักคำพูดไร้มารยาทเช่นนี้นางยังกล้าพูดออกมาอีก แม้นางจะรู้จักกับท่านแม่ทัพมานานแต่นางก็ควรแยกแยะฐานะตัวเองว่าด้อยกว่าท่านแม่ทัพมากนักจะมาพูดเล่นตีเสมอไปซะทุกครั้งไม่ได้ นางไม่ใช่เด็กแล้วนะที่จะมาทำอะไรตามใจตัวเองแต่เขาจะทำอะไรได้ในเมื่อนางไม่เคยเกรงกลัวเขา คงต้องรอให้ท่านแม่ทัพฟื้นขึ้นมาจัดการกับนางเอง
“ข้าจะจดจำคำสอนของท่านไว้ ขอบคุณพี่มี่ที่ชี้แนะ”ฝูกว่างเยว่กล่าวคำขอบคุณด้วยสีหน้าหนักใจพยายามฝืนยิ้มทำเป็ไม่รู้สึก ทั้งที่ในใจกำลังจะเดือดดาล
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็พากันเดินออกไปทิ้งให้ฝูกว่างเยว่ยืนทำหน้าเบ้ถอนหายใจหนักหน่วง ระบายความอัดอั้นเหมือนถูกปล่อยให้ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางมหาสุมทรอันกว้างใหญ่ทว่า...ไอร้อนจากกระถางคบไฟก็ฉุดดึงเขาที่สติหลุดไปไกลให้กลับเข้าร่าง มันร้อนจนขับเน้นให้ใบหน้าเนียนใสแดงระเรื่อหยาดเหงื่อไหลผุดซึมตามิัั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าไม่ต่างจากคนที่เพิ่งผุดขึ้นจากน้ำร้อนเดือดๆ
นี่มันหน้าหนาวนะไม่ใช่หน้าร้อนนะเฮ้ยเหงื่อเขาไหลท่วมตัวจนจะเป็ลมได้อยู่แล้ว!
“ร้อนชะมัด ทำไมต้องจุดไฟเยอะแยะขนาดนี้ด้วย”
เด็กหนุ่มมุ่นคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ สายตากวาดมองไปรอบกระโจมลงมือสำรวจพื้นที่ทุกตารางนิ้วก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตรงกลาง บนเตียงนั้นมีร่างของคนผู้หนึ่งนอนนิ่งอยู่ พื้นด้านหน้าปูด้วยพรมหนังเสือแท้แบบที่หัวถูกตัดทิ้งไปแล้วลายบนตัวมันสวยมากแต่ดูยังไงก็สยองขวัญอยู่ดี
“เอาวะ เป็ไงเป็กัน กับไอ้แค่ป้อนยาเช็ดตัวให้มันจะไปยุ่งยากอะไรเป็แค่คนเจ็บก็อยู่ให้มันนิ่งๆ ด้วยล่ะ ไม่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาปั้นหน้าโหดใส่ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์จะโต้วาทีลับฝีปากด้วยหรอกนะ อย่ามาหาเื่ให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะตัวเอง”เขาพึมพำเสียงลอดไรฟัน หน้าตาไร้อารมณ์สุดขีด หลังมือบางยกขึ้นปาดเหงื่อออกจากใบหน้ายืนนิ่งใช้ความคิดอีกครู่หนึ่งจึงเริ่มลงมือปฏิบัติตามหน้าที่ของตัวเอง
เสียงฝีเท้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบดวงตาเรียวหงส์หรี่ลงจ้องเขม็งไปยัง
ร่างสูงใหญ่ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง ก่อนเลื่อนสายตามายังแผงอกกำยำที่มีรอยถูกดาบฟันถึงสามแผลใหญ่โปะทับด้วยสมุนไพรบางๆ เป็แนวยาว เหนืออกซ้ายยังมีรูกลมเล็กที่แทบมองไม่เห็นรอบปากแผลเป็สีดำเข้มน่ากลัว ลักษณะเหมือนถูกอะไรยิงมาน่าจะเป็ลูกศรอาบยาพิษล่ะมั้ง
ฝูกว่างเยว่ปลดเสื้อคลุมกันลมออกวางพาดไว้บนโต๊ะก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างกายชายฉกรรจ์ร่างหนา สายตาจับจ้องใบหน้าคร้ามเข้มแผ่กลิ่นอายดุดันเข้มข้นเพียงแค่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ใจเต้นแรงตึกตักไม่อาจทำใจให้สงบเยือกเย็นได้อีกต่อไป
เขารู้แล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ชื่อว่าเ้าแห่งาพลังบางอย่างในตัวของหานเจี้ยไม่ธรรมดาเลยสักนิด นอกจากจะพลังที่รุนแรงแล้วยังแข็งแกร่งสามารถข่มขวัญศัตรูให้สติแตกกระเจิงได้เพียงอยู่ใกล้และยอมสยบอยู่ใต้อำนาจเมื่อเผลอสบตา
ขนาดเขาที่ว่าแน่ยังแอบสะท้านเยือกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกรู้สึกเหมือนติดอยู่ในูเาน้ำแข็งอันเย็นเยียบแต่มันก็เป็ความกลัวใน่แรกและในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น เพราะตอนนี้เขามีความสนใจในตัวตนของผู้ชายคนนี้มากกว่า
“ร้ายกาจซะขนาดนี้ยังมีคนหลงรักเป็โขยงอีกถ้าบอกว่าเป็คนดีทำเพื่อ
คนอื่นจริง แล้วทำไมถึงได้ใจร้ายกับเด็กคนนี้นักนะทั้งที่เ้านั่นก็ไม่ได้มีความผิดอะไร แล้วทำไมถึงต้องมาตายอย่างน่าสงสารแบบนี้ด้วย”
เขาคิดว่าเื่นี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิดก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกคนอื่นบีบบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำสุดท้ายกลับมามีจุดจบที่น่าสงสารอย่างที่เห็น แล้วตัวเขาเป็ยังไง จะมีจุดจบเหมือนกันกับเด็กนี่รึเปล่า
นี่ถ้าหานเจี้ยสนใจและใส่ใจคนอ่อนแอใสซื่อนั่นมากกว่านี้ก็คงไม่ต้องมาตายั้แ่อายุยังน้อยหรอก อนาคตที่สดใสกำลังรออยู่แท้ๆแต่กลับมาถูกทำลายลงเพราะความใจจืดใจดำของคนเพียงคนเดียว มันน่านักไหมเล่า
เพียงเพราะคนผู้นี้งั้นเหรอ ที่ทำให้ผู้คนทั้งใต้หล้าตัดสินว่าจะมอบความผิดให้กับเด็กคนนั้นโทษทัณฑ์ที่ต่อให้จะมีจิตใจแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยังต้องยอมแพ้แล้วคนอ่อนแอพรรค์นั้นจะไปรอดได้ยังไง
“คนเห็นแก่ตัว แม้กระทั่งคนอ่อนแอก็ไม่คิดจะละเว้น”
เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้พูดด้วยน้ำเสียงคับแค้นใจ ดวงตาวาววับจ้องเขม็งใบหน้าคมสันน่าเกรงขามด้วยสายตาเยียบเย็นสะท้อนความแข็งกร้าวฉุนเฉียวนึกอยากก่นด่าอีกฝ่ายสักหลายประโยคก็ติดตรงไม่สะดวกใจจะทำอย่างนั้น
เชื่อเถอะว่าถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันเขาต้องได้ด่ากราดไอ้แม่ทัพโหดนี่ไปนานแล้วมีอย่างที่ไหนปล่อยให้คนดีๆ ถูกรังแกโดยไม่คิดยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ จะใจดำก็ให้มันมีขอบเขตกันบ้างฝูกว่างเยว่ไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงจะไม่พอใจที่ต้องมาเป็สามีภรรยากันแต่ก็ไม่เห็นต้องทำตัวห่างเหินเ็าเลย
ไม่สนแม้กระทั้งความเป็ตายของอีกคน ไหนว่าเป็น้องชายของคนที่รักไงเล่าพอไม่ได้ครองคู่กับพี่สาวก็พาลเกลียดคนเป็น้องชายไปเลยงั้นเหรอ!
ทุเรศสิ้นดีคนที่ไม่มีหัวใจแบบนี้สมควรแล้วที่ต้องอยู่คนเดียว!
ยิ่งคิดถึงเหตุผลสารพัดที่หานเจี้ยกระทำต่อฝูกว่างเยว่เขาก็โกรธขึ้งจนเผลอกำหมัดแน่นขึ้น ก่อนจะแค่นเสียงเ็าใส่ คว้าผ้าสีขาวสะอาดในอ่างทองเหลืองมาขยี้ขยำเต็มแรงใส่ความอาฆาตแค้นที่มีต่อหานเจี้ยลงไปจนมันแทบฉีกขาดคามือ
มันน่าเตะสักป๊าบสองป๊าบให้สาแก่ใจนักเขาทั้งหมั่นไส้ทั้งโมโหคนตรงหน้าเลย
“เหอะ รอก่อนเถอะ ถึงเวลาที่ข้ามีอำนาจเมื่อไหร่ จะทำให้เ้าหมอบราบคาบร้องขอชีวิตข้าสักพันครั้งหมื่นครั้งเลยคอยดู!”
ด้วยความโมโหและหงุดหงุดสุดฤทธิ์ก็พูดไปแบบไม่ยั้งคิดก่อนจะเอาผ้าชุบน้ำบิดพอหมาดมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับคนเจ็บ ต้องยอมรับว่าหานเจี้ยหน้าตาหล่อมากผสมผสานระหว่างเทพบุตรกับปีศาจร้ายเอาไว้ในคนคนเดียวกัน
คิ้วกระบี่พาดเฉียงอยู่เหนือดวงตาที่ยังปิดสนิทจมูกโด่งสันเผยถึงความเที่ยงตรงยุติธรรม ริมฝีปากหนาหยักได้รูปสวยแนวกรามเป็เหลี่ยมสัน ทั่วทั้งร่างอัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาล ในแบบที่ใครได้อยู่ใกล้ก็ััได้ถึงความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงผิวสีแทนกร้านแดดดูน่าหลงใหลเหมือนกับนักรบกรีกโบราณ กล้ามเนื้อสมบูรณ์ช่างชวนให้อยากเอาหน้าลงไปซุกซบจริงๆ
มือเรียวกำผ้าผืนไว้แน่นชะงักค้างอยู่บนกล้ามเนื้อหน้าอกตึงเปรี๊ยะหยาดเหงื่อผุดซึมไปทั่วร่างแข็งกระด้างเพิ่มความเซ็กซี่เร้าใจขึ้นไปอีกริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อทะลักขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ฝูกว่างเยว่เหม่อมองแผงอกกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งตึงอย่างใจลอยก่อนที่นิ้วเรียวเล็กจะยื่นลงไปจิ้มเบาๆ ทดสอบดูความแข็งบึกบึนของกล้ามเนื้อตรงนั้นอีกฝ่ายหายใจแรงขึ้นแต่ยังคงไม่รู้สึกตัว และด้วยความหมั่นไส้ที่จู่ๆก็ผุดขึ้นกะทันหันทำให้เขารัวนิ้วลงบนอกแกร่งออกแรงจิ้มครั้งแล้วครั้งเล่าจนร่างหนากระตุกแรงเขาถึงได้รีบชักนิ้วออกก่อนที่อีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาด่า
ฟูววว เกือบไป เล่นเอาตกอกใหมด!
เด็กหนุ่มหน้าสวยปานประหนึ่งเทพธิดาจำแลงยกมือขึ้นปาดเหงื่อพลางถอนหายใจรัวแรงดวงตาสวยซึ้งเหลือบขึ้นมองใบหน้าคมเข้มที่แผ่กลิ่นอายสังหารเข้มข้นเจือไว้ด้วยรังสีอำมหิตออกมารอบๆเหมือนกับหมอกพิษที่ปกคลุมไปทั่วร่างไว้ใช้ป้องกันศัตรูที่คิดฉวยโอกาสทำร้ายตนตอนที่ยังไม่รู้สึกตัวเขากำลังคิดว่าจะลองยื่นมือไปทุบตีสักหน่อยก็ต้องยับยั้งไว้เพราะความกลัวที่ผุดขึ้นในใจ
ไอ้แม่ทัพโหดนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ด้วย ขนาดหลับอยู่ยังทำให้คนอื่นเกรงกลัวได้มือเขาที่คิดจะพุ่งไปเล่นงานในตอนแรกจนถึงตอนนี้ยังสั่นไม่หายเลย
“คนที่ไม่เคยเห็นค่าเห็นความสำคัญของคนอื่นจ้างให้ข้าก็ไม่กลัวหรอกสักวันหนึ่งข้าจะต้องเอาชนะท่านให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม ถึงตอนนั้นหวังว่าเ้าเด็กนั่นจะรับรู้ได้และร่วมหัวเราะเยาะท่านไปพร้อมกับข้า”
ป่านนี้เ้าเด็กอ่อนแอนั่นจะไปอยู่ที่ไหนกันนะ ได้ขึ้นไปอยู่บน์แล้วล่ะมั้ง
ทั้งซื่อทั้งเซ่อแบบนั้นยังไงก็ไม่มีทางตกนรกแน่ผิดกับเขาลิบลับที่คงถูกถีบลงไปในนรกั้แ่ครั้งแรกที่โผล่หน้าไปให้ท่านพญายมเห็นเขามีความรู้สึกว่าตัวเองจะต้องเลวร้ายพอสมควร
ช่างเถอะๆ ตอนนี้เขาควรสนใจคนตรงหน้าก่อนดีกว่าใกล้ตายรึยังเนี่ย?
+++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนนี้จะอัพไปเรื่อยๆ ก่อน แต่ถ้าคนไม่ค่อยอ่านจะอัพแค่ครึ่งเดียวพอครับ ที่เหลือตามอ่านในรูปแบบอีบุ๊คส์เอา เพราะบางทีเนื้อเื่อาจไม่ใช่แนวที่สนใจของเว็บนี้