เวลา 7:50
ณ โรงเรียนนานาชาติ
บริเวณทางเข้าเด็กนักเรียนหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเพื่อเข้าเรียนให้ทันก่อนจะถึงแปดโมง มีเพียงเนตรที่เดินมาอย่างปกติ เขาดูเหม่อลอยและทันใดนั้นก็มีแขนข้างหนึ่งเข้ามากอดคอจากทางด้านหลัง
"ว่าไงเพื่อน! ทำไหมวันนี้ดูเหม่อจังล่ะ?"
เขาคือเพื่อนสนิทของเนตร เขาเป็ลูกครึ่งไทยอเมริกา ตัวสูง170 แข็งแรงและไว้ผมแสกกลางสีดำ มีดวงตาสีฟ้าอ่อน
"เควินนายอีกแล้วเหรอ ช่วยเลิกเข้ามากอดคอทีเถอะ มันเจ็บนะ..."
"ไม่เอาน่า อย่าโกธรสิ ว่าแต่พรุ่งนี้นายเอาไง มาหรือเปล่า?"
เควินเลิกกอดคอแล้วเปลี่ยนมาเดินข้างๆแทน เขาจริงจังกับคำถามมาก จนเดินไปดักด้านหน้าของเนตร
"มีฉัน มียัยนั่นและนาย พวกเราสามคนจะไปสนุกด้วยกัน นายคงจะไปใช่มั้ย"
เนตรหยุดเดินและนิ่งไปแปปนึง ก่อนจะตอบกลับไปด้วยเสียงเรียบๆ
"เข้าใจแล้ว"
"นั่นแหละเจ๋ง! พวกเราจะกลายเป็ผีที่น่ากลัวที่สุดและขนมก็จะเป็ของเราทั้งหมด ฮ่าๆ!"
"จะคึกเกินไปแล้ว เ้าบ้า"
ด้วยท่าทางบ้าๆบอๆ ของเควินทำให้เนตรหัวเราะออกมา ผ่อนความตึงเครียดลงและยิ้มออกมานิดๆ
"สบายใจขึ้นแล้วสินะ"
"อ่า ขอบใจนะ"
แล้วเวลาก็ผ่านไป
หน้าทางเข้าบ้านในหมู่บ้านจัดสรรค์ หนุ่มสาวสองคนที่แต่งกายเป็แฟรงเกนสไตน์กับผีจีนกำลังยืนรอใครบางคนอยู่
"พวกเรามาแล้ว! เสร็จยังงงง?!"
เควินะโถามเข้าไปในบ้านของเนตร
"อย่าะโสิ หัดเกรงใจคนอื่นบ้าง!"
สาวอีกคนเอ่ยต่อว่าเควิน เธอพูดจบก็สบัดผมไปด้านหลังและเริ่มแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางที่พกติดตัวมา
เธอชื่อริสะ ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น สูงประมาณ165 ผิวขาว ผมยาวถึงหลัง แต่เธอไม่ชอบเลยมักจะไว้ทรงหางม้าเอาไว้ตลอดเวลา
"อะไรของเธอเนี่ยริสะ ยังแต่งหน้าไม่เสร็จอีกเหรอไง? นี่มันรอบที่สามแล้วนะ"
(แต่งจนจะกลายเป็ผีไปจริงๆแล้วเหรอ ยัยผีเครื่องสำอาง!)
เควินที่พูดขึ้นในใจขณะที่ริสะเองก็บ่นใส่เขาด้วยเช่นกัน
(ตัวก็ใหญ่ หน้าตาก็ดูหน้ากลัว แถมยังพูดเสียงดังอีก มิน่าล่ะ หมอนี่ยังไม่เคยมีสาวมาชอบซักที หุหุ น่าสงสาร)
ทั้งเควินและริสะต่างเขม่นใส่กัน เพราะสงสัยว่าอีกฝ่ายล้อเลียนตน
"เธอคิดว่าฉันตัวใหญ่และหน้าตาหน้ากลัวเลยไม่มีสาวมาชอบใช่ไหม?! เหอะ! ของแบบนั้นสำหรับลูกชายไม่มันจำเป็!"
"หน็อย! เมื่อกี้นี้นายว่าฉันใช่ไหมว่าหน้าตาซีดเหมือนผี!?!?"
เสียงทั้งคู่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนทั้งสองคนจะลืมไปแล้วว่าพวกเขามาทำอะไรกัน แต่ก่อนที่จะกลายเป็เื่ใหญ่ เนตรก็เดินเปิดประตูบ้านออกมา
เนตรแต่งตัวเป็ยมทูตที่ใส่ชุดคลุมสีดำและถือเคียวไว้ในมือ
"บลาๆ หนวกหูจริงเลย พวกนายสองคนเป็เด็กกันเหรอไง"
คำพูดของเนตรสามารถหยุดทั้งคู่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งสองก็ยังงอนกันอยู่และให้เนตรมาเดินตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่
(หึ เพราะเพื่อนรักของฉันห้ามหรอกนะ รอดตัวไปนะ ยัยผีหน้าขาว!)
(ถ้าเนตรไม่ออกมานะ ฉันจะสั่งสอนให้เขารู้ซะบ้างว่าอย่ามาแหย่มกับฉัน!)
(แล้วจะไปรอดไหมเนี่ย...)
ในที่สุดทั้งสามก็เดินทางมาถึงที่โรงเรียนในเวลา่เย็น หลังจากเช็คชื่อเสร็จก็เตรียมตัวออกไปทำกิจกรรม ระหว่างที่กำลังจะออกไปเสียงหนึ่งได้หยุดพวกเขาเอาไว้
"ไม่คิดเลยว่าแกจะมาด้วย ไอ้พวกเดนสังคม"
ต้นเสียงคือเด็กหนุ่มที่มีผมสีทอง เขาชื่อว่าอเล็กซ์ ตัวสูงประมาณ170 ผมสั้นหยักศกแต่งตัวหรู เหมือนวันนี้เขาจะแต่งตัวเป็าาปีศาจ
"อะไรของแกวะ"
เควินออกตัวเป็คนแรก เขาดูไม่พอใจนิดหน่อยที่เ้าบ้านั่นดูถูก เขาดึงสีหน้าจนดูน่ากลัว ผลคือคนรอบข้างต่างกลัวเควินและถอยห่าง
"ไม่เอาน่า ไปกันเถอะ!"
ริสะ ตัดบททันที เธอไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับการทะเลาะที่ไม่เป็เื่เลยพยายามพูดให้เควินไม่ต้องสนใจ
"จะหนีเหรอ? ไอ้ลูกฆาตกร"
อเล็กซ์พูดจาถากถางดูถูกเควินด้วยใบหน้ากวนๆ จากในกลุ่มคนรวย
"มึงว่าอะไรนะ?!"
เควินพอได้ยินก็เดือนทันที และตั้งใจจะเข้าไปซัดหน้าหล่อๆ ของมันซัดหมัด แต่เขากับถูกมือของเนตรห้ามเอาไว้
"นายบอกฉันว่ายังไงเควิน มาสนุกกันไม่ใช่เหรอ แล้วนี่นายกำลังจะทำอะไร?"
เควินหยุดฟังแล้วคิดตามสิ่งที่เนตรบอก แล้วเขาก็คิดได้ถึงทำอะไรเ้าพวกนี้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา พวกมันเป็ลูกคุณหนู เงินทองมากมาย และยังมีอำนาจคอยหนุนหลัง
"ฉันพูดถูกไหมเควิน?"
เควินสงบลงและหันกลับโดยไม่สนใจคำพูดนั้นและเดินมาหาเนตรและริสะ
"ไปกันเถอะ"
ริสะเอ่ย และพยายามทำให้เควินใจเย็น
ทุกอย่างเกือบจะจบลง โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทว่าอเล็กซ์กับพูดบางอย่างออกมา จนทำให้เควินถึงกับต้องหันควับกลับไป
"ร้อนนน ร้อนจังเลยย! พวกฆาตกรถูกเผาทั้งเป็ เพราะพวกมันรู้ตัวว่าหนีไม่รอด! น่าสมเพช!"
อเล็กซ์เลียนเสียงและท่าทางของคนที่กำลังโดนไฟลุก สายตาของมันมองไปที่เนตรด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ การดูถูกของมันคือสิ่งที่มันจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
"แกไม่น่าพูดอย่างงั้นเลย..."
"เควิน ห้ามฉันที"
เควินที่มองไปที่เนตรอย่างกังวล เขารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว ดวงตาของเนตรมันเปลี่ยนไป เขาเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน มันเป็สิ่งที่เขาไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นที่สุด
"ทำไหมวะ อ๋อนี่ แกโกธรเหรอ งั้นคงเป็เื่จริงสินะ ฮิๆ"
มันหัวเราะชอบใจ และหันไปขำกับคนอื่นๆในกลุ่มอย่างสนุกสนาน ราวกับเป็เื่ตลก
"ฟังฉันนะเนตร ฟังฉันก่อน นายต้องใจเย็นลงเดี๋ยวนี้!"
เควินรู้ตัวทันทีว่าต้องทำอะไร เขาพยายามหยุดเนตรให้ได้ ก่อนที่สิ่งที่เลวร้ายจะเกิดขึ้น
"เควิน..นายเป็คนดีนะ แต่ว่าถึงเป็นาย นายก็หยุดฉันไม่ได้ หลบไปซะ"
"ริสะ โทรหาพ่อของเธอด่วนเลย! บอกเขาว่าเนตรเปลี่ยนไป"
เควินรู้ตัวดีว่าถึงเป็เขาก็คงหยุดเนตรไม่ไหว ถึงจะสู้กัน แต่ก็คงาเ็หนักด้วยกันทั้งคู่ ทว่าถ้าเขาหยุดเนตรตอนนี้ไม่ได้สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าจะเกิดขึ้น
"นายรู้ใช่ไหมว่าการฆ่าคนมันติดคุก..."
"แล้วยังไง...คิดว่าฉันสนยังเหรอ? ฉันจะเตือนนายเป็ครั้งสุดท้าย ถอยไปเควิน"
(ครั้งสุดท้าย...เ้าบ้านี่มันเอาจริง มันตั้งใจจะฆ่าไอ้เวรนั่นจริงๆ ฉันต้องหยุดเขาเดี๋ยวนี้!)
"ถ้าเกิดว่าไม่ล่ะ บางที-!?"
พริบตาที่เควินปฏิเสธ เนตรก็ขยับเข้ามาเขาได้แล้วก่อนจะปล่อยมันเสยไปที่คาง แต่เควินที่รู้สึกตัวเร็วก็ป้องกันไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
ก่อนหมัดที่สองจะตามมาซัดไปที่ลำตัว คราวนี้เควินถอยหลบทัน และกลับมาตั้งหลัก ทั้งแขนของเขาสั่น ที่มือเป็รอยจ้ำสีแดงที่เกิดจากการรับหมัดในครั้งแรก
(เวรเอ้ย! แม่งโคตรเจ็บเลย! นี่ขนาดเราเล่นกล้ามแล้วนะ เ้าบ้านั่นตัวเล็กกว่าเรา แต่ทำไหมแรงเยอะจังวะ)
"ได้แค่นี้เองเหรอ? คิดว่าจะเจ็บกว่านี้ซะอีก"
ถึงจะพูดแบบนั้นมันก็แค่การบัฟ ความจริงแล้วแค่น้องเขาเริ่มจะรู้สึกชาแล้วแค่ครั้งเดียวยังเป็ขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าไอ้เวรนั้นโดนไปมันจะมีชีวิตรอดถึงหมัดที่ สองหรือเปล่า
"พวกแกทำอะไรกันวะ?! ทะเลาะกันเหรอ?"
"หุบปากไปไอ้เวร!! จะดีมากถ้ามึงรีบๆไสหัวไปให้พ้นจากที่นี่"
"เอาวะ แค่รับจนกว่าพ่อของของยัยนี่จะมาถึง-!?!?"
ครั้งนี้เควินพลาดไป เขาคลาดสายตาจากเนตรไปเพียงแปปเดียว แต่เนตรกับหายไปแล้ว และเสียงคล้ายฟ้าผ่าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"ไม่ทันแล้ว!?"
พอเควินหันกลับไปก็พบกับกลุ่มคนในชุเเครื่องแบบทหารหยุดเนตรเอาไว้ เสียงเมื่อสักครู่คือเสียงหมัดที่ปะทะกลับโล่เหล็ก
"ดูเหมือนว่าฉันจะมาทันเวลาสินะ ทุกคนอยู่ในความสงบ!"
ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาสวมชุดสูทสีดำและเนคไทสีแดง อายุราว 40 หน้าตาญี่ปุ่นแต่กับพูดเสียงไทยได้อย่างชัดเจน
"คุณลุง!"
"พ่อออ?!"
ชายคนนี้คือพ่อของริสะ เขามาทันเวลาพอดิบพอดี เพราะไม่ได้สังเกตรอบข้างตอนที่เริ่มสู้กัน เควินเพิ่งจะเห็นว่ามีรถหลายคันจอดอยู่ด้านหน้าโรงเรียน
ส่วนเนตรถูกจับล็อกเอาไว้โดยกลุ่มทหาร 4 คน พวกเขาเอาเนตรอยู่แล้วพ่อของริสะก็เริ่มจัดการกับปัญหา
พวกอาจารย์เริ่มมาออกันที่หน้าโรงเรียน พวกกลุ่มของอาเล็กได้รับการปกป้องจากอาจารย์ทันทีและเนตรถูกด่าทอจะกลุ่มของอาจารย์ โดยที่พวกเขายังไม่ได้ฟังเหตุผลหรือรู้เื่ราวทั้งหมด
"ไอ้ขยะเอ๊ย..."
อเล็กซ์เดินจากไปแล้วไม่หันกลับมามองพวกเราอีก
ริสะกับฉันโล่งอกที่ไม่เกิดเื่อะไร แต่ดูเหมือนนี้จะไม่ใช่เวลากิจกรรมอะไรอีกแล้ว เราทั้งคู่และเนตรถูกพาตัวไปที่ห้องรับรองของคุณลุงหรือพ่อของริสะ เพื่อรอให้เนตรใจเย็นลง
ผ่านไปหลายชั่วโมง
ในที่สุดเนตรก็กลับออกมา เขากลับมาเป็เนตรคนเดิมแล้ว เขาเดินมาหาฉันและบอกขอโทษ แต่ว่านั้นน่าจะเป็ทางฉันเองมากกว่าที่ต้องขอโทษ
แทนที่จะช่วยนายจัดการแต่กลับช่วยปกป้องพวกนั้นแทน ฉันนี่เป็เพื่อนที่ไม่ได้เื่เลยจริงๆ แต่อย่างน้อยพวกเราก็ยังอยู่ด้วยกัน
"ยินดีต้อนรับกลับ"
"อ่า ขอบใจนะ"
"ฮื้อ เนตรอะ อย่าทำให้ฉันเป็ห่วงสิ รู้ไหมฉันกลัวแทบตายตอนที่นายเปลี่ยนไป นายต้องขอบคุณเควินนะที่เขาห้ามได้เอาไว้"
ริสะที่เป็ห่วงะโเข้ากอดเพื่อนซี้อย่างเนตรด้วยน้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะหันมาหาเควินด้วยสีหน้าด้วยกัน
"ยังปวดหัวอยู่ไหม?"
"ไม่แล้วล่ะ มันหายแล้ว"
"งั้นเหรอ...พวกเรากลับบ้านกันดีไหม"
"ไปกันเถอะ"
แล้วทั้ง 3 ก็เดินกลับบ้านพร้อมกัน จนถึงทางที่ริสะต้องแยกไป ต่อมาเควินกับเนตรได้เดินไปถึงอีกทางแยกหนึ่งแล้วเควินก็ขอตัวกลับบ้าง
"เจอกันพรุ่งนี้"
"อ่า เจอกันพรุ่งนี้"
ระหว่างทางเนตรได้รู้สึกบางอย่าง มันเป็ความรู้สึกที่คุ้นเคย ตัวเขาแข็งแรงขึ้นแบบนั้นได้ยังไง ทั้งแรงเยอะและเคลื่อนไหวแบบนั้น
มันให้ความรู้สึกเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าแป๊บเข้ามาที่หัวแล้วทุกอย่างก็ต่างออกไป ภาพที่เขาเห็นมันต่างออกไปจากคนปกติ เขาเห็นสิ่งต่างๆได้กว้างขึ้นและช้าลง
รวมถึงร่างกายของเขาที่รู้ว่าต้องขยับไปไหนและออกท่าทางยังไงทั้งที่เขาไม่เคยฝึกที่ไหนมาก่อน ก็แค่เป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาด
"หรือว่าเราจะเป็อัจฉริยะ? เหอะ จะเป็แบบนั้นไปได้ยังไง"
ตอนนี้เป็เวลา 21:30 ในที่เปลี่ยวๆ แบบนี้ก็ยังมีคนแต่งตัวแฟนซีอยู่อีกเหรอ ใครบางคนแต่งตัวคล้ายกับซอมบี้ที่กำลังนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่
(หรือจะเป็เด็กที่โรงเรียนหรือเปล่านะ)
เสียงดังกรุบกรับทุกครั้งที่ค่อยๆเดินเข้าใกล้ กลิ่นเหม็นสาบอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนตีเข้าจมูกจนปวดหัว ภาพตรงหน้าคือชายที่คล้ายกับซอมบี้เต็มไปด้วยเืเปื้อนทั้งตัวและซากของตัวอะไรบางอย่างนอนจมกองเือยู่ตรงนั้น
"อาาา..อาาาา!"
(อะไรวะ?!)
ชายคนนั้นลุกขึ้นแล้วค่อยๆหันมาหาผม เขาบิดคอ360 องศา ภาพที่เห็นมันน่าสยดสยอง ปากของเขาเต็มไปด้วยเืแล้วชิ้นเนื้อที่ยังคงติดอยู่ในปาก ดวงตาที่ขาวโพลนกับผิวซีดจนเริ่มดำ
"ของจริง?!"
"อาาาา!!!"