หลังจากถูกพบตัวและผู้ที่พบจำได้ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับตน ชิงหลงก็ยังคงปากแข็งที่จะกล่าวถึงตัวเองให้พวกเขาฟังเพียงแค่เออออไปในบางส่วนก็เท่านั้น เหตุผลหนึ่งก็เพื่อไม่ให้หลินเอ๋อต้องใไปมากกว่าที่เป็อยู่ แน่นอนนางยังไม่รู้ว่าเขาเป็ใครในสายตาของนางเขาคือตาเฒ่าชิงหลง คืออาจารย์ คือคนในครอบครัวของนาง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากถูกอีกฝ่ายมองว่าโกหกหลอกลวงนาง อันที่จริงเขาไม่ได้บอกว่าตนเป็ใครจึงค่อนข้างยากที่จะกล่าวหาเขาว่าโกหกต่อนาง
“เ้าบอกว่าเป็ศิษย์ของสำนักหมู่ตึก พอดีเลย พวกข้ากำลัง้าที่จะขึ้นไปยังข้างบน”
“ท่านคงอยากไปคารวะท่านอดีตเ้าสำนักรุ่นแรกของเราสินะ”มู่จินเหมือนรู้ทางจึงได้พูดดักเอาไว้และมันก็ป็นอย่างที่นางกล่าว ถือว่าไม่เสียแรงที่ได้มาเรียนที่หมู่ตึกบัณฑิตจริงๆ ชิงหลงยกยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจ
“แล้วเ้าพาขึ้นไปได้ไหมล่ะ”ถามกลับอย่างมีชั้นเชิง
“ตัวข้าไม่ใช่เ้าสำนัก จึงไม่มีอำนาจที่จะพาใครขึ้นไปข้างบนได้ตามอำเภอใจ”นางตอบกลับ
“ถ้าเช่นนั้นก็เป็เื่น่าเสียดาย สำหรับข้าที่้าจะขึ้นไปก็เพื่อสามเหตุผล”พูดพร้อมหยิบเอาเมล็ดถั่วที่ถูกทอดแล้วจากจานขึ้นมาไว้ในมือ”เหตุผลแรกและเป็เหตุผลหลักที่มานี่ ก็เพื่อยืมใช้ห้องจิตแห่งบัณฑิต”พูดข้อแรกพร้อมวางถั่วลงบนโต๊ะท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้อง
“ถือว่าเป็ความประสงค์ที่สูงมาก”มู่จินกล่าว ก่อนที่ชิงหลงจะวางถั่วเมล็ดที่สองลง
“เหตุผลที่สอง มาขออาศัยสำนักของสหายเก่าพักค้างแรมซักระยะ ถ้าเหตุผลแรกของข้ามันบรรลุเงื่อนไขแล้วจึงจะขอไม่รบกวนทางสำนักอีกและเดินทางออกทันที”
“ในฐานะตัวแทนของสำนัก ข้าเสียใจนิดๆที่การมาคารวะท่านเ้าสำนักรุ่นแรกคือเหตุผลข้อท้ายสุด”มู่จิงกล่าว
“ข้าว่าตงตงเหลียงคงไม่โกรธข้าหรอก”ชิงหลงตอบกลับพร้อมยิ้มให้อีกฝ่ายทำเอามู่จินพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยิ้มเขิลนิดๆซึ่งเป็สิ่งที่หาดูได้ยากนอกจากต่อหน้าฟู่ถังแล้ว
“ถ้าท่านผู้เฒ่า้าจะขึ้นไปยังสำนักของเรา ข้าอาจพอจะช่วยได้”ถือวิสาสะเดินเข้ามาร่วมวงโดยไม่ขอก่อนล่วงหน้าพร้อมเสนอหนทางให้ทันที ชิงหลงเงยหน้ามองอีกฝ่ายพร้อมๆกับมู่จินและหลินเอ๋อซึ่งนั้นก็ทำเอาฟู่ถังต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
“เ้าช่วยได้เหรอบัณฑิตหนุ่ม”กล่าวถามทันทีอย่างไม่รอช้าซึ่งฟู่ถังก็พยักหน้าตอบกลับ”ยังไง”
“ข้าจะให้สหายของข้าขึ้นไปรายงานต่อท่านเ้าสำนัก ว่าคนของหุบเขาเซียนมาขอพบแล้วจากนั้นท่านก็ขึ้นไป ส่วนเื่เงื่อนไขที่ท่านกล่าวมาอาจจะต้องมีการทบทวนอีกทีจากท่านเ้าสำนักและผู้าุโทั้งแปดเพื่อตริตรอง”ฟู่ถังกล่าวตอบในขณะที่สายตาของเขาแอบมองหลินเอ๋ออยู่เป็ระยะๆเพื่อไม่ให้นางรู้ตัวหรือตื่นกลัวเขา
“ก็ดีเหมือนกัน ถ้าเช่นนั้นข้าขอรบกวนพวกเ้าก็แล้วกัน”ฟู่ถังพยักหน้ารับคำทันที
เมื่อข่าวว่าคนของหุบเขาเซียนมาขอพบมีหรือท่านเ้าสำนักหมู่ตึกจะไม่ต้อนรับ เขาส่งศิษย์เอกลงมารับถึงบันไดขั้นแรกทันทีและนั้นก็ทำให้ชิงหลงและผู้ติดตามได้ขึ้นไปยังสำนักหมู่ตึกอย่างง่ายดาย
“ขออภัยที่ข้าเสียมารยาทไม่ได้ลงไปต้อนรับท่านผู้เฒ่า”
“ไม่ต้องกล่าวเช่นนั้นก็ได้ ข้าไม่ได้โกรธเคืองอะไร”ชิงหลงตอบกลับ
“ว่าแต่ ท่านมีธุระอะไรถึงต้องลำบากเดินทางมาถึงสำนักของข้างั้นหรือ?”ชิงหลงถอดหมวกของตนออกก่อนจะหยิบเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วจึงส่งให้กับท่านเ้าสำนัก
“ห่ะ!..”เมื่อได้รับมาและได้ดูมัน จู่ๆก็เหมือนกำลังขานั้นหายไปดื้อๆทำเอาท่านเ้าสำนักทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าทันที พาให้คนภายในห้องโถงพากันใ
“ลุกขึ้น อย่าทำเช่นนี้”ชิงหลงกล่าวเบาๆพร้อมพยุงตัวท่านเ้าสำนักขึ้น
“ข้าขออภัยจริงๆ ขออภัยอย่างถึงที่สุด”
“รู้กันเพียงแค่เราสอง ข้าไม่อยากให้คนภายนอกรู้การมีตัวตนอยู่”
“ข้ารับปากท่าน”ท่านเ้าสำนักกล่าวอย่างหนักแน่น
“ท่านเ้าสำนัก ท่านผู้นี้คือ?”หนึ่งในแปดาุโประจำสำนักถามขึ้นอย่างสงสัย ทำเอาทั้งสองคนต้องมองหน้ากันก่อนที่ท่านเ้าสำนักจะหันกลับไปตอบเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก
“ท่านนี้คือผู้าุโของหุบเขาเซียน”เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกๆคนจึงประสานมือน้อมคารวะทันที ถึงชิงหลงจะรู้สึกไม่ถูกใจนักแต่เขาก็พอจะเข้าใจว่าท่านเ้าสำนัก้าให้ทุกคนไม่ดูแคลนเขา
“ท่านผู้าุโเดินทางมาไกล คงจะลำบากไม่ใช่น้อย รวมถึงผู้ติดตามของท่านอีก”กล่าวพร้อมชี้ไปยังหลินเอ๋อและเทียนเปาซึ่งกำลังอุ้มหลินเฟยอยู่
“ไม่ลำบากอะไรหรอก”
“ว่าแต่ท่านมีธุระอะไรที่นี่งั้นหรือถึงได้เดินทางมาจากหุบเขาเซียน”ชิงหลงกระแอมเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากบอกความประสงค์ของตนออกไป
“ข้าอยากขอรบกวน ใช้ห้องจิตแห่งบัณฑิตของสำนักพวกท่านจะได้หรือไม่”เมื่อได้ยินก็ทำเอาทุกๆคนยกเว้นท่านเ้าสำนักใกันยกใหญ่
“ห้องจิตแห่งบัณฑิตของสำนักเรา มีไว้สำหรับฝึกโดยพิเศษสำหรับศิษย์เอกระดับสูงสุดที่ผ่านการคัดเลือกมาเป็อย่างดี ท่านาุโก็มีฝีมือที่น่าจะไม่ธรรมดาเผลอๆอาจจะสูงกว่าพวกเราทุกคนในห้องนี้รวมกันเสียอีก ไม่ทราบว่าท่านจะ้าใช้ห้องจิตแห่งบัณฑิตเพื่อประการอะไรงั้นเหรอ”ชิงหลงยกยิ้มเป็ชั้นเชิงอีกหนก่อนจะยกมือขึ้นเป็สัญญาณให่หลินเอ๋อเดินตรงเข้ามาหาเขา
“นี่คือศิษย์ของข้า นางฝึกวิชามาได้ระยะแล้วและข้าเห็นว่านางพร้อมแล้วที่จะฝึกวิชาขึ้นสูงสุดที่ข้าสอนให้กับนาง เพียงแต่สถานที่ทั่วไปไม่สามารถใช้ฝึกได้ข้าจึงอยากขอยืมห้องจิตแห่งบัณฑิตเพื่อให้นางได้บรรลุวิชา”ทุกๆคนในห้องต่างพากันมองและประเมินหลินเอ๋อไปต่างๆนาๆทำเอานางเริ่มเกิดความกังวลและประหม่าขึ้นมานิดๆ
“ปกติแล้ว เราจะทำการคัดเลือกผู้ที่จะใช้ห้องนั้นเป็เวลาสามเดือน และทดสอบจิตใจอีกสามเดือนรวมเป็หกเดือน หากผ่านทั้งสองขั้นตอนก็จะสามารถเข้าห้องนั้นได้”ผู้าุโอีกท่านกล่าวอธิบาย
“แต่ในกรณีของท่านถือว่าพิเศษ หากท่านยืนยันกับเราว่านางพร้อม พวกเราก็พร้อมอนุญาตให้ยืมใช้ห้องนั้นได้ หากแต่ระยะเวลาอาจจะลดเหลือเพียงกึ่งหนึ่งของเวลาทั่วไปที่ใช้ฝึกกับศิษย์ของเรา”
“แค่กึ่งหนึ่งก็พอสำหรับวิชาที่นางจะฝึก”
“ถือเป็อันว่าตกลงตามนี้นะ”ท่านเ้าสำนักตัดบททันที”เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้นระยะเวลาในการฝึกจากหนึ่งเดือนลดเหลือเพียงสิบห้าวัน ในระยะเวลานี้ข้าจะให้ท่านาุโพักอยู่ที่สำนักของเราเพื่อรอให้ศิษย์ของท่านฝึกจนสำเร็จ พวกท่านเห็นว่ายังไง”ท่านเ้าสำนักเอ่ยถามขึ้น ทุกๆคนก็พยักหน้าเห็นพ้องต้องกันอย่างง่ายดาย
“ถ้าเช่นนั้น มู่จิน ฟู่ถัง ซาหลิง”ขานเรียกชื่อศิษย์เอกทั้งสามให้เข้ามาภายใน ทั้งสามจึงเดินเข้ามาพร้อมคุกเข่าลงน้อมรับคำสั่ง
“ท่านอาจารย์”
“เดี๋ยวพวกเ้าพาแขกของสำนักเราไปยังห้องพักนะ ให้พวกเขาได้พักผ่อนเตรียมตัว ท่านาุโไว้หากท่านไม่มีธุระแล้วข้าอยากจะเชิญชวนท่านมาดื่มน้ำชากันซักหน่อยในคืนนี้ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไร”
“ถ้าไม่รบกวนท่านเ้าสำนักข้าก็ยินดี”ในขณะที่ผู้ใหญ่เขาคุยกัน ฟู่ถังซึ่งลุกขึ้นยืนพร้อมคนอื่นๆเดินมาหาหลินเอ๋อที่กำลังยืนรอชิงหลงอยู่
“แม่นาง”กล่าวเรียกทำให้อีกฝ่ายหันกลับมามองและเลิกคิ้วอย่างสงสัย”อ..เอ่อ ข้าจะพาเ้าไปยังห้องพักเอง”
“อ๋อ เอ่อ... ท่านผู้... ท่านอาจารย์”เกือบหลุดเรียกคำที่ใช้เรียกปกติไปแล้ว หลินเอ๋อรีบเปลี่ยนคำเรียกทันทีทำให้ชิงหลงหันกลับมามอง”ข้าไปก่อนนะ”อีกฝ่ายพยักหน้าก่อนจะหันกลับไปคุยกับท่านเ้าสำนักต่อ
“เชิญท่านบัณฑิตนำทาง”กล่าวพร้อมผายมือ ฟู่ถังรู้สึกประหม่าเป็อย่างมาก ในอกหัวใจก็เต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่จนกลัวว่ามันจะหลุดออกมานอกกายนี้สิ
พาเดินมาจนถึงจวนรับรองซึ่งไม่ได้ใหญ่หรือเล็กมากนัก เป็จวนสำหรับรับรองแขกของทางสำนักและมันก็อยู่ในความดูแลของฟู่ถังเสียด้วย
“ที่นี่มีห้องนอนสองห้องในกรณีที่แขกมาพักที่สำนักเราเยอะ ส่วนห้องอาบน้ำจะอยู่ทางด้านหลัง”พูดอธิบายพร้อมผายมือบอกทางทว่าดวงตาทั้งสองยังคงมองนางไม่ละ
“ที่นี่สวยจัง ข้าชอบที่นี่มากๆเลยท่านแม่”แต่เมื่อได้ยินที่เทียนเปาเรียกหลินเอ๋อก็ทำเอาฟู่ถังใจหล่นวูบทันที นางมีลูกแล้ว แถมลูกของนางยังโตเป็สาวแล้วด้วย
“เทียนเปา อย่าดื้อสิพาน้องของเ้าเข้าห้องไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่ตามเข้าไป”
“งื้มๆ”ว่าแล้วก็อุ้มเ้าตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องนอนพร้อมข้าวของทันที หลินเอ๋อหันกลับมาเพื่อจะถามรายละเอียดของที่พักกับฟู่ถังแต่ก็พบว่าเขากำลังยืนตรึงอยู่
“ท่านบัณฑิต ท่านบันฑิต”
“ห่ะ ขออภัย”
“ท่านเป็อะไรงั้นเหรอ เห็นยืนเหม่อลอย”หลินเอ๋อถามขึ้น
“อ๋อเปล่า ข้าไม่ได้เป็อะไร นั้นบุตรของแม่นางเหรอ”ถามพร้อมมองไปยังห้องนอนที่เทียนเปาพึ่งจะเดินเข้าไป หลินเอ๋อพยักหน้าก่อนจะตอบ
“คนโตชื่อเทียนเปาเป็บุตรบุญธรรมของข้าเอง นางอาจจะดื้อหน่อยต้องขออภัยล่วงหน้า”พอได้ยินว่าบุตรบุญธรรมก็เล่นเอาฟู่ถังใจชื่นขึ้นมาทันที”ส่วนคนเล็กเป็บุตรแท้ๆของข้าเอง ชื่อว่าหลินเฟย”
“อืมม แล้วสามีของแม่นางล่ะ”พอเจอถามแบบนี้ก็ทำเอาหลินเอ๋อพูดอะไรไม่ออก แต่ปฏิกิริยาของนางมันบ่งบอกอย่างชัดเจนจนฟู่ถังเดาออกในทันทีว่าจะต้องไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปอยู่ไหนหรือทั้งสองยังคงสถานะเดิมอยู่หรือไม่”ขออภัยแม่นางที่ข้าถามล่วงเกินชีวิตแม่นาง”
“ม... ไม่เป็ไรท่านบัณฑิต ข้าไม่ได้โกรธท่านหรอก ส่วนเื่คำตอบข้าขอบอกเพียงข้ากับเขาเราหมดความเป็คู่ผัวตัวเมียกันไปแล้ว ส่วนสาเหตุขอเป็ส่วนตัวสำหรับข้าเพียงผู้เดียวนะ”แค่ได้ยินว่าทั้งคู่ไม่ใช่สามีภรรยากันแล้วแค่นั้นฟู่ถังก็สบายใจแล้ว
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าชื่อฟู่ถัง หากแม่นาง้าสิ่งใดก็สามารถเรียกใช้ข้าได้นะ ข้าอยู่ตึกใกล้ๆนี่เองออกไปทางซ้ายก็พบเลย”หลินเอ๋อพยักหน้าเป็เชิงรับรู้”ว่าแต่ แม่นางชื่ออะไรงั้นเหรอข้าจะได้เรียกถูก”แน่นอนว่าเขารู้อยู่แล้วว่านางชื่ออะไรเพราะได้ยินแว่วๆจากการเรียกของชิงหลง แต่เพื่อตอกย้ำความชัดเจน
“ข้าชื่อหลินเอ๋อ”
ั้แ่มาถึงจนขึ้นเขามายังสำนักได้ไหนจะคุยกับทางเ้าสำนักและได้ห้องพักก็กินเวลาไปเยอะพอควรจนตอนนี้ก็เกือบจะดึกมากแล้ว หลินเอ๋อจัดการส่งบุตรสาวทั้งสองเข้านอนก่อนจะดับไฟในจวนลง เหลือไว้แต่ทางหน้าจวนเพื่อส่องสว่างนางออกมานั่งเล่นรับลม
อากาศบนเขานี้เย็นสบายดีมากๆเลย ต่างจากที่บ้านของนางอย่างที่สุด อีกทั้งยังเห็นพระจันทร์ในยามค่ำได้ชัดเจนอีกด้วย เสียงของสายลมที่พัดผ่านทำให้หลินเอ๋อรู้สึกสบายอารมณ์มากๆ จนกระทั้งนางกลับไปคิดถึงคำถามของฟู่ถังที่ถามถึงอดีตสามีของนาง
จู่ๆความรู้สึกที่ไม่ดีก็ปรากฏพร้อมกับภาพอันแสนเลวร้ายที่เกิดขึ้นภายในคืนนั้น ยิ่งคิดนางก็ยิ่งรู้สึกแย่เอามากๆจนแทบจะหลั่นน้ำตาออกมาให้ได้แต่เพราะกลัวว่าจะมีคนผ่านมาเห็นเข้า ถึงอย่างนั้นสีหน้าของนางก็ยังคงบ่งบอกว่าเศร้าใจเอามากๆ
ฟึบบ!!....
แต่แล้วความรู้สึกของนางก็แปลเปลี่ยนไปทันที เมื่อมีบางอย่างมาปรากฏอยู่ตรงหน้าของนาง เมื่อเพ่งมองดูดีๆก็พบว่ามันคือนกกระดาษสีขาวตัวไม่เล็กมากนัก มันไม่ได้ขยับแต่กลับบินได้และเมื่อสังเกตดีๆมันลอยมาตามทิศทางของลม หลินเอ๋อใช้มือทั้งสองของนางรองรับมันเอาไว้ได้
“สวยจัง...”กล่าวพร้อมมองเ้านกกระดาษก่อนจะพบว่ามันมีตัวหนังสือปรากฏอยู่บนปีกทั้งสองข้างของมัน นางจึงเพ่งมองอีกหนก่อนจะแสดงสีหน้าออกมาว่าไม่เข้าใจ ก็นางไม่เคยเรียนหนังสือนางจะไปอ่านออกได้ยังไงว่าตัวหนังสือเขียนว่าอะไร จะไปปลุกเทียนเปามาอ่อนก็ใช่เื่เพราะนางหลับไปแล้วซ้ำนางเองก็อ่านไม่ออกเช่นกัน
“ทำยังไงดีล่ะ... ข้าอ่านหนังสือไม่ออกด้วยสิ”นางพูดกับตัวเองเบาๆ รู้สึกเสียดายที่ไม่รู้ความหมายของตัวหนังสือบนนกกระดาษตัวน้อย นางทำอะไรไม่ได้จึงต้องนั่งลงมองเ้านกกระดาษตัวน้อยบนฝ่ามือตัวเองด้วยสายตาบ่งบอกถึงความเสียดาย
ฟึบบบ!....
แต่แล้วก็มีนกกระดาษอีกตัวมาปรากฏพร้อมกับสายลมอันแสนเบาบาง หลินเอ๋อขมวดคิ้วแสดงถึงความสงสัยว่าเ้านกกระดาษตัวนี้มาได้ยังไง นางใช้มือรองรับมาก่อนจะพบว่าที่ปีกของเ้านกกระดาษตัวที่สองมีสัญลักษณ์ติดอยู่เป็ลูกศรทั้งสองฝั่ง เหมือน้าจะให้นางเปิดมันออก
ไม่รอช้า หลินเอ๋อค่อยๆแกะเ้านกกระดาษออกอย่างเบามือจนกระทั้งกางออกเป็แผ่นกระดาษได้สำเร็จ สิ่งที่นางเห็นบนแผ่นกระดาษขาวนวลก็คือภาพวาดพร้อมตัวหนังสืออีกสองบรรทัดติดอยู่ข้างๆ ภาพที่ปรากฏบนกระดาษคือภาพร่างหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่บนม้านั่งยาวหน้าจวนพัก
“ข้าเหรอ...”ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ในทันทีเพราะถึงจะเป็ภาพร่างแต่มันก็มีหลายๆสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็หลินเอ๋อ ทั้งทรงผมและชุดที่นางใส่อยู่ ไหนจะสร้อยคออีก เมื่อได้เห็นเช่นนั้นก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ก่อนจะเงยหน้ามองหาต้นทางของลมที่พัดพาเอาเ้านกกระดาษทั้งสองตัวมาส่งนาง ทว่าก็หาไม่พบไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไง นางทำได้เพียงอมยิ้มกับภาพของตัวเองก่อนจะเดินกลับเข้าจวนไป
ห่างไปไม่ไกลมากนักจากจวนของหลินเอ๋อ ผู้ที่กำลังมองนางอยู่พร้อมยิ้มอย่างมีความสุขอยู่บนหลังคาจวนของใครก็ไม่รู้เพียงแต่มันอยู่ใกล้สุดแล้วกับจวนของหลินเอ๋อ
“แต่นางอ่านหนังสือไม่ออกนี่นา แล้วนางจะเข้าใจตัวหนังสือที่ข้าเขียนให้นางได้ยังไงกัน”พูดกับตัวเองจบก่อนจะใช้ความคิดและมันก็ปรากฏขึ้นมาในหัวทันที”หากพรุ่งนี้เราสอนตัวหนังสือให้กับนาง คงจะไม่ใช่เื่ยากอย่างแน่นอน”ฟู่ถังยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ ก่อนจะลงจากหลังคาจวนแล้วรีบเดินกลับที่พักของตนเองทันที โดยความหวังที่ว่าพรุ่งนี้เขาจะสอนให้นางอ่านออกเสียก่อน อาจจะยากหน่อยแต่เขาจะพยายามทำมัน