ปรางรัศมีที่กำลังลื้อค้นตามหาสร้อยเพชรของแม่เธอในห้องนอนใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมันก็คือห้องของประภัสสรและเสกสรรค์สามีของเธอ
“จ๊ะเอ๋ หนูปราง เข้ามาทำอะไรในห้องอาจ๊ะ” เสกสรรค์ที่จู่ๆก็เปิดประตูเข้ามาโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัวจึงทำให้เธอใมาก แต่เธอก็พยายามเก็บอาการนั้นเอาไว้ และพยายามรักษาท่าทีให้ปกติที่สุด
จริงๆเสกสรรค์เห็นปรางรัศมีั้แ่ตอนที่เธอเปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นว่าหล่อนเดินเข้าไปข้างในห้องคนเดียว และเช็คว่าในบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่แล้วนอกจากเขาและเธอ หนุ่มใหญ่ที่หื่นกามอย่างเขาจึงไม่รีรอที่จะเปิดประตูเข้าไปตะครุบเหยื่อซึ่งมาให้เชือดถึงที่
“คุณอา” เธอเรียกหนุ่มใหญ่ที่ปรากฏตรงหน้าด้วยความใ “เอ่อคือ ปรางเข้ามา เข้ามาเก็บเสื้อผ้าค่ะ ปรางจะเอาไปซัก นี่ก็เก็บเสร็จแล้ว กำลังจะออกไปค่ะ” ปรางรัศมีรีบหาคำแก้ตัวหวังจะรีบออกไปให้พ้นๆจากผู้ชายคนนี้ เพราะเธอรู้ดีถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัว
“จะรีบไปไหนจ๊ะ ยังเหลือชุดบนตัวอาอีกนะ” เขาพูดพร้อมกับดึงร่างของหญิงสาวรั้งเธอเอาไว้ก่อนจะแย่งตะกร้าจากมือของปรางรัศมีและวางมันลงพื้น “วางตะกร้าลงก่อนสิจ๊ะ หนูปรางจะได้ถอดชุดของคุณอาได้”
“ชุดของคุณอา เดี๋ยวปรางค่อยมาเอาไปซักวันหลังก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา
“จะรอวันหลังทำไมล่ะจ๊ะ วันนี้แหละเหมาะที่สุด”
เขาไม่รีรอ ผลักร่างบางของหญิงสาวให้ล้มลงไปนอนบนเตียงก่อนจะตามขึ้นคร่อมบนตัวเธออย่างบ้าคลั่ง
“ปล่อยนะ ปล่อย นี่แกจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ ไอโรคจิต” หญิงสาวพยายามดิ้นขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดของเธอก็ไม่สามารถสู้แรงหนุ่มใหญ่อย่างเขาได้
“โอโห ที่แท้หลานของอาก็ปากดีอย่างนี้นี่เอง ด่าอีก ด่าเยอะๆ ดิ้นแรงๆ พยศอย่างนี้อาชอบ” หนุ่มใหญ่พูดอย่างได้ใจ สายตากำหนัดมองจ้องเรือนร่างของหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย
จู่ๆมือของปรางรัศมีที่ต่อต้านในตอนแรกก็อ่อนลงเปลี่ยนเป็ลูปไล้ไปบนแผ่นหลังแข็งกระด้างช้าๆ สร้างความประหลาดใจให้กับชายบนร่าง
“หนูปราง ทำไม…” เขาถามสงสัย หัวคิ้วเข้มขมวดชนกันอย่างงุนงง
“ที่จริงปรางชอบคุณอามานานแล้วค่ะ แต่ไม่คิดว่าคุณอาเองก็คิดเหมือนกัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอันยั่วยวน “ปรางไม่ชอบเป็ฝ่ายรับ ปกติแล้วปรางชอบรุกมากกว่าอ่ะค่ะคุณอา”
“งั้นก็จัดมาเลยหนูปราง” หนุ่มใหญ่พูดตอบอย่างหื่นกาม
สิ้นเสียงของผู้ชายตัวโต หญิงสาวก็กระทุ้งเข่าของตนเข้าที่หว่างขาของชายหนุ่ม เน้น่ใจกลางความเป็ชายแรงเป็พิเศษ เรียกเสียงร้องโอดครวญเ็ปทรมานจากเขาได้อย่างไม่ขาดสาย
“โอ๊ย ยัยเด็กบ้า” ร่างกำยำงอตัวใช้มือของตนกอบกุมโลกทั้งใบของเขาเอาไว้เพื่อปลอบโยนมัน
ได้ทีหญิงสาวจึงรีบลุกขึ้นและเตรียมจะวิ่งหนี แต่พลันเรียวเท้าบางก็ถูกแขนแข็งแกร่งจับรั้งเอาไว้ไม่ให้เธอหนีไปได้
เมื่อเห็นว่าตนถูกพันธนาการ ปรางรัศมีจึงหยิบโคมไฟตั้งโต๊ะที่หัวเตียงใช้ฟาดไปบนศีรษะของหนุ่มใหญ่เพื่อช่วยให้ตนหลุดพ้นออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้ให้ได้
“โอ๊ย!!ยัยเด็กบ้า” เขายกมือขึ้นจับไปที่ศีรษะซึ่งบัดนี้มีเืไหลออกมาซิบๆด้วยความเ็ป
เมื่อเห็นว่าตนเป็อิสระแล้ว หญิงสาวจึงรีบลุกวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้น แต่พลันประตูห้องนอนก็ถูกเปิดเข้ามา
“เอะอะเสียงดังอะไรกัน ร้องอย่างกะมีใครจะตาย” เสียงคุณผู้หญิงของบ้านอย่างประภัสสรดังขึ้นด้วยความรำคาญ พร้อมๆกับร่างของเธอที่ผลักดันประตูเข้ามา “ว้าย! คุณเสกสรรค์” เธอร้องด้วยความใ เมื่อเห็นสภาพของชายผู้เป็สามีซึ่งมีเือาบบนศีรษะ
“เกิดอะไรขึ้นคะ” เธอรีบรุดเข้าไปหาผู้เป็สามีและถามด้วยความเป็ห่วง
“นังเด็กบ้านั่นมันทำฉัน” เขาฟ้องผู้เป็ภรรยาอย่างคาดโทษ
พลันสายตาของประภัสสรก็หันมามองจ้องหลานนอกไส้อย่างเอาเื่
“นังปราง”
“คุณน้าคะ คือคุณอาเขาจะข่มขืนปราง”
สิ้นสุดคำพูดของหญิงสาว สาวใหญ่อย่างประภัสสรก็เดินมาตบหน้าเธออย่างแรงด้วยความโกรธเคือง
“นังหน้าด้าน ที่นี่มันห้องฉัน คุณเสกสรรค์เขาจะข่มขืนเธอได้ยังไง ถ้าเธอไม่ขึ้นมาอ่อยเขาถึงบนนี้” หล่อนก่นด่าหญิงสาวด้วยความโกรธเคือง โดยไม่สนใจฟังความเธอเลย “ฉันเคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้ามาในห้องฉัน ออกไปเลย อย่าให้ฉันเห็นอีกนะว่าแกเข้ามาอ่อยผัวฉันถึงในห้องนี้อีก” เธอชี้นิ้วไล่ปรางรัศมีออกไปให้พ้นจากห้องนอนของตน
หญิงสาวจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาเปิดประตูออกไป
“ยัยป้าบ้าค..ยเอ้ย สักวันเถอะแกจะเสียใจ ที่เอางูพิษอย่างไอ้เสกสรรค์มาเลี้ยงไว้” เธอบ่นเบาๆกับตนเองอย่างเจ็บใจ แต่พลันหูก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างคู่สามีภรรยาในห้อง เธอจึงแอบยืนเงียบๆเงี่ยหูฟังอยู่หน้าประตู
“ฉันรู้นะว่าแกทำอะไรยัยเด็กนั่น แต่ที่ฉันไม่ด่าแกต่อหน้ามัน เพราะฉันรักษาหน้าของฉันเอาไว้ ทีหลังก็อย่าให้มันเข้ามาในห้องนี้อีก แกก็รู้ในห้องนี้มีความลับเต็มไปหมด ถ้ามันเกิดสงสัยเื่การตายของพ่อกับแม่มันขึ้นมาแล้วก็งานจะเข้าเรา”
“ความลับ ความลับอะไร” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย
“นังปราง นี่แกมายืนทำอะไรหน้าห้องแม่ฉันเนี่ย” ป่านแก้วที่เดินมาพอดีเลยถามขึ้นสร้างความใให้กับหญิงสาวที่ถูกทัก และคนสองคนที่กำลังคุยกันอยู่ในห้องให้เงียบเสียงลง
“ปรางมาเอาเสื้อผ้าไปซักค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยสีหน้าอันไร้เดียงสา
“แล้วแกเห็นแม่ฉันไหม” เธอถามพี่สาวต่างสายเื
“อยู่ในห้องค่ะ” ปรางรัศมีตอบ
“จะไปไหนก็ไปไป” เธอกวักมือไล่หญิงสาวให้ไปพ้นๆก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไปข้างใน ้าจะคุยกับผู้เป็แม่
“มีอะไรยัยป่าน” ประภัสสรถามลูกสาวเมื่อเห็นว่าหล่อนมาหาตน
“คุณคีรินทร์มาแล้วค่ะคุณแม่ ป่านเรียกหาใครก็ไม่มีใครตอบ ป่านก็เลยต้องเดินขึ้นมาบอกคุณแม่เองนั่นแหละค่ะ” เธอตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“แล้วคุณคีรินทร์เป็ยังไงบ้างลูก ตัวจริงเขาหล่อเหมือนกับคำที่ร่ำลือไหม ถ้าลูกอยากจะเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะ” ผู้เป็แม่พูดด้วยความตื่นเต้น
“ป่านไม่เปลี่ยนใจค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น “คุณคีรินทร์เขาก็หล่อนะคะ หล่อสมคำร่ำลือ แต่…คุณแม่ไปดูเองเถอะค่ะ” เธอพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินนำผู้เป็แม่ลงมา
ประภัสสรจึงต้องรีบเดินตามลงมาเพื่อต้อนรับแขกในฐานะเ้าบ้าน แต่ก่อนจะลงไปเธอก็ไม่ลืมสั่งให้ผู้เป็สามีไปทำแผลบนศรีษะของเขา
“ไปโรงพยาบาลเองนะ หาเื่เจ็บตัวเอง” เธอพูดก่อนจะเดินตามลูกสาวลงไปข้างล่าง
“ห่วงฉันจริงๆคนบ้านนี้” เขาพูดแกมประชดประชัน ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากที่นอนอย่างทุลักทุเล “ยัยบ้าเอ้ย!!!” พร้อมบ่นกับตัวเองอย่างเจ็บใจ