หลังจากที่เซี่ยซูมี่พูดจบ ทุกคนต่างตาโตด้วยว่าไม่มีใครอยากจะเอ่ยถึงกฎข้อนี้สักเท่าไหร่ และไม่เคยมีใครกล้าละเมิดกฎร้ายแรงนี้เลยสักคน
“อะ เอ่อ ข้าว่าเรารีบไปซื้อของกันเถอะเ้าค่ะ หากสายกว่านี้แดดจะร้อนเอาได้นี่ก็ใกล้ยามซื่อเข้ามาแล้ว” เจียงรั่วซีเข้าใจดีว่าเซี่ยซูมี่้าขู่ แต่ไม่คิดว่านางจะขู่รุนแรงถึงเพียงนี้ สวมหมวกเขียวอย่างนั้นหรือ ทั้งๆ ที่ตนมาก่อนเด็กแก่แดดคนนี้เสียด้วยซ้ำ แต่เพราะที่บ้านของอาจื่อมีฐานะในหมู่บ้าน พ่อกับแม่จึงยอมยกให้อาจื่ออย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่ตนเองก็ไม่ได้รักใคร่อาจื่อเลยสักนิด
“อาซ้อ จู่ๆ ท่านจะคิดถึงกฎของหมู่บ้านเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ เพราะกฎบางกฎเราไม่ต้องคิดถึงมันหรอกขอรับ แต่ให้ละไว้ในฐานที่เข้าใจและทำตามก็พอ” อาจื่อพูดด้วยน้ำเสียงตลกแต่ั์ตากลับไม่ได้ตลกด้วยเลยสักนิด
“รีบไปกันเถอะ” ซ่งเวยหลงรู้ดีที่สุด จึงได้แต่ตัดบทไป จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อของเข้าบ้าน
ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เข้ามาในเมือง ตอนนี้ซ่งเวยหลงกำลังหาที่สำหรับจอดเกวียน เนื่องจากว่าบังคับเกวียนไปด้วยซื้อของไปด้วยมันไม่สะดวกเท่าไหร่ สู้สั่งเอาไว้จากนั้นก็ค่อยบังคับเกวียนมาขนเอาทีเดียวเลยเสียดีกว่า
“ข้าอยากจะไปดูเสื้อผ้าเสียหน่อยเ้าค่ะ” เจียงรั่วซีเมื่อเข้ามาในเมืองนางมักจะซื้อชุดสวยๆ กลับบ้านอยู่เสมอ อาจื่อเองก็ไม่คิดห้ามภรรยา เพราะนี่คงเป็สิ่งเดียวที่ทำให้ภรรยาของเขาอารมณ์ดีไปทั้งวัน
“ถ้าเช่นนั้นก็แยกกันตรงนี้แล้วกันเ้าค่ะ เพราะข้ากับสามีจะไปซื้อของเข้าบ้าน ยามเว่ยเราค่อยกลับมาเจอที่นี่นะเ้าคะ” เซี่ยซูมี่พูดรัวเร็ว หลังจากที่สามีหาที่รับฝากเกวียนได้แล้วนางก็รีบจูงมือสามีออกจากตรงนั้นในทันที
“นะ นี่” เจียงรั่วซีพูดไม่ทันเซี่ยซูมี่ รู้ตัวอีกทีคือทั้งสองคนเดินดุ่มๆ จากไปเสียแล้ว อีกทั้งตนยังถูกสามีฉุดมือเอาไว้ไม่ให้เดิมตามทั้งสองคนไปด้วยอีก น่าเจ็บใจยิ่งนัก
“เ้าจะเดินตามพวกเขาไปไย ไหนบอกว่าจะไปดูเสื้อผ้า รีบไปกันเถอะจะได้รีบไปซื้อของ หากได้ของไม่ครบเดี๋ยวก็โดนท่านแม่ข้าบ่นให้อีก” อาจื่อพูดกับภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ อยู่ที่บ้านเขานางไม่ต้องทำอะไรก็จริง แต่นางมักจะโดนแม่ของเขาบ่นให้อยู่เป็ประจำ เนื่องจากว่าทำอะไรไม่ค่อยเป็ ตนถึงต้องของานซ่งเวยหลงอยู่บ่อยครั้งจะได้มีเงินมาซื้อของใช้ให้ภรรยาบ้าง
“ข้าไม่เอาแล้ว ซื้อไปก็โดนท่านแม่เ้าด่า 3 วัน 7 วัน ไปซื้อของที่นางบอกก็แล้วกัน” เจียงรั่วซีะเิอารมณ์ใส่สามี จากนั้นก็พยายามเดินไล่หลังสองคนนั้นให้ทัน
ทางด้านเซี่ยซูมี่จับมือสามีออกมาถึงตรงทางแยกซึ่งเริ่มมีผู้คนเดินสวนไปมาอยู่บ้าง ตั้งใจว่าจะปล่อยมือ เนื่องจากว่ายุคนี้น่าจะไม่มีหญิงใดใจกล้าหน้าด้านจับมือชายก่อนอย่างแน่นอน
“อะ เอ่อ ปล่อยมือข้าได้แล้วเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่บอกสามี เพราะนางพยายามที่จะดึงมือออกจากสามีแล้ว แต่เขากลับกระชับมันแน่นกว่าเดิม
“เ้าเป็คนจับมือข้าไม่ใช่หรือ? คิดจะจับก็จับ คิดจะปล่อยก็ปล่อยโดยง่ายเช่นนั้นหรือ?” ซ่งเวยหลงพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก จากนั้นก็เสหน้ามองทางอื่นอย่างภูมิใจที่ได้แกล้งร่างบางตรงหน้า
“ข้าแค่อยากจะเดินหนีพี่รั่วซีนี่เ้าคะ นางชอบตามติดเราราวกับลูกไม่มีผิด” เซี่ยซูมี่ย่นหน้าพูดอย่างขัดใจเมื่อพูดถึงเจียงรั่วซี
“ข้าคิดว่าพวกเ้าเข้ากันได้ดีเสียอีก ถึงขั้นจะไปเยี่ยมพี่สาวเห็นแก่ตัวผู้นั้น” ซ่งเวยหลงบีบจมูกภรรยาเบาๆ ด้วยความรักใคร่ จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดตามกรอบหน้าที่มีเหงื่อไหลซึมออกมา นางคงจะรีบเดินมากจนเกินไป ต่างจากตนที่ขายาวกว่าเป็ไหนๆ ทำให้ใช้แรงมากกว่าตน
“ข้าเปล่าชวนเสียหน่อยเ้าค่ะ จู่ๆ นางก็พูดขึ้นมาเอง พี่สาวข้าอยู่ที่บ้านเศรษฐีหลังไหนข้าก็ยังไม่รู้เลย จะไปถูกได้อย่างไรกัน” เซี่ยซูมี่พูดความจริง เื่ที่ไม่ทราบว่าพี่สาวถูกขายให้กับเศรษฐีใด มีเพียงท่านพ่อกับท่านแม่ของนางเท่านั้นที่รู้เื่นี้
“พี่รู้ พี่ก็แค่เย้าแหย่เ้าเล่นเท่านั้น รีบไปเถอะเ้าคงจะหิวข้าวแล้ว เลยมื้อเช้ามานานพอสมควรแล้ว” ซ่งเวยหลงรู้ว่าภรรยาต้องกินข้าวตรงเวลา ไม่เช่นนั้นท้องนางจะร้องประท้วงดังเช่นที่มันกำลังส่งเสียงอยู่ในตอนนี้
“ถ้าเช่นนั้นก็รีบไปเถอะเ้าค่ะ ข้าจะเลี้ยงท่านเอง ฮ่า” เซี่ยซูมี่คิดถึงเงินก้อนตำลึงทองที่ได้มาหมาดๆ ก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีเพียงไม่กี่ตำลึงทอง แต่เชื่อว่าอีกไม่นานมันจะมีมากจนนับไม่ไหวเลยล่ะ
“ต้องเป็เ้าจ่ายอยู่แล้วเพราะเ้าเป็คนเก็บเงิน” ซ่งเวยหลงตีหน้าผากภรรยาเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว อีกทั้งยังน่าเอ็นดูในคราเดียวกัน นึกอยากจะขย้ำนางให้จมเตียงไปก็หลายหน
“ท่านพี่ข้าเจ็บนะเ้าคะ ท่านร้อนหรือเ้าคะ เหตุใดหน้าถึงแดงเพียงนี้” ทางด้านหญิงสาวที่ไม่รู้เื่ว่าสามีกำลังคิดไม่ซื่อกับตนเอง ก็รู้สึกเป็ห่วงสามีจับใจเพราะตอนนี้ทั้งหน้าและใบหูเขานั้นแดงราวกับมะเขือเทศ ช่างตัดกับผิวขาวๆ ที่มือและแขนที่มีเส้นเืขึ้นตามแขนอย่างเห็นได้ชัด มันช่างกร้าวใจยิ่งนัก
“ไปกันเถอะ เ้าเองก็หน้าแดงแล้วเช่นกัน” ซ่งเวยหลงพยายามเรียกสติตัวเองให้กลับมา จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้องสิถึงจะถูก
“อะ เอ่อ เ้าค่ะ สงสัยว่าจะร้อนจริงๆ” เซี่ยซูมี่เหงื่อไหลยิ่งกว่าเดิม แต่เป็เพราะนางจินตนาการไปเื่อย่างอื่นมากกว่าที่จะสนใจอากาศต่างหาก บรรยากาศ่ใกล้ฤดูหนาวแทบจะไม่มีแดดเลยด้วยซ้ำจะไปร้อนได้อย่างไรกัน
หลังจากที่แวะร้านอาหารข้างทาง สองสามีภรรยากินบะหมี่คนละชาม ตามด้วยหมั่นโถว เมื่อท้องตึงแล้วก็ถึงเวลาเดินย่อยสินะ เซี่ยซูมี่เดินสำรวจราคาข้าวของจากนั้นก็เลือกร้านที่ถูกและมีคุณภาพมากที่สุด
“เถ้าแก่ข้าเอาข้าว 200 ชั่ง แป้งหยาบ 100 ชั่ง แป้งละเอียด 200 ชั่งเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่สั่งเถ้าแก่
“แม่นางรอข้าสักครู่ ข้าจะให้ลูกน้องจัดการให้ท่าน” เถ้าแก่ยิ้มดีใจ เนื่องจากว่าไม่มีชาวบ้านมาซื้อข้าวเป็จำนวนมากถึงเพียงนี้มาก่อน จะมีก็แต่พวกทาสของบ้านเศรษฐีเท่านั้น
“เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่นั่งรอยังเก้าอี้ ส่วนซ่งเวยหลงนั้นยืนข้างๆ เก้าอี้ตัวที่ภรรยานั่งเพื่อบังแดดให้กับนาง
“ทำไมท่านไม่นั่งล่ะเ้าคะ?” เซี่ยซูมี่หมวดคิ้วสงสัย เนื่องจากว่าทางร้านเองก็เอาเก้าอี้มาให้เขานั่งเช่นเดียวกัน
“เ้านั่งเถอะ พี่นั่งบังคับเกวียนมานานแล้วยังเมื่อยอยู่เลย” ซ่งเวยหลงอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นไป หากจะบอกว่ากำลังยืนบังแดดให้นางอยู่ นางจะหาว่าตนวิปริตหรือไม่
“ถ้าเช่นนั้นก็ยืนก่อนก็ได้เ้าค่ะ จะได้หายเมื่อย” แต่แล้วความคิดทั้งหมดของเขาก็พังลง นางคงไม่คิดอะไรจริงๆ นั่นแหละ ไม่เห็นจะต้องคิดอะไรมากมายให้ซับซ้อนเลยด้วยซ้ำ
รอเพียงไม่นานเด็กในร้านก็จัดเตรียมของที่สั่งให้สำเร็จ เซี่ยซูมี่เสียเงินไปกับร้านนี้มากถึง 2 ตำลึงกับอีก 100 อีแปะ แต่ในเมื่อเป็สิ่งจำเป็จึงต้องจำใจจ่ายเป็สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
“นี่เ้าค่ะ ข้าขอฝากของพวกนี้ที่ร้านก่อนได้หรือไม่เ้าคะ? เมื่อข้าซื้อของเสร็จแล้วข้าจะเอาเกวียนมารับที่หน้าร้านท่าน” เซี่ยซูมี่ขออนุญาตเ้าของร้าน เนื่องจากเกรงว่ามันจะเกะกะหน้าร้านของเขา
“ตามสบายเถอะฮูหยิน หากท่านเอาเกวียนมาแล้วก็บอกเด็กๆ ที่ร้านช่วยท่านยกขึ้นเกวียน ข้าจะสั่งพวกเขาเอาไว้ให้” เถ้าแก่ชอบคนที่มีสัมมาคารวะ อีกทั้งยังมีความเกรงอกเกรงใจผู้อื่น ไม่คิดเบ่งว่าเป็ลูกค้าชั้นดีซื้อของทีละมากๆ จะทำอะไรก็ได้
“ขอบคุณเถ้าแก่เ้าค่ะ” สองสามีภรรยาเดินไปเลือกซื้อเครื่องปรุง เครื่องเทศต่างๆ เซี่ยซูมี่หมดเงินกับพวกนี้ไปอีก 1 ตำลึง เนื่องจากว่านางซื้อเกลือและน้ำตาลมามากหน่อย เป็เพราะไม่รู้ว่าทำน้ำตาลอย่างไรจึงต้องเสียเงินมหาศาลเพื่อซื้อมันมา ทั้งที่อ้อยก็มีเต็มหลังบ้านเสียด้วยซ้ำ นึกเสียดายที่ตัวเองเป็คนี้เีทำอาหาร จึงทำได้เพียงจานง่ายๆ เท่านั้น ยังมีอาหารแช่แข็งในมิติที่ยังไม่มีโอกาสเอาออกมาลิ้มลองเลยด้วยซ้ำ
“เ้า้าสิ่งใดอีกหรือไม่” ซ่งเวยหลงรู้สึกล้าเป็อย่างมาก เนื่องจากว่านางเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ อย่างไม่มีบ่นเหนื่อยเลยสักคำ ตนที่เป็บุรุษจะบ่นได้อย่างไร แม้ว่าตอนนี้เหงื่อจะออกเต็มแผ่นหลังแล้วก็ตาม เดินล่าสัตว์ในป่าไม่เห็นจะเหนื่อยถึงเพียงนี้เลย
“ไปซื้อเสื้อผ้าร้านนั้นก็ได้ ไม่อยากได้สิ่งใดแล้วเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ตอบยิ้มๆ รู้สึกสงสารคนตัวโตที่ตอนนี้น่าจะเปียกไปทั้งตัว ิญญานักช็อปเข้าสิงทำให้เดินไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด แม้ว่าจะไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านหรูๆ ที่มีห้องแอร์ แต่มันก็สามารถทดแทนกันได้ บ้างที่ได้เห็นของสายๆ งามๆ ให้พอจรรโลงใจไม่ใช่มีเพียงป่าและูเาหลังบ้าน
หลังจากที่มาถึงร้านเสื้อผ้า เซี่ยซูมี่กวักมือเรียกสามีให้เข้ามาในร้านด้วย เพราะตน้าที่จะซื้อเสื้อผ้าให้กับสามีใหม่ เขามีชุดใหม่เพียงชุดเดียวเท่านั้น นั่นก็คือชุดที่ใส่แต่งงาน จะว่าไปแล้วสามีของตนมีความพร้อมมากว่าตนเสียด้วยซ้ำ หากนึกไปถึงงานแต่งงานที่แสนเรียบง่ายนั้น
“เ้าซื้อเถอะ พี่ไม่อยากได้ชุดใหม่” ซ่งเวยหลงปฏิเสธเมื่อภรรยายกเสื้อเอื้อมมาทาบที่ตัวของเขา
“ชุดข้ามีพอแล้วเ้าค่ะ มีเพียงท่านเท่านั้นที่ยังไม่มีชุดใหม่ ไม่ต้องประหยัดมากเท่าไหร่ก็ได้เ้าค่ะ อย่าดูถูกความสามารถของตัวเองสิเ้าคะ ตราบใดที่ยังมีแรงนั่นหมายถึงว่าเรายังหาเงินได้อีกมากเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่กระซิบบอกสามี รู้ดีว่าเขาเป็คนประหยัด แต่กับเื่ของนางแล้วเขากลับไม่ปริปากบ่นสักคำ ซ้ำยังเต็มใจเสียด้วยซ้ำ
“อืม” ซ่งเวยหลงรู้สึกวูบวาบที่ข้างหู เนื่องจากว่าก้มตัวลงไปให้พอดีกับความสูงภรรยา จากนั้นนางก็เข้ามากระซิบข้างๆ หูทำให้ตนรู้สึกเสียวซ่านแปลกๆ จึงทำได้เพียงรับปากในลำคอเท่านั้น
“ดีมากเ้าค่ะ เถ้าแก่เนี้ยเ้าคะ ข้าเอาชุดนี้ แล้วก็ชุดนี้เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ซื้อชุดให้สามีไปทั้งหมด 3 ชุด รู้สึกว่าเขาใส่เสื้อผ้าสีขาวแล้วดูสะอาดตา แต่ก็ไม่ลืมในเื่ที่ว่าผู้ชายน่าจะชอบสีทึบๆ มากกว่า จึงเลือกสีดำออกครามมากกว่าสีดำทึบ อีกชุดคือสีฟ้าครามมองแล้วสบายตา เป็ความชอบของตัวเองล้วนๆ เนื่องจากสามียกหน้าที่นี้ให้กับตนแล้วเรียบร้อย
“ฮูหยินช่างเลือกเนื้อผ้า รวมไปถึงสีของชุดได้เข้ากับคุณชายท่านนี้ยิ่งนักเ้าค่ะ ทั้งหมด 900 อีแปะเ้าค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยออกมารับลูกค้าด้วยตัวเอง เนื่องจากว่าตกหลุมพรางหน้าตาของชายหนุ่มรูปงามผู้นี้
“เถ้าแก่เนี้ย ข้าอุดหนุนท่านตั้ง 3 ชุด ไม่คิดที่จะลดราคาให้ข้าหน่อยหรือเ้าคะ” เซี่ยซูมี่ิญญานักต่อราคาเข้าสิงอีกครั้ง แม้จะไม่ลดสักอีแปะก็ยังจะซื้ออยู่ดีเพราะรู้สึกถูกใจแบบและเนื้อผ้ายิ่งนัก
“ต้องบอกฮูหยินไปตามตรงว่าราคานี้พิเศษสำหรับพวกท่านแล้ว เดิมข้าขายที่ชุดละ 350 อีแปะ เนื้อผ้านี้เป็ผ้าชั้นดีจึงราคาสูง” เถ้าแก่เนี้ยพูดกับเซี่ยซูมี่ก็จริงแต่สายตากลับมองไปยังใบหน้าและแผงอกล่ำๆ ของซ่งเวยหลงแทน
“ไปร้านอื่นเถอะ” ซ่งเวยหลงรู้สึกอึดอัดกับสายตาที่ถูกโลมเลีย เลยจะชวนภรรยาออกจากตรงนี้ ด้วยว่ารู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก
“ช้าก่อนเ้าค่ะคุณชาย สำหรับท่านคนเดียวเลยนะเ้าคะ ข้าลดให้เหลือชุดละ 250 อีแปะ ท่านพอใจหรือไม่เ้าคะ?” เถ้าแก่เนี้ยอยากจะยื้อเวลาให้ชายหนุ่มอยู่นานกว่านี้จึงหาเื่เจรจา
“ตกลงเ้าค่ะ นี่เงิน 750 อีแปะ ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยมากนะเ้าคะ ข้าและสามีขอตัวก่อน” เซี่ยซูมี่จ่ายเงิน จากนั้นก็ยื่นถุงผ้าให้กับสามี ไม่ลืมเน้นย้ำคำว่าสามีดังๆ จนเถ้าแก่เนี้ยสะดุ้งและได้สติว่าตัวเองขายราคาขาดทุน แต่เสื้อผ้าสวยเหมาะสมแล้วที่จะอยู่ยังร่างของบุรุษรูปงามผู้นั้น