ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 13 จิตวิณญาณที่แข็งแกร่ง

      ทันทีที่เสียงตอบรับของเธอดังขึ้นมาผ่านไปสักพักมวลกระแสโลหิตมหาศาลก่อรวมขึ้นมาในอากาศธาตุตรงหน้าของเธอพวกมันมีขนาดใหญ่จนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้เลยมันค่อยๆลอยเข้ามาใกล้ตัวเธอจนในที่สุดก็มันก็เข้ามาใกล้ในระยะแขนสัมผัสถึงพวกมันดึงร่างของลาเวเรียเข้าไปภายใน

                 "สิ่งนี้มีชื่อว่า แท่นโลหิตกำเนิด มันเอาไว้สำหรับคนที่มีสายเลือดของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์อยู่ภายในตัว แต่ถ้าหากไม่ใช่คนที่รับเลือดนี้ไปมีโอกาสเพียงหนึ่งในสิบส่วนจะกลายเป็นแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์แต่ถ้าหากไม่สำเร็จเจ้าจะตาย วิธีที่เจ้าจะสามารถได้รับพลังนี้ได้ เจ้าเพียงแค่รับโลหิตกำเนิดมาจากนั้นหลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายและจิตวิณญาณอย่างแท้จริง"

                 ลาเวเรียเธอไม่มีอะไรจะเสียแล้วที่นี่มิใช่ความฝันแต่มันคือความจริง ถ้าเธอเลือกที่จะไม่ทำเธอก็จะจบลงเช่นเดียวกันนั่นหมายความว่าผู้หญิงคนนี้คิดอยากให้เธอทำมันเท่านั้นห้ามปฏิเสธ

                ลาเวเรียใช้จิตวิณญาณชักนำโลหิตกำเนิดที่เป็นเฉพาะของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่ทั้งโลกเบื้องบนต่างหวั่นเกรงและเคารพนอบน้อม

               โลหิตสีแดงฉานหลั่งไหลทะลักเข้ามาในร่างกายแทรกซึมเข้ามาผ่านผิวหนังที่เหี่ยวย่นทั่วทั้งร่างกายทำให้ลาเวเรียร้องออกมาด้วยความปวดเจ็บอย่างสุดแสน
                "อาาาาาาา"
                "อาาาาาาา"
                   ความปวดร้าวที่ไม่ใช่แค่กับร่างกายแต่ส่งผลถึงจิตวิณญาณโดยตรงลาเวเรียเธอไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าแวมไพร์นั้นคือสิ่งมีชีวิตอะไรกันแน่แต่สำหรับในตำนานประจำจักรวรรดิรุ่งอรุณแลัวนั้นพวกมันคือผู้นำแห่งรัตติกาลที่น่าหวาดกลัวแข็งแกร่งยิ่งเสียกว่าพวกปีศาจและมารอสูรหลายเท่า ทว่าแวมไพร์ที่ผู้หญิงคนนี้กล่าวถึงนั้นไม่เหมือนกันมันทั้งสูงส่งและน่าเกรงขาม

                 ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งด้วยตนเองเธอที่ปีนขึ้นมาจากปากทางเข้าแห่งขุมนรกกลับมาได้ในตอนนที่เธอโหยหาแต่การล้างแค้นไหนเลยจะกลัวก็แค่ความเจ็บปวดแม้จะเป็นเพียงแค่มนุษย์ก็แล้วอย่างไรอ่อนแอ่แล้วอย่างไรแต่สิ่งที่มนุษย์มีนั้นก็คือการไร้ขีดจำกัดต่างหาก

                 ลาเวเรียฝืนทนลุกนั่งอย่างยากลำบากในท่าสมาธิเธอตั้งดวงจิตวิณญาณอันแข็งแกร่งไร้คู่เปรียบแผ่ครอบคลุมทั่วร่างใช่แล้วสิ่งที่เธอมีและมันอยู่คู่กับเธอมานานแสนนาน
    ผ่านไปไม่ถึงห้านาที
                 ความเจ็บปวดที่สั่นครอนเข้ามาภายในร่างกายพลันอ่อนลงโลหิตที่ดุร้ายราวกับปีศาจจากขุมนรกพลันนิ่งงันพร้อมหลอมรวมเข้ากับดวงจิตวิณญาณและร่างกายอย่างช้าๆ

                 ร่างกายที่เหี่ยวย่น ใบหน้า แขน ขา ร่างกายของเธอเริ่มกระบวนการสร้างร่างใหม่ผลัดเปลี่ยนสิ่งที่เป็นมนุษย์จนสลายหายไปจนหมดสิ้นรัศมีพลังกดดันประจำเผ่าพันธุ์แวมไพร์ตื่นขึ้นมาในที่สุด

                แม้เฟลิเชียเธอจะเรียกว่าอยู่ในระดับจักรพรรดิผู้ครอบครองทุกสิ่งเพียงแต่ได้มาพบกับความสามารถทางจิตวิณญาณและพรสวรรค์อันน่าตกตลึงที่ไม่น้อยหน้าเควินแม้แต่น้อย ถ้าหากเธอคิดจะยกให้เธอเป็นผู้สืบทอดอีกคนละก็เธอมีคุณสมบัติไปแล้วขาดเพียงแค่ความทะเยอทะยานอันแข็งแกร่งของเธอที่ไม่เหมือนดั่งเควินเพื่อที่จะปกป้องคนที่ตนรักตนเองต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าใครๆทั้งมวลเขาจะต้องการเป็นผู้เขียนกฎขึ้นมาด้วยตนเอง

               ลาเวเรียกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงความสามารถของเธอแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยความอ่อนโยนและจิตวิณญาณที่แข็งแกร่งในเรื่องนี้คาดว่าคงมีแค่เธอเท่านั้นที่เฟลิเชียเคยพบพานมาในชีวิตนี้

                พลังแห่งแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ไหลเวียนอย่างแข็งแกร่งในร่างของลาเวเรีย เธอได้กลายเป็นแวมไพร์อย่างเต็มตัวไปเรียบร้อยแล้ว ดวงตาที่ปิดสนิทของลาเวเรียก็เปิดขึ้น
                       "หึหึ ข้าพอใจแล้วละลาเวเรียเอ๋ยบัดนี้ภายในตัวเจ้ามีสายโลหิตของทั้งข้าและลูกชายของข้าภายในร่างแล้วเจ้าจะได้ศักดิ์ฐานะเป็นพี่สาวของลูกชายข้าอย่างแท้จริง"

                 "ข้าขอขอบคุณท่านที่ให้…."
                 "เจ้าเรียกผิดไปแล้วละ เจ้าไม่ได้มีสายเลือดของเดแรมเบอร์ในร่างอีกต่อไปแต่เป็นสายเลือดของข้าโดยตรงเพราะฉนั้นเจ้าก็คือลูกสาวของข้าอย่างแท้จริงยังไงละ เจ้าต้องเรียกข้าว่าแม่" ลักษณะท่าทางของเฟลิเชียที่ไม่มีความเหมือนแม่ เพราะมันคือลักษณะท่าทางของหญิงสาวผู้งดงามและน่าเกรงขามดั่งจักรพรรดินีที่ปกครองทุกสรรพสิ่งอย่างภาคภูมิ

              "ลูกสาวของท่านเข้าใจแล้ว ท่านแม่ของข้า"ลาเวเรียคุกเข่าประสานมือทำความเคารพ

                "หึหึ ดีมากจากนี้ไปอีกไม่นานนักข้าจะไปเจอพวกเจ้าเพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น อริสเทเรีย แวไซนามนี้จะเป็นนามประจำเผ่าแวมไพร์ของเจ้า"

                 "อริสเทเรียขอน้อมรับไว้ด้วยความยินดี"
    ลาเวเรียรู้สึกว่าตราประทับที่เป็นของบริวารโลหิตพิทักษ์ได้หายไปแล้ว
                      "เจ้าไม่ต้องแปลกใจไปว่าตราบริวารโลหิตพิทักษ์ได้หายไปแล้วเพียงเพราะเจ้าไม่ใช่ผู้ติดตามแต่อย่างที่ข้าได้บอกกล่าวเจ้าไปเจ้ากลายเป็นพี่สาวอย่างถูกต้องของรอนลูกของข้าไปเรียบร้อยแล้ว"

                   "ลูกทราบแล้ว"
                      "อืม คงได้เวลาที่จะส่งเจ้ากลับไปแล้ว ไว้เจอกันใหม่อริสเทเรีย" เฟลิเชียยื่นมือออกมาดีดนิ้ว

                   ภาพโถงทางเดินปราสาทในโลกโลหิตกลายเป็นน้ำทะเลสาบที่รายรอบ ลาเวเรียตื่นตกใจอย่างมากเพราะตอนนี้เธอลงมาจนถึงใต้ทะเลสาบจนเท้าของเธอสัมผัสกับพื้นดินแล้วเพียงแต่ความกดดันที่ควรมีมหาศาลไม่อาจทำอะไรเธอได้เลยแม้เพียงเศษเสี้ยว

                     ในความทรงจำของเธอมีความรู้ของเคล็ดวิชามากมายของเฟลิเชียที่ทิ้งเอาไว้ให้เธอฝึกฝนเพียงคนเดียวเอาไว้แต่วิชาที่เธอสามารถดูมันได้ในตอนนี้คือ
                   เคล็ดวิชาจักรพรรดิโลหิต!
              มันคือเคล็ดวิชาที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยเฟลิเชียการที่จะสามารถฝึกมันได้ต้องมีสายเลือดเดียวกับเฟลิเชียเท่านั้นและยังต้องเป็นผู้หญิง!

                  เคล็ดวิชาที่เด่นทั้งรุกและรับใช้เวทยมนตร์ในการโจมตีเป็นหลัก ความสามารถสามารถทางด้านร่างกายและเวทมนตร์จะยกระดับขึ้นไปอย่างมหาศาล

                การที่จะฝึกวิชานี้ได้ต้องกลืนกินแก่นโลหิตต้นกำเนิดบริสุทธิ์ของผู้มีระดับราชาจิตวิณญาณจำนวนมากถึงร้อยคนนับโลหิตที่ได้รับมาแปรผันประสานพลังนี่คือขั้นแรกของการฝึกเพียงแต่ขั้นสองยังไม่สามารถทราบได้มันระบุเอาไว้ว่าจะต้องฝึกขั้นแรกให้สำเร็จสมบูรณ์เสียก่อน พลังของเคล็ดวิชานี้ลาเวเรียไม่อาจทราบได้ว่ามันสามารถทำอะไรอย่างอื่นได้บ้างมันต้องไม่มีเพียงแค่เพิ่มความสามารถทางกายทั้งหมดและเวทมนตร์อย่างแน่นอนมันต้องมีอะไรที่มันน่าสนใจที่เธอไม่อาจทราบได้อย่างแน่นอน

                 และจากคำแนะนำของเฟลิเชียก่อนที่จะส่งเธอออกมาเฟลิเชียก็กำชับลาเวเรียให้เธอฝึกวิชานี้ก่อนวิชาอื่นที่เธอส่งมอบให้มิเช่นนั้นอาจทำให้เธอตายได้ทันทีถ้าหากไม่มีเคล็ดวิชานี้ในการหนุนเสริมการฝึกวิชาอื่นที่เธอได้มอบให้ลาเวเรีย

                 ลาเวเรียไม่อาจรับรู้ได้ว่าเธอในตอนนี้ความแข็งแกร่งที่เทียบเท่าเควินไปเสียแล้ว พลังของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ไม่ใช่สิ่งจะสามารถนำมาคาดเดาได้พวกมันคือราชาที่ยืนอย่างทะนงองอาจท่ามกลางเผ่าพันธุ์มากมายน้อยใหญ่

                  เธอไม่คิดเล็กคิดน้อยนั่งลงเข้าสู่ห้วงสมาธิในทันทีแต่เมื่อเธอเริ่มประสานกล้ามเนื้อเวลาผ่านไปหนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาทีการประสานกล้ามเนื้อของเธอก็สำเร็จไปแล้วสร้างความงุนงงให้แก่ลาเวเรีย นั่นก็ไม่ทำให้เธอเสียเวลาดึงดันที่จะหาข้อสงสัยต่อ มันสำเร็จไปแล้วเท่านั้นก็เพียงพอ เธอพุ่งทยานแหวกกระแสน้ำทะเลสาบที่เต็มไปด้วยพลังต้นกำเนิดพิเศษแต่ทว่าพลังกดดันหนักหน่วงไม่อาจแม้แต่จะสร้างความเจ็บปวดหรือหายใจลำบากเมื่อเข้าใจอย่างท่องแท้ ร่างกายของเธอทยานไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่เควินถ้าได้มาเห็นคงตกอกตกใจอย่างหนัก
                 …........
                      เมื่อผ่านไปได้ห้าชั่วโมงเควินที่นอนพักผ่อนบนเก้าอี้พับได้ไม่นานนักเขารู้สึกว่าใต้ทะเลสาบมีอะไรบางอย่างผิดปกติ รึว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับลาเวเรียทันทีที่เขากำลังจะกระโจนลงไปในทะเลสาบ ลาเวเรียที่ก็พุ่งขึ้นพ้นจากน้ำเหาะลอยกลางอากาศอย่างงดงามเขาไม่คาดคิดว่าเพียงห้าชั่วโมงเธอจะสามารถประสานมันได้สำเร็จและยังขึ้นมาจากใต้ทะเลสาบที่มีพลังต้นกำเนิดพิเศษจากแกนโลกที่มีพลังกดดันอันหนักหน่วง

                "ไม่ใช่แค่นั้นแต่ยังมี....."เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเรียกได้ว่าเขาแตกตื่นที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ลาเวเรียเธอเปลี่ยนไปแล้วรัศมีพลังเปลี่ยนไปจนหมด พลังกดดันก็เช่นกันถึงแม้มันจะอ่อนโยนแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาโดยธรรมชาติ สายโลหิตภายในร่างก็กลับกลายเป็นดั่งกระแสที่คุ้นเคยสำหรับเขา

                 "ท่านพี่ ถ้าหากข้าคาดไว้ไม่ผิดท่านคงได้ไปเจอกับผู้หญิงน่ารำคาญ…….เอ่อท่านแม่ของข้าอย่างนั้นเหรอ?" เควินคงไม่อาจคาดเดาเป็นอื่นไปได้ความคิดของผู้หญิงประหลาดคนที่ไม่เคยพบแม้แต่หน้าค่าตาและยังยัดเยียดให้เขากลายเป็นลูกชายของเธอ ถ้าหากเป็นตัวตนที่สูงส่งขนาดนั้นไหนเลยจะมาสนใจคนที่กระจ้อยร่อยอย่างเควินและลาเวเรียละเขาก็คงคาดเดาได้เพียงคนเดียว

                 "อืม ท่านยื่นข้อเสนอและข้าก็ตกลงทำมันจนสำเร็จ"

                "เฮ้อ หรือว่ามันเป็นโชคชะตาที่เราได้มีโอกาสกลายเป็นพี่น้องจริงๆหรือว่าท่านแม่จงใจกันแน่" เควินเขาเองก็ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ปลอดภัยดีเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

                 ลาเวเรียขมวดคิ้วแน่นแล้วกล่าว "เควินเจ้าอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยไปเลยหรือว่าการที่ข้ากลายเป็นแวมไพร์และยังมีสายเลือดเดียวกับเจ้าทำให้เจ้าผิดหวังอย่างนั้นเหรอ"

                 "ข้าจะไปผิดหวังได้ยังไงท่านก็คือพี่สาวของข้าเมื่อตอนที่ข้าตกลงให้ท่านมีศักดิ์เป็นพี่สาวของข้า ข้าก็ได้ตัดสินใจไปแล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นท่านก็คือพี่สาวของข้า"
               ..............