หลังตามกันไปจัดการปัญหามากมาย มารดาและบุตรชายนั่งจับมือกันในรถม้าหน้าตาเคร่งเครียด
เมื่อวานนี้บุตรชายคนโตกินอาหารอยู่ดี ๆ ก็กระอักโลหิตจนต้องเรียกหมอหลวงมาตรวจอาการ มารดากินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวบุตรชายจะป่วยหนักจนเป็อะไรไป นางปรารถนาจะรับความเ็ปแทนบุตรเสียเอง
“ท่านหมอบอกว่าเ้ามีความเครียดสะสม อาจื่อ เ้าล้มป่วยั้แ่ในค่ายทหารแล้วใช่หรือไม่? ไยเ้าไม่บอกแม่ ปีก่อนแม่ส่งจดหมายไปถามแม่ทัพใหญ่เซวี่ย เขาบอกว่าเ้าสบายดี ฝีมือเก่งฉกาจขึ้นมาก ทำไมเขาไม่บอกความจริง แม่จะได้ทูลขอฮ่องเต้ให้เ้ากลับมาพักผ่อนรักษาตัวที่จวน”
“แม่ทัพเซวี่ยจำเป็ต้องตอบท่านแม่ไปเช่นนั้นก็เพื่อกองทัพ ข้าเป็บุรุษอยู่หน้าสนามรบ ปราบฏต่างแคว้น จะกลับมาพักรักษาตัวได้เช่นไร”
“เ้านี่นะ ดื้อรั้นกับแม่เื่นี้ไม่พอ ั้แ่เ้าพบตัวอัปมงคลก็ดูหน้าตาไม่ดี แม่ว่าเราขึ้นวัดไปให้นักพรตสวดมนต์เสริมดวงชะตา แม่จะพาเ้าไปล้างซวยดีไหม?”
จื่อหาวไม่เชื่อเื่โชคชะตาฟ้าลิขิต เขาเชื่อในความมุมานะของตน จะนำไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จ เขาเพียงไม่อยากให้มารดาเป็กังวลจึงหันไปยิ้มอ่อน
“ดีขอรับ ไปกันวันนี้เลยเถิด”
“ดี ๆ ในจวนน่าเบื่อหน่าย พวกลูกอนุเอาแต่สร้างเื่ไม่เว้นวัน คุณชายน้อยนั่นนับวันยิ่งก้าวร้าว ไม่เคารพาุโ ถึงยอมโดนตีแต่ท่าทางเหมือนจะลุกมาฆ่าแม่”
“อาอวิ๋นไม่กล้าทำอะไรท่านแม่หรอก ตราบใดที่เขายังเคารพพี่ใหญ่อย่างข้าอยู่”
ความสัมพันธ์ของพี่ชายคนโตและน้องเล็กมิได้ย่ำแย่นัก ไม่ถึงกับชังหน้าเหมือนบุตรอนุคนอื่น
จื่อหาวรู้สึกผิดกับน้องชายคนนี้มาก มารดาของเขาใช้มารยาแย่งตำแหน่งภรรยาเอก ทั้งยังใส่ร้ายฮูหยินเดิมว่าลอบคบชู้จนนางถูกถ่วงน้ำตายอย่างไม่เป็ธรรม
การที่เด็กแปดขวบจะห้ามปรามผู้ใหญ่ แม้แต่จะเปิดเผยความจริง ย่อมเป็ไปไม่ได้ ตอนนั้นเขากับน้องสาวเพิ่งได้รับการยอมรับเข้าจวนขุนนาง ด้วยความที่เป็ลูกภรรยาลับ อยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาหลายปี พอมารดาของอวิ๋นซีตาย เขายอมก้มหัวขอโทษแทนมารดาตน พยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือน้องชายลับหลังคนในจวน ทว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับอะไรจากเขาทั้งสิ้น บอกว่ามีเงินของมารดาซุกซ่อนไว้ แม้แต่บิดาก็ไม่มีทางรู้ ตนสุขสบายดีในเรือนเล็กที่เงียบสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนเรือนใหญ่
แม้มารดาของเขาจะทำเื่ไม่ดี แต่มารดาอย่างไรก็คือมารดา นางดีกับบุตรทั้งสองเสมอต้นเสมอปลาย วันที่เขาถูกส่งตัวไปปกป้องชายแดน นางคุกเข่าขอร้องฮ่องเต้หน้าพระราชวังท่ามกลางพายุเหมันต์ ความหนาวกัดกินถึงกระดูก ทุกวันนี้หัวเข่าของนางใช้การได้ไม่ดีนัก นางจะเดินช้า ๆ ลุกนั่งก็ลำบาก กลางดึกเ็ปทรมานมาก แม้ดื่มยาขนานใดก็ไม่ดีขึ้นเลย
ฮ่องเต้หากตัดสินพระทัยแล้วยากจะเปลี่ยนแปลง บุตรชายคนโตจึงต้องเดินทางไปชายแดนถึงสิบปี ตรากตรำฝึกฝนวิชาทหารอย่างมุมานะ คอยส่งจดหมายกลับมาถึงมารดาและน้องสาวว่าสบายดี ไม่ต้องเป็กังวล
สามปีที่แล้วเขามีโอกาสกลับจวนมาไหว้าุโหนึ่งวัน ได้ยินจากบิดาว่าอวิ๋นซีสอบขุนนางได้ เขาชื่นชมน้องเล็กคนนี้มาก จัดงานเลี้ยงใหญ่โต ครั้นจะมอบรางวัลให้อีกฝ่ายก็ไม่ขอรับไว้ จนน้องสาวมาแย่งทองคำหีบนั้นไป
อวิ๋นซีจิตใจดีมาั้แ่เล็ก หากได้รับของมีค่าจากบิดาหรือาุโ มักจะมอบให้พี่ชายพี่สาวก่อน แถมเป็คนมีเหตุผล ให้อภัยคน ไม่เคยโกรธใคร
ตอนนี้ปราบฏจนหมดสิ้น บ้านเมืองสงบสุข พี่ชายคนโตอย่างเขาอาจจะได้กลับต้าฉีเป็การถาวร จะได้มีโอกาสนั่งจิบชา เจรจากันประสาพี่น้อง
ปัญหาตอนนี้คือคุณหนูตระกูลเสิ่น คนสนิทของเขาไปสืบมาเมื่อวันก่อน...
นางตามติดเขามาั้แ่นางอายุห้าขวบ คอยเอาขนมมาประจบสอพลอ มานั่งอ่านตำราข้างกายเขาอยู่บ่อยครั้ง หากวันไหนอวิ๋นซีไม่อยู่ นางก็มาเกาะแกะเขา นางจะไปชอบอวิ๋นซีได้อย่างไร
หญิงแพศยา! กล้ามายุ่งวุ่นวายกับน้องอวิ๋น ใช้อุบายปล่อยเพื่อจับ ล่อเหยื่อให้ติดกับ น่าเสียดายที่เขาไม่อ่อนต่อโลกเหมือนน้องชาย
“อาจื่อ แม่ว่าคุณหนูปีศาจนั่นต้องหอบขนมสกปรกมาให้เ้าอีกแน่ เ้าระวังตัวด้วยนะรู้ไหม นางคงอยากได้ทั้งพี่ทั้งน้อง”
“ข้ามิได้สนใจนาง ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ที่น่าห่วงคงเป็น้องอวิ๋น”
“อวิ๋นซีรึ... จะไปห่วงทำไม? เลิกพูด ๆ” มารดาสะบัดพัดในมืออย่างไม่พอใจ
พูดถึงคุณหนูตระกูลเสิ่น นางได้รับป้ายผ่านทางจากผู้นำตระกูลคนเก่าซึ่งเป็สหายแม่ทัพ แลกกับสัญญาหมั้นหมายมาั้แ่เล็ก ๆ บ่าวรับใช้จึงให้การต้อนรับนางทุกครั้ง นางมาเที่ยวแค่เดือนละสองถึงสามครั้ง ส่วนใหญ่นางมาหาจื่อหาวกับอวิ๋นซี คนอื่นในจวนจะยอมพบนางหรือไม่เป็อีกเื่
“นางหนูปีศาจเดินเข้าออกจวนเสนาบดียังกับเป็บ้านตนเอง แค่เราถือสัญญาหมั้นตระกูลเสิ่น แม่ว่าคืนนางไปเถอะ จะได้เอาป้ายผ่านทางคืนมา”
“ข้าจะปรึกษาเื่นี้กับท่านพ่อ อีกไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว”
“ลงมือตอนนี้ดีกว่าตอนท่านพ่อเ้ากลับมา... เ้าก็รู้...”
ซูจื่อโม่เคยรับปากาุโว่าเขาจะปฏิบัติตามระเบียบของตระกูล ไม่ว่าเื่อะไรก็ตาม ในเงื่อนไขว่าต้องไม่มีใครไปยุ่งกับเขาเื่อนุภรรยา เขาจะรับเข้าจวนมากี่ร้อยคนให้เป็เื่ของเขา ทว่าเขาก็ร้ายเหลือเกิน อุตส่าห์ได้ภรรยาใหม่เป็บุตรสาวตระกูลขุนนาง มีบิดาเป็ผู้บัญชาการทหารชายแดน[1] อนุทั้งสองแม้เป็สามัญชนก็งามนัก เขาก็ยังไม่เลิกเ้าชู้
จื่อหาวเป็บุตรชายที่ดี ไม่กล้าข้ามหน้าข้ามตาบิดา เขาลังเลที่จะรับปาก มารดาตีแขนเบา ๆ
“นี่แน่ะ แม่จะบอกให้ ต่อให้เ้ารับนางมาเป็อนุ นางไม่ใช่ผู้ที่จะรับมือง่าย ขืนรับนางเข้าจวนมา อาการเครียดของเ้ามิแย่ไปกว่านี้หรอกหรือ ทางที่ดีตระกูลซูควรตัดขาดนางไปเสีย อย่าให้นางมาสร้างปัญหา”
ฮูหยินซูนอนคิดมาหลายวัน จะรับสะใภ้ทั้งทีควรหาคนเชื่อฟังเหมือนอนุอีกสองที่ไม่กล้าขัดคำสั่งนาง เมื่อทำผิดก็คุกเข่าขอโทษ ยอมรับความผิดแต่โดยดี นางหาสารพัดข้ออ้างมาเกลี้ยกล่อมบุตรชาย
“นางปีศาจนั่นเสแสร้งบีบน้ำตา ทำตัวน่าสงสาร ลับหลังนางแทบจะเอามีดแทงคอเราให้ตายทั้งจวน เมื่อก่อนแม่ก็เคยคิดนะว่าจะรับนางมาเป็อนุเ้า รังแกนางให้อยู่มิสู้ตาย จนเ้ามาล้มป่วย แม่ขอยอมเสียสละสักเื่”
จื่อหาวเห็นด้วยกับมารดา พลันนึกถึงภาพหญิงสาวร้องไห้ฟูมฟาย อาการเ็ปบนขมับก็พุ่งเข้ามา ราวศีรษะถูกตีด้วยค้อน เขาพิงหลังนอนหลับตาในรถม้าสักพักหนึ่ง มารดายังคงต่อว่าคุณหนูเสิ่น
บุตรชายฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เมื่อใช้พลังงานไปกับการมองภาพในหัว
น้องเล็กสวมชุดเสนาบดีสีแดงชาด ถือเป็ขุนนางระดับสูงขั้นสี่ถึงขั้นห้า ผิดจากความเป็จริงของขุนนางอวิ๋นผู้เป็เพียงขุนนางขั้นแปด เพิ่งรับราชการมาแค่สามปี สวมชุดสีน้ำเงินเข้ม น้องชายเดินไปมาในห้องนอนของเขา หยิบกระดาษมาให้แผ่นหนึ่ง พากันไปนั่งในสวนหย่อมด้านหลังเรือน เจรจาเื่เสบียงทหารไม่นาน น้องชายก้มหน้าอ้อนวอนเขา
‘พี่ใหญ่ อาหรูแต่งเข้าจวนท่านมาสองปี ถูกทอดทิ้งลำพัง ไม่เคยร่วมหอกับสามี นางถูกดูแคลน คนในตระกูลซูรังแกนางสารพัด แม้แต่ข้าวดี ๆ ก็ไม่มีให้นางกิน ข้าพยายามจะช่วยนาง แต่ท่านแม่ขังนางไว้ในเรือน’
ซูจื่อโม่ทูลขอฮ่องเต้ให้ส่งบุตรชายคนเล็กไปตรวจความไม่โปร่งใสในต่างแคว้น จะได้เตรียมเลื่อนขั้นเป็ผู้ตรวจการ อวิ๋นซีจึงไม่สามารถช่วยเหลือนางได้ ครั้นจะส่งคนมาช่วยอีกแรง ฮูหยินซูใช้อำนาจทางทหารของบุตรชาย สังหารคนของเขาหมด
จื่อหาวมองเห็นภาพเคลื่อนไหวในหัวเวลากลางวันหากงีบหลับ กลางคืนก็ฝันเื่เดิม ๆ เื่ราวเ่าั้ต่อเนื่องชัดเจนราวกับว่าเคยเกิดขึ้นจริง
--------------
[1] เจี๋ยตู้สื่อ 节度使 ผู้บัญชาการทหารชายแดน มีอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งทหารและการปกครองในเขตพื้นที่