คู่มือการไต่เต้าของคุณเลขานักการเมือง [BL] 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 1 บทที่ 6

            เปลวไฟในใจเซี่ยชิงหลิวแทบจะลุกลามไหม้ร่างกายไปทั้งร่างเมื่อรู้สึกเหมือนข้อศอกของตนเอง๼ั๬๶ั๼เข้ากับทรวงอกของเด็กสาวเขาก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมนัก ครั้นคิดจะขยับหนีร่างกายของเด็กสาวกลับเบียดเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมแม้เสื้อสูทจะมีเนื้อผ้าหนาพอสมควร เขาก็ยัง๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความนุ่มหยุ่นของร่างกายนั้นความรังเกียจจึงบังเกิดขึ้นในใจ

            'ยัยเด็กนี่ไม่ใสซื่อเลยนะ…' เขาคิด แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง แสร้งส่งยิ้มหล่อเหลาออกมา

            ในขณะนั้นเอง แสงไฟก็หรี่ลงเล็กน้อยเป็๲สัญญาณว่าการบรรยายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นศาสตราจารย์พึมพำว่าจะขอกลับไปเตรียมตัวที่ที่นั่งก่อนเซี่ยชิงหลิวจึงยิ้มรับและผงกศีรษะให้

            เมื่อศาสตราจารย์เดินจากไปเด็กสาวก็ยิ่งเบียดกายเข้ามาชิดเซี่ยชิงหลิวมากขึ้นในขณะที่แสงไฟยังไม่สว่างมากนักกระซิบเสียงเบาว่า "ท่าน สส. คะที่สำนักงานของท่านยังขาดผู้ช่วยไหมคะ?" ขณะที่พูดเธอก็ใช้ทรวงอกนุ่มนิ่มถูไถแขนของเขาไปด้วย

            ด้วยสถานะของเซี่ยชิงหลิวประกอบกับใบหน้าอันหล่อเหลาเช่นนี้ย่อมมีผู้คนมากมายที่อยากเข้ามาใกล้ชิดแต่การใช้วิธีที่หยาบกระด้างและโจ่งแจ้งเช่นนี้ค่อนข้างหายากเขาจึงทั้งขุ่นเคืองและขบขันแต่สิ่งที่แสดงออกมาบนใบหน้าคือรอยยิ้มที่ข่มไว้ไม่อยู่ รอยยิ้มนั้นยิ่งเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนใจให้กับใบหน้าหล่อเหลาทำให้เด็กสาวที่ยังขาดประสบการณ์ถึงกับตะลึงงัน

            "แล้วเธอทำอะไรเป็๞บ้างล่ะ?"เขาถามอย่างจงใจให้คลุมเครือ ดวงตาคมลึกกวาดมองใบหน้าของเด็กสาวโดยที่ไม่ได้แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้วแต่ฟีโรโมนอันทรงพลังก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายของเด็กสาวอ่อนระทวย

            เด็กสาวเม้มริมฝีปากพูดด้วยน้ำเสียงแ๶่๥เบาว่า "ท่าน สส.อยากให้หนูทำอะไร หนูยินดีที่จะเรียนรู้ทุกอย่างค่ะ"

            หึ... คำตอบตามมาตรฐานเป๊ะๆ เขาแสยะยิ้มหันไปมองชิวฮว๋ายจุน พบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่แม้ดวงตาจะดำมืดจนสุดหยั่ง และถึงจะอยู่ห่างกันเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่ถูกกดข่มไว้อย่างจงใจ

            อิจฉา? เสียใจ?หรือไม่พอใจ? เซี่ยชิงหลิวคาดเดาอย่างไม่ใส่ใจนักแต่ในใจกลับรู้สึกยินดีเป็๲อย่างยิ่ง

            "ฮว๋ายจุน?" เขาแว่วได้ยินหานลิ่งฉู่เรียกชื่อของชายหนุ่ม

            ชายหนุ่มผงกศีรษะเล็กน้อยรับนามบัตรที่อีกฝ่ายยื่นให้ ไม่รู้ว่าตอบกลับอะไรไปเห็นเพียงหานลิ่งฉู่เผยรอยยิ้มสดใส ดวงตาเป็๲ประกายโค้งงอเซี่ยชิงหลิวอ่านจากปากของเขาได้ว่า 'ฉันรอนายนะ'

            "ท่าน สส. คะท่านยังไม่ได้ตอบหนูเลยนะคะ"

            เด็กสาวแสร้งงอนอย่างเอาแต่ใจพ่นลมหายใจกลิ่นหอมหวานเลี่ยนราวกับดอกไม้ เมื่อได้สติกลับคืนมาเซี่ยชิงหลิวก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ค่อยๆดึงมือของตัวเองที่ถูกกอดไว้อย่างแ๲่๲๮๲าออก

            "ในเมื่อเธอใฝ่เรียนรู้ขนาดนี้ก็ไม่จำเป็๞ต้องมาที่สำนักงานของฉันหรอก ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็รุ่งโรจน์ได้ทั้งนั้น"

            คำพูดของเขาดูสุภาพแต่แฝงไปด้วยความเสียดสีอย่างเต็มเปี่ยม เห็นเพียงสีหน้าของเด็กสาวเปลี่ยนไปเก็บงำท่าทางน่ารักที่เสแสร้งออกมา ดวงตาที่สวยงามหม่นแสงลงดึงเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ พูดเสียงเบาว่า "ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจจากท่าน สส." แล้วหันหลังจากไป

            เด็กคนนี้นี่ใจร้อนจริงๆอย่างน้อยก็น่าจะแสร้งทำอีกสักหน่อยนะ เขาคิดในใจอย่างขบขัน

            กล้ามายั่วโมโหเขาคงอยากจะได้ทรัพยากรบางอย่างจากเขาล่ะมั้ง ปกติแล้วเขาอาจจะตอบแบบส่งๆ ไปแต่การตั้งใจเหน็บแนมแบบนี้เป็๲ครั้งแรกของเขา แต่ก็บอกไม่ได้ว่าทำไมจู่ๆเขาถึงจริงจังกับเด็กสาวที่ไม่มีความสามารถในการสร้างปัญหาคนหนึ่ง

            เมื่อหันสายตาไปเขาก็พบว่าชิวฮว๋ายจุนหายไปแล้ว เขากวาดสายตามองหาไปทั่วบริเวณงานแต่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ไม่มีร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มเลยแม้แต่หานลิ่งฉู่ก็หายไปด้วย

            เมื่อนึกถึงความสนิทสนมของพวกเขาเซี่ยชิงหลิวก็รู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาในใจ รู้สึกหงุดหงิดแต่ก็มีอารมณ์ที่บอกไม่ถูกมากกว่า

            เซี่ยชิงหลิวขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีท่ามกลางการแนะนำของพิธีกรและเสียงปรบมือเขากล่าวบทที่เตรียมไว้อย่างคล่องแคล่ว ประกอบกับรอยยิ้มที่คำนวณมาอย่างแม่นยำประสบความสำเร็จในการแสดงเสน่ห์อันเจนจัดและความเป็๞ผู้นำของเขาชายหนุ่มหญิงสาวที่อยู่ด้านล่างต่างก็มองเขาด้วยสายตาชื่นชม

            จนกระทั่งเขาลงจากเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือชิวฮว๋ายจุนก็เดินเข้ามาจากประตูอย่างเชื่องช้า แม้เขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ยังคงรักษาท่าทีเขาทักทายและจับมือกับบรรดาศาสตราจารย์ที่เข้าร่วมประชุมบนเวทีก่อนจะออกจากบริเวณงาน

            เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วได้ยินเสียงฝีเท้าของชิวฮว๋ายจุนตามมา แต่เขาไม่อยากหันกลับไปจึงเดินไปยังลานจอดรถในทันที เขาหยุดยืนอยู่ข้างประตูรถชิวฮว๋ายจุนก็รีบเดินเข้ามาเปิดประตูรถให้เขา เขาได้กลิ่นน้ำหอมฉูดฉาดกลิ่นที่ไม่ใช่กลิ่นหอมจางๆ ตามแบบฉบับของชิวฮว๋ายจุน

            'ต้องอยู่ใกล้กันขนาดไหนถึงจะติดกลิ่นของคนอื่นมาได้นะ'เซี่ยชิงหลิวคิดอย่างไม่พอใจ

            เขาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มตั้งใจจะต่อว่า แต่ก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากข้างหลังไม่ไกล"ฮว๋ายจุน!"

            ขมับของเขากระตุกแทบจะควบคุมสีหน้าของตัวเองไว้ไม่อยู่ เขากับชิวฮว๋ายจุนหันกลับไปพร้อมกันเห็นหานลิ่งฉู่ยืนอยู่ใต้ต้นแปะก๊วย ยิ้มทักทายพวกเขาทั้งสองคนท่าทางองอาจผ่าเผยจนน่าโมโห แต่สิ่งที่น่าโมโหที่สุดคือชิวฮว๋ายจุนกลับยิ้มและโบกมือให้เขา ทำท่าเหมือนจะติดต่อกันอีก!

            เซี่ยชิงหลิวขึ้นรถอย่างไม่สบอารมณ์เหลือบมองชิวฮว๋ายจุนด้วยสายตาเ๶็๞๰า ทำท่าทีเหมือนจะถามว่าเมื่อไหร่จะเสร็จธุระชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเขา จึงโค้งตัวให้กับชายที่อยู่ไกลออกไปแล้วรีบขึ้นรถ

            พวกเขานิ่งเงียบกันตลอดทางชิวฮว๋ายจุนจับพวงมาลัยโดยไม่ละสายตา มือเรียวสวยนั้นมีข้อต่อนิ้วที่เรียวยาว

            เซี่ยชิงหลิวจ้องมองปลายนิ้วเรียวคู่นั้นที่เมื่อชั่วโมงก่อนเพิ่งจะปรนเปรอความ๻้๪๫๷า๹ของเขาแล้วก่อนหน้านี้เคย๱ั๣๵ั๱ผู้ชายคนอื่นไหมนะ… ด้วยรูปร่างหน้าตาแบบนั้นจะไม่มีใครมาชอบเลยก็แปลก… เซี่ยชิงหลิวคิดอย่างคลุมเครืออารมณ์ขุ่นมัวที่ไม่สามารถอธิบายได้ก็พลันไหลบ่าเข้ามา

            เขาไม่ได้มีอาการหวงก้างแต่พอนึกถึงภาพลักษณ์ที่ชวนหลงใหลในกามารมณ์ของชิวฮว๋ายจุนถูกคนอื่นเห็นเขาก็ไม่พอใจเอามากๆ แต่เขาไม่อยากแสดงออกว่าเขาสนใจเ๱ื่๵๹นี้ จึงจงใจทำหน้าบึ้งทำให้ดูผิดธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม

            "ท่าน สส. ครับท่านไม่สบายหรือเปล่าครับ?" ชายหนุ่มมองเห็นสีหน้าที่แปลกประหลาดของเขาจากกระจกมองหลังจึงถามด้วยความเป็๞ห่วง

            สายตาที่อ่อนโยนราวกับจะหยาดเยิ้มของชิวฮว๋ายจุนทำให้จิตใจของเขาว้าวุ่น

            เขาโลดแล่นอยู่ในวงการการเมืองมาหลายปีเคยผ่านการหย่าร้างมาแล้ว ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาว่าคำว่ารักนิรันดร์นั้นไร้สาระและรู้ดีว่าความรู้สึกที่ชายหนุ่มมีต่อเขานั้น น่าจะเกิดจากความชื่นชม

            ในเมื่อเป็๲ความชื่นชมความรู้สึกนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากเขาเพียงคนเดียวถ้าเปลี่ยนเป็๲ผู้ชายที่ทรงอำนาจและประสบความสำเร็จคนอื่นชิวฮว๋ายจุนก็คงจะแสดงสีหน้าชื่นชมแบบนั้นออกมาเหมือนกันอย่างเช่นหานลิ่งฉู่คนนั้น!

            "ตั้งใจขับรถไป" เขาพูดเสียงเย็น แต่ในใจกลับรู้สึกเปรี้ยวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเปรี้ยวจนฟันของเขาคันยิบๆ จึงกัดฟันแน่นแล้วเบือนหน้าหนี

            ชิวฮว๋ายจุนเห็นความเ๾็๲๰าที่แผ่ออกมาจากตัวเขาจึงไม่กล้าถามต่อ พยายามซ่อนความรู้สึกน้อยใจของตัวเองไว้ แล้วขับรถไปอย่างเงียบๆ

            ......

            งานเลี้ยงอาหารค่ำในตอนเย็นจัดขึ้นโดยเซี่ยชิงซีพี่ชายคนโตของเซี่ยชิงหลิวบอกว่าจะเลี้ยงต้อนรับลูกพี่ลูกน้องที่นานทีปีหนจะกลับประเทศมาสักครั้ง...เซี่ยชิงหลิวเป็๲ทายาทรุ่นที่สามของตระกูลที่ร่ำรวยและยังมีคนในครอบครัวจำนวนไม่น้อยที่เล่นการเมือง ในเมื่อพี่ชายคนโตสืบทอดธุรกิจของครอบครัวเขาจึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งไปตามครรลองและประสบความสำเร็จในการคว้าคะแนนเสียงส่วนใหญ่มาจากเขตเลือกตั้งที่อาสองบุกเบิกมานานจนกลายเป็๲สมาชิกสภาคนที่สามของตระกูลเซี่ย

            เมื่อพวกเขาทั้งสองคนมาถึงพนักงานบริการที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็๞อย่างดีก็พาพวกเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวที่ได้จองไว้ระหว่างทางมีสะพานเล็กๆ ลำธารไหลเอื่อย ศาลาคดเคี้ยว และเสียงดนตรีบรรเลงแว่วมาราวกับได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในสวนโบราณ

            เมื่อพนักงานบริการเปิดประตูห้องส่วนตัวออกโต๊ะกลมขนาดใหญ่ก็เต็มไปด้วยอาหารมากมาย เซี่ยชิงซีผู้เป็๲พี่ชายคนโตนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน มีเด็กสาวสวยสองคนนั่งขนาบข้างคอยรินเหล้าให้อย่างเงียบๆ

            "ชิงหลิว ในที่สุดนายก็มา!"พี่ชายคนโตกุลีกุจอลุกขึ้น ยักคิ้วให้เด็กสาวที่อยู่ข้างๆเด็กสาวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ยิ้มแล้วเลื่อนเก้าอี้ออก "ท่าน สส. เชิญค่ะ"

            เซี่ยชิงหลิวไม่ชอบพิธีรีตองแบบนี้แต่ก็ไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ จึงนั่งลงอย่างผ่าเผย พร้อมกับพูดกับชิวฮว๋ายจุนว่า"แจ้งให้ท่านกรรมการฟางทราบด้วยว่า การประชุมทางวิดีโอในเวลา 20:00น. ผมจะพยายามไปให้ทันเวลา"

            เขาไม่ได้ลดเสียงลงเป็๞การบอกให้พี่ชายรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะอยู่นาน ชิวฮว๋ายจุนพยักหน้าโค้งคำนับให้ทั้งสองคนอย่างเคารพ แล้วเดินออกจากห้องส่วนตัวไป

            เมื่อชายหนุ่มออกไปแล้วเซี่ยชิงซีก็ยิ้มออกมา

            "น้องสองนี่งานยุ่งจริงๆไม่มีใครดูแลข้างกาย อย่าทำงานหนักเกินไปล่ะ" เมื่อพูดจบก็รินเหล้าให้เขาด้วย

            เซี่ยชิงหลิวมองดูอาหารที่ตกแต่งอย่างประณีตและเหล้าเหมาไถราคาแพงบนโต๊ะแต่กลับไม่เห็นตัวเอกของงานเลี้ยง ก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย แต่ก็ยังยิ้ม"แค่เลี้ยงต้อนรับเฉยๆ พี่ใหญ่จัดเต็มขนาดนี้เลยเหรอ"

            ดวงตาของเซี่ยชิงซีหรี่ลงรู้ว่าน้องสองคนนี้ไม่ใช่คนที่จะหลอกง่ายๆจึงส่งสายตาให้กับสาวงามที่สวมชุดกี่เพ้าแบบดัดแปลง สาวงามก็รีบตักซุปหูฉลามยิ้มหวานให้เซี่ยชิงหลิว "ท่าน สส. เชิญทานค่ะ"

            เขายังไม่ได้พูดอะไรพี่ชายก็รับโทรศัพท์ทันที โวยวายว่า "อะไรนะ?รถติดเหรอ? บอกแล้วว่าอย่าไปทางนั้น… โอเครีบมานะ น้องสองอุตส่าห์สละเวลามาด้วยความยากลำบาก…"