The rose queen club
เสียงเพลงช้าๆบรรเลงเบาๆคลอเคล้าไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนบนชั้นสองของไนท์คลับชื่อดังที่ถือว่าเป็สถานที่นิยมมากสำหรับหนุ่มสาวนักท่องราตรีทั้งหลายอย่าง "เดอะโรสควีนคลับ" อาคารสี่ชั้นแบ่งเป็สัดส่วนอย่างชัดเจน
ชั้นแรกเป็ส่วนของคลับ ส่วนนี้จะเป็หนุ่มสาวสายปาร์ตี้ ดื่มหนัก สายแดนซ์ทั้งหลาย
ชั้นสองนั้นจะเบาขึ้นมาหน่อยเหมาะสำหรับนั่งสังสรรค์จิบเบาๆฟังเพลงชิวๆรวมทั้งยังมีอาหารให้บริการอีกด้วย
ชั้นที่สามนั้นคือเลาจ์ เป็ส่วนที่ใหญ่และหรูหราที่สุดเลยก็มาได้เพราะมีไว้รองรับนักธุรกิจมากหน้าหลายหน้าตามีห้องแยกเพื่อความเป็ส่วนตัวของลูกค้ารายใหญ่ที่่จะเข้ามาใช้บริการ
ส่วนชั้นสุดท้ายเป็ชั้นสำนักงานคนนอกไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะในชั้นนี้เป็ที่พักของเ้าของคลับผู้ที่จะเข้าไปได้ต้องได้รับอนุญาติก่อน ซึ่งไนต์คลับแห่งนี้อยู่ภายใต้ "ณัฐภูมินทร์เตชภณ" โดยมีอีกชื่อคือ JN Group
ชั้นสองโซนVIP
มือเรียวบางยกแก้วน้ำในมือขึ้นจิบไปพลางมองไปรอบๆคลับชั้นสองก่อนจะเก็บสายตากลับมามองผู้ร่วมโต๊ะที่กำลังโซ้ยผัดไทยในจานของตัวเองอย่างรวดเร็ว เ้านางยิ้มบางออกมาอย่างจริงใจยิ้มที่น้อยคนนักที่จะได้รับจากเธอผู้ร่วมโต๊ะทั้งสองคนที่ เ้านางสนิทใจด้วยมากที่สุด ภีมและน้ำนิ่ง เพื่อนที่เรียนด้วยกันั้แ่มัธยมต้นพอเข้ามหาลัยก็เลือกเรียนที่เดียวกันสาขาเดียวกันตัวติดกันตลอด ที่เป็เ้านางได้ในทุกวันนี้ก็เพราะได้เพื่อนสองคนนี้อยู่เคียงข้าง
"มึงจะรีบกินไปไหนเนี่ยอีภีม เกิดมาไม่เคยกินผัดไทยรึไง ดูทำเข้ามูมมามชิบหาย" น้ำนิ่งทำสีหน้ารังเกียจและแซะเพื่อนรักอย่างไม่จริงจังนัก นั้นทำให้เ้านางหลุดขำออกมาเบาๆ
"เอ้าอินิ่ง!!ก็กูหิวนิ มึงจะด่ากูทำม่ะอีกอย่างนะมันอร่อยมากเลยนะมึงงง"ภีมเพื่อนชายเพียงคนเดียวลากเสียงยาวทำหน้าฟินทำเอาน้ำนิ่งกับเ้านางขำออกมาพร้อมกัน
"แม๋!!มึง จะไม่อร่อยได้ไงล่ะเซฟห้าดาวส่งตรงจากโรงแรมในเครือเจเอ็นกรุ๊ปเชียวนะย่ะ"
"ใช่ไง กูเลยมาฝากท้องที่นี่บ่อยๆไงละ"ภีมรวบซ้อนแล้วยกผ้าเช็ดปากเบาๆ
"มึงมาแดกฟรีจ้ะสาว!!"
"ไม่จริง!!แม่มันว่าหนูอ่ะ"ภีมหันมาฟ้องเ้านางที่นั่งขำทั้งสองคนที่เถียงกันทุกครั้งที่เจอกัน
ความหนักอึ้งของเ้านางผ่อนคลายลงเมื่อได้อยู่เพื่อน ความโศกเศร้าในวันนี้ลดลงไปมากแล้ว เพื่อนทั้งสองต่างรู้ดีว่าวันนี้ของทุกปีนั้นหนักหนาและยากจะผ่านไปได้ของเพื่อนตัวเล็กที่ทำตัวแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผา ทำไมพวกเธอจะไม่รู้ว่ามันเป็แค่กำแพงที่เ้านางก่อขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น เพราะอย่างนี้วันนี้เดือนนี้ของทุกปีไม่ว่าจะว่างหรือไม่ว่างก็ตามแต่ทั้งน้ำนิ่งและภีมก็จะต้องมาอยู่ข้างๆเ้านางเสมอ
"แล้วนี่มึงนี่ผัวมึงไม่ว่าเหรอว่ะ"ภีมเอ่ยถามคู่กัดตลอดกาลอย่างน้ำนิ่ง
"จะว่าอะไรได้ล่ะ ถึงว่ากูก็จะมาค่าาาา"ภีมแบะปากมองบนอย่างหมั่นไส้
ฉันนั่งมองเพื่อนทั้งสองคนว่ากันไปมาอย่างชินชา ก่อนตาจะหันไปเห็นกลุ่มคนที่เดินเข้ามาเจ็ดคนแต่ละคนถือได้ว่าหน้าตาดีมากคนหนึ่งดูสุขุมหน้าจะมีอายุเยอะที่สุดในกลุ่มสองคนที่เดินตามมาข้างหลังแล้วอีกสามคนเดินกอดคอมาเข้ามา คนทั้งหกคนนี่คงจะไม่มีวันอยู่ในสายตาของฉันเลยหากไม่มีใครอีกคนเดินเข้ามาเป็คนสุดท้าย ร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังกว้าง ผิวขาวไม่มาก ใบหน้าหล่อออกแนวแบดบอยหน่อยๆ สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์สีซีดตัวเดิม
ใช่ เขาคือชายแปลกหน้าคนนั้น การเจอเขาสองครั้งในวันเดียวไม่หน้าแปลกใจเท่าฉันจดจำเขาได้ทันทีที่่เห็นดวงตามีเสน่ห์น่าหลงใหลคู่นั้นฉันจำได้ไม่ลืม
"ฉันน่ะใจเต้นแรงมากเลย"ภีมและน้ำนิ่งหยุดคำพูดที่ใช้ด่ากันลงทันทีเมื่ออยู่ๆคนที่เงียบมานานก็โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแถมยังยิ้มหวานเต็มปากเอามือกุมหัวใจ ทั้งสองคนราวกับโดนผีหลอก
ระ รอยยิ้มนั่นไม่ได้เห็นมานานเท่าไหร่แล้วนะ
"แกหมายถึงอะไรอ่ะนาง"น้ำนิ่งที่ตั้งสติได้ก่อนภีมที่กำลังเอามือเช็ดน้ำตาตัวเองปรอยๆ
"ตอนที่ฉันสบตาเขาตรงนี้มันเต้นเร็วมากๆเหมือนจะหลุดออกมาเลย"ปากบอกเพื่อนมือก็ลูบหัวใจตัวเองเบาๆ ตาเหม่อมองไปที่เดิมไม่ละไปไหน
ทั้งสองคนมองหน้ากันเพื่อนเธอไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนเ้านางไปเคยสนใจใคร และไม่ได้ชายใดเข้าใกล้มีแค่ภีมเท่านั้นที่เป็ข้อยกเว้น เพราะเธอขยะแขยงยังไงละ ความรู้สึกยามสายตาที่คนพวกนั้นส่งมามันทำให้เธอกลัว ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอผุดขึ้นมาทุกครั้งที่มีใครััร่างกายเธอ
"แต่ว่าฉันมีมันได้จริงๆเหรอ ความรู้สึกนี้น่ะ" เ้านางใช้มือทั้งสองโอบกอดตัวเองไว้
"ได้สิ" น้ำนิ่งขยับเข้ามากอดเพื่อนรักของเธอเอาไว้แน่นหัวใจของเธอเจ็บไปหมดเมื่อได้ยินเพื่อนเธอก็เป็แค่คนคนหนึ่งมีความรู้สึกรักเป็เจ็บเป็เหมือนคนทั่วไป แต่เพื่อนเธอกลับเอาแต่ปิดกั้นตัวเองคิดว่าตัวเองไม่ควรนั่นนี่เต็มไปหมด
"ได้เลย มึงก็คนคนหนึ่งนะมึงต้องคิดไรเยอะแยะว่ะ อยากรักก็แค่รัก"ภีมลุกจากฝั่งตรงข้ามทรุดตัวนั่งลง่อหน้าเ้านางดวงตาจดจ่ออยู่บนใบหน้าเฉยชาต่อทุกสิ่งนั้น ทั้งที่เ็ปมากขนาดนี้แล้วแท้ๆ แค่แสดงสีหน้าออกมายังไม่ได้เลย
"งั้นเหรอ"เ้านางเงยหน้ากลับไปมองจุดเดิมอีกครั้งจ้องมองรอยยิ้มกว้างของใครคนนั้นแล้วยิ้มออกมาเบาๆ