ตอนที่ 5: ตั้งพันหยวนเชียวนะ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดแสงอ่อนลงมา ชายหนุ่มหยีตาก่อนจะค่อย ๆ ปรับสายตาเข้ากับแสง ความอบอุ่นในอ้อมกอดนี้ทำให้เขายังไม่อยากตื่นเลย
และเมื่อก้มมองหมอนข้างในอ้อมกอด ที่กำลังซุกหน้าแนบอยู่ที่อก ก็ทำให้หน้าเขาร้อนผ่าว รสหวานที่ปลายลิ้น กับภาพใบหน้าของนางที่ก้มลงมาประกบปากกับเขาฉายแว่บขึ้นมา เขานอนตัวเกร็ง รีบหลับตาเมื่อหมอนข้างนั้นเริ่มขยับตัว
เฉินฟางเหนียงซุกหน้ากับหมอนอุ่น พลางคิดในใจว่าหมอนนี้แข็งเกินไป ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วผงะหงายเมื่อมองเห็นอกกว้างเป็ลอนแน่นที่ซบอยู่ แล้วค่อย ๆ คลายอ้อมกอดพลางถดตัวออกห่าง
“บ้าจริง เผลอกอดหมาบ้านี่ซะได้”
พูดไปพลางก็ส่งมือไปอังหน้าผากไปพลาง
“ยังตัวรุม ๆ อยู่ เดี๋ยวเช็ดตัวสักหน่อยน่าจะดี พอฟื้นขึ้นมาแล้วจะได้ถามอะไร ๆ ให้รู้เื่”
แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดูแปลก ๆ แต่เธอก็ยังคงหวังว่าเื่ทั้งหมดจะเป็แค่เื่ล้อกันเล่นที่ผิดคิวจนนักแสดงาเ็ และลางสังหรณ์ที่น่าขนลุกนั้น เป็แค่เื่ไร้สาระ ทุกอย่างจะกระจ่างถ้าผู้ชายคนนี้ฟื้นขึ้นมา
เธอหันไปคว้าขวดน้ำที่ว่างเปล่าและเศษผ้าที่ไม่เป็ชิ้นเป็อันใส่กระเป๋า แล้วกะโผลกกะเผลกเดินตามเสียงน้ำไหลไป โดยไม่รู้ตัวว่ามีสายตาของใครคนหนึ่งมองตาม
เดินตามเสียงมาไม่นานก็เจอน้ำตกสูงประมาณห้าเมตร ที่ไหลมาจากลำธาร้ามาลงที่แอ่งด้านล่าง กว้างประมาณสิบเมตร น้ำใสสะท้อนสีฟ้าอมเขียวเป็ประกาย
เฉินฟางเหนียงค่อย ๆ นั่งลงข้าง ๆ ริมแอ่งน้ำ ล้างคราบเืเหนียวเหนอะที่มือออกอย่างพอใจในความสะอาดอย่างที่ควรจะเป็
“น้ำใสน่าลงเล่นมากเลย”
ถ้าไม่ติดตรงที่ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เธอก็อยากจะลงไปดำผุดดำว่ายให้ชื่นใจ หลังจากลูบหน้าลูบตาด้วยความเสียดาย ก็ซักเศษผ้าแล้วกรอกน้ำใส่ขวด
ขณะลุกขึ้นยืน ขาก็ลื่นไถลจากคราบตะไคร่น้ำ
“ว้าย!”
ทันใดก็มีมือแกร่งมาคว้าเอวเธอไว้ แรงนั้นส่งให้เธอเซไปซบอยู่ที่อกกว้างเปลือยเปล่าที่มีเศษผ้าไหมพันไขว้อยู่
เมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบกับแววตาคมลึกคู่นั้น กลับทำให้เธอขยับตัวไม่ได้ ได้ยินแต่เสียงหัวใจที่ไม่รู้ว่าของใครเต้นระรัว ต่างคนต่างจ้องตากันนิ่งราวกับโลกหยุดหมุน
แต่แล้วก็มีเสียงเคลื่อนไหวของคนหลายคนอยู่โดยรอบ ชายหนุ่มผลักเธอออกไปอยู่ข้างหลังเขา แล้วชักดาบออกมาพร้อมเผชิญหน้ากับใครก็ตามที่กำลังดาหน้าเข้ามา
ท่วงท่านั้นทำเอาหญิงสาวใจสั่นยิ่งกว่าเดิม
‘บ้าจริงฟางเหนียง นี่มันใช่เวลามั้ย’
หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความรู้สึกบางอย่างออกไป แล้วหันมาหวาดหวั่นกับอันตรายตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็
ชายชุดดำนับสิบ ดาหน้าเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ เฉินฟางเหนียงล้วงมือลงไปในกระเป๋าคว้ารองเท้าส้นเข็มขึ้นมาถือไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างกำกรรไกรไว้แน่น
สองคนที่อยู่ใกล้ที่สุดเงื้อดาบพุ่งตรงเข้ามา ชายหนุ่มรับดาบทั้งสองไว้ได้ แล้วเตะตัดขาจนหนึ่งในนั้นล้มลง ส่วนอีกคนถูกดาบฟันสวนเข้าที่คอจนเืกระฉูด
‘จวนตัวอย่างนี้ไม่ต้องหวังจับเป็กันแล้ว’
ชายหนุ่มใช้เพลงดาบสำหรับปลิดชีพ ซึ่งว่องไวจนมองตามแทบไม่ทัน เห็นเพียงเืที่สาดกระจายในทุกครั้งที่ดาบนั้นกวัดแกว่ง
เฉินฟางเหนียงแม้จะเคยดูฉากต่อสู้ในซี่รี่ส์ย้อนยุคมาเยอะ แต่พอต้องมาอยู่ในเหตุการณ์ที่ทั้งภาพและเสียง รวมถึงััและกลิ่นมาครบ 4DX ขนาดนี้ก็อดขาสั่นไม่ได้
ชายชุดดำที่ตอนแรกถูกเตะตัดขาล้มลงไป ตอนนี้คว้าหมับเข้าที่ขาของเธอแล้ว หญิงสาวกรี๊ดลั่น สองมือที่ถืออาวุธคู่ใจจ้วงแทงลงไปที่แผ่นหลังของชายชุดดำนั้น
แม้รองเท้าส้นเข็มกับกรรไกรตัดกระดาษจะไม่อาจปลิดชีพศัตรูได้ แต่ก็พอจะทำให้มันเจ็บจนปล่อยเท้าเธอเป็อิสระ ทันใดนั้นดาบก็ปักฉึกลงมาที่กลางหลังของมัน เืสาดกระเด็นมาบนใบหน้า และชุดจั๊มสูทสีครีมของเธอเมื่อเขาดึงดาบออกมา กลิ่นคาวเืคละคลุ้งจนแทบหายใจไม่ออก
ลูกธนูนับสิบพุ่งตรงมาสังหารพวกมันทั้งหมดจนร่วงลงเหมือนใบไม้ร่วง ตามมาด้วยชายฉกรรจ์นับสิบบนหลังม้าในชุดเกราะสีดำทมิฬ ชายเ่าั้ลงจากหลังม้าแล้วคุกเข่าทำความเคารพ
“คารวะชินอ๋อง”
ซึ่งเ้าตัวหาได้ใส่ใจไม่ ทั้งยังส่งสายตาไม่พอใจมายังคนเ่าั้
“ตรวจดูว่ามีใครรอดหรือไม่ ข้า้าพวกมันเป็ ๆ”
“พะย่ะค่ะ”
เหล่าองครักษ์พากันพลิกร่างชายชุดดำเ่าั้
“ทางนี้พะย่ะค่ะ”
เมื่อชายหนุ่มไปถึงก็บีบคอชายชุดดำขึ้นมาเค้นความ
“ใครส่งพวกเ้ามา!”
ชายชุดดำกัดฟันกรามอย่างแรงแทนคำตอบ จากนั้นก็ชักดิ้นชักงอ น้ำลายฟูมปาก จนร่างแน่นิ่งไป
“ยาพิษ! มันตายเสียแล้วพะย่ะค่ะ”
ชายหนุ่มหัวเสีย เก็บดาบเข้าฝักอย่างแรง
“ค้นตัว แล้วเก็บหลักฐานไปให้มากที่สุด”
เหล่าองครักษ์รับคำ หนึ่งในนั้นเอ่ยถามขึ้นมา
“แล้วนางล่ะพะย่ะค่ะ”
เมื่อเขาหันไปทางเฉินฟางเหนียง ก็เห็นใบหน้าขาวซีด ที่มีหยดเืสาดกระเซ็นเต็มใบหน้า ร่างแข็งทื่อดวงตาเบิกโพลง เขารีบทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ พลางเขย่าตัว
“แม่นาง เ้าาเ็ที่ใด”
แต่เฉินฟางเหนียงปิดการรับรู้ั้แ่เืกระเซ็นขึ้นมาบนหน้าและชุดเธอแล้ว
“พันหยวน ชุดนี้ตั้งพันหยวนเชียวนะ”