เฉินกงกงขันทีวัยกลางคนรีบวิ่งนำหมอหลวงให้เข้ามาดูอาการฮองเฮา หมอหลวงเมื่อมาถึงรีบถวายการรักษาอย่างรวดเร็ว เมื่อตรวจสอบแน่ใจแล้วว่าฮองเฮาแค่หมดสติ เลยนำเทียบยาให้กับนางกำนัลและกำชับให้พระนางดื่มยาตามที่กำหนด ภายในสองวันก็ทรงกลับมาแข็งแรงดังเดิม
สายลมตื่นมาขึ้นมาหลังจากสลบไป อาการปวดหัวก็หายไปแล้ว และตอนนี้เขาได้นอนทบทวนถึงความทรงจำต่างๆของร่างนี้ สุดท้ายเขาได้แต่ทำใจยอมรับเพศสภาพตัวเองและต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการพูดให้เข้ากับคนในยุคนี้อีกด้วย
ระหว่างที่สายลมกำลังนอนทบทวนความทรงจำต่างๆอยู่นั้น ไม่นานกงเหนียงกับกงฟาง สองสีพี่น้องนางกำนัลคนสนิทก็กุลีกุจอเข้ามาปลุกและจับข้าเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างที่ใส่ชุดพวกนางก็ร้องห่มร้องไห้เสียยกใหญ่ บ่นข้ายิ่งกว่ามารดาสะอีก ข้าได้แต่ยืนนิ่งพร้อมกรอกตาขึ้นบน ผ่านไปหนึ่งก้านธูปได้ละมั้งกว่าพวกนางจะคลายความเป็ห่วง และปล่อยให้ข้าได้อยู่คนเดียวอีกครั้งและก็ทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
จะว่าไปตอนนี้ที่บ้านจะเป็อย่างไรกันบ้าง ทุกคนจะได้ข่าวคราวหรือยัง เวลานี้คงจะเจอร่างของข้ากันหรือยัง พวกเขาคงจะเสียใจมาก..ให้ตายเถอะโรบิน น้ำตาข้าไหลไม่หยุดเลย
แต่ก็ช่างมันสิ จะเศร้าไปก็ช่วยไรไม่ได้ นี่ตัวข้าตายแล้วมาสิงร่างอีกมิติหนึ่งเลยนะเว้ยเฮ้ย!!!
จะมานั่ง นอน เศร้าซึมมันก็ไม่ใช่ขุ่นแม่ลมผู้นี้เสียเมื่อไหร่ เสียไปแล้ว ตายไปแล้วก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี สู้เอาเวลามาหาสิ่งดีๆในการอยู่ในภพนี้ดีกว่า ยิ่งร่างนี้เป็ถึงแม่ของแผ่นดิน อำนาจก็มีไม่ว่าจะเป็ทางครอบครัว หรือแม้แต่ในวังหลังแห่งนี้
คิดได้แล้วข้าก็ปาดน้ำตาพลางนึกถึงข้อดีต่างๆของภพเดิมที่ข้าเคยสรรสร้างไม่ว่าจะเป็ การเต้นโคพเว่อร์เกาหลีที่แม้ไปประกวดเวทีไหน...ก็ต้องตกรอบเสียทุกครั้ง!!
ชวดแม่งมันทุกเวที หรือแม้แต่การเป็เ้าหนี้ที่ปล่อยกู้ให้เพื่อนสาวเอาไปแทงหวยแล้วไม่ถูก เดี๋ยวนะจำได้ว่าข้าติดค่ายำมะม่วงกุ้งสดและตำทะเลเดือดของอิกันนี่ เพื่อนสาวที่เปิดร้านหน้าปากซอยเข้าหอตั้ง 90 บาท!!!
เอาเป็ว่าตอนนี้ข้าตายแล้ว และข้ามภพทะลุมานี่แหละดีสุดแล้ว ไม่หนี ไม่มี และไม่จ่ายค่ะ!!!
พอมีความคิดอันฟุ้งซ่านของตัวเองเข้ามา และได้บทสรุปอย่างลงตัวแล้วข้าก็ะเิเสียงหัวเราะแบบน้าค่อมอย่างพึงพอใจ อย่างนี้แหละหนาเขาเรียกว่า ‘ในเื่ร้ายๆต้องมีเื่ดีๆเสมอ’
หืมมมมม นี่ข้าตกภาษาไทยโหมดสำนวนไทยป่ะนี่ ช่างเถอะค่ะ สวย ด๊อน แคร์!!!
“ท่านพี่ข้าว่าฮองเฮาของพวกเราดูแปลกๆไปไหมเ้าคะ” กงฟางน้องสาวหน้าหวานของนางเอ่ยถามผู้เป็พี่ด้วยน้ำเสียงกังวล
“.................” กงเหนียงผู้เป็พี่ได้แต่ยืนนิ่ง พยายามคิดในใจว่าเป็เพราะพระนางจมน้ำนานไป สติสะตังเลยยังไม่เข้าที่เข้าทาง
~~ จ๊อกกกก ~~
ข้าต้องหยุดชะงักความคิดเมื่อได้ยินเสียงพยาธิในท้องเริ่มส่งเสียงดัง อย่าว่าแต่พยาธิในท้องเลย ตัวข้าที่ั้แ่ไปโอนกรรมสิทธิ์รถมายังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลย จนต้องตายมาข้ามภพมาอยู่นี่ ก็ยังไม่มีไรตกถึงท้องนอกจากน้ำชาร้อนๆนั่น พูดแล้วขึ้นที่นี่ไม่มีตู้เย็น!! ให้ข้าได้กินน้ำเย็นๆ
เฮ้อ!!
ตอนนี้ข้ากำลังนึกคิดอยู่ว่าห้องครัวของตำหนักนี้อยู่ตรงไหนกันน้า.....
“สงสัยจะจริงกระมังว่าฮองเฮาของพวกเ้านั้น จะกลายเป็คนเสียสติวิปลาสไปแล้ว”
ขณะที่ข้าตัดสินใจที่จะไปยังห้องเครื่องก็ก้าวขาเดินไปใกล้จะถึงประตู ก็ต้องหยุดเท้าทันที เมื่อได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งดังมาจากด้านหน้าตำหนัก จะว่าไปเสียงนี้ช่างดัดและทำเสียงเล็กแหลมเหมือนกับนังโตโต้ลูกสาวผมเกรียน นังโตโต้ หรือที่บ้านเรียกไอ้โต้ง นางคือตุ๊ดหัวโปกผู้ที่ชื่นชอบท้าข้าตีดอทเอ พูดแล้วก็คิดถึงนาง
จะว่าไปเสียงข้างนอกนี้ทำไมมันทำให้คันไม้คันมือยิ่งนัก และช่างประจวบเหมาะกับที่พยาธิในท้องของข้ากำลังก่อม็อบประท้วงขอข้าว มันยิ่งกระตุ้นทำให้ข้ารู้สึกรำคาญจึงได้แง้มประตูส่องดูทันที
ขณะที่กำลังมองดู ข้าเห็นตรงนั้นมีกงเหนียงและกงฟางกำลังยืนเผชิญหน้ากับขบวนนางกำนัลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งผู้ที่ยืนนำหน้าขบวนนางกำนัล ที่ข้าพอจะนึกออกและจำชื่อได้รางๆ จากความทรงจำที่นอนทบทวนอยู่เกือบจะเป็วันว่าน่าจะใช่ขันทีที่อุ้มแมวมาที่สะพานไม้ จนทำให้เ้าของร่างนี้ต้องตกตายไป เขาเป็คนสนิทของจ้าวกุ้ยเฟย!!
จะว่าไปทำไมการแต่งหน้าและเสื้อผ้าเถาฉีกงกงถึงได้แรงกว่าพวกนางกำนัล ไหนจะหน้าที่ฉาบด้วยแป้งหนากว่าชะนีน้อยที่อยู่ด้านหลังนัก ไหนจะชุดที่ใส่ช่างเลือกสีชมพูจ๋าได้เหมาะกับใบหน้าเทาๆนี้นัก หึ..หึ ดูท่าว่านางคงไม่อ่านไลน์กลุ่มสินะ ว่าวันนี้คนอื่นเขาใส่ชุดธีมสีน้ำเงิน!!
“ดูท่าคงจะเสียสติวิปลาสจริงถึงได้เงียบกันแบบนี้” ฉีกงกงพูดไปโบกสะบัดแส้ไปมา
“ฉีกงกง ท่านจงระวังปากไว้บ้างว่า คนที่ท่านพูดถึงนั้นคือฮองเฮา การลบลู่เบื้องสูงมีโทษสถานใดท่านจำไม่ได้รึ” กงเหนียงรีบกล่าวแย้งทันทีเพราะตนนั้นเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ และยังตอกกลับไปด้วย
“ลู่ฮองเฮาพระนางแค่เสียขวัญจากการจมน้ำที่ท่านเป็ผู้ก่อเหตุ ดีเท่าใดแล้วที่เื่นี้ไม่ถึงหูท่านแม่ทัพใหญ่ ไม่งั้นท่านคงจะไม่มีชีวิตมาพูดพล่อยๆเยี่ยงนี้หรอกรึ!!”
“แล้วยังไงละ ตอนนี้ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ เพราะคนที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานที่สุดตอนนี้คือจ้าวกุ้ยเฟยของข้าหาใช่คนอื่นไม่” ฉีกงกงกล่าวออกไปด้วยความดูแคลนฮองเฮา พร้อมส่งสายตาจิกกัดมาทางกงเหนียง อย่างท้าทายแบบไม่เกรงกลัว
“เ้าคิดว่าฮองเฮาของเ้ายังได้รับความสนใจอยู่อีกหรือกงเหนียง” เมื่อฉีกงกงพูดจบก็พาเหล่านางกำนัลเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแบบผู้ร้ายในละครหลังข่าว แต่ที่เด่นคงจะหนีไม่พ้นคือการเดินบิดสะโพกซ้ายที ขวาที ของพวกเขา
ข้าจึงเดินออกมาหน้าตำหนักยืนเท้าสะเอวมองสองบ่าวรับใช้ที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำ พวกนางคงจะใกล้ะเิอารมณ์แล้วละ
ทันใดนั้นนางกำนัลต่างหันหน้ามาทางข้าและคงนึกไม่ถึงว่าข้าจะได้ยิน ในใจของพวกนางคงนึกสงสารข้าอยู่แน่ๆที่ต้องถูกขันทีของผู้อื่นดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้ เพราะหากเป็ลู่ฮองเฮาคนเดิมคงได้แต่บอกว่า ‘ช่างมันเถอะ อย่าเก็บมาคิดเลย’ เป็แน่แท้ดูจากความทรงจำของนางแล้วศิริต้าก็ศิริต้าเถอะ!!
เจอลู่ฮองเฮากลางทุ่งลาเวนเดอร์เข้าไป มีเงิบแน่นอน คนอะไรช่างโลกสวยแม่พระเหลือเกิ๊นนนนน
แต่นั่นไม่ใช่กับข้าแน่ๆ ข้านั้นไม่ใช่แม่พระ แม่ชีนะที่ละซึ่งแล้วทุกสรรพสิ่ง โนวววววววค่ะ!!
พอขจัดความรู้สึกของตัวเองที่เริ่มเอนเอียงไปทางทุ่งดอกลาเวนเดอร์แล้วมองไปยังขบวนของเหล่าขันทีเกรียนที่กำลังเดินจากไป เพราะตอนนี้สิ่งที่ข้าต้องสนใจมากกว่าอื่นใดคือเสียงประท้องของม็อบพยาธิที่อยู่ในกระเพาะกำลังส่งเสียงประท้วงกันอย่างพร้อมเพียงเป็หมู่คณะ เสมือนท้องของข้าตอนนี้เป็เวทีกลางถนนราชดำเนิน
“กงเหนียงพาเราไปห้องเครื่องหน่อย” ข้าพูดพลางสะกิดสองพี่น้องกงให้รีบพาตัวข้าไปให้เร็ว แต่ทว่าสองพี่น้องรวมไปถึงนางกำนัลและขันทีบ่าวคนอื่นๆ ต่างพากันหลบ จนทำเอาคิ้วของข้ากระตุก ก่อนจะมองหน้าพวกนางอย่างเอาเื่
“ขออภัยเพคะฮองเฮา อะ....เออ เดี๋ยวพวกหม่อมฉันจะสั่งแม่ครัวทำเครื่องสำรับเอง โปรดรอสักประเดี๋ยวนะเพคะฮองเฮา ว๊าย!!!!!” กงเหนียงและกงฟางกล่าวห้ามแต่มีหรือจะเข้าหู ตัวข้าใช้โอกาสที่นางเผลอยื่นแขนไปจับแขนของพวกนางไว้
“พาเราไปเดี๋ยวนี้!!!” ข้าพูดเสียงดังทำให้พวกนางและขันทีนางกลัว และรีบพาข้าไปยังครัววังหลวงทันที
ตอนนี้ตัวข้ายืนอยู่หน้าห้องครัว สงสัยว่าแต้มบุญทั้งชาติที่เคยทำไป คงจะหมดเกลี้ยงแล้วถึงได้มาเจอเหล่าขบวนขันทีเกรียนของจ้าวกุ้ยเฟย ที่กำลังขนสำรับต่างๆทั้งหมดออกไปพร้อมกับกลิ่นอาหารที่โชยมาเตะจมูก ทำให้เหล่าบรรดาม็อบในท้องที่หยุดประท้วงไปก่อนหน้า ต้องลุกขึ้นมาแข่งกันประสานเสียงโห่อีกครั้งที่ได้กลิ่น
ทว่าข้าหาสนใจไม่ สองขารีบก้าวเดินตรงดิ่งเข้าไปในครัวแต่ต้องพบกับสภาพที่ทุกอย่างที่เงียบเชียบ แม้กระทั่งคนครัวยังไม่มี นี่มันป่าช้าหรือไงกันคะ!! เสียงแมลงวันสักตัวก็ไม่มี!!
อิดอกกกกกกก!!!!
ความเงียบคลอบคลุมพื้นที่ห้องเครื่องแห่งนี้ทันที ตอนนี้ตัวนางพยายามมองหาพวกเครื่องเทศ เนื้อ ไข่ หรืออื่นๆที่พอจะทำอาหารได้ แม้แต่ข้าวก็หามีไม่ นางกำนัลและขันทีของฮองเฮาต่างพากันคุกเข่าก้มหน้ากันหมด
"ข้าว่าพอจะเดาอะไรๆออกละ...." สงสัยพวกขันทีเกรียนนั่นตั้งใจจะแกล้งข้าสินะ แต่ประโยคหลังนี้นางไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกไป
เสียงที่เอ่ยฟังแล้วช่างราบเรียบแต่ลู่ฮองเฮากลับยกยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์ เหล่านางกำนัลและขันทีที่ตามเสด็จต่างได้ยินกลับขนลุกเกรียว เกรงว่าจะเกิดเื่ขึ้น
ตอนนี้ลู่ฮองเฮากลับยืนหลับตาไม่พูดอะไรต่อ กงเหนียงจึงเงยหน้ามามองหน้าพระนางทั้งน้ำตา ขณะที่ลู่ฮองเฮาหลับตาอยู่นั้นเสียงท้องก็ยังขับขานอีก รอบนี้ดังกว่าทุกครั้งจนทำให้พวกนางใและรีบก้มหน้ามองพื้นอย่างเกรงกลัว
ขันติหนึ่งหนอ.....ขันติสองหนอ....ขัน...จ๊อกกกกกกกก!!!!
ดั่งเสียงปรมณูของความอดทนเสมือนเส้นฟางเส้นสุดท้ายของนางได้ขาดลง ลู่ฮองเฮาเดินย้อนกลับไปทางที่เดินสวนกับฉีกงกง และมาหยุดตรงท้ายขบวน
“พวกเ้าจะขนสำรับไปที่ใดกัน”
----------------------
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ