บทที่ 31 เื่ที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
หลินเจี้ยนหลูพาซูอี้จวินที่หมดสติกลับไปส่งที่บ้านตระกูลซู
ลู่เฉิงเฟิงมองหน้าพยัคฆ์โลหิต ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจพาเขากลับบ้าน
ระหว่างทาง ลู่เฉิงเฟิงหันไปมองพยัคฆ์โลหิตที่เอาแต่เงียบไม่พูด “จะให้พาไปโรงพยาบาลก่อนไหม”
“ไม่ต้อง แค่แผลเล็กน้อย”
ลู่เฉิงเฟิงกระตุกมุมปากเล็กน้อย มองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำของชายร่างกำยำ “แน่ใจนะว่าไม่เป็ไร”
พยัคฆ์โลหิตพยักหน้า ตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ “อืม”
ลู่เฉิงเฟิงไม่เซ้าซี้ต่อ เลยเปลี่ยนเื่คุย “ไอ้เสือโง่ แกกับตาแก่บ้านั่นรู้จักกันได้ยังไง”
พยัคฆ์โลหิตจ้องเขาเขม็ง เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบใจกับฉายานี้
ลู่เฉิงเฟิงมองกลับ “มองอะไร ไม่พอใจก็มาสู้กันใหม่”
“ตกลง”
“เอ่อ”
ลู่เฉิงเฟิงได้แต่นิ่งเงียบ ชายตรงหน้าโดนซ้อมจนเป็แบบนี้แล้วยังไม่เข็ดหลาบอีก
“ช่างเถอะ ไว้วันหลังค่อยซ้อมแกแล้วกัน บอกมาแกกับตาแก่ลั่วนั่นรู้จักกันได้ยังไง”
พยัคฆ์โลหิตเซื่องซึมอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อย ๆ เปิดปากเล่า “ฉันเป็เด็กกำพร้า ออกมาเร่ร่อนั้แ่อายุสิบกว่าขวบ ต้องคอยมีเื่ชกต่อยกับคนอื่นอยู่เสมอ จนวันหนึ่ง เพราะปกป้องผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้ฉันพลั้งมือฆ่าลูกเศรษฐีที่คิดจะรังแกเธอ ตอนนั้นฉันไม่มีที่ไปแล้ว จนได้มาเจอกับผู้เฒ่าลั่ว เขาพาฉันหนีไปอยู่ต่างประเทศ จากนั้นฉันก็เลยตามเขาไปร่ำเรียนวิชาและรับงานมาตลอด”
ลู่เฉิงเฟิงรู้สึกเห็นใจเขามากขึ้น เพราะหลังจากอายุสิบขวบเขาก็กลายเป็เด็กกำพร้า รู้ดีว่าการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายมันยากลำบากแค่ไหน
จู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดของหลินเจี้ยนหลู “ไอ้เสือโง่ ตาเฒ่าลั่วเคยบอกไหมว่าแกมีพลังิญญาอะไรเทือกนั้น”
พยัคฆ์โลหิตพยักหน้าเงียบ ๆ
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงเป็ประกาย เฒ่าลั่วก็เคยพูดแบบนี้กับเขาเช่นกัน แต่เขาไม่เคยสนใจ ดูเหมือนว่าเขาต้องหาข้อมูลเื่นี้สักหน่อย พลังิญญามันคืออะไรกันแน่? มันน่าจะเกี่ยวข้องกับลมปราณในร่างกายพวกเขานะ
“แล้วผู้หญิงคนที่นายปกป้อง หลังจากนั้นเคยเจอเธออีกไหม”
พยัคฆ์โลหิตพยักหน้าเล็กน้อย “เคยเจอ แต่เธอแต่งงานแล้ว ฉันเลยฆ่าผัวเธอซะ”
สีหน้าของลู่เฉิงเฟิงแข็งค้างไปชั่วขณะ จ้องมองเขาด้วยความตกตะลึง “นายคิดว่าหล่อนทรยศนายงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นนายควรจะฆ่าหล่อนสิ ทำไมถึงไปฆ่าผัวเขา?”
“ไม่ใช่ เธอแต่งงานกับไอ้ขยะชัด ๆ ไอ้สารเลวนั่นใช้ความรุนแรงในครอบครัวกับเธอทุกวัน เธอเคยฆ่าตัวตายแต่ถูกช่วยไว้ได้”
ลู่เฉิงเฟิงร้อง “อ้อ! อย่างว่าแหละนะ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด”
“ฉันฆ่าไอ้สารเลวนั่น ทิ้งเงินก้อนหนึ่งไว้ให้เธอ ตอนนี้เธอมีความสุขดี”
ลู่เฉิงเฟิงถอนหายใจ เปลี่ยนเื่คุยอีกครั้ง “นายเคยเจอสมาชิกคนอื่น ๆ บ้างไหม?”
พยัคฆ์โลหิตส่ายหัว “ไม่เคย”
คิ้วของลู่เฉิงเฟิงเลิกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก เขาคิดแผนการดี ๆ ออกแล้ว เขาสามารถใช้พยัคฆ์โลหิตกับงูแบล็กแมมบาล่อให้สมาชิกคนอื่น ๆ ปรากฏตัวออกมา แล้วค่อยปราบทีละคน
จากนั้นเขาก็พาพยัคฆ์โลหิตกลับบ้าน
“ไอ้เสือโง่ อยากอยู่ห้องไหนก็เลือกได้เลย ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองนะ”
พยัคฆ์โลหิตชี้มือออกไป “ห้องนั้น”
ลู่เฉิงเฟิงชะงักไป “นายจะอยู่กับฉัน?”
พยัคฆ์โลหิตมองเขาด้วยสายตาที่ระแวดระวัง
ลู่เฉิงเฟิงรู้สึกเหมือนถูกหยาม จึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “นั่นมันห้องฉัน แล้วนายมองแบบนั้นหมายความว่าไง ฉันไม่ชอบผู้ชาย”
พยัคฆ์โลหิตลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นฉันไปพักโรงแรมดีกว่า”
“มีที่อยู่แล้วจะไปโรงแรมทำไม”
“ถ้างูแบล็กแมมบามาจะไม่สะดวก”
“หืม?”
ลู่เฉิงเฟิงมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
พยัคฆ์โลหิตลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ถ้าฉันอยู่ พวกนายจะขึ้นเตียงกันลำบาก”
ลู่เฉิงเฟิง หน้าแข็งค้าง “นาย!”
“นี่นายคิดอะไรอยู่ในหัวเนี่ย ฉันจะไปขึ้นเตียงกับยายนั่นได้ยังไง”
“เป็เื่ที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว!”
ลู่เฉิงเฟิงคิดในใจมากมาย รู้สึกว่าพยัคฆ์โลหิตเป็คนที่หื่นกามอยู่ลึก ๆ
สุดท้ายพยัคฆ์โลหิตก็เลือกห้องพักที่อยู่ริมสุด
ลู่เฉิงเฟิงกลับไปที่ห้องของตัวเอง เขากำลังจะอาบน้ำเปลี่ยนเป็เสื้อผ้าที่ใส่สบาย ๆ
เขาเพิ่งจะถอดเสื้อผ้าออก พยัคฆ์โลหิตก็ผลักประตูเข้ามา
ลู่เฉิงเฟิงรีบหยิบเสื้อผ้ามาปิดส่วนสำคัญของตัวเอง ทำหน้าบึ้ง “นายเข้าห้องคนอื่นไม่รู้จักเคาะประตูบ้างรึไง”
“ฉันไม่เคยทำแบบนั้น ฉันเข้าห้องคนอื่นทีไร ฉันฆ่าเขาทุกที”
ลู่เฉิงเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
“ครั้งหน้า ถ้าจะเข้าห้องฉัน เคาะประตูด้วย”
พยัคฆ์โลหิตพยักหน้า “อืม ฉันจะพยายาม”
ลู่เฉิงเฟิง แทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะยัดมันลงโถส้วมแล้วกดชักโครกให้ไหลไปถึงมหาสมุทรแปซิฟิก
“มาหาฉันทำไม”
“ขอยืมเสื้อผ้าหน่อย”
ตอนที่สู้กันเมื่อกี้ เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริุ่ง กลายเป็ชุดขอทานไปแล้ว เพราะโดนลู่เฉิงเฟิงกดลงไปกับพื้น
ลู่เฉิงเฟิงกัดฟันกรอด “อยู่ในตู้เสื้อผ้า ไปหยิบเอาเอง”
พยัคฆ์โลหิตพยักหน้า พอจะเดินออกไปก็หันกลับมามอง จ้องไปที่ลู่เฉิงเฟิงแล้วยกนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ขึ้นมา
ลู่เฉิงเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ จึงรีบโพล่งออกไปด้วยความโกรธ “พยัคฆ์โลหิต แกจะทำท่าเลียนแบบฉันทำไมวะ! แกมันอิจฉา ด้อยค่า ไม่อยากยอมรับก็มาแข่งกันเลยไหมล่ะ!”
พยัคฆ์โลหิตกำลังหาเสื้อผ้าอยู่ก็ตอบกลับมาว่า “ฉันกลัวนายจะเสียเซลฟ์น่ะสิ”
“หึ! นายนั่นแหละกลัวตัวเองจะโป๊ะแตกมากกว่า!”
พยัคฆ์โลหิตหัวเราะหึ “กางเกงในฉันยังใหญ่กว่านายตั้งสองไซส์”
ลู่เฉิงเฟิงมุมปากกระตุก นอกจากจะยืนยันว่าแกอ้วนกว่าฉันแล้ว มันยังพิสูจน์อะไรได้อีกวะเนี่ย
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเสียใจที่พาพยัคฆ์โลหิตกลับมาด้วย เ้าหมอนี่ภายนอกดูซื่อ ๆ บื้อ ๆ แต่จริง ๆ แล้วเ้าเล่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ ลองคิดดู คนที่เฒ่าลั่วเลี้ยงดูมา จะมีใครเป็มิตรง่าย ๆ บ้าง
ดูท่าพยัคฆ์โลหิตจะยังไม่ยอมรับในตัวเขาจริง ๆ
ลู่เฉิงเฟิงคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอว แล้วพุ่งตัวออกไป
ทันใดนั้นก็มีเสียงหมัดเท้ากระทบกันดังสนั่น พร้อมกับเสียงครางต่ำ ๆ ของพยัคฆ์โลหิต
ในที่สุดลู่เฉิงเฟิงก็โยนร่างพยัคฆ์โลหิตที่นอนแน่นิ่งเหมือนหมาตายออกไปนอกห้อง
“คราวหน้าถ้าแกยังหาเื่ฉันอีก ฉันจะเอาหัวแกยัดก้นเลยคอยดู”
หลังจากจัดการพยัคฆ์โลหิตไปรอบหนึ่ง ลู่เฉิงเฟิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เขาอาบน้ำอุ่น ๆ เปลี่ยนเป็ชุดลำลองที่ใส่สบาย พอออกมาก็ไม่เห็นพยัคฆ์โลหิตในห้องนั่งเล่นแล้ว
เขาหยิบเบียร์มาสองขวด รอพยัคฆ์โลหิตออกมา
เหลือบไปเห็นข้อความในโทรศัพท์พอดี เป็ข้อความจากงูแบล็กแมมบา แจ้งว่าเธอพาซูอี้จวินกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว
ลู่เฉิงเฟิงตอบกลับไปแค่คำเดียว [อืม]
ไม่นานงูแบล็กแมมบาก็ส่งข้อความกลับมา [งูแบล็กแมมบา: ผู้ชายใจร้าย ไม่คิดจะถามฉันหน่อยเหรอว่าเป็ยังไงบ้าง ฉันาเ็สาหัสเพราะนายนะ หน้าอกโดนนายต่อยจนบวม ตอนนี้ใหญ่กว่าของเสี่ยวจินอีก]
ลู่เฉิงเฟิงถึงกับมุมปากกระตุก หน้าเหยเกไปหมด รีบตอบกลับไปว่า [ฉันต่อยโดนไหล่เธอนะ]
[งูแบล็กแมมบา: ฉันว่าโดนก็คือโดนสิ ไม่เชื่อก็มาดูเองเลย]
ลู่เฉิงเฟิง [ไว้วันหลังละกัน]
[งูแบล็กแมมบา: ก็ได้ งั้นนายมาหาฉันสิ]
ลู่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วมองบน นี่มันเื่บ้าอะไรกัน? ‘ผู้หญิงคนนี้ช่าง…’
เขาตัดสินใจออฟไลน์หนีปัญหา
ถ้าไม่มีซูอี้จวิน เขาก็ไม่ได้รังเกียจที่จะมีอะไรกับหลินเจี้ยนหลูสักหน่อย อยู่กับเฒ่าหลัวมานาน ลู่เฉิงเฟิงก็ติดนิสัยเสีย ๆ มาบ้างเหมือนกัน
ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซูอี้จวินจะเป็แฟนปลอม ๆ แต่หลินเจี้ยนหลูเป็เพื่อนสนิทของซูอี้จวิน แล้วยังเป็สมาชิกสิบสองนักษัตรทมิฬ เหมือนเป็คนในวงการเดียวกัน หากมีเื่ชู้สาวกันขึ้นมา มันคงจะไม่ค่อยดีเท่าไร