จินวั่งซู่ย้อนกลับเรือนรักษา เมื่อเห็นฮูหยินไร้รอยทำท่าคล้ายข่มใจไม่คล้อยตามตนอีกก็ใช้ท่าไม้ตายตรงเข้าไปกอดนาง ลูบไล้แขนปากก็คลอเคลียอยู่แถวแก้มหว่านล้อมนางอีกครั้งจินวั่งซู่ข่มใจไม่ฟังเสียงแหบต่ำเยี่ยงบุรุษของนางเพื่อปลอบประโลมใจตนเองให้คิดว่ากำลังกอดสาวงาม
“ฮูหยิน!หากเ้าไม่ช่วยข้า แม้แต่ชีวิตของข้าก็ยังไม่รู้ว่าจะรักษารอดหรือไม่?”
“เ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”เสียงของชายวัยกลางคนห้วนสั้นทว่าจินวั่งซู่กลับไล้นิ้วมือบนนิ้วเรียวงามของนางแ่เบา
“เ้าจะใจร้ายกับข้าลงเทียวหรือข้ารู้ว่าเ้ามีใจให้กับข้า”
ฮูหยินไร้รอยระทดระทวยอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มรูปงาม
“ยานอนหลับข้าหมดแล้วข้าเหลือยาพิษใจสลายอีกสองขวด แต่เ้าต้องสัญญาว่าหากกำจัดโจรได้แล้วต้องยอมมาอยู่ที่นี่เป็เพื่อนข้าหนึ่งคืน”
จินวั่งซู่หลับหูหลับตารับปากนาง“ได้! ข้าสัญญา”
ฮูหยินไร้รอยจึงหยิบเอายาอีกสองขวดมอบให้เขาไป
“หากเ้าจะให้ข้ามาอยู่เป็เพื่อนจริงๆเ้าช่วยทำเสียงของเ้าให้เป็สตรีก่อนได้หรือไม่?”จินวั่งซู่ทำสีหน้าคล้ายคนใกล้ตายเมื่อกล่าวประโยคนี้ออกมา
ฮูหยินไร้รอยสบตาชายหนุ่มแล้วเผลอพยักหน้ารับครั้นเขาจากไปแล้วนางก็เอาแต่ตีอกชกหัวตนเองที่เผลอไผลใจเป็สตรีไปกับชายเ้าเล่ห์ผู้นั้น“ข้าเป็บุรุษ!” เสียงะโก้องเรือนดังตามหลังจินวั่งซู่กับเฟิ่งหู่
คนกลุ่มแรกที่กินอาหารผสมยานอนหลับลงไปต่างมีอาการง่วงนอนและขอลากลับเข้าห้องเมื่อรองหัวหน้าโจรกลับมาจากเรือนอาวุธก็ได้แต่แปลกใจ จีลี่อิงขอร้อง พ่อครัวอ้วนให้เอาสุราออกมาสักสองไห
“ท่านพ่อครัวข้าไม่เอาค่าแรงแม้สักบาทแค่อยากได้สุราไปเลี้ยงสหายในค่ายสักสองไหขอรับ”
พ่อครัวอ้วนเห็นว่าเ้าหลุนผู้นี้ขยันซ้ำค่าแรงที่ตกลงว่าจะให้ก็ไม่ต้องจ่ายจึงแสร้งทำใจดียกเหล้าที่ซ่อนไว้ในครัวให้ไปเมื่อวันก่อนที่เขานำคนไปขนอาหารที่หมู่บ้านเ้าเด็กโซผู้นี้นอนกลิ้งดูอดอยากจึงตกลงพามาทำงานด้วย ค่าแรงที่คิดว่าจะให้เมื่อเทียบกับสุราสองไหนั้นยิ่งกว่าคุ้ม
“เ้าเองก็อย่าคิดจนเมาเละล่ะอย่าลืมว่าเราต้องเตรียมทำอาหารก่อนรุ่งสาง”
“ขอรับ!”
จีลี่อิงเทยาพิษเขย่าในสุราแล้วยื่นให้จินวั่งซู่“หากคิดจะให้รองหัวหน้าดื่ม ข้าว่าจะดูมีพิรุธ เราเอาไปเลี้ยงพวกขนอาวุธจะดีกว่า”
“อืม...ที่เ้าพูดมีเหตุผล” จินวั่งซู่จึงเอาเหล้าสองไหไปแบ่งเลี้ยงพวกขนอาวุธ“ข้าได้ยินหัวหน้าบอกว่า รุ่งสางพวกเ้าก็จะเดินทางแล้วดื่มเป็เกียรติให้ข้าสักหน่อยที่ได้รู้จักกับพวกท่าน” เมื่อได้ยินคำยกย่องเช่นกันเหล่าโจรก็ลำพอง ต่างยกชามเหล้าขึ้นดื่มกันอย่างยินดี
“คืนนี้พวกข้าดื่มมากไม่ได้เอาเป็ว่าดื่มเพื่อมิตรภาพก็แล้วกัน”พวกเขาดื่มกันไปคนละถ้วยแล้วก็ซวนเซไปหาที่งีบหลับส่วนเฟิ่งหู่ก็แสร้งยกเหล้าไปให้พวกที่เป็นักดาบเก่งกาจที่เขาเห็นฝึกซ้อมอยู่ลานในยามบ่าย
แม้เหล้าสองไหจะไม่ได้มากแต่ก็ทำให้กลุ่มคนมีฝีมือของค่ายโจรพับลงไปไม่น้อย จีลี่อิงหยิบขนมในห่อผสมยาพิษลงไปเอาไปให้ยามเดินตรวจตราแถวครัวแล้วลากพวกเขาไปเก็บหลังเรือนนอน
“ยาพิษใจสลาย กินแล้วนอนหลับก่อนหรือ?”
“ใช่!เมื่อหลับแล้วก็จะสิ้นชีพไปเลย” คำตอบของจินวั่งซู่ทำเอาท่านหญิงจีแสยะยิ้ม
“นับว่าเป็ยาที่ดูโหดร้ายแต่ก็ใจดีตายแบบศพสวย”
ทั้งสามรีบเดินตามกันออกไปทางส่วนหน้าของค่ายโจร
“ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด”
“เราจะหนีออกด้านใด?”
“ด้านหน้า”
จินวั่งซู่ไม่คิดว่าจะเจอสตรีบ้าบิ่นคนที่สอง“นั่นมิใช่มีโจรเฝ้ายามกันเยอะที่สุดหรือ?”
“ข้าจุดไฟเผาโรงครัวไว้แล้วเราต้องหนีไปหลังเรือนของหัวหน้าจากนั้นเผาเรือนหัวหน้าเพื่อจะหนีออกทางด้านหน้าใน่ที่วุ่นวาย” ท่านหญิงจีที่หายไปครู่หนึ่งรีบวิ่งกลับมาชายทั้งสอง
“แผนของเ้า...เหตุใดข้าคิดว่าเสี่ยงยิ่งนัก”
“ไม่ทันแล้วคุณชายจิน”
จินวั่งซู่หันไปเห็นเพลิงที่กำลังลามเลียผนังครัวก็รีบฉุดแขนทั้งสองคน“วิ่งเร็วเข้า!” พวกเขาวิ่งไปจนถึงหลังเรือนของหัวหน้าแล้วเริ่มลงมือจุดไฟสองจุดจากนั้นก็ไปซ่อนหลังพุ่มไม้ใกล้ทางออก
“ไฟไหม้! ไฟไหม้!”คนที่เดินเวรยามจำนวนหนึ่งรีบวิ่งไปดับไฟที่โรงครัวทว่าไฟที่โหมกระหน่ำอย่างรวดเร็วกลับยากที่ดับได้ทันเหล่าโจรที่เฝ้ายามหน้าประตูยังค คงมิกล้าทิ้งพวกเขาชะเง้อมองดูเปลวเพลิงลุกแดงฉาน
ไม่นานนัก เพลิงที่เรือนใหญ่ของหัวหน้าก็ลุกติดพรึ่บ!ถึงสองจุดลามไปถึงหลังคา “ไฟไหม้เรือนหัวหน้า!”คราวนี้เหล่ายามที่เฝ้าอยู่ประตูใหญ่ถึงกับตาเหลือกพวกเขาลืมตัวรีบทิ้งเวรยามมาช่วยกันดับไฟที่เรือนหัวหน้า
“ไปเร็ว!”สามสหายที่ซ่อนตัวอยู่รีบวิ่งออกทางประตูใหญ่
“มีคนหนี!”โจรส่วนหนึ่งหันมาเห็นคนทั้งสามที่ถือดาบวิ่งตามไปท่านหญิงจีหันกลับไปต่อสู้หลบดาบแล้วถีบสวนโจรจนกระเด็นกลับมีโจรอีกกลุ่มกรูออกมากันช่วยล้อมพวกเขาทั้งสามไว้ทั้งสามต่อสู้ต้านทานยามนี้ท่านหญิงจีแย่งดาบมาได้นางจึงตะลุยกับเหล่าโจรพร้อมตีลังกาไปหยิบดาบของโจรที่ถูกแทงตายแล้วโยนส่งให้เฟิ่งหู่และจินวั่งซู่
“พวกเ้ารับดาบ!”
โจรหลายสิบคนพุ่งเข้ามารุมล้อมพวกเขาทั้งสามที่วิ่งที่ถึงลานด้านหน้าค่ายเอาไว้ท่านหญิงจีกระโจนไปถึงเสาใหญ่ที่พวกเขาใช้ทำประตูทางเข้าค่ายพลันนางโยนดาบทิ้งแล้วใช้สองมือถอนเสาใหญ่ขนาดหนึ่งคนโอบที่ฝังลึกลงดินขึ้นมา
“อ๊าก!” คนทั้งหมดถึงกับตะลึงตาค้างประตูใหญ่ของค่ายซวนเซ
“เสาจะล้มแล้ว!”ท่านหญิงจีกระโจนไปอีกฟากหนึ่งใช้สองมือถอนเสาอีกต้นขึ้นมาแล้วโยนโครมลงไปกลางลานประตูขนาดใหญ่ของค่ายล้มตึงลงอย่างแรง คนทั้งหมดยืนตาค้าง
“เ้านี่มันปีศาจชัดๆ”
นางอุ้มเสาข้างหนึ่งขึ้นสะบัดไม่กี่ครั้งประตูขนาดใหญ่กระเด็นหวือออก นางเหวี่ยงเสาคล้ายคนเหวี่ยงกระบี่กระแทกเอาคนนับสิบปลิวไปถูกทับจนกระอักเื
จินวั่งซู่กับเฟิ่งหู่ตะลึงตะลานไปเช่นเดียวกันแต่เมื่อเหล่าโจรยังบุกเข้ามานางจึงหยิบประตูด้วยมือเดียวขว้างออกไปทับคนอีกหลายคนร้องครวญคราง
พวกโจรละล้าละลังด้านหนึ่งก็ต้องวิ่งไปดับเพลิงอีกส่วนก็ต้องตามจับกุมผู้คิดหนีที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก พวกมันล้วนกล้าๆ กลัวๆเมื่อนางยกเสาใหญ่อีกข้างหนึ่งขึ้นมา
“น้องหญิงข้ามาแล้ว!” ฟ่านหลี่เจี๋ยถือธนูในมือควบม้าเข้ามาใกล้ เขายิงธนูครั้งละสามดอกปักลงบนหลังโจรทีละสามคนอย่างแม่นยำมือปราบที่ดาหน้าถือธนูยิงนำมาเป็กลุ่มแรกรัวลูกเกาทัณฑ์เข้าไปในค่ายโจรูเา
********************
