เจนเนตรเข้ามาตรวจบัญชีในร้านขายกระเป๋าของตัวเองที่สาขาใกล้บ้านเพราะี้เีขับรถไกลๆ จึงให้เด็กในร้านรวบรวมบัญชีจากทุกร้านมาให้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว
หลังจากที่ตรวจบัญชีเรียบร้อยเธอจึงออกจากร้านเพื่อหากาแฟดื่มในห้างไปพลางก่อนกลับบ้าน
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในร้านกาแฟก็พบกับหญิงสาวบลอนด์เขียวนั่งอยู่ข้างในด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์สักเท่าไรราวกับว่าเธอตั้งใจมาดักรอเพื่อพบเจนเนตรโดยเฉพาะ ไม่ได้อยากปะทะด้วย ทว่างานนี้เห็นทีคงยากจะหลีกเลี่ยง
เจนเนตรเดินไปสั่งกาแฟก่อนจะเลี่ยงไปนั่งอีกมุมหนึ่งของร้านทำเหมือนว่าไม่เห็นอีกฝ่าย ไม่รับรู้ว่าสาวผมบลอนด์เขียวมีตัวตนอยู่นั่งจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์เมื่อคิดถึงยอดขายของเดือนนี้
นับว่าเดือนนี้ได้กำไรสูงสุดยิ่งกว่าเดือนก่อนๆเนื่องจากแบรนด์ไทกุชชี่กำลังเป็ที่นิยมในกลุ่มสาวๆเรียกได้ว่าใครไม่มีไว้ในถือว่าเชย
“ดูเหมือนคุณอารมณ์ดีจังนะคะ”
เสียงแหลมของหญิงสาวที่เจนเนตรไม่ได้อยากสนทนาด้วยเอ่ยขึ้นพร้อมกับนั่งลงฝั่งตรงข้ามที่โต๊ะตัวเดียวกัน
“ใช่ค่ะจนกระทั่งพบคุณ ฉันเริ่มหงุดหงิดซะแล้วสิ”
เจนเนตรไม่ได้กลัวหญิงสาววัยละอ่อนกว่าเธอออกจะรำคาญเสียด้วยซ้ำ ผู้หญิงอะไร ผู้ชายไม่สนใจแต่ก็ยังตามราวีไม่เลิกกระทั่งมาระรานเธอถึงที่ทำงานเพราะคิดว่าเธอกำลังคบกับปกป้อง
“ทำไมคะรึว่าคุณแย่งพี่ป้องไปจากฉันยังไม่พอใจ”
“คุณคะฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณปกป้องซะหน่อย จะให้อธิบายกี่ร้อยรอบถึงจะเข้าใจ”
เจนเนตรนั่งไขว่ห้างกอดอกจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าอย่างเอาเื่ยามนี้รู้สึกเริ่มหมดความอดทนกับอีกฝ่าย หากไม่สู้รบตบมือด้วยเห็นทีเธอคงอยู่ไม่สงบ
“ปากก็บอกว่าไม่เกี่ยวอะไรกับพี่ป้องแต่ก็แอบนัดกันไปกินถึงขอนแก่นเนี่ยนะคะ”
เจนเนตรกลอกตามองบนไม่รู้เหรอว่าการกระทำแบบนี้คือไล่ผู้ชายไปให้ไกล หล่อนคงคิดว่าสามารถใช้เรือนร่างเซ็กซี่เหนี่ยวรั้งคนเ้าชู้ได้สินะช่างมั่นใจเหลือเกิน
หากความสวยและลีลาบนเตียงสามารถฉุดรั้งพ่อปลาไหลอย่างปกป้องได้หญิงสาวคนนี้คงไม่มาตามระรานผู้หญิงทุกคนที่อยู่ใกล้ชายหนุ่มหรอก
“ดูปากเจ๊นะน้องไม่-ได้-คบ ไม่-เกี่ยวข้อง อะไรกับผัวเก่าน้อง เข้าใจรึยัง”
เจนเนตรลากเสียงช้าๆเน้นๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากนึกสมเพช ปกติเธอไม่เคยดูถูกหญิงสาวด้วยกันเอง ยกเว้นยัยนี่เพราะมันทำให้ชีวิตของเธอปั่นป่วนไม่เป็สุข
“นี่หล่อน! นึกว่าตัวเองอายุเท่าไรถึงมาเรียกฉันว่าน้องยะ หน้าตาก็ดูอ่อนกว่าช่างกล้าเรียกตัวเองเป็เจ๊เนอะ”
ชมพลอยเหยียดกลับคืนไปบ้างเธอนั่งตัวตรงพร้อมมีเื่กับอีกฝ่ายที่กล้ามายั่วยวนว่าที่สามีในอนาคตกระทั่งชายหนุ่มเกิดความหลงใหลเกินห้ามใจ ถึงขั้นบอกเลิกเธอสายฟ้าแลบแทบตั้งตัวไม่ทันน่าแค้นใจจริงๆ
“ไม่รู้สิน้องอายุเข้าสู่เลขสามรึยังละ”
“ใครจะแก่ปานนั้นฉันเพิ่งยี่สิบสี่ย่ะ”
“แต่เจ๊สามสิบห้าแก่พอเรียกเจ๊รึยังคะ น้องคนสวยที่ผัวไม่เอา”
เห็นอีกฝ่ายอ้าปากเหวอไม่รู้ว่าใประโยคหน้าหรือประโยคหลังกันแน่ ทว่าเจนเนตรไม่อยากใส่ใจแค่อยากจะฟาดใส่ให้หายโมโหเท่านั้น
“อย่าคิดว่าตัวเองสวยกว่าแล้วจะแน่นะฉันจะแย่งพี่ป้องกลับคืนมาให้ได้ คอยดู!”
“เก็บคำพวกนั้นไปบอกผู้หญิงอีกคนดีกว่า”
คนที่กำลังตามตื๊อปกป้องอยู่ตอนนี้อย่างไรเจนเนตรแอบหนีกลับมาก่อน ไม่รู้ว่าป่านนี้สองคนนั้นเข้าได้เข็มไปถึงไหนต่อไหนแล้ว หากจะตามราวีจริงหญิงสาวตรงหน้าต้องลงทุนไปถึงขอนแก่นถึงจะถูก
“หมายความว่าไง”
“ก็หมายความว่าน้องเหวี่ยงผิดคนไง สติค่ะ มีไหม”
“ไม่จริงก็ตอนนั้นพี่ป้องสนใจคุณชัดๆ”
“ถ้างั้นทำไมเขาไม่กลับมาพร้อมฉันล่ะ สมองน้อยๆ คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนจะเหวี่ยงนะ”
ถ้อยคำอันเจ็บแสบพวกนี้ช่างเหมาะสมกับหญิงสาวคนนี้ไม่ค่อยมีไหวพริบสักเท่าไรจะสามารถจัดการกับความเ้าชู้ของปกป้องได้ยังไง
ปลาไหลอย่างเขาไปถึงไหนมีคู่นอนถึงที่นั่นใครจะเอามาทำผัวก็เชิญตามสบาย เจนเนตรไม่ขอเอาด้วย ไม่อยากต้องมานั่งปวดหัวคอยไล่จับกิ๊กให้เปลืองแรงเปล่า
“รึว่าพี่ป้องจะแอบกินกับยัยนั่นอย่างที่คุณบอกจริงๆ”
“ไม่รู้สิพอดีว่าฉันไม่ได้ไปนั่งดูพวกเขาเอากัน”
เจนเนตรไหวไหล่ไม่เดือดร้อนอะไรด้วย ก็เธอไม่ได้ชอบปกป้องจึงไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะนัดกินกันกับนลินหรือเปล่า
ต่อให้เป็อย่างนั้นจริงก็ไม่ใช่เื่ที่เธอต้องรับรู้เพราะมันเปลืองความจำในสมอง เอาสมองไปคิดหาเงินเข้ากระเป๋าดีกว่าไปยุ่งเื่คนอื่น
“แล้วอีกอย่าง…ถ้าฉันกับเขาคบกันจริง คุณคิดเหรอว่าฉันจะยอมปล่อยให้เขาไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นลับหลังโดยที่ยังใจเย็นไม่สนใจได้แบบนี้”
เจนเนตรข่มอารมณ์โทสะลงก่อนจะค่อยๆชี้แนะให้อีกฝ่าย ถือเสียว่าทำบุญก็แล้วกันอย่างน้อยหญิงสาวจะได้ตาสว่างขึ้นมาบ้าง นิดหน่อยก็ยังดียัยนี่จะได้เลิกมาวอแวกับเธอเสียที
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่ากำลังครุ่นคิดเจนเนตรจึงเอ่ยขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เข้าใจรึยังขอเตือนคุณ ถ้าคราวหลังยังมาตามระรานฉันอีก ฉันจะไม่ปล่อยไว้แน่”
ว่าแล้วก็ลุกจากเก้าอี้เดินออกจากร้านโดยไม่หันไปสนใจหญิงสาวอีกเพียงเดินออกมานอกร้านก็พบกับนิธิศเข้าโดยบังเอิญ ชายหนุ่มส่งยิ้มละไมมาให้พร้อมกับก้าวเท้าเดินตรงดิ่งมาทางเธอ
“คุณมาทำธุระที่นี่เหรอคะ”
“ใช่ครับวันนี้ผมตั้งใจมาเซอร์ไพรส์ใครบางคนแถวนี้”
ท่าทางขี้เล่นของอีกฝ่ายทำให้อารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้ามลายหายสิ้นเจนเนตรยิ้มบางๆ ให้เขาก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“เซอร์ไพรส์เื่อะไรคะ”
“คุณยายผมเพิ่งมาจากเชียงใหม่ท่านอยากพบคุณจึงเร่งเร้าให้ผมพาคุณไปพบวันนี้ให้ได้”
“จริงเหรอคะนี่คุณคงโม้เื่ฉันให้ท่านฟังเยอะแยะสิท่า”
“ครับ”
ดูเหมือนคนตัวสูงจะภูมิใจที่ได้เอ่ยถึงเจนเนตรให้คุณยายรับรู้ไม่น้อยเธอเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมา ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโม้เกินจริงไปเท่าไรหากคุณยายได้พบกับเธอตัวจริงเสียงจริงอาจผิดหวัง
“เด็กสาวในร้านกำลังมองคุณเธอรู้จักคุณรึเปล่า”
เจนเนตรหันกลับเข้าไปในร้านกาแฟพบว่าหญิงสาวที่ตามราวีเธอกำลังลุกขึ้นเดินออกจากร้านคล้ายมีเื่สงสัยอยากถามเพิ่ม ทว่าเธอไม่สนใจ คว้าแขนนิธิศมาควงอวดแล้วเชิดใส่หญิงสาวผมบลอนด์เขียว
“ก็แค่คนบ้าค่ะอย่าสนใจเลย เราไปหาคุณยายของคุณกันดีกว่า”