บทที่ 1 แผนพิการกำมะลอ
ณบ้านพักตากอากาศหรูหรา ที่จังหวัดน่าน
เสียงล้อรถเข็นบดไปกับพื้นไม้ปาร์เก้ดัง...ครืด... ครืด... เป็จังหวะที่น่าหงุดหงิดแต่มันกลับเป็เสียงที่ภาคภูมิรู้สึกภูมิใจที่สุดในตอนนี้
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาแต่่ล่างกลับถูกคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนา เขานั่งอยู่บนรถเข็นคนพิการ
ภาคภูมินั่งทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ปลีกตัวออกมาอยู่กลางหุบเขา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเ้าชู้
บัดนี้กลับปั้นหน้าเศร้าสร้อยราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ
"โธ่...พ่อภูมิของแม่ ไม่น่าเลยลูก" คุณหญิงสุรีย์เดินเข้ามาพร้อมเสียงสะอื้นเบาๆมืออวบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหัวตา
"หมอบอกว่าลูกจะต้องเดินไม่ได้ อีกนานแค่ไหนนะ?"
ภาคภูมิแอบหลบตาเล็กน้อยเขาตีบทแตกด้วยการถอนหายใจยาวเหยียด
"หมอบอกว่า...กระดูกสันหลังร้าวครับแม่ ผมคงเดินไม่ได้ไปอีกนาน หรือไม่แน่ อาจจะตลอดชีวิต"เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางตบที่ขาตัวเองอย่างไม่พอใจที่มันลงเอยอย่างนี้
"แบบนี้ผมจะไปแต่งงานกับน้องหนูของคุณแม่ได้อย่างไรแม่ยกเลิกงานแต่งไปเถอะครับ อย่าเอาชีวิตผู้หญิงดีๆมาทิ้งไว้กับคนพิการอย่างผมเลย" เขาปั้นน้ำเป็ตัวคอยมองดูว่าคุณแม่จะตอบว่าอย่างไร
เมื่อเห็นสีหน้าหนักใจและเศร้าสร้อยของแม่แล้ว‘สำเร็จ!’ ภาคภูมิคิดในใจพลางกระหยิ่มยิ้มย่อง
เขาลงทุนจัดฉากตกเขาตอนไปปีนเขาที่เชียงใหม่จ้างกู้ภัยที่เป็เพื่อนสนิทให้มารับตัวส่งโรงพยาบาลและติดสินบนหมอให้เขียนใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ขึ้นมา
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหนีผู้หญิงที่ชื่อ...ไอรัก ลูกสาวเพื่อนแม่ ที่เขาไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าแต่เธอคนนั้นถูกจับยัดเยียดให้มาเป็เ้าสาวของเขา
"แม่เสียใจจริงๆที่ลูกต้องมาเจอเื่อะไรแบบนี้..." คุณหญิงสุรีย์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็มุ่งมั่น
"แต่เพราะแบบนี้แหละแม่ยิ่งทิ้งลูกไม่ได้! ในเมื่อลูกดูแลตัวเองไม่ได้แม่เลยจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลลูกที่นี่ ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง" ภาคภูมิชะงักเมื่อได้ยินคำว่า จ้างพยาบาลพิเศษ ‘อย่างนี้ผมก็จบเห่น่ะสิ’ เขาเริ่มร้อนใจขึ้นมา
“คือว่า...มะ... แม่ครับ ไม่ต้องครับแม่ ผมอยู่คนเดียวได้"
“อยู่คนเดียวได้ที่ไหนใครจะช่วยเหลือแก อีกอย่างจะให้ไอ้เด็กที่ชื่อทิวลูกของตาสนกับยายละมัยขึ้นมาดูแลแก อย่างนั้นเกิดไอ้เด็กทิว มันทำอะไรๆ ให้แกผิดๆไป เท่ากับแกคือพิการของจริงเลยนะ”
ดูเหมือนว่าลูกชายเ้าเล่ห์แค่ไหน คุณแม่เ้าเล่ห์กว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่แน่ภาคภูมิอาจจะเล่นกลอยู่ก็เป็ได้
“ฮึก...ฮือ...” คุณหญิงสุรีย์เริ่มร้องไห้
“ทำไมร้องไห้ล่ะครับแม่”
“แกไม่ตายก็บุญแล้วแกรอดมาได้ แม่ก็ต้องเป็ห่วงสิ เอาแบบนี้ หากแกไม่อยากให้แม่จ้างนางพยาบาลแม่ก็จะเอาคนใช้มาจากกรุงเทพฯ แล้วมาอยู่กับแกที่นี่เลย”
คุณแม่เปลี่ยนแผนเขาถึงกับหน้าเหวอ หากชั่งใจระหว่างเลือกคุณแม่กับนางพยาบาลพิเศษเขาเลือกอย่างหลังดีกว่า
“ว่าอย่างไร”
“อ่า!”เขาอึกอัก
"ไม่ได้ๆแม่รู้ว่าแกน่ะไม่อยากให้แม่มาอยู่ด้วยหรอก ถ้าอย่างนั้นก็จ้างนางพยาบาลเพราะการดูแลคนป่วย ต้องหาคนที่ดูแลดีๆ ไม่ใช่มายกตัวแกผิดเพี้ยนเกิดไปซ้ำเติมเื่าแที่แกเป็ แม่ว่าจะไปกันใหญ่”
“อะ!ผมก็แล้วแต่แม่ล่ะครับ” ภาคภูมิชักท้อใจเหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรได้นางพยาบาลพิเศษดีกว่าคุณแม่ของเขาแน่ๆ
“แม่รู้จักอยู่คนหนึ่งเคยมาเฝ้าไข้แม่ อะ! คือแม่จ้างแม่หนูคนนี้นะ ตอนที่ป่วยครั้งก่อน ดูแลดีๆ เก่งมากเป็เด็กดี เรียนจบพยาบาลเกียรตินิยมมาด้วยแถมยังใจเย็นที่สุดเท่าที่แม่เคยเจอมา" คุณหญิงสุรีย์ยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย
"เธอมีหุ่นและรูปร่างดีนะแล้วชื่อก็น่ารักสมกับหน้าตาทีเดียว แม่เห็นพยาบาลคนนี้ครั้งแรก แม่ตกหลุมรักเลยแล้วพอได้อยู่ด้วยกันหลายวัน แกดูแลแม่ดีจนแม่คิดว่า โอ๊ย!จะดูแลดีกว่าลูกชายอย่างแกเสียอีก เช็ดขี้เช็ดเยี่ยว”
“แม่ครับจะเหมือนกันได้อย่างไร”
“เออ...แม่ก็เข้าใจนั่นแหละ แกเป็ผู้ชายอะนะ แต่ว่า...”
"อะไรหรือครับคุณแม่?"
“เธอคนนี้สวยนะสิแม่กลัวแกจะไปตกหลุมรักเธอ จำคำพูดของแกเอาไว้นะ แกมันคนพิการ ตราบใดที่ไม่หายห้ามจีบแม่หนูคนนี้โดยเด็ดขาด”
“ห้ามจีบ”
“ก็ใช่น่ะสิแกยิ่งมีชื่อเสียอยู่ด้วย”
“ชื่อเสียงครับแม่”
“ชื่อเสียงที่เสียๆในกรุงเทพฯ เขาลือกันจะตาย แกน่ะเป็พ่อคาสโนว่า”
“แม่เชื่อหรือครับผมยังไม่เคยพาผู้หญิงเข้าบ้าน”
“อ๋อ...แน่ล่ะสิ เพราะว่าแกเอาไปนอนที่อื่น เฮ้อ...” ถอนหายใจยืดยาว แล้วจ้องหน้าลูกชาย
“อะไรอีกละครับ”
“ดีเหมือนกันนะที่แกเป็แบบนี้”
“อ้าว!ไหงพูดอย่างนี้ล่ะแม่”
“ก็แกจะได้ไม่ไปแรดที่ไหนไง”
“อืม...เป็อย่างนี้ตลอดไปก็ดี แม่จะได้ไม่ต้องเป็ห่วงแกตลอดไป”
“แม่ครับ!”เขาเสียงหลง เหมือนกับแม่แช่ง ภาคภูมิเกือบจะเผลอถีบตัวลุกขึ้นจากรถเข็นแต่โชคดีที่เบรกอารมณ์ไว้ทัน เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ แม่ถึงกับแช่งเขาเลย
“แม่อย่าแช่งลูกชายสิครับ”
“ก็แก...”ภาคภูมิทำหน้ามุ่ย “เอาเถอะๆ ตกลงแกไม่เลือกแม่ แต่เลือกนางพยาบาลพิเศษนะ”
“ครับ”เขาลากเสียงยาวๆ ภายในใจก็คิด
‘มาเร็วเท่าไรได้ยิ่งดีเพราะว่าผมจะอาละวาดให้ยายนั่นร้องไห้ วิ่งกลับกรุงเทพฯ ไปแทบไม่ทันเลยคอยดู เหอะๆมาเถอะ มาไวๆ เลยครับ’ภาคภูมิคิดแผนเอาไว้ในใจแล้ว
เขายังไม่รู้เลยว่า...การตกปากรับคำ รับเอาพยาบาลพิเศษสาวที่ชื่อว่าไอรักเข้ามาในบ้านคือจุดเริ่มต้นที่เขาจะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล