ในที่สุด ขบวนของเหวินเจาเหยียนก็มาถึงเมืองฉางหนิงในยามค่ำคืน ท้องฟ้าถูกแต่งแต้มด้วยดวงดาวที่พร่างพราย แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความมืดมน
เสียงล้อรถม้าดังก้องไปตามถนนหินในตัวเมือง บ้านเรือนที่เคยคึกคักกลับดูเงียบเหงา แสงไฟตามถนนเลือนรางบ่งบอกถึงความซบเซาของการค้าในเมืองนี้
“นายท่าน เรามาถึงแล้ว” องครักษ์คนหนึ่งกล่าวขณะหยุดรถม้าหน้าประตูจวนของบ้านใหญ่ตระกูลเหวิน เหวินเจาเหยียนก้าวลงจากม้าอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เขามองไปยังประตูจวนที่เปิดออกอย่างเร่งรีบ
ผู้ดูแลบ้านใหญ่ก้าวออกมารับ สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดี “นายท่าน กลับมาถึงจวนเสียที พวกเรากำลังรอท่านอยู่”
“อย่ามัวเสียเวลา ข้าต้องการพบกับผู้นำการค้าในเมืองนี้ทันที” เหวินเจาเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ผู้ดูแลนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ข้าจะจัดการให้ขอรับ” เหวินเจาเหยียนหันกลับไปมององครักษ์ “นำตัวนางเข้าไปพักในห้องที่ดีที่สุดในจวน เรียกหมอทุกคนในเมืองนี้มาตรวจดูอาการของนาง ข้าไม่ยอมให้นางเป็นอะไรไป”
องครักษ์รีบทำตามคำสั่ง หยางลี่เจินที่ยังคงหมดสติถูกพาเข้าไปในจวน ทิ้งให้เหวินเจาเหยียนยืนอยู่คนเดียวหน้าประตูจวน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในสายตายังคงฉายความมุ่งมั่น
ในห้องรับรองใหญ่ของจวน เหวินเจาเหยียนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่เขาไม่ได้แตะต้องอะไรเลย ในหัวของเขามีแต่เรื่องยาถอนพิษสำหรับหยางลี่เจิน
ไม่นาน ผู้นำการค้าของเมืองฉางหนิงและตัวแทนกลุ่มพ่อค้าหลายคนก็เดินเข้ามาในห้องรับรอง พวกเขาคำนับเหวินเจาเหยียนอย่างสุภาพ
“นายท่านเหวิน ยินดีต้อนรับกลับเมืองฉางหนิงขอรับ พวกเราได้ข่าวปัญหาทางการค้าจึงมารอท่านที่นี่”
“อย่ามัวเสียเวลา ข้ามาที่นี่เพื่อหายาถอนพิษ” เขาตัดบททันที น้ำเสียงเย็นชาแต่ทรงอำนาจ ผู้นำการค้าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “พิษชนิดใดหรือ?”
เหวินเจาเหยียนหยิบลูกธนูที่เขาเก็บไว้จากการซุ่มโจมตีออกมาวางบนโต๊ะ “ธนูนี้เคลือบพิษ เจ้าต้องรู้ว่ามันมาจากไหน และข้าต้องการยาถอน”
พ่อค้าหลายคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะกล่าวขึ้น “ธนูนี้ดูเหมือนจะมาจากกลุ่มพ่อค้าคู่แข่งที่เราสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาการค้าในเมืองเมื่อเร็วๆ นี้”
“แล้วพวกมันอยู่ที่ไหน?”
“พวกมันมักแอบซ่อนตัวในเขตโกดังทางทิศใต้ของเมือง”
เหวินเจาเหยียนลุกขึ้นยืนทันที “จงพาข้าไปที่นั่น ข้าต้องการยาถอนพิษเดี๋ยวนี้” เขาเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งนี้ ใบหน้าของหยางลี่เจินที่ซีดเซียวปรากฏขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง ความโกรธและความห่วงใยทำให้เขาไม่ยอมเสียเวลาอีกแม้แต่วินาทีเดียว…
ในขณะที่เหวินเจาเหยียนเตรียมตัวออกไปจากจวนเพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มศัตรูการค้า เสียงบ่าวจากห้องพักของหยางลี่เจินก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ
“นายท่าน! ฮูหยินฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!”
เหวินเจาเหยียนหยุดชะงัก ทิ้งทุกสิ่งที่อยู่ในมือก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องพักของหยางลี่เจิน เขาเปิดประตูเข้าไป เห็นนางนอนอยู่บนเตียง ดวงตาที่เคยปิดสนิทตอนนี้ค่อยๆ ลืมขึ้น สีหน้าของนางยังคงซีดเซียว แต่ดวงตากลับเปล่งประกายแห่งชีวิต
“ลี่เจิน…” เขาเอ่ยชื่อของนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย เขารีบเข้าไปนั่งข้างเตียง จับมือนางไว้แน่น หยางลี่เจินยิ้มอ่อนๆ “คุณ…ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันฟื้นแล้ว…”
“เจ้าต้องพักผ่อน ข้ากำลังจะไปหายาถอนพิษ” เขาพูด น้ำเสียงยังคงหนักแน่น แต่ในแววตามีความอ่อนโยนที่ชัดเจน
นางส่ายหน้าเบาๆ น้ำตาคลอหน่วย “อย่าไป… อย่าไปเสี่ยงอันตรายเพื่อฉันเลย”
“ข้าจะไม่ยอมเสียเจ้าไป” เขากล่าวหนักแน่น มือของเขายังคงกุมมือนางไว้แน่น
หยางลี่เจินพยายามยิ้ม แต่ความเจ็บปวดทำให้นางพูดออกมาได้อย่างยากลำบาก “ฉันรู้สึกเหมือน… เหมือนกำลังจะได้กลับไปยังโลกเดิมแล้ว…”
คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนชะงัก น้ำตาของเขาเอ่อคลอในดวงตาอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน “เจ้าอย่าพูดแบบนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าจากข้าไป ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
หยางลี่เจินมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน น้ำตาของนางไหลออกมาเช่นกัน “ถ้าฉันต้องจากไปจริงๆ ฉันขอให้คุณมีความสุข… และอย่าลืมว่าฉันรักคุณ” ทันใดนั้นเอง นางก็สำลักเลือดออกมาจากปาก เลือดสีแดงสดไหลเปรอะเปื้อนที่มุมปากของนาง
“ลี่เจิน!” เหวินเจาเหยียนร้องลั่น เขารีบประคองร่างของนางไว้ น้ำตาที่เขาเก็บซ่อนมาตลอดไหลลงมาไม่ขาดสาย
“เจ้าอย่ายอมแพ้ ข้าสั่งเจ้า…เจ้าอย่ายอมแพ้เด็ดขาด!” น้ำเสียงของเขาแตกพร่า หยางลี่เจินพยายามยกมือขึ้นมาแตะแก้มของเขาเบาๆ “ฉันดีใจ…ที่ได้เจอคุณ…ในชีวิตนี้”
“อย่าพูดเหมือนกำลังจะจากข้าไป!” เขาตะโกนด้วยความเจ็บปวด กอดร่างของนางแน่นราวกับจะยื้อวิญญาณของนางไว้ไม่ให้หลุดลอยไป น้ำตาของเขาหยดลงบนใบหน้าที่ซีดเซียวของนาง หัวใจของเขาราวกับแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แต่ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเขายังคงอยู่
“ข้าสัญญา…ข้าจะช่วยเจ้าให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร” เขาพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด
ในขณะที่หยางลี่เจินหลับตาลงอีกครั้ง สติของนางเลือนลางลงเรื่อยๆ แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นจากอ้อมแขนของเขา ราวกับเป็นสิ่งสุดท้ายที่นางอยากจดจำก่อนที่จะหลุดลอยไป…
เหวินเจาเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียงของหยางลี่เจิน ร่างของนางยังคงนิ่งสงบ แต่ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบมองไม่เห็นสัญญาณแห่งชีวิต สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความทุกข์ รอยเลือดที่มุมปากของนางยังคงอยู่ ราวกับเป็นคำเตือนว่าเวลาของนางเหลือไม่มาก เขากุมมือนางแน่น สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเซียวของนาง
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าจากข้าไป เจ้าได้ยินหรือไม่?” เขากระซิบเสียงเบา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความโศกเศร้า บ่าวที่ยืนอยู่หน้าห้องไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้ามา บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดและสิ้นหวัง
ไม่นาน องครักษ์คนสนิทของเหวินเจาเหยียนก็รีบเข้ามาในห้อง หลังจากได้รับคำสั่งให้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
“นายท่าน ข้าได้ข่าวเกี่ยวกับกลุ่มพ่อค้าศัตรูที่เป็นต้นตอของพิษนี้แล้ว พวกมันซ่อนตัวอยู่ในเขตโกดังทางทิศใต้ของเมือง” เหวินเจาเหยียนลุกขึ้นทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “พวกมันต้องมียาถอนพิษ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
“นายท่าน พวกมันอาจวางกับดักไว้ เราต้องระวังตัว” องครักษ์เตือน
“ไม่สำคัญ ข้าจะไม่ยอมให้มีอะไรเกิดขึ้นกับนางอีก” เขากล่าวเสียงหนักแน่น ก่อนจะหันไปมองหยางลี่เจินอีกครั้ง
เขานั่งลงข้างเธออีกครั้ง ก้มลงมากระซิบที่ข้างหู “เจ้าต้องอดทน รอข้า ข้าจะกลับมาพร้อมยาถอนพิษ และเจ้าจะต้องปลอดภัย” เขาจูบที่หน้าผากของนางเบาๆ ราวกับเป็นคำสัญญา ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป
ด้านนอกจวน ขบวนองครักษ์เตรียมพร้อมสำหรับการบุก เหวินเจาเหยียนขึ้นม้าด้วยใบหน้าที่เย็นชาและมุ่งมั่น
“นำทางไปที่โกดัง ข้าจะทำลายพวกมันทั้งหมด”
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อการแก้แค้น แต่มันคือการต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา… หยางลี่เจิน.