3.
วิทยาลัยเวทมนต์แห่งชาติเวสเทิรน์
ตลาดยามเย็นนั้นผู้คนยังคงหนาแน่นเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง แต่วันนี้ดูจะแ่าเป็พิเศษ ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ไคน์คว้ามือน้องสาวมาจับเพื่อเดินจูงเพราะเขากลัวว่าเธอจะพลัดหลงไปกับฝูงชนที่แน่นขนัดในวันนี้ ผู้คนในตลาดวันนี้ดูจะมีหลายหลายอารมณ์จนน่าประหลาดใจ บ้างดูคึกคัก บ้างดูกระวนกระวายใจ เหมือนกับมีสิ่งที่น่าตื่นเต้นอยู่ในตลาดแห่งนี้
ไคน์พาเนลเดินไปดูโน่นนี้เรื่อยเปื่อยจนกระทั้งผ่านมายังหน้าลานน้ำพุแห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้กำลังแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากมายหลายวัยและกำลังซื้อ...ไม่สิต้องบอกว่ารุมซื้ออะไรบางอย่างกันอย่างบ้าคลั่งอู่ตรงลานน้ำพุแห่งนั้น เนลเองเห็นก็แต่เพียงแค่ขาโต๊ะไม้เท่านั้นนอกจากนี้เธอไม่เห็นอะไรเลยเพราะผู้คนมุงกันเยอะมาก
“พวกนั้นรุมซื้ออะไรกันอะพี่ไคน์” คนเป็น้องถามอย่างสงสัย
“ใบสมัครเข้าวิทยาลัยเวทมนต์แห่งชาติเวสเทิร์นไง เขารับสมัครกันทุกปีแหละ”
“ดีจัง” เสียงน้องสาวบ่นอุบอิบทำเอาคนเป็พี่ยิ้ม
“สนใจละสิเรานะ”
“เปล่าซะหน่อย” ปากว่าอย่างแต่สายตากลับมองอย่างไม่ละวาง เขารู้ดีสายตาของน้องสาวเขาคนนี้เป็อย่างไร..
เด็กสาวผู้เติบโตมาในตระกูลนักฆ่า ที่ไม่เคยคิดอยากจะทำอาชีพนี้ แต่อยากเป็คนธรรมดา อยากเล่น อยากเรียน อยากอยู่กับเพื่อน มากกว่าที่จะมาเป็มัจจุราชคอยพรากชีวิตใคร
“เนลพี่ถามอย่าง เราชอบเป็นักฆ่าไหม??”
คำถามทำเอาคนเป็น้องถึงกับเลิกคิ้วฉงน
“ถามแบบนี้หมายความมาอะไรพี่ไคน์”
“เออน่าพี่แค่อยากรู้ รับรองไม่เอาไปบอกพ่อ”
คนตัวเล็กชั่งใจก่อนตอบคนเป็พี่
“จริงๆ ก็ไม่ชอบ ฉันอยากใช้ชีวิตแบบเด็กคนอื่นเขาบ้าง ได้เล่นได้หัวเราะอยู่กับเพื่อน มันสนุกมากกว่ามานั่งฆ่าคนเยอะ แต่ให้ทำไงได้ ฉันมาอาศัยบ้านพี่เติบโตมากับอาชีพนี้ จะให้ไปเป็อัศวินก็คงไม่ถูก"
“งั้นถ้าพี่บอกให้เราเลิกเป็นักฆ่าจะเอาไหม?”
เนลสะดุ้งโหย่งกับคำถามนี้พร้อมเงยหน้ามองพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ
“พี่พูดอะไรนะ?” น้องสาวถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“พี่จะบอกว่าให้เราเลิกเป็นักฆ่าแล้วไปเรียนที่เวสเทิรน์นะจะเอาไหม ถ้าเอาพี่จะไปขอพ่อให้”
“พ่อจะให้หรอ” คนเป็น้องบ่นอุบอิบ
“พี่ซะอย่าง ยังไงก็ได้” คนเป้นพี่หัวเราะร่าพร้อมกับชูใบสมัครเรียนออกมาตรงหน้าเธอ ทำเอาคนตัวเล็กตาลุกวาว
“รักพี่ไคน์ที่สุดเลย!!!”
เนละโกอดพี่ชายทันที ซึ่งไคน์เอาก็ได้เเต่ลูบหัวเ้าลิงน้อยของเขาเบาๆ ก่อนจะชวนน้องสาวตัวดีกลับบ้านเพราะฟ้าเริ่มมืดเเล้ว
เมื่อถึงห้องนอนเนลจัดการกับภารกิจส่วนตัวของเธอแทบจะในทันที เมื่อเสร็จภารกิจเธอก็ล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน
“เนล!! ตื่นเดี๋ยวนี้นะ เนเลียล!!!”
ไคน์เขย่าตัวน้องสาวจอมขี้เซ้าไปมาอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้ทั้งเขาและเธอกำลังจะไปสาย
“อืม..มีอะไรหรอพี่ไคน์นี้มันยังเช้าอยู่เลยนะ” ร่างบางนอนขดมุดลงผ้าห่มเข้าไปอีกจนคนเป้นพี่อยากตาย
“ลุกเดี๋ยวนี้ เรากำลังจะไปส่งใบสมัครสอบสายนะ!!!” คำของไคน์ทำเอาเนลสะดุ้งสุดตัว
สมัครสอบ
สมัครสอบ
สมัครสอบ!!!!
เนลรีบวิ่งไปยังห้องน้ำและรีบจัดการตัวเองให้เสร็จภายใน10นาที เมื่อเห็นคนเป็น้องวิ่งเข้าห้องน้ำ ไคน์ก็จัดการหยิบเอกสารที่กองอยู่บนโต้ะจับใส่กระเป๋าสะพายทันทีเป็การย่นเวลา
เนลออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับชุดเข้ารูปและกางเกงขาสามส่วนสีดำพร้อมกับเรือนผมสีแดงเพลงที่ปัดนี้ถูกรวบสูงด้วยโบว์สีน้ำตาลอ่อน จากปราสาทถึงหน้าประตูบ้านนั้นทั้งคู่เรียกให้ทามะไปส่ง เพราะเขาเอาทามะออกไปด้วยไม่ได้ มันมีหน้าที่เฝ้าบ้านหลังนี้เท่านั้น เมื่อพ้นประตูบ้านสองศรีพี่น้องตัดสินใจะโขึ้นและวิ่งไปตามหลังคาบ้านของชาวบ้านทันทีเพราะขนาดนี้การสัญจรด้านล่างกำลังอยู่ในสภาวะที่ติดขัดอย่างรุนแรงเลยทำให้สองพี่น้องต้องหาทางด่วนสายพิเศษในการเดินทางกันเสียหน่อย
เมื่อมาถึงไคน์เดินเข้าไปยื่นใบสมัครที่เนลกรอกเสร็จแล้วพร้อมชี้ให้เ้าพนักงานมองมายังเธอ เมื่อเข้าพนักงานมองหน้าสองพี่น้องสลับกับก็ฉ่ายสีหน้าอึ่งๆ ออกมา ไคน์พูดคุยกับพนักงานอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งเนลไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรแต่ที่แน่ๆ พี่ชายของเขา ไม่ได้จ่ายเงินค่าสอบเลยซักแดงเดียว ทั้งๆ ที่คิวอื่นๆ ต้องจ่ายตั้ง 5,000 เจนี่!!
หวังว่าพี่ชายของเธอคงไม่ได้ไปขู่กรรโชกใครเขานะ
สาวน้อยมองหน้าพี่ชายอย่างไม่เข้าใจแต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรก็ถูกขัดขึ้นมาเสียก่อน
“อย่าพึ่งถามอะไรพี่ ตอนนี้เดินไปที่ประตูด้านนั้นก่อนเลย เข้าไปรับการทดสอบ เสร็จแล้วยังไงพี่จะรออยู่ที่นี้”
ไคน์ชี้ไปทางด้านขวามือที่มีเหล่าหนุ่มสาวน้อยใหญ่ต่างทะย่อยเดินเข้าไปพร้อมยื่นใบสมัครให้เ้าหน้าที่ เเต่เมื่อมาถึงคิวเธอ เ้าหน้าที่กลับพ่ายมือให้เธอเข้าไปอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ
อะไรวะ
เธออุทานในใจด้วยความงุนงง มันแปลกั้แ่ที่พี่ชายเธอเข้าไปยื่นใบสมัครแล้ว ตอนยื่นเอกสารเข้าเธอก็ไม่จำเป็ต้องใช้อีก
มันจะพิเศษในพิเศษไปรึป่าว
เนลเดินไปตามมมือที่ผายออกไม่นานนักก็เจอกับประตู มือบางที่กำลังจะผลักประตูถึงกับชะงักเมื่อจู่ๆ ประตูนั้นก็ผละออกเองอัตโนมัติ
“คนเยอะจังแหะ”
เนลมองไปยังลานเบื้องหน้า ที่ผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งชายหญิงเดินกันให้วุ่นวายไปหมดจนแทบจะหาที่ว่างไม่ได้ แต่ที่เนลกำลังสนใจนั้นก็คือภายใต้อาคารที่เธอกำลังเดินวนไปมาอยู่นั้นเป็อาคารทรงกรีกโรมันโบราณสีขาวงาช้าง มีบันไดวนอยู่ตรงกลางและมีน้พุ่งที่มีน้ำสีรุ้งพวยพุ่งออกมาอย่างไม่ขาดสาย มีสถาปัตยกรรมมากมายรอบตึกหลังนี้ จากการตกแต่งเธอคาดว่าน่าจะเป็ไปตามแบบศิลปะยุคโบราณชวนน่าหลงไหลยากที่จะละสายตาไปได้ และด้วยความเผลอเลอนั้นเองจึงทำให้เธอเดินชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง
โครม!
“โอ้ย!!” เสียงอุทานของทั้งคู่ดังขึ้น เพราะเดินชนกันอย่างแรงเลยทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองกันอยู่ที่พื้น
“ขอโทษนะ ฉันมัวเเต่เดินมองอย่างอื่นเพลินไปหน่อย เธอเป็อะไรมากหรือเปล่า”
เนลขอโทษแทบจะในทันทีพร้อมยื่นมือเพื่อไปดึงสาวน้อยร่างบางอีกคนผู้เป็คู่กรณีของเธอขึ้นจากพื้น หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายยื่นมือรับมือเธอเป้นการรับน้ำใจ พร้อมกับยิ้มและส่ายหัวปฏิเสธว่าเธอไม่ได้เป็อะไร ซึ่งเมื่อเนลพิจารณาแล้วหญิงสาวตรงหน้าของเธอผู้นี้จัดได้ว่าเป็คนสวยคนหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งร่างเล็กๆ ที่ดูจะบอบบางน่าทะนุถนอมนั้น เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยาวเคลียไหล่และั์ตาสีเขียวมรกตแสนวานคู่นั้นรับรองแบบร้อยทั้งร้อยได้เลยว่าไม่มีหนุ่นคนไหนไม่หลงไหลเธอ
“เธอไม่เป็อะไรแน่ๆ นะ” เนลถามขึ้นอย่างเป้นห่วง
“ไม่เป็ไรจ๊ะ เอ่อ...ฉันชื่อ โรเซ่ ทริส นะ แล้วเธอชื่ออะไรหรอ?”
“เนเลียล วาเลนเซีย เรียกเนลเฉยๆ ก็ได้นะ”
เนลตอบเรียบง่ายพร้อมยิ้มร่า แต่ทว่าโรเซ่กลับดูอึ้งๆ ก็คงไม่แปลกหรอกเพราะไม่ว่าใครที่ได้ยินสกุลตระกูลวาเลนเซียหรือเทียริเอลก็มีแต่จะต้องใและหวาดกลัวกันทั้งนั้น เพราะมีเพียงสองตระกูลใหญ่นี้เท่านั้นที่เป็นักฆ่ามือหนึ่งแห่งเวสเทิร์น ทั้งว่องไวและไร้ความปราณีที่สุด ซ้ำแล้วยังไม่ค่อยมีใครได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกเขา เพราะไม่ว่าจะเป็การรับงานหรือทำสัญญาใดๆ ผู้เป็พ่อบ้านใหญ่จะเป็ผู้จัดการให้เสมอ เนลถอนหายใจ เธอคงหาเพื่อนไม่ได้ในที่นี่แน่ๆ เพราะไม่ว่าใครเมื่อได้รู้ว่าเธอเป็คนมาจากตระกูลนี้ก็ต่างพากันหวาดกลัวทั้งสิ้น แต่ั์ตาสีแดงเพลิงกลับดูฉงนเมื่อเ้าของั์ตาสีเขียวมรกตแสนหวานนั้นกลับฉายแววตื่นเต้นแทนหวาดกลัว
“ว้าววววว เหลือเชื่อ เนลเป็คนของตระกูลนั้นหรอ ยอดไปเลย”
“ไม่กลัวฉันหรอ” เนลถามอย่างสงสัย
“ไม่นี้ เนลไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน แล้วอีกอย่างเป้นเพื่อนกับนักฆ่าเท่ดีออก”
โรเซ่ตอบอย่างซื่อๆ แต่นั้นเรียกเสียงหัวเราะรัวให้กับเนล ผู้หญิงคนนี้สำหรับเธอแล้วถือว่าสุดยอด เธอไม่เคยเห็นคนที่ไม่กลัวอะไรมาก่อน ดีจริงๆ ที่ได้เจอ ดีจริงๆ ที่ตอนนี้เธอได้เพื่อนเเล้ว แต่อาจจะเพราะเธอคงหัวเราะมากไปหน่อยเลยทำให้โรเซ่ทำหน้ามุ้ยใส่เธอจนเนลต้องยกมือโบกไปมาเป็เชิงขอโทษ
“พอเลยๆ ไม่ต้องมาขำเลยไปหาที่รอกันดีกว่าอีกตั้งครึ่งชั่วโมงแหนะกว่าเขาจะเรียกทดสอบ”
โรเซ่จับมือเนลแล้วดึงให้เดินต่อ แต่เนลไม่ได้สนใจ ส่งที่เธอสนใจคือเื่สอบมากกว่า เมื่อโรเซ่พาเนลเดินมาเรื่อยๆ จนถึงที่ๆ หนึ่งที่ใกล้กับบานใหญ่แปลกๆ ทั้งห้าบาน โรเซ่ก็พลักให้เธอนั่งลงก่อนที่เ้าหล่อนจะทิ้งตัวลงตาม
“นั่งรอแถวนี้แหละใกล้สุด”
“ไอ้ทดสอบนี้มันยังไงหรอโรเซ่เธอรู้ไหม”
“เธอเห็นประตูห้าบานนนั้นไหม นั้นแหละประตูทางเข้าทดสอบเราต้องรอผู้คุมประตูมาเรียกชื่อ เมื่อครบทั้งห้าคนต่อประตูทั้งห้าบาน ประตูทั้งหมดจึงจะถูกเปิดออก และเมื่อเข้าไปแล้วก็จะมีด้านทดสอบต่างๆ แต่ที่ฉันได้ฟังมานะเห็นเขาว่าการสอบที่นี้นะโคตรโหด แถมในแต่ละปีการทดสอบก็ไม่เหมือนกันเลยด้วย แต่ถ้าผ่านไปได้ก็ถือว่าเราสอบผ่านเลยนะ พอผ่านเเล้วจะมีประตูบานที่สองรออยู่มันจะเปิดก็ต่อเมื่อมีคนมาครบสามคนแล้วเท่านั้นแหละ เห็นว่าหอเป็หอพักรวมด้วย สามคนจะชายรึหญิงถ้าด่านสุดท้ายยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกัน แต่ฉันไปถามพวกรุ่นพี่มาเห็นเขาว่าทางโรงเรียนจะมีการลงอักขระเวทไว้ในแต่ละห้อง กันเื่การอย่างว่า..” โรเซ่ พูดคำว่า “อย่างว่า” ด้วยหน้าแดงก่ำๆ เนลถึงกลับหัวเราะรัวอีกครั้งเพราะความใสซื่อของเพื่อนสาว
“แล้วหอพักละมีกี่หอ” เนลถามต่อ
“หอพักมี 2 หอ คือเขาจะใช้การตัดสินระหว่างการทดสอบว่าใครจะได้ไปอยู่หอไหน ถ้าพวกสายบู้ สายนักสู้ ขาลุย ก็ได้ไปอยู่หอแพนเทร่า หอนี้ส่วนมากมีแต่พวกเก่งด้านรบเป็หลัก ถ้าเป็พวกสายบุ๋น บู้ไม่ค่อยเก่งแต่เก่งเื่วางแผนเขาจะให้ไปอยู่โซเชียลิสต์ แต่ก็อย่าไปดูถูกนะแต่ละหอก็จะชอบมีพวกเสือซ่อนเล็บที่เก่งทั้งบู้ทั้งบุ๋นด้วยเยอะ”
"แต่ฉันว่ายังไงคนเก่งๆ ก็ดูจะน้อยไปหน่อยไหมเนี้ย”
เนลมองรอบๆ แล้วประเมินสถานการณ์ตามประสบการณ์เทียบเท่าอายุ20ปีที่เธอมีมาพร้อมกับความคิดที่ว่า ถ้ามันหินอย่างที่โรเซ่พูดจริงๆ ละก็รับรองว่าปีนี้คงเหลือนักเรียนไม่ถึงครึ่งห้องแน่ๆ ที่เธอเห็นคนเก่งๆ มีน้อยก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่เหลือพวกนี้จะเอาตัวรอดไม่ได้เลย แต่พวกที่เก่งจนหาตัวจับได้ยากก็ดูจะมีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เนลขยับยิ้มเล็กน้อยเพราะเธอว่างานนี้คงสนุกแน่ๆ
คงต้องขอบคุณพี่ชายตัวดีที่ทำให้เธอได้มาที่นี่
เนลคิดอะไรเรื่อยเปื่อยได้ไม่นานสติที่หลุดลอยก็ต้องกลับมาเมื่อจู่ๆ โรเซ่ก็มาเขย่าตัวเธออย่างแรง
“อะไรโรเซ่ อะไร”
เนลถามอย่างใ แถมยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นอาการมือสั่นปากซีดเหมือนผีเข้าของเพื่อนสาว แถมนิ้วเรียวก็ยังชี้ไปทางด้านหลังของเธอจนเนลต้องหันไปดูว่าเพื่อนของเธอตื่นเต้นกับอะไร เมื่อหันไปเธอก็พบกับสองหนุ่มที่กำลังเดินผ่านพวกเธอคนหนึ่งคือชายหนุ่มร่างสูงเรียกว่าสูงมากสำหรับเธอเพราะเธอตัวแค่หัวไหล่เขาเอง ชายร่างสูงผู้เป็เ้าของเรือนผมสีดำระต้นคอ ั์ตาสีน้ำเงินเข้มดูทรงอำนาจ ใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายดูโดดเด่นกว่าใครๆ นั้นทำให้เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้ทั้งฮอลล์ไม่ว่าจะผ่านไปทางไหน อีกคนคือชายหนุ่มร่างสูงที่สูงพอๆ กับคนแรกเ้าของเรือนผมสีม่วงเข้มและั์ตาสีอะเเมทิตส์ ใบหน้าหล่อเหล่าที่ดูติดหวานนิดๆ ก้สร้างเสียงกรี๊ดกระหึ่มไม่เป็รองจะคนแรกแต่อย่างใด
“ทำไมต้องไปกรี๊ดพวกนั้นด้วย”
เนลหันไปถามโรเซ่อย่างไม่เข้าใจ เเต่เพื่อนสาวของเขายังคงตานั่งเยิ้มจนเนลตีแขนของเธอเสียหลายทีกว่าโรเซ่จะรู้สึกตัว
“โอ้ยตายแล้ว ตายๆ นี้เธอไม่รู้จักสองคนนี้หรอเขาดังจะตายไป นี้คนดังของเวสเทิร์นเลยนะ”
เนลส่ายหน้า ก็ที่เธอไม่รู้จักก็เพราะวันๆ เธอเอาแต่ทำงาน เธอสนใจเื่พวกนี้ซะที่ไหนกัน แถมเวลาว่างก็เรียกว่าไม่ค่อยจะมี ฝึกแล้วฝึกอีก ไม่งานก็ฝึกวนเวียนอยู่แค่นี้ทั้งชีวิต
“ฟังให้ดีเลยนะเเม่คนตกข่าว คนแรกที่หน้านิ่งๆ นั้นนะชื่อ เฟร์ตั้น สปินเนอร์เรสท์ เป็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของท่านจ้าวโทม่า สปินเนอร์เรสท์ จ้าวครองรัฐชีวาลรี เก่งทั้งศาสตร์และศิลป์ทุกแขนง ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้ แถมทั้งพ่วงมาด้วยตำแหน่งรัชทายาทเ้าผู้ครองนครรัฐคนต่อไป เห็นว่าจบนี้อีกสองสามปีก็คงขึ้นตำรงตำแหน่งเลย ทั้งหล่อ ทั้งรวย เท่ก็เท่ เก่งก็เก่ง ทรงอำนาจขนาดนี้ใครจะไม่กรี๊ดไหวละเธอ” โรเซ่กลับเข้าสู่โหมดเพ้อฝันเนลจึงรีบถามต่อ
“แล้วอีกคนละ”
“อีกคนชื่อ ราวี่ เทราซ่า คนนี้เห็นว่าเขาเป็เพื่อนกับเฟร์ตั้นแหละรู้สึกว่าจะเรียนอะไรด้วยกันมาหลายๆ อย่างั้แ่เด็กๆ เก่งทั้งคู่นั้นแหละเเต่ราวี่จะยิ้มเก่งกับพูดเก่งกว่าเฟร์ตั้นนะ สาวๆ หลายคนหลงรักเขาทั้งนั้น แล้วก็รุ้สึกว่าสมัยก่อนตระกูลเทราซ่าจะเป็ผู้พิทักษ์คอยปกป้องตระกูลสปินเนอร์เรสท์ด้วย แต่รู้สึกว่าเมื่อไม่นานมานี้สองตระกูลนี้เขามีการแต่งงานกัน ก็เลยกลายมาเป้นญาติกันอะไรทำนองนี้..ว่าแต่เื่เขาแล้วเื่ของเนลละเป็ไง”
โรเซ่ที่กำลังจะถามต่อจู่ๆ ก็เงียบเสียงลงเมื่อสัญญาณกริ่งดังขึ้นเพื่อเตือนว่าถึงเวลาของการทดอบแล้ว เมื่อสัญญาณดังขึ้นทุกคนต่างก็กรูกันเข้ามาอยู่ที่บริเวณแถวประตูประหลาดทั้งห้าบานเกือบทั้งหมด ไม่ทันได้สังเกตุอะไรมากมายก็มีรุ่นพี่ที่แต่งชุดสีขาวและสีดำจำนวนหนึ่งขึ้นมาบนเวที และมีรุ่นพี่อีกจำนวนหนึ่งเดินแจกเอกสารให้กับผู้มาทดสอบทุกคน เนลรับมาสองใบก่อนที่จะยื่นให้โรเซ่ด้วย
“ขอต้นรับสู่การทดสอบเข้าวิทยาลัยเวทมนต์แห่งชาติเวสเทิรน์นะคะ การทดสอบครั้งนี้จะไม่ยุ่งยากเหมือนปีก่อน เราจะเรียกชื่อรอบละ 5 คน ให้แต่ละคนมายืนหน้าประตู5บานนี้ การทดสอบมีเพียงแค่หาทางออกจากเขาวงกตให้เจอ ในแต่ละทางเดินจะมีด่านทดสอบให้ได้ทดสอบ ด่านแต่ละด้านจะเป็ผู้เลือกหอพักให้เองว่าเราจะได้อยู่หอไหน และเมื่อสุดทางจะมีประตูบานสุดท้ายอยู่ ประตูบานนี้จะเปิดก็ต่อเมื่อมีสมาชิกครบ3คนเเล้วเท่านั้น สมาชิกทั้งสามจะต้องอยู่หอพักและห้องพักเดียวกันตลอดทั้ง6ปี ....ในกรณีผู้ที่สอบไม่ผ่าน...ก็มาสอบใหม่ปีหน้านะคะ และทางเราขอย้ำอีกครั้งหากไม่พร้อม หรือไม่เตรียมใจตายขอให้ถอนตัวเสียตอนนี้ เพราะหากเกิดความสูญเสียทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากใครพร้อมขอให้เซ็นชื่อลงในเอกสารที่เราแจกไปแล้วกรุณานำสัมภาระของท่านมาวางไว้ที่ด้านซ้ายมือด้วยคะทางเราจะแปะป้ายชื่อติดไว้ให้ ส่วนเอกสารให้วางลงในตะกร้า หากใครคิดจะถอนตัวขอความกรุณาคืนเอกสารทางด้านขวามือแล้วเดินออกไปทางเก่าพร้อมสัมภาระได้เลยคะ”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศจากไมค์จบลงเสียงพูดคุยจอแจโหวกเหวกก็ดังขึ้นทันที ก็แนะละก็สิ่งที่ต้องเอาไปเสี่ยงมันคือชีวิตทั้งชีวิตนี้นา เป็ใครก็ต้องคิดว่ามันจะคุ้มไหมกับการเสี่ยง เนลกับโรเซ่เซ็นชื่อทันทีโดยไม่ต้องคิด และภายในเวลาไม่นานคนที่เคยมีอยู่เต็มห้องก็หายออกไปเกือบ จากพันกว่าคนถอนตัวกันไปเกือบครึ่ง ทั้งคู่เดินไปวางเป้สัมภาระทางด้านซ้ายมือก่อนจะไปต่อแถววางเอกสารลงตะกร้าเเล้วยืนรอเพื่อเรียกชื่อทดสอบ
เมื่อจัดการดับเอกสารเสร็จก็มีรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งเดินขึ้นมาคว้าไมค์ไป เนลเงยหน้ามองก่อนสบตาเข้ากับร่างสูงสง่าของบุรุษตรงหน้าผู้หนึ่งซึ่งอายุอานามน่าจะห่างกับเธอเพียงไม่กี่ปี
เขาจัดได้ว่าเป็คนหน้าตาดีขึ้นหนึ่งหากไม่นับกับดวงหน้าคมคายที่ดูหงุดหงิดเป็นิจรับกับั์ตาสีเทาประกาย
ดวงหน้านี้ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้
“ฉันชื่อ ลูฟ คาดิเน็ต อยู่ปีห้าเป็หัวหน้าหอแพนเทร่าจะมารับหน้าที่ประกาศรายชื่อผู้เข้าทดสอบ โดยจะประกาศรายชื่อครั้งละ 5 คน ...กลุ่มแรก ปีเตอร์ เซกันดรา , อูนา เอน่า , ดีวา เพนดิส , เจสซิก้า แฟนท่อม , ไคดินานท์ แซกเกินเทิร๋ส , ลูซี่ ครอส”
เสียงประกาศเรียกกลุ่มแรกดังขึ้นพร้อมผู้ถูกขานเรียกค่อยๆ เดินออกมาตามจุดต่างๆ ของห้องซึ่งนั้นก็แสดงให้เห้นเป็อย่างดีเลยว่าเป็การสุ่มเรียกจริงๆ ไม่มีการล็อคจับคู่แต่อย่างใด เมื่อผู้เข้ารวมทดสอบเดินขึ้นมาครบ ประตูทั้งห้าบานจึงเปิดออกให้ผู้เข้าทดสอบเดินเข้าไป เมื่อทั้งห้าเดินเข้าไปร่างทั้งร่างของผู้้ทดสอบก็หายไปในความมืดพร้อมกับประตูที่ค่อยๆ ปิดตัวลง
“กลุ่มที่สอง เพอร์ซี่ ลาเวสด้า , โฮม ฮิวกัน , โอเนรอน ซิกฟรีกส์ , นิกส์ เจโคว์ , โอลิเวีย อ็อตมัล กลุ่มที่สาม เดียน่า ไฮน์ , ทีเลอร์ เคตส , ดาร์ค ธันเดอร์ , บาร์น เบอร์ลิน , ชิโฮะ ซานโดเรียส กลุ่มที่ี่สี่ อเลน วู๊ด , ซาร์ฟ ซิลเวอร์ , พั้นซ์ เพนซานิส ,อาคิระ คาราคัส , เรนโบว์ รูเฟนดรา กลุ่มที่ห้า ......”
เสียงเรียกชื่อยังคงดำเนินต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และผู้ถูกเรียกชื่อก็ค่อยๆ ทะยอยเดินผ่านเข้าไปยังบานปประตูทั้งห้าอย่างไม่ขาดสายเช่นกัน จนบัดนี้ผ่านมาจนจะเกือบสิบกลุ่มแล้วแต่เนลและโรเซ่ก็ยังไม่มีใครถูกเรียกเลย
“กลุ่มที่แปด โรเซ่ ทริส , ทีเซอร์ เคอร์ติส , ราวี เทราซ่า , เฟย์ตั้น สปินเนอร์เรส , เนเลียล วาเลนเซีย” สิ้นเสียงประกาศรายชื่อก็เกิดเสียงฮือฮาอย่างมากในห้อง ลูฟหันมามองหน้าว่าที่รุ่นน้องแต่ละคนพร้อมปาดเหงื่อ เพราะชุดนี้ส่วนมากจากสี่ในห้าดันเป็ตัวยุ่งทั้งนั้น ไม่ว่าจะว่าที่เ้าผู้ครองรัฐแสนหยิ่ง องค์รักษ์จอมกวน ลูกชาคนเล็กของผู้ครองรัฐราฟาทท์ กับนักฆ่าสาวมือหนึ่งที่เหลือเพียงคนเดียวในตระกูลวาเลนเซีย นี้ถ้าอยู่หอเดียวกันคงวุ่นวายพิลึก แล้วถ้าเกิด์กลั่นแกล้งให้ไปอยู่ห้องเดียวกันละก็...
ชิบหาย!!
หอแตกแน่!!!
งานนี้ไม่ว่ายังไงก็นรกชัดๆ !
เนลหันไปมองคนที่ชื่อทีเซอร์ เพราะเธอไม่เคยเห็นหน้าเขา เมื่อพิจารณาดูแล้วทีเซอร์ก็จัดได้ว่าเป็หนุ่มหน้ามนที่หน้าตาดีถึงดีมากคนหนึ่งหากไม่นับรวมกับเฟย์ตั้นเ้าผู้ชายหน้านิ่งข้างๆ เธอ ทั้งดวงหน้าคมเข้ม จมูกโด่งเป้นสันนั้นตาสีเหลืองและเรือนผมสีเขียวที่ยาวระบ่าถูกมัดด้วยเชือกสีน้ำตาล เมื่อถูกจ้องมองนานๆ เขาจึงหันมาส่งยิ้มให้เธอ
“เนเลียลสินะ ฉันทีเซอร์ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
ทีเซอร์ทักทยเนลซึ่งเนลก็เพียงแค่ยิ้ม ดูๆ ไปแล้วเขาดูเข้ากับคนอื่นได้ง่ายมากพอๆ กับเธอทั้งสองจึงสนิทกันได้ในเวลาไม่นานก่อนที่จะแนะนำโรเซ่ให้รู้จัก เพียงชั่วครูประตูทดอบทั้งห้าก็เปิดออกทีเซอร์เดินเข้าไปก่อนที่จะโบกมือให้สองสาว เนลหันไปมองเพื่อนสาวเล็กน้อยแต่ทว่าสาวเ้ากลับเดินเข้าไปเสียเเล้ว สายตาที่ควรจะไปสบกันเพื่อนสาวดันไปสบกับั์ตาสีน้ำเงินเข้มของเฟร์ตั้นเสียได้ เนลอึ่งที่เห็นเขาหันมองเธอ คิ้วงามขมวดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ เธอรู้สึกไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่ไม่รู้ทำไม เนลจึงเดินเข้าไปในประตูทันที ทิ้วไว้แต่เฟร์ตั้นที่มองตามหลังเธอจนลับสายตาและราวี่ที่กำลังยืนขำ
“แห้วที่ยัยนั้นจำแกไม่ได้ละสิ" ราวีเอ่ยแซวก่อนที่จะเดินเข้าประตูไป ด้านเฟย์ตั้นเมื่อเพื่อนตัวดีเดินเข้าไปแล้วเขาจึงเดินตามเข้าไปโดยทิ้งคำพูดไว้กับตนเองเบาๆ ว่า
“ซักวันเธอจะจำฉันได้เอง”