“โอ้ยยย ขาข้า เอวข้าชาไปหมดแล้ว โลกหมุนไปหมดแล้ววว”ม่อหวังฟันโอดครวญหัวทิ่มลงพื้นหลังจากปั่นจิ้งหรีดรอบสุดท้ายฟุบหน้าไปกับพื้นหญ้าตรงนั้นมันซะเลย
“เฮ้ออ เ้านี่นะ ซุกซนจนได้เื่”จ้าวหย่าหวังส่ายหน้าระอารินชาที่เจี้ยนฮ่าวเอามาทิ้งไว้ให้สหายจิบแก้กระหายไปก่อน ม่อหวังฟันเงยหน้าเผยอริมฝีปาก ความหมายชัดเจนคือป้อนข้าหน่อย คนมองยิ้มอ่อนค่อยๆป้อนทีละน้อยไม่ให้สำลักได้
ใช่ว่านี่เป็ครั้งแรกที่สหายของเขากับหลัวเจี้ยนฮ่าวหาเื่แกล้งคุณชายอี้หย่ง แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสเป็ต้องเข้าไปแหย่คุณชายอยู่ร่ำไปอย่างกับคนว่างงาน ทั้งที่งานกองท่วมหัวยังหาเื่มาไม่เว้นวัน และผลสุดท้ายก็โดนคุณชายเอาคืนทุกครั้งด้วยวิธีไม่ซ้ำกันแต่ยังไม่หลาบจำหาเื่อีกเรื่อยๆ
“เขาเรียกเอาคืนเล็กๆน้อยๆ”จิบน้ำจนคอชุ่มชื่นม่อหวังฟันได้ทีรีบแก้ตัวให้ตนเองยู่ปากไม่ยอมรับ เรียกสายตาเหนื่อยใจระคนเอ็นดูจากคนมองจนอดจะฟาดหนักๆเข้าที่เอวไม่ได้ “เสี่ยวจ้าวข้าเจ็บนะ!”
“ชาไม่ใช่รึ ข้านวดให้”มือใหญ่บีบนวดเอวคอดอย่างที่ปากว่า คนอะไรช่างเถียงจริง
ในเมื่ออีกคนยืนยันว่านวดมู่หวังฟันก็นอนคว่ำหน้าทั้งอย่างนั้นให้อีกคนบีบนวดได้สะดวก“อือ นวดขาให้ข้าด้วยนะ”
“ได้”
หลัวเจิ้งเหยียนกลับสำนักหยางจิ่วพร้อมศิษย์น้องทั้งสองเพื่อรายงานถึงการออกปฏิบัติภารกิจเช่นทุกครั้งกับท่านเ้าสำนักจากนั้นเร่งเดินทางกลับไปยังขบวนคุ้มภัย ในใจว้าวุ่นขบคิดตลอดทางก็ยังหาคำตอบไม่ได้
“ข้าให้เ้ากลับไปก่อนใยเ้ายังย้อนกลับมาอีก”
“ภารกิจยังไม่เสร็จข้าจะทิ้งไปได้อย่างไร”
เอาเถิดใช่จะไม่รู้ว่าสหายตนเป็คนเช่นไร ทิ้งงานกลางคันมิใช่วิศัยของหลัวเจิ้งเหยียนอยู่แล้ว “ท่านน้าเป็เช่นไรบ้าง”
“ก็ดี”คำตอบเดิมๆที่อี้หย่งหยางเจี๋ยฟังจนชินเมื่อยามถามถึง หลัวเจิ้งเหยียนเป็เช่นนี้ตลอดไม่ว่าสิ่งใดล้วนเก็บไว้คนเดียวตลอด
“เ้าเด็กไม่รู้ความคงมิได้ก่อเื่อีกนะ”ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหมายถึงใคร
หลัวเจิ้งเหยียนชะงักสักพักค่อยตอบออกไป“ก็ไม่”
อี้หย่งหยางเจี๋ยเห็นใจเพื่อนเป็หนักหนาได้แต่ตบไหล่ปลอบใจไม่ทันสังเกตท่าทางผิดปกติของอีกฝ่าย “หากมีเื่อันใดบอกข้าได้ข้ายินดีช่วยเ้าทุกสิ่ง”
“……"หลัวเจิ้งเหยียนชั่งใจ เื่การเปลี่ยนไปของอี้หย่งเพ่ยซานควรบอกกล่าวกับหยางเจี๋ยหรือรอดูไปก่อนดี แต่คิดอีกทีบอกไปน่าจะดีกว่าจะได้คิดหาทางรับมือหากอี้หย่งเพ่ยซานคิดจะทำเื่ไม่ดีขึ้นมาจริงๆ
“เ้าพูดจริงหรือ!”อี้หย่งหยางเจี๋ยตาโตถามย้ำอีกครั้งเมื่อได้ฟังวีรกรรมของน้องชายต่างมารดา เขาเห็นเด็กนั้นมาั้แ่ตัวเท่ากำปั้นนิสัยเสียเช่นไรโตมายิ่งกว่านั้นเป็พันเท่า วันดีคืนดีเปลี่ยนไปราวกับคนละคน จะเป็ไปได้หรือเขาคนนึงล่ะที่ไม่เชื่อ
“จริง”เห็นท่าทีราวกับเห็นผีของสหายหลัวเจิ้งเหยียนหนักใจกว่าเดิมอีก อี้หย่งเพ่ยซานคนก่อนแม้จะร้ายกาจแต่ก็แสดงออกมาตรงๆไม่เสแสร้งแกล้งทำ แต่มายามนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนน้ำนิ่งไม่อาจหยั่งคาดเดาสิ่งใดไม่ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นจิตสังหารอันรุนแรงกดข่มได้กระทั่งตัวเขา หากไม่ได้กำเนิดมาพร้อมพร์ด้านนี้ก็ต้องผ่านการฆ่าฟันมานับครั้งไม่ถ้วนถึงบ่มเพาะออกมาได้รุนแรงขนาดนี้
หลัวเจิ้งเหยียนหนักใจข้อนี้เป็ที่สุด บุคคลอันตรายแบบนั้นปล่อยให้อยู่ในบ้านจะดีแน่หรือ….
“เห็นทีกลับไปครานี้ข้าต้องไปเยี่ยมน้องชายเสียแล้ว”อี้หย่งหยางเจี๋ยหมายใจ ก่อนกลับสำนักต้องไปดูให้เห็นกับตา อี้หย่งเพ่ยซานต้องวางแผนการสักอย่างอยู่แน่
หน้าจวนตะกูลหลัวหนาแน่นไปด้วยผู้คน เนื่องจากขบวนเดินทางใหญ่กลับมาแล้ว ฮูหยินใหญ่ผู้มีนิสัยเยอะไปทุกสิ่งจึงเกณฑ์คนในจวนมารอต้อนรับการกลับมาของบุตรชายคนเดียวของนาง ไม่เว้นแม้แต่เฉินซือเยว่และลูกๆ
อันจื่อเทาพาแม่สามีกับพี่น้องหลบมุมมานั่งรอในสวนหน้าเรือนซึ่งสามารถมองเห็นขบวนใหญ่หน้าเรือนได้ชัดเจน มีที่ให้นั่งเื่อะไรต้องทนยืนให้เมื่อย
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว”คุณชายใหญ่สกุลหลัวลงจากรถม้าตรงเข้าไปหาบิดามารดาคำนับหนึ่งที หลัวสุ่ยิสมกับเป็พระเอกของเื่นี้จริงๆ ดวงหน้าหล่อเหลาหมดจรด องคาพยพลงตัวไร้ที่ติ ออร่าเจิดจ้า อันจื่อเทาผู้ไม่เคยเห็นหน้ามองไกลๆยังรู้เลยว่านั่นพระเอก
“ลำบากเ้าแล้วอาสุ่ย”เ้าบ้านสกุลหลัวแย้มยิ้มภูมิใจในตัวบุตรชายคนโตเป็หนักหนา ไม่ว่าจะงานใหญ่น้อยบุตรชายผู้นี้พึ่งพาได้เสมอ หลัวเหม่ยหลินเห็นท่าทางของสามีแล้วนึกพอใจ ตำแหน่งผู้สืบทอดตะกูลหลัวต้องเป็ของบุตรชายนางเท่านั้น
ตำแหน่งผู้นำตะกูลมักยกให้บุตรชายคนโต แต่เื่นั่นไม่แน่เสมอไป ตะกูลหลัวเป็ตะกูลเก่าแก่ทำการค้ามาหลายรุ่นจนรุ่งเรืองเป็อันดับต้นๆเช่นนี้ได้นั้นเพราะผู้สืบทอดแต่ละรุ่นเป็คนมีความสามารถโดดเด่น เพราะฉนั้นถึงจะเป็บุตรคนโตแต่หากความสามารถไม่เข้าขั้นตำแหน่งผู้นำตะกูลย่อมไม่อาจแบกรับได้
“เป็หน้าที่ของข้าขอรับ ”นายท่านหลัวหัวเราะลั่นตบไหล่บุตรชายพร้อมทั้งเอ่ยคำชมไม่ขาดปาก พูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบพร้อมทั้งมอบของฝากให้ครบทุกเรือน เ้าบ้านสกุลหลัวก็ให้แยกย้ายไปพักผ่อน หายเหนื่อยจากการเดินทางค่อยมารับมื้อเย็นร่วมกัน
หลัวเจิ้งเหยียนตรงเข้าไปหามารดาหลังจากเ้าบ้านและคนจากเรือนใหญ่เข้าเรือนไปแล้ว ข้างกันมีอี้หย่งหยางเจี๋ยที่พอสั่งงานคนใต้บังคับบัญชาแล้วเดินตามสหายมาด้วย
“ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว"เฉินซือเยว่เข้าไปกุมมือบุตรชายสอดส่องหาาแในกายเมื่อไม่พบก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ท่านน้า”อี้หย่งหยางเจี๋ยประสานมือคำนับคนอายุมากกว่า เฉินซือเยว่ยิ้มอ่อนโยนผงกศีรษะรับ
“อาเจี๋ย เป็เช่นไรบ้าง มาเหนื่อยๆไปพักดื่มน้ำดื่มท่าที่เรือนก่อนเถิด”
“รบกวนท่านน้าแล้วขอรับ”
เฉินซือเยว่ยิ้มรับเดินนำทุกคนไปยังเรือนของตน ข้างกันนั้นมีหลัวผู่เยว่พูดคุยยิ้มแย้มไปตลอดทางตามหลังไปด้วยสะใภ้เพียงคนเดียว ปิดท้ายด้วยสองหนุ่มที่ทิ้งห่างพอสมควร
อันจื่อเทาเงียบตลอดทาง ใบหน้างามยังคงนิ่งสนิทไม่ฉายแววใดๆทว่าในใจมีความไม่พอใจเล็กๆเกิดขึ้น ท่านแม่หลังจากโดนโบยในครั้งนั้นสุขภาพนางก็อ่อนแอยิ่งขึ้นไปอีก ตากลมไม่นานตัวนางรุ่มๆคล้ายจะเป็ไข้ แต่ไม่มีใครสนใจถามไถ่ใดๆ นางเลยมีเพียงของฝากง่อยๆชิ้นเดียว เรียกให้ออกมาเป็เครื่องประดับบารมีบุตรชายคนโตสกุลหลัวโดยแท้จริง
ความลำเอียงของหลัวเฉิงไห่ช่างเกินเยียวยา บุตรชายเดินทางไปแดนไกลถึงสองคนแต่ทำเหมือนมีลูกไปคนเดียว
น่ารังเกียจสิ้นดี
“ดูเ้าอาการไม่ดีเลยหนาอาเยว่”
หูรั่วหรันตามหลังมาด้วยบ่าวรับใช้มากมายขนาบข้างด้วยบุตรทั้งสองที่มีท่าทางไม่ต่างกัน มีเพียงหลัวเชิ่งหยวนที่คำนับเงียบๆด้านหลังก่อนจะอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจปลีกตัวออกไปเงียบๆ
“แล้วมันหนักส่วนใดของเ้ากัน”อันจื่อเทาอารมณ์ครุกรุ่นยังไม่หายก้าวขึ้นไปเผชิญหน้ากับหูรั่วหรัน ั้แ่ครั้งไปซื้อผ้าหูรั่วหรันกับพรรคพวกเงียบไปจนเขาลืมถึงการมีอยู่ของนางไปแล้ว มาวันนี้ไม่รู้นึกคึกอะไรมาหาเื่กลางจวนได้
“เ้าไม่ได้รับการอบรบสั่งสอนมาหรือไร อุ้ย!ลืมไปเ้ามันไม่มีมารดาคอยสั่งสอน มิแปลกที่กิริยาต่ำทรามถึงเพียงนี้”หูรั่วหรันก็ยังคงเป็หูรั่วหรันเก่งแต่เยาะเย้ยถากถางผู้อื่น ที่หายไปคงไปหาจุดอ่อนของเขาสินะ วางแผนไม่ดีอยู่แน่ๆถึงได้ยั่วโมโหกลางแจ้งแบบนี้
สองหนุ่มที่เดินตามหลังมาทันได้ยินพอดีหลบมุมไปในจุดอับสายตา อี้หย่งหยางเจี๋ยมองเงียบๆไม่คิดยื่นมือเข้าช่วย อยากรู้นักน้องชายคนเก่งของเขาจะจัดการกับเื่นี้ยังไง ถึงสิ่งที่ฮูหยินหูกล่าวจะรุนแรงไปแต่มันคือความจริง
“ลูกของเ้ามีทั้งบิดามารดาคอยสั่งสอนนิสัยยังต่ำทรามขนาดนี้นับประสาอะไรกับข้าที่ไม่มีใครคอยสังสอน”ความหมายตรงตัวไม่ต้องแปลให้ยาก แต่ใครจะรู้ว่ามันได้ตอกย้ำแผลเดิมของคนพูดลงลึกมากกว่าเดิม
“อี้หย่งเพ่ยซาน! กล้าว่าลูกข้าหรือ!! พวกเ้าจับมันไว้!!"หูรั่วหรันกรี๊ดลั่นโกรธจนตัวสั่นไปหมด นิ้วสั่นๆชี้ไปยังอี้หย่งเพ่ยซาน บ่าวชายหญิงตั้งท่าจะพุ่งเข้าหา แต่เมื่อสบสายตาและบรรยากาศรอบกายสะใภ้คนรองต่างพากันขาแข็งก้าวไม่ออกไปตามๆกัน
อันจื่อเทาหมดความอดทนแล้วจริงๆ หันไปอีกทางหมายจะกลับเรือน หากแต่หูรั่วหรันที่โกรธจนหน้ามืดไม่ปล่อยให้เป็เช่นนั้น นางกระชากคนกลับมาตามด้วยตบหน้าไปเต็มแรง
“เพ่ยเอ๋อร์!”เฉินซือเยว่ยกมือปิดปาก ตัดสินใจในชั่วอึดใจเข้าไปผลักหูรั่วหรันก่อนหันไปหาสะใภ้ เห็นแก้มขาวเนียนมีรอยมือเด่นหราใจนางเจ็บปวกจนกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “เจ็บไหมลูก”
อันจื่อเทาส่ายหน้า หลับตาสงบอารมณ์กดข่มจิตสังหารสุดความสามารถ ฆ่าคนกลางแจ้งไม่ใช่เื่ดี
หูรั่วหรันถูกผลักจนล้มยิ่งเพิ่มความโกรธจนเืขึ้นหน้า ลุกจากแรงพยุงของลูกทั้งสองได้นางปรี่เข้าไปกระชากไหล่เฉินซือเยว่ให้หันมาก่อนยกมือตบติดกันถึงสองครั้งอย่างรวดเร็ว
เฉินซือเยว่ประคองตัวยืนไม่ไหวพอไร้แรงรั้งของหูรั่วหรันร่างของนางก็ล้มคว่ำลงทันที
“ท่านแม่!”เสียงเรียกด้วยความแตกตื่นหลายรีบเข้าไปหาพยุงนางขึ้นมาตรวจดูาแว่าสาหัสมากน้อยแค่ไหน
หูรั่วหรันเค้นเสียงทำท่าจะเข้าไปลงมืออีกครั้งทว่าลำคอนางถูกคว้าไว้เสียก่อน
“ท่านแม่!”
“ฮูหยินหูเ้าคะ!”
หลายเสียงเรียกด้วยความแตกตื่นเมื่ออี้หย่งเพ่ยซานกำลังบีบคอฮูหยินรอง
“ไอ้ต้วนซิวปล่อยแม่ข้าเดี๋ยวนี้!”หลัวซั่วชิ่งแผดเสียงลั่นเข้าไปหมายจะช่วยมารดาแต่ถูกอันจื่อเทาถีบกลับไปชนเข้ากับหลังลี่คุนอย่างแม่นยำ สองพี่น้องถลาไปกับพื้นเป็ทางยาวล้มลุกคลุกฝุ่นด้วยความจุกเจ็บ
บ่าวรับใช้ตกตะลึงจนไม่กล้าขยับตัว
ขณะนิ้วหัวแม่มือวางลงบนตำแหน่งจุดตาย พลันถูกคว้าไว้จากคนผู้หนึ่ง อันจื่อเทาละนิ้วออกแต่ยังคงบีบคอคนไม่ปล่อย
“อี้หย่งเพ่ยซานปล่อยมือเดี๋ยวนี้ เ้าจะฆ่าคนหรือ”เห็นหูหยินหูตาเหลือกแทบถลนใบหน้าขาวซีดขึ้นทุกที หลัวเจิ้งเหยียนร้อนใจแต่ไม่กล้าออกแรงกระชากออกเกรงจะยิ่งทำให้คนตายเร็วขึ้น ครั้นจะปล่อยไว้นานก็ไม่เป็ผลดีเช่นกัน “อี้หย่งเพ่ยซาน นางจะทนไม่ไหวแล้วนะเ้ารีบปล่อยมือได้แล้ว”
ในขณะลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะหมดลงในที่สุดอันจื่อเทาก็ยอมปล่อยมือ ส่งผลให้ร่างหูรั่วหรันอ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งโดนไฟทรุดฮวบลงกับพื้นรีบสูดหายใจเข้าปอดอย่างกลัวไม่มีโอกาสได้ทำอีก ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ตาโตอ้าปากค้างมองด้วยสายตาแตกต่างกันออกไป แต่หลักๆคงเป็ความหวาดกลัวและใ ไม่คิดว่าจะได้เห็นคนเกือบถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาซ้ำผู้กระทำยังนิ่งจนน่ากลัว
อันจื่อเทาชะงักเมื่อหันกลับไปมองด้านหลัง เฉินซือเยวกับผู่เยว่กอดกันแน่นเห็นว่าเขาหันกลับไปก็รีบถอยหนีตัวสั่นงันงกไม่ต่างจากผู้ถูกกระทำ
อดีตมาเฟียตระหนักขึ้นมาได้อีกครั้ง ตัวตนของเขาไม่ว่าจะเกิดใหม่กี่ครั้งก็ยังไม่ต่างไปจากเดิมจะมีสักกี่คนกันที่รับมันได้ เขาลืมจุดนี้ไปได้ยังไงถึงกล้าเปิดใจถลำลึกไปขนาดนี้
“สุดท้ายก็ไม่มีอะไรแตกต่าง”พึมพำกับตัวเองแต่คนที่อยู่ใกล้ได้ยินชัดเจน อันจื่อเทาหันหลังแล้วเดินออกไปท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน
“เกิดอะไรขึ้น!!”หลัวเฉิงไห่และคนจากเรือนใหญ่ได้ยินเสียงกรีดร้องอยู่ไม่ไกลจึงเร่งมาดู เป็จังหวะเดียวกับอันจื่อเทาออกไปพอดี ด้วยความร้อนใจจึงไม่มีใครสนใจคนที่เดินสวนออกมา ต่างวิ่งกรูเข้าหาที่เกิดเหตุกันจาระหวั่น
****************************