วิยะดาเริ่มสังเกตเห็นว่าเพื่อนสาวที่น่ังอยู่ฝั่งตรงข้ามมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"มีอะไรหรือเปล่า? "
"ไม่มีอะไรหรอก ผู้กำกับที่ฉันเคยเล่าให้ฟังนั่นแหล่ะ เมื่อวานนี้ฉันบังเอิญเจอกับเขาที่ซุปเปอร์มาเก็ต แล้วอยู่ๆ เขาก็จ่ายเงินค่าเครื่องสำอางให้ฉัน"
"เขาจีบเธอหรือเปล่า? "
"จะบ้าเหรอ เขาเป็นผู้กำกับชื่อดัง ชีวิตเขามีดารานางเอกสาวๆ สวยๆ มากมายอยู่รอบตัวเขา เขาจะมาชอบฉันได้อย่างไรกัน"
นอกจากนี้ณัชชายังไม่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ และไม่ต้องการจะรักใครอีก จริงๆ แล้วณัชชาไม่รู้จุดประสงค์ในการเข้ามาของอาทิตย์ เพราะหากเขาไม่ได้คิดแบบนั้นกับเธอ การบอกปฏิเสธหรือพูดอะไรออกไปตรงๆ ในตอนนี้ี้อาจจะทำให้เธอกับเขามองหน้ากันไม่ได้หากต้องร่วมงานกันอีกครั้ง
ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ไม่ดีที่อาจเกิดขึ้น เธอควรที่จะรักษาระยะห่างและติดต่อกับเขาเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ไม่ต้องการลากหัวข้อนี้ออกไปให้ยืดยาว เธอจึงเปลี่ยนคำถาม
"อืม แล้วแฟนเธอเป็นอย่างไรบ้าง? "
"ก็ดีนะ สังเกตจากรูปร่างของฉันก็น่าจะเดาได้ เขาชอบซื้อของอร่อยๆ มาฝากอยู่เรื่อยๆ " วิยะดายิ้มกว้าง
"เอิ๊กกก.. ฉันน่าจะอิ่มแล้ว" พูดเสร็จเธอก็เลอออกมาเสียงดัง ตอนนี้กะเพาะของเธอเร่ิมขยายใหญ่ขึ้น เพราะหลังจากทานอาหารคาวเสร็จเธอก็ต่อด้วยขนมหวานรสชาติดีเยี่ยม ที่พนักงานเสริฟแนะนำเมนูพิเศษของทางร้าน
ระหว่างทางกลับณัชชาไม่ได้เข้าพักที่หอพักของมหาวิทยาลัยกับเพื่อนของเธอ เธอพักโรงแรมใกล้ๆ
"แล้วนี่ จะต้องกลับไปทำงานวันไหน? "
"พรุ่งนี้จ๊ะ ต้องกลับเข้าไปเก็บตัวเหมือนเดิม เป็นช่วงที่ต้องฝึกร่างกายที่บ้านพักมีเครื่องออกกำลังจากด้วย"
แท้จริงแล้วณัชชาไม่ต้องการพักอยู่ที่นี่หลายวันเนื่องจากเธอกังวลว่าครอบครัวของเธอจะได้ยินว่าเธอมา คนเหล่านั้นจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไป พวกเขาจะต้องมาตามหาและรบกวนเธอ
หลังจากส่งวิยะดาเสร็จเธอก็กลับไปที่โรงแรมที่ทำการจองไว้ล่วงหน้า
เมื่อเธออาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็ล้มตัวลงบนเตียงขนาดใหญ่ เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดูข้อความอีกครั้ง
"ผมไม่ได้บอกว่าจะให้คุณจ่ายคืน"
เมื่อณัชชาอ่านข้อความเธอก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง ก็ในเมื่อเขาส่งเลขที่บัญชีมาให้เธอในตอนแรก ไม่ใช่เพื่อการเรียกเก็บเงินเหรอ เธอวางโทรศัพท์ลงอย่างไม่สนใจ ก็ต้องการพักผ่อนเพื่อเดินทางกลับในตอนเช้า
ก่อนที่เธอจะหลับตาลง ทันใดนั้นก็มีเสียงข้อความใหม่เข้ามาอีกครั้ง
"ได้ยินว่าคุณกลับเชียงใหม่ ขับรถดีๆ นะ"
"อีตาบ้าเอ๊ย! ไม่หลับไม่นอนหรือไง รู้ได้อย่างไรกัน ว่าฉันกลับเชียงใหม่" ณัชชาพึมพำก่อนที่จะกดปิดเสียงโทรศัพท์แล้วโยนไปบนหัวเตียง
อาทิตย์ให้ความสนใจกับคน ๆ หนึ่งเป็นครั้งแรกและแทบจะไม่เปิดปากก่อน แต่อีกฝ่ายไม่เคยตอบกลับ
................................
ตั้งแต่ณัชชาได้เล่นละครเป็นนางเอกหมายเลขสองเธอได้รับค่าตอนแทนเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร จนเธอสามารถซื้อรถยนต์คันเล็กๆ ได้ และเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ยังคงรออยู่ข้างหน้าคือการซื้อบ้าน เธอคิดว่าในตอนนี้เธอสามารถเป็นเจ้าของชีวิตของเธอเองได้ โดยที่ไม่ต้องการใครมาดูแล
ในตอนนั้นเธอโชคดีมากๆ มีดารานักแสดงในวงการบันเทิงหลายคนที่เข้ามาสัมภาษณ์บทนี้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นละครเรื่องนี้ บริษัทเลือกให้โอกาสที่ดีนี้กับเธอ และซึ่งหลังที่ละครของเธออกอากาศก็จะมีงานอื่นๆ ตามมาเรื่อยๆ
การเปิดกล้องละครเรื่องใหม่ของกฤษณะกำลังจะเร่ิมต้นขึ้น เขาได้รับเลือกให้เล่นละครในบทบาทที่สำคัญมากในครั้งนี้ การถ่ายทำจะเร่ิมต้นขึ้นที่ต่างจังหวัดในสัปดาห์หน้า บริษัทเห็นว่าการถ่ายทำได้มีการวางแผนงานไว้ล่วงหน้าแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาถ่ายทำหลายเดือน จึงแจ้งให้พวกเขากลับไปเก็บของและเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายทำ
เมื่อกฤษณะกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าณัชชาอยู่ที่นั่น
เขาไม่ได้เห็นณัชชามาพักหนึ่งแล้ว กฤษณะรู้สึกว่าณัชชาผอมลงแต่ก็สวยขึ้นและดูดีขึ้นจากเดิมมาก เขารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เห็นณัชชาอยู่ที่บ้านในวันนี้จนแทบเก็บอาการไม่อยู่
"กฤษณะวันนี้คุณจะกลับมาที่บ้าน ทำไมคุณไม่โทรบอกฉันก่อนล่ะ พอดีฉันเพิ่งกลับมาถึง ไม่ได้มีอาหารเตรียมไว้เลย"
ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่พวกเขาอยู่ในบ้านด้วยกัน กฤษณะจะชอบเตรียมอาหารไว้ให้ณัชชากินบ่อยๆ เธอรู้สึกว่าเมื่อเธออยู่ที่บ้านก็ควรที่จะเป็นฝ่ายเตรียมอาหารให้เขาบ้างสักครั้งก็ยังดี
"ลืม" กฤษณะจ้องมองไปที่ใบหน้าขาวผ่องของณัชชา จากนั้นเขาก็หยิบเสื้อคลุมของเขาขึ้นมา "งั้น..เดี๋ยวฉันจะออกไปซื้อเดี๋ยวนี้เลย"
"ไม่ต้องหรอก คุณเพิ่งกลับมาถึงจะออกไปอีกเนี่ยนะ เดี๋ยวฉันสั่งอาหารเข้ามาส่งที่บ้านดีกว่า จะได้ไม่เหนื่อยมาก มีร้านอร่อยแนะนำ"
ณัชชาหันไปหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมา แล้วเปิดไปที่รายการสั่งอาหาร เธอเลือกสั่งอาหารมาสองสามอย่าง
สักพักเสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น ณัชชามองออกไปด้านนอกพบว่าเป็นพนักงานส่งอาหาร เธอกำลังจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเพื่อนำไปจ่ายค่าอาหาร
"กฤษณะยื่นธนบัตรให้เธอ ฉันขอจ่ายค่าอาหารมื้อนี้เองนะ"
"ไม่ต้อง ไม่เป็นไร ฉันเพ่ิงปิดกล้องละครนะ เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเป็นเจ้ามือเอง"
"ฉันจะเข้าไปล้างมือแล้วออกมากินข้าวด้วยกันนะ" กฤษณะยัดธนบัตรใส่มือณัชชา แล้ววิ่งไปยังห้องน้ำ
ณัชชาขมวดคิ้วอย่างปฏิเสธไม่ได้ เธอเดินออกไปรับอาหารจากพนักงาน แล้วจัดเตรียมไว้บนโต๊ะ
"ไปรวยอะไรมา? " ณัชชาเอ่ยแซวทันทีที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ
กฤษณะเดินมานั่งที่โต๊ะ หยิบช้อนขึ้นมาพร้อมที่จะตักอาหาร "ฉันได้เล่นละครเรื่องใหม่ บทดีมากและน่าจะใช้เวลาถ่ายทำหลายเดือนอยู่ รอบนี้เป็นละครพีเรียดไปถ่ายทำที่ต่างจังหวัด"
ณัชชา: "นั่นเป็นข่าวดีมากๆ "
แม้ว่าณัชชาจะซื้อรถยนต์คันเล็กๆ เป็นของขวัญให้กับตัวเองแล้วแต่เธอยังไม่มีบ้าน เธอยังไม่รู้สึกปลอดภัยเท่าไหร่ ใครจะรู้ว่าอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า
ณัชชาก้มหน้ากินอาหารอย่างไม่พูดอะไรต่อ กฤษณะไม่สามารถซ่อนความรู้สึกของเขาได้ เขารีบกลับมาที่นี่หลังจากเสร็จงานเพียงเพื่อต้องการเจอหน้าณัชชาเท่านั้น
“อืม..ก็ดีแหล่ะ แต่ใช้เวลาถ่ายทำนานไปหน่อย” เสียงของกฤษณะฟังดูสวนทาง
"มีอะไรหรือเปล่า? "
ณัชชาไม่ค่อยเข้าใจว่ามีสิ่งที่ดีมากๆ เกิดขึ้นกับเขาขนาดนี้ ทำไมกฤษณะต้องถอนหายใจเหมือนกับมีเรื่องที่หนักใจมากๆ การที่ต้องถ่ายทำเป็นเวลาหลายเดือนก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเขา ถ้าจะต้องเป็นเรื่องของการอยู่ไกลบ้าน ที่ที่เขาอาศัยอยู่ในตอนนี้ก็ไม่ใช่บ้านของเขาเอง แล้วมันเป็นเรื่องอะไร
เธอมองไปที่กฤษณะและเธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดมากและดูไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่เลย ใบหน้าของกฤษณะเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง
“คิดถึงบ้านเหรอ” เสียงอันไพเราะนุ่มนวลของณัชชาก็เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง เธอคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่กฤษณะจะมีเวลากลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมครอบครัว เขาทำงานในกรุงเทพมานานหลายปี เขาน่าจะคิดถึงบ้าน