- มนุษย์เฝ้าตามหา– พบพาน - พลัดพราก...และวนเวียนใหม่อีกครั้งอยู่ร่ำไป–
.
[เ้าคิดจะทำแบบนี้จริงๆ? ปล่อยไปแบบนี้จริงๆ?]
“........”...แต่สำหรับเขาไม่มีคำว่า ‘พบพาน’ อีกแล้ว
[ถ้าเ้าเงียบ ข้าก็จะเงียบ...เพราะครั้งนี้เ้ารู้ตัวว่าทำอะไรผิดแต่ไม่คิดจะแก้ไข ข้าก็ไม่จำเป็ต้องเปลืองเวลาพูด] เสียงคมดุบนลาดไหล่เอ่ยอย่างนิ่งเงียบและสลายหายกลับไปยังแดนภูตพรายััเคล้าความผิดหวังแฝงโกธรเคืองได้อย่างแจ่มชัดแต่เขาก็ทำได้แค่เงียบเมื่อท่าทีของผู้นำความรักไม่มีการรั้งหรือไล่ให้เขากลับไปรักษารักครั้งนี้...
“คงไม่ใช่สินะ...”
คนอย่างเขาไม่ใช่รักแท้ของคุณผู้แสนงดงามแบบนั้นหรอก...
เป็แค่หาดทรายสีคล้ำตุ่นที่ทำให้ท้องทะเลโศกเศร้าก็เท่านั้น
...หลังจากที่เหตุการณ์ในวันนั้นที่เขาทำสิ่งผิดพลาดไปก็ไม่ได้พบเจอกับหญิงสาวอีกเลย ไม่ว่าจะพยายามไปหาหรือโทรติดต่อก็ได้พบแต่ความว่างเปล่าครั้นเมื่อเล่าเื่ทั้งหมดให้พี่สาวคนสนิทฟังก็ได้รับฝ่ามือตบข้างแก้มเป็การสั่งสอนและไล่ให้เขาไปอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจนนำพาความรักของตนกลับมา...แต่ท้ายที่สุดเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากตอนนี้ที่เขียนข้อความใส่ขวดแก้วถึงคำขอโทษที่ตนกลายเป็สิ่งเลวร้ายในชีวิตของอีกฝ่ายและนำมาวางไว้ที่ป้ายหลุมศพของคุณพ่อเพื่อหวังว่าคุณท้องทะเลแสนรักจะให้โอกาสเปิดมันอ่านสักครั้งก่อนสองขาจะก้าวไปยังท่าเรือที่ลำเรือจอดรอเพื่อการเดินทางกลับไปยังที่ที่จากมา...โดยมีบุคคลสำคัญทั้งสองมายืนส่งแม้ภาพในจินตนาการก่อนหน้าจะต้องมีคนที่สาม เ้าของรอยยิ้มที่เขารักเหลือเกิน
“พี่แซนจะกลับไปทั้งๆแบบนี้เหรอคะ?”
“อื้ม...แบบนี้ดีแล้วละก็พี่ทำตัวน่ารังเกียจแบบนั้นไปไม่มีหน้าไปเจอหรอก”พยักหน้าตอบคำถามจากสาวร่างเล็กที่ฉายแววเป็กังวลตามนิสัย ก่อนความรู้สึกผิดจะก่อตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อน้ำเสียงนิ่งเรียบของพี่สาวในสายเืเอ่ยกระแทรกกลางใจ
“ไม่มีหน้าไปเจอหรือแค่ขี้ขลาด?”
“พี่เณอ...”
“พี่ผิดหวังในตัวนายมากไม่นึกเลยว่าจะเป็คนที่ขี้ขลาด ไม่กล้าแม้แต่จะพูดเพื่อแก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้นเก็บไว้แบบนี้มันไม่ได้ช่วยให้ใครหรืออะไรมันดีขึ้นหรอกนะ...ในเมื่อตามหาเจอแล้วคิดจะปล่อยให้พลัดพรากกันไปแบบนี้น่ะ”
“ก็อย่าหวังว่าจะได้เจอโอกาสตามหาอีกเลยเถอะเพราะต่อให้ตามหาอีกกี่ครั้งมันก็จบแบบเดิมเพราะตัวนายคิดไม่ได้”คำกล่าวแสนขึงขังชวนให้ดวงใจวูบไหวถึงรักที่เฝ้ารอมาเสมอแต่ก็รักษาไว้ไม่ได้มุมปากยกขึ้นเล็กๆอย่างสมเพชตนเองที่คงเป็อย่างที่หญิงสาวว่า...
นั้นสินะครับผมไม่เหมาะกับใครเลยจริงๆ...
“พี่เณอใจเย็นๆสิค่ะ...พี่แซน?”
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับและขอโทษด้วยที่มาสร้างความวุ่นวายให้ตลอดสองเดือนผมมีความสุขมาก...ขอบคุณครับ รักษาตัวด้วยนะทั้งสองคน”ศีรษะก้มโค้งให้บุคคลทั้งสองพร้อมคำขอบคุณสำหรับห้วงเวลาอันมีค่าที่ได้รับมามากมายเกินคาดฝันทั้งความสุข รอยยิ้ม พลังงาน แม้กระทั่งความโศกเศร้าก็นับรวมเป็สิ่งที่มีค่าทั้งสิ้นก่อนสองขาจะก้าวหันหลังให้กับสถานที่อันงดงามเพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองใหญ่เคล้าฝุ่นควันอย่างที่ควรเป็...
“นี้! คิดจะไปแบบนี้จริงๆเหรอห๊ะ!?”...เสียงตะคอกดังแว่วมาให้ได้ยินแต่ก็มีเพียงจังหวะการก้าวต่อเท่านั้นที่ถูกส่งกลับไป
“........”
ใช่ผมมันขี้ขลาด เพราะกลัวเหลือเกิน...
หากพูดอะไรออกไปอีกแววตาดุจคลื่นน้ำคู่นั้นอาจจะต้องเ็ปซ้ำสอง...และตัวเขาเองก็ด้วย
‘อย่าได้เจอกันอีกเลย’
ถ้าได้ยินอีกครั้งดวงใจใต้อกคงกวักแกว่งจนล้มไม่เป็ท่าอีกแน่...
“แบบนี้ดีแล้วดีที่สุดแล้ว...อย่าให้ฉันไปเป็ความทุกข์ของคุณท้องทะเลผู้แสนดีเลย”
...เอ่ยฝากผ่านสายลมว่าตนนั้นเป็ได้เพียงทรายที่สร้างความระคายแก่ผืนทะเลั์ตามองสบทิศทางเบื้องหน้ายามลำเรือออกจากฝั่งและเคลื่อนกลับไปมองเกาะสวยด้านหลังเป็ครั้งสุดท้ายเพื่อร่ำลาเพราะคงไม่มีครั้งที่สองที่ปลายเท้าได้เหยียบลงที่นั้นอีกเลื่อนดวงตาลงมองผืนทะเลครามที่ยามนี้กลับไม่สวยงามตามเดิมอย่างที่เคยเป็ในเมื่อเขาเคยพบเจอตัวตนที่เป็ดั่งทะเลผู้งดงามแล้ว...ฝ่ามือยกกล้องขึ้นเก็บเกี่ยวภาพสถานที่คล้ายๆไกลห่างเป็ครั้งสุดท้ายและตัดใจหันทิศไปสู่ทางข้างหน้าแทนที่กลับสู่สิ่งเดิมที่เขาควรอยู่ ผ่านลำเรือที่แล่นปะทะเกรี้ยวคลื่นผ่านรถไฟขบวนเดิมอีกนานนับชั่วโมง ผ่านทุกอย่างเหมือนเดิมทั้งที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม...
คลิ๊ก!–แม้แต่เสียงไขประตูคอนโดที่ห่างหายไปสองเดือนยังฟังดูประหลาดหู...
“กลับมาแล้ว...”
“..........”...ไร้เสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัว
[…………]…ไร้เสียงเจื้อยแจ้วบนลาดไหล่ที่ยังคงอยู่ในโลกของภูตเพราะความโกธรเคือง
“..........”...ไร้เสียงธรรมชาติแว่วเรไรหรือคลื่นทะเลยามกระทบฝั่งทราย
โลกมันเงียบขนาดนี้เลย
หรือเพราะไม่มีคุณอยู่กันนะ?
...ตัวคำถามที่ไม่อาจได้รับคำตอบจากใครนอกจากตัวเขาเองดังก้องและลบจากหายไปในนาทีต่อมาสัมภาระวางทิ้งไปบนพื้นไม้ปลอมๆที่ััไม่นุ่มอย่างดินบนเกาะเคลื่อนกายทิ้งตัวบนฟูกนอนที่เรียบตรึงแสนต่างจากเตียงหัวไม้อันอบอุ่นของโฮมสเตย์ั์ตาเหลือบซ้ายขวามองบรรยากาศเงียบเหงาภายในห้องคอนโดและหลับตาซึมซับมันเพื่อให้ความชินเดิมๆกลับก่อนห้วงนิทราจะพรากสติให้ล่องลอยในแดนฝัน...และแม้ตื่นขึ้นก็ยังไม่คุ้นชินในทุกวันผ่านไปแต่ก็จำต้องอยู่ให้ได้ อยู่แบบเดิมที่เคยอยู่
จนกระทั่ง...[29 เมษายน | 23:45 ]–วันเวลาที่ใกล้สิ้นสุดแสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เร่งตัดต่อวิดีโอเพื่อการประกวดมาร่วมอาทิตย์หลังกลับจากเกาะนางยวนทุกอย่างเพียบพร้อมทั้งตัววิดีโอ แนวความคิด ข้อมูลที่อย่างที่จะส่งแต่เขากลับไม่ส่งไฟล์ไปสักที...เพราะใจใต้อกกลับร้องบอกให้ทำในสิ่งไม่นึกฝัน
“รู้ทั้งรู้เถอะแต่ไม่ว่ายังไงก็อยากให้เป็คุณนะ...”
[ไฟล์ประกวด]| [ไฟล์คุณท้องทะเล]
- สองไฟล์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน–
…ความลังเลเกิดขึ้นมาระยะใหญ่เมื่อไฟล์ประกวดที่เข้าตัดต่อเป็บรรดาเสียงธรรมชาติและคนในหมู่เกาะกลับกลายเป็ว่าไม่นึกอยากส่งมันไปเพราะดวงใจนี้อยากใช้วิดีโอไฟล์คุณท้องทะเลที่อัดไว้นานนับชั่วโมงซึ่งเนื้อภาพก็มีเพียงเงาของบุคคลแสนรักที่เคลื่อนไหวไปตามการผสมสีในสตูดิโอบ้านดินไร้เสียง ไร้ข้อความ ไร้แิ...แต่มากด้วยความรู้สึกเกินนับที่มีเพียง ‘เรา’ สองที่เข้าใจ
หากปัจจัยหลักของการประกวดคือ‘เสียงเพียงหนึ่ง’ ที่ผู้เข้าประกวดอยากนำเสนอจากใจ
ถ้าอย่างนั้นเขาเองก็ยกหน้าที่ให้ใจเป็ผู้เลือก...
“คุณคือ‘เสียงเพียงหนึ่ง’...ที่ผมอยากขอให้กลับมา”...ปลายนิ้วเคลื่อนเม้าส์ลากไฟล์คุณท้องทะเลลงอีเมลส่งประกวดและละเลงใจความอันอัดอั้นในช่องแิผลงานก่อนจะกดส่งมันไปด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่งราวได้ทำสิ่งที่เฝ้าหวังแม้จะรู้ดีว่าผลลัพธ์ของมัน...
ผลงานหวังเสียงหวนกลับ ของคุณ [ตกรอบ]
- ตัวอักษรสีแดงกล้ำเด่นชัดอย่างที่คาดคิด -
...คำตัดสินเด่นหลาฝั่งอยู่กลางคลองสายตาไม่ลืมถึงความฝันที่จบลงด้วยคำพยางค์สั้นๆคล้ายตอนที่ลาออกจากงานบริษัทตัวเขานั่งมองมันอยู่นานสองนานและลอบถอนหายใจอย่างปลงตกเพราะรู้แก่ใจดีว่าวิดีโอที่ส่งไปผิดตามข้อตกลงเพราะมันไร้เสียงใดเลยแต่ก็นับเป็ความโชคดีที่ถึงจะไม่ใช่ผู้ชนะตามหวังแต่ก็ได้ทำตามใจจนถึงท้ายที่สุดรวมถึงผลงานของเขาก็มีโอกาสได้เข้าร่วมในการแสดง ณหอศิลป์ชื่อดังด้วยซึ่งเขาก็เดินทางมาเข้าร่วมตามคำเชิญในฐานะเ้าของผลงานโดยที่ไม่นึกคิดว่าจะได้เจอกับผู้ที่รักในความฝันเหมือนกัน
“เอ๋!? พี่คนใจดีนี้น่า สวัสดีค่ะ ไม่นึกว่าจะได้เจอกันอีก!”...สาวน้อยผู้ขับขานเสียงเพลงในคาเฟ่ณ ตรอกมืด เมื่อตอนนั้น...
“น้องที่เล่นกีตาร์วันนั้น....น้องพิมใช่ไหมครับถือกีตาร์มาด้วยหรือว่า...?”ยกยิ้มกว้างให้เด็กสาวในชุดกระโปรงตัวสวยที่เดินมายกมือสวัสดีอย่างน่าเอ็นดูก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นกระเป่ากีตาร์โปร่งที่คนตัวน้อยใช้ขับร้องเพลงในวันนั้นพร้อมเอ่ยเว้นปลายประโยคให้คนตรงหน้าเป็คนตอบ
“ใช่ค่ะ! หนูได้มาร้องเปิดงานประกวดครั้งนี้พอดีคุณเ้าของงานเขาเห็นหนูที่ร้านแล้วก็เลยจ้างมาน่ะค่ะ”
“โห~ ได้มาเล่นงานใหญ่ๆแบบนี้ สุดยอดเลยนะ ความฝันเราเดินหน้าไวมาก”...ต่างจากเขาสิ้นเชิง...
“พี่คนใจดีก็ได้มาโชว์ที่งานด้วยนิค่ะสุดยอดมากๆเลย!”
“ได้มาโชว์เฉยๆนะไม่ได้ชนะหรอก...”ปลายนิ้วยกเกาแก้มแก้เก้อให้กับเด็กสาวที่ยกนิ้วโป้งให้เขาสองนิ้วทั้งๆที่มันไม่มีอะไรนอกจากแค่มาเป็ผลงานประดับให้แชมป์เฉยๆแต่เพียงเสี้ยววิที่ห้วงความคิดจะนึกสมเพชตัวเองเสียงใสผสานแก้มกลมใสก็เรียกให้ความอึมครึมที่เกาะกุมตัวเขาหลุดออกไปโดยง่าย
“การไม่ชนะไม่ได้แปลว่าพี่ล้มซะหน่อยมันก็นับเป็การก้าวหน้าเดินหน้าเหมือนกันพี่คนใจดีเดินช้าๆไม่ได้แปลว่าไม่ดีนิค่ะ”
เด็กสมัยนี้เก่งเกินไปรึเปล่านะ?...
“จริงด้วยสินะน้องพิมโตเกินผู้ใหญ่อย่างพี่ไปเยอะเลย...อา พี่ชื่อแซนนะ เรียกพี่คนใจดีแล้วพี่เขินๆน่ะยินดีที่ได้เจอกันอีก”
“หนูก็ดีใจที่ได้เจอพี่แซนนะ...หืม?อันนี้ผลงานของพี่เหรอคะ? เกี่ยวกับอะไรเหรอ? ไม่เห็นมีเสียงเลย? เครื่องเสียเหรอคะ?”ฝ่ามือน้อยเอื้อมมาคว้าหูฟังที่เชื่อมกับเครื่องฉายภาพวิดีโอของเขาขึ้นสวมด้วยท่าทีสงสัยคำถามไร้เดียงสาตามสไตล์เด็กชวนให้ยกยิ้มขำๆก่อนเขาจะหันกลับมามองผลงานตัวเองอีกครั้ง...
...มองภาพเงาของตัวตนแห่งความเงียบแสนรักอีกครั้งและเล่าทุกสิ่งอย่างออกไปคล้ายเธอคนนั้นยืนอยู่ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเป็ไปได้
“มันไม่มีเสียงหรอกเพราะแบบนั้นมันถึงตกรอบละนะ แต่พี่ก็อยากส่งประกวดเพราะว่ามันเป็เสียงที่พี่รักไม่สิ...”
“เสียงของคนที่พี่รักต่างหากเป็เสียงของความเงียบที่ดังอยู่ในใจพี่เสมอ ั้แ่ครั้งที่เจอกัน”
“แต่ว่าพี่ก็ทำให้เขาเสียใจไปจนได้แล้วยังขี้ขลาดไม่กล้าแก้ไขอะไรอีก ทั้งที่ความจริงพี่อยากจะบอกเขาอยากจะขอโอกาสบอกใจจริงของพี่ให้เขารับรู้ว่าวันนั้นมันไม่ใช่การขอโทษเพื่อจบเื่ของเราแต่เป็การขอโทษที่ไม่พูดว่าขอขยับสถานะของเราให้ชัดเจน...ให้เป็คนรักให้เป็เสียงของความรักของพี่ตลอดไป”
…หวนนึกถึงในวันนั้นที่เกิดจากความผิดพลาดของเขาที่ไม่พูดทุกอย่างให้ชัดเจนและปล่อยให้มันบานปลายจนทุกคนต่างเจ็บช้ำถ้าเพียงแค่เขาพูดออกไปว่าคำว่าขอโทษนั้นคือการขอโทษที่ขอหญิงสาวสู่สถานะที่มากกว่าแค่คนคุยกลับมีสัมพันธ์เกินเลยไปเสียก่อน...แต่มาคิดได้ตอนนี้ก็สายเกินแก้พลัดพรากเกินย้อนกลับ ทำได้แค่เฝ้าโทษตนเองทุกวันและใช้สิ่งๆนี้ ใช้วิดีโอไร้เสียงอันนี้...
“ตอนนี้ก็เลยได้แค่ใช่วิดีโอตัวนี้เพื่อคิดถึงเท่านั้น พี่เนี่ยเป็พวกชอบทำอะไรชักช้าไปซะหมดอยู่เรื่อยเลย...”
“งั้นเหรอคะแต่หนูว่าตอนนี้ไม่ช้าไปหรอกค่ะ”
“หืม?ตอนนี้? น้องพิมหมายอะไรไม่ช้าเหรอ?”เรือนคิ้วเลิ่กขึ้นเมื่อเสียงใสจากด้านหลังเอ่ยถึงสิ่งเหนือความเข้าใจแต่ยังไม่ทันที่จะได้หันหลังกลับไปถามให้กระจ่างเด็กสาวผู้ขับขานก็กล่าวด้วยโทนเสียงอันร่าเริงพร้อมสิ่งที่เขาเพียรภาวนามาตลอดหลังกลับจากเกาะได้ปรากฏเป็รูปร่างในความจริง
“ความรักของพี่ไม่ช้าไปหรอกค่ะใช่ไหมคะ พี่สาว?”
“พี่สาว?....!!??”
[รับรู้แล้ว]
- ข้อความบนโพสต์อิทสีฟ้าครามทะเล–
…ั์ตาเบิกโพลงกับสิ่งที่ปรากฏเมื่อโพสต์อิทใบน้อยถูกยื่นมาแปะไว้ที่หน้าจอวิดีโอของเขาด้วยเรียวมือสีแทนที่ไม่มีวันลืมความเพรียวงามยามได้กอบกุมลมหายใจคล้ายสะดุดไปนึงจังหวะไม่ต่างจากดวงใจใต้อกที่พลันกระหน่ำรัวจนเจ็บทรวงอกริมฝีปากสั่นเครือด้วยความไม่กล้าพออยู่นานนับนาที...แต่กลิ่นอายอ่อนหวานแฝงความแข็งแกร่งดุจทะเลไพรศาลที่รอคอยอยู่ด้านหลังก็ทำให้เขาหันกลับไปเผชิญเพื่อพบ...
‘……….’…เสียงแห่งความเงียบนี้...คุณ...เป็คุณจริงๆด้วย
...ราวพระเ้าเป็ใจดลบันดาลให้ผืนน้ำที่พลัดพรากหายจาก...กลับมาพบพานหาดทรายผู้เปียกปอนด้วยความผิดอีกครั้งและในคราวนี้ฝ่ามือที่เคยปล่อยความรักให้หลุดลอยก็เอื้อมคว้าจับเรียวมือคู่แสนรักนั้นไว้แแ่พร้อมคำกล่าวที่หวังอยากเอ่ยออกไปจนแทบล้นอก
“ได้โปรดอย่าหายไปไหนอีกเลยได้ไหมครับ?...”
โปรดให้การตามหาและได้พบพานในครั้งนี้...ไม่จบที่พลัดพรากอีกเลยได้ไหม?