ร่างเพรียวบางดีดตัวพุ่งทะยานเข้าหาแท่นบูชาใจกลางห้องราวกับลูกธนูหลุดจากแล่งเป้าหมายของนางชัดเจน—ถ้วยอัคนี
"เร็วดีนี่..."วาเอริกซ์คำรามในลำคอ
เขาไม่ได้วิ่งแต่ใช้พละกำลังของัถีบตัวพุ่งตัดหน้าเส้นทางหัวขโมยสาวในพริบตาดาบพิธีในมือตวัดขวางกั้นระหว่างนางกับวัตถุศักดิ์สิทธิ์
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกริชคู่ของนางรับดาบของเขาไว้ได้ทันท่วงที แรงปะทะรุนแรงจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว
วาเอริกซ์ััได้ถึงแรงกดมหาศาลจากแขนเล็กๆ นั่น แม่ตัวดีไม่ใช่แค่โจรธรรมดาแต่เป็นักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
ดวงตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เ็าไร้อารมณ์
"ฝีมือระดับนี้...มิน่าล่ะ" วาเอริกซ์แสยะยิ้มเหี้ยม "บทบาท 'ผู้แสวงบุญ' ผู้ใสซื่อเมื่อสองคืนก่อนถึงแเีนัก แม่สาวน้อยที่กำแพงทิศตะวันออก"
นางขมวดคิ้วเล็กน้อยความทรงจำแล่นผ่านแววตานั้นเพียงครู่เดียวก่อนจะปะติดปะต่อเื่ราวได้สายตาที่เคยมองเขาอย่างระแวดระวังแปรเปลี่ยนเป็ความรู้ทัน
"เ้านั่นเอง..."นางเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเย็นเยือกดุจคมมีด "ไอ้ทหารยามจอมสอดรู้"
"ปากดี"
เกมล่า...เริ่มต้นแล้ว
วาเอริกซ์ออกแรงดันดาบหวังกระแทก ศัตรูตัวน้อย ให้ถอยร่นแต่นางกลับไม่ต้านแรงเขาตรง ๆ นางเบี่ยงตัวหลบปล่อยให้แรงผลักส่งตัวเขาพุ่งไปข้างหน้าแล้วตวัดกริชสวนกลับมาที่ลำคอเขาด้วยความเร็วที่น่าขนลุก
เขาเอียงคอหลบได้หวุดหวิดแต่ปลายคมกริชยังคงฝากรอยแผลทางยาวไว้ที่แก้ม เืสีสดไหลซึมออกมา...ความเ็ปแล่นริ้ว แต่มันกลับปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวถึงขีดสุด
กลิ่นเื—ทั้งของเขาและของนาง—กระตุ้นเร้าให้โลหิตสูบฉีด
"ไม่เลว..."เขาแสยะยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่เืยังไหลซึม "แต่แค่นี้...ยังดีไม่พอที่จะหยุดข้าหรอกนะ"
นางไม่ตอบเพียงผละออกแล้วพุ่งเข้าหาถ้วยอัคนีอีกครั้ง
วาเอริกซ์พุ่งตัดหน้าปิดกั้นเส้นทาง พวกเขาเริ่มเดินวนดูเชิง... การร่ายรำของผู้ล่า
ต่างฝ่ายต่างประเมินจุดแข็งของกันและกันแสงพระจันทร์โลหิตทอดเงาของพวกเขาให้เด่นชัดบนหินโบราณ
"ถอยไป"นางสั่ง เสียงเ็าและควบคุมอารมณ์ "ข้าไม่มีเื่บาดหมางกับเ้า"
กลิ่นของนางรุนแรงขึ้นในพื้นที่ปิด—ไนท์เชดและเบลลาดอนนากลิ่นอายแม่มดชัดแจ้ง แต่ภายใต้มันกลับมีบางอย่างที่เป็ตัวตนของนางจริง ๆ...บางอย่างที่ร้องเรียกหาเขา ท้าทายความเกลียดชังนับศตวรรษระหว่างเผ่าพันธุ์
วาเอริกซ์หรี่ตาลงสัญชาตญาณัตระหนักถึงภัยคุกคามภายใต้ความงามนั้น
"ถ้วยอัคนีต้องอยู่ที่เดิม"เขาโต้กลับ มือเลื่อนไปกุมด้ามดาบ "ไม่ว่าเ้าจะหาอะไรที่นี่ แม่มด...เ้าจะไม่เจอมัน"
ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า"แม่มด" ก่อนจะหรี่ลงอย่างคำนวณสถานการณ์
"เ้ามองเห็นมากกว่าที่ควรจะเป็"
การต่อสู้ปะทุขึ้นราวพายุโหมกระหน่ำเสียงเหล็กกล้าปะทะกันดังกึกก้องสะท้อนหินผา
แม่มดสาวถอยฉากออกไปสามก้าวกริชคู่หายไปในเสี้ยววินาที แทนที่ด้วยมือทั้งสองที่ยกขึ้นสูงริมฝีปากขยับรัวเร็วท่องบทสวดภาษาโบราณที่วาเอริกซ์ไม่เคยได้ยิน
อากาศรอบตัวนางสั่นไหว
เงาในห้องเริ่มเคลื่อนไหว...ไม่ใช่แค่สะท้อนแสงจันทร์ แต่มันมีชีวิต มันเลื้อยคลาน ขดตัว และพุ่งเข้าหานางรวมตัวเป็กระแสดำทึบหมุนวนรอบแขนทั้งสองข้าง
"เวทมนตร์เงา..."วาเอริกซ์พึมพำ ั์ตาเปล่งประกายสีแดงจ้า
ร่างบางเหวี่ยงมือไปข้างหน้าเงาะเิกระจายเป็หลายสาย พุ่งเข้าหาเขาดุจงูพิษกระหายเื
วาเอริกซ์กลิ้งตัวหลบเงาเฉี่ยวผ่านไหล่ ทิ้งรอยไหม้เย็นเยือกบนเกราะเขาััได้ถึงความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้ามา—มนต์ดำที่ออกแบบมาเพื่อกัดกร่อนพลังชีวิต
"แม่มดตัวจริง..."เขาคำราม
นางไม่ตอบเพียงร่ายคาถาต่อเนื่อง เถาวัลย์เงาเพิ่มจำนวนขึ้นเป็ทวีคูณพุ่งเข้าหาจากทุกทิศทาง บางสายพันเสาหิน บางสายขดตัวบนพื้น รอจังหวะจู่โจม
วาเอริกซ์รู้ว่าหลบอย่างเดียวไม่พอเขาสูดหายใจลึก ััถึงเปลวไฟในอกที่พยายามจะะเิออกมา แต่เขายังกดมันไว้เปิดทางเพียงเสี้ยวเดียว ปล่อยความร้อนแรงออกมาทางฝ่ามือ
ไฟสีทองแดงพวยพุ่งออกมาไม่รุนแรงจนเผยเกล็ดั แต่เพียงพอที่จะกวาดล้างเงาที่ดาหน้าเข้ามา
ฟู่—!
เสียงไอน้ำดังฉ่าเมื่อไฟและความมืดปะทะกันควันสีม่วงฟุ้งกระจาย กลิ่นคาวเวทมนตร์ไหม้ลอยอบอวล
"เ้า—!"นางเบิกตากว้าง "เ้าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา"
วาเอริกซ์ยิ้มเหี้ยม"เ้าก็ไม่ใช่โจรธรรมดา แม่มด"
นางกัดฟันแน่นร้องบทสวดเสียงดังขึ้นคราวนี้เงามืดรวมตัวเป็รูปร่าง—สัตว์ประหลาดที่มีเขี้ยวและกรงเล็บสีดำสนิทมันกรีดร้องด้วยเสียงที่ไม่ใช่ของมนุษย์ แล้วพุ่งตรงเข้าหาเขา
วาเอริกซ์ไม่หลบเขายกมือรับ ปล่อยเปลวไฟทะลักจากฝ่ามือเข้าปะทะสัตว์ร้ายนั้นเต็มแรง
โครม—!
แรงะเิส่งทั้งคู่ถอยกรูดนางเกือบสะดุดล้ม แต่ทรงตัวกลับมายืนได้ทัน หญิงสาวหอบหายใจหนัก สีหน้าซีดเผือดเวทมนตร์กินพลังนางไปมาก
วาเอริกซ์ก็ไม่ต่างกันเขาหายใจแรง มือสั่นเล็กน้อยจากการฝืนสะกดพลังั ถ้าเขาปล่อยพลังทั้งหมด...นางคงไม่รอด
แต่เขาไม่อยากให้นางตาย
ความคิดนั้นทำให้เขาสะดุ้ง ทำไมข้าถึงไม่อยากให้นางตาย?
หญิงสาวฉวยโอกาสที่เขาลังเลเหวี่ยงมืออีกครั้ง โซ่เงาพุ่งมาพันข้อมือและข้อเท้า ดึงให้เขาสูญเสียการทรงตัว
"เอาล่ะ!"นางร้อง เหวี่ยงเขาด้วยพลังเวท
วาเอริกซ์ถูกเหวี่ยงไปชนเสาหินอย่างแรงหินแตกร้าว ฝุ่นคลุ้งกระจาย เขาคำรามเสียงต่ำคว้าโซ่เงานั้นไว้แล้วออกแรงกระชากกลับ
แม่มดสาวสะดุ้งร่างเพรียวบางลอยหวือเข้ามาหาตามแรงดึง
นางพยายามดิ้นรนตัดโซ่แต่สายไปเสียแล้ว
วาเอริกซ์ฉวยโอกาสเขาดึงนางเข้ามาอีกครั้ง พร้อมหมุนตัว—
ตึง!
แผ่นหลังของนางกระแทกเข้ากับกำแพงหินนางร้องครางแ่เบา ลมหายใจถูกบีบอัดจนจุก
วาเอริกซ์ก้าวประชิดทันทีคว้าข้อมือทั้งสองของนาง บิดแขนเรียวขึ้นเหนือศีรษะกดตรึงติดกำแพงด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมด
ระยะห่างระหว่างพวกเขา...ลดลงเหลือศูนย์
ร่างแนบสนิทจนวาเอริกซ์ััได้ถึงหัวใจของนางที่เต้นกระหน่ำ ตุบ… ตุบ…
เร็วผิดปกติ...แรงผิดปกติ
ลมหายใจอุ่นของนางพัดโชยถูกใบหน้าเขาทุกจังหวะการหายใจ หน้าอกของนางเบียดชิดกับอกเขาแ่เบา
กลิ่นหอมของนาง—ไนท์เชดผสมเบลลาดอนนา ยามนี้เข้มข้นจนเขาเวียนหัวมันกระตุ้นบางอย่างลึกล้ำภายใน... สัญชาตญาณที่มิใช่ความรุนแรง แต่เป็ความปรารถนา
ความร้อนที่พุ่งพล่านในกายไม่ใช่ไฟัที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไปแต่เป็บางสิ่งที่ดิบเถื่อนและอันตรายยิ่งกว่า
"ปล่อยข้า..."นางกระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าไร้พลังเหมือนก่อน
ดวงตาสีม่วงครามของนางไม่ได้สะท้อนความกลัว แต่มันสะท้อน...บางอย่างที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่เขารู้สึก
แววตานางเ็าพยายามปิดบังทุกอารมณ์ แต่เขาเห็น—เห็นอาการสั่นไหวเล็ก ๆ ที่นางพยายามซ่อนเห็นริมฝีปากที่สั่นระริกก่อนจะถูกขบเม้มแน่น
วาเอริกซ์โน้มหน้าเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นรดรินแก้มเนียน จนได้กลิ่นหอมจากผิวที่ชื้นเหงื่อจาง ๆ
มือที่พันธนาการข้อมือเล็กผ่อนแรงลงนิ้วหัวแม่มือลูบไล้ผิวเนื้อนวลเบา ๆ ััถึงความนุ่มนวล ความอบอุ่นและชีพจรที่เต้นแรงใต้ผิวบาง
"เ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้าเลย"นางกระซิบ
"งั้นก็บอกข้าสิ"เขาท้าทาย เสียงต่ำทรงอำนาจ "ทำไมแม่มดอย่างเ้าถึงเสี่ยงชีวิตมาที่นี่?ถ้วยอัคนีมีค่าอะไรกับเ้า?"
นางเบือนหน้าหนีหลบสายตา "นั่นไม่ใช่ธุระของเ้า"
แต่เขาก้มลงชิดใบหน้าใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน
"มองข้า"เขาสั่งเสียงต่ำ
นางค่อย ๆหันกลับมาแววตาเต็มไปด้วยความเ็ปที่ถูกซ่อนเร้น ความโศกเศร้าที่ลึกซึ้งและมืดมนคล้ายกับสิ่งที่เขามี ความโศกเศร้าที่เขารู้สึกคุ้นเคย
"ข้าควรจะฆ่าเ้า..."วาเอริกซ์กระซิบ แต่มือของเขาผ่อนแรงลงอีก จนแทบจะไม่ได้จับข้อมือนางแล้วเพียงแค่ประคองไว้เบา ๆ
"แล้วทำไมไม่ทำ?"นางท้าทาย จ้องเขาไม่กะพริบตา
คำถามนั้นแขวนลอยอยู่ในอากาศ
วาเอริกซ์ไม่มีคำตอบ...หรือมี แต่เขาไม่กล้ายอมรับ
หัวใจของเขาเต้นโครมครามมิใช่จากการต่อสู้ แต่จากััของสตรีในชุดดำ จากความใกล้ชิดที่อันตรายและเร้าใจ
ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันอุ่น... เร่าร้อน... ริมฝีปากของเขาห่างจากนางเพียงลมหายใจกั้น
หัวใจทั้งสองดวงเต้นเป็จังหวะเดียวกัน ตุบ… ตุบ… ตุบ…
มือของเขาเลื่อนจากข้อมือไล่ขึ้นไปตามท่อนแขนอย่างเชื่องช้าปลายนิ้วััผ่านผิวเนียนจนถึงหัวไหล่ แล้วขึ้นไปหยุดที่กรอบหน้าเรียวสวยใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยแก้มใสเบา ๆ
นางกลั้นหายใจเกร็งตัว แต่ไม่ได้ผลักไสเขาออกไป
เขาเอียงหน้าเข้าใกล้อีกนิด
ทันใดนั้น—
ถ้วยอัคนี บนแท่นบูชาเริ่มเรืองแสงสีแดง
แสงแ่เบาในคราวแรกแล้วค่อย ๆ สว่างจ้าขึ้น จนทั้งห้องโถงถูกย้อมด้วยสีเื ราวกับมันรับรู้ว่า...ศัตรูสองคนกำลังยืนอยู่ใกล้กันเพียงใด
วาเอริกซ์และหญิงสาวหันขวับไปมองพร้อมกันดวงตาเบิกกว้าง
แสงสีแดงเริ่มเต้นเป็จังหวะ ตุบ... ตุบ...ตุบ... ดั่งหัวใจที่มีชีวิต
และในเสี้ยววินาทีนั้นพวกเขาทั้งคู่ต่างรู้สึกได้— แรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากถ้วยอัคนี