‘ รวดเร็วมาก เร็วมากกว่าสัตว์อสูรที่ข้าเคยเจอเสียอีก ’ หลินเฟิงตกตะลึงมากเหมือนกับคนอื่น ที่มาชมการประลอง เขาตกตะลึงกับความเร็วของหลินอี้หาน
[ ย่างก้าวไร้เงา ]
พึบบบ!!
หลินเฟิงที่ได้เห็นความเร็วของหลินอี้หานก็รีบใช้วรยุทธ์ท่าร่างทันที และด้วยการใช้ [ ท่าย่างไร้เงา ] แบบเต็มที่นั้นทำให้เขาสามารถหลบการโจมตีของหลินอี้หานได้อย่างฉิวเฉียด
“[ ย่างก้าวไร้เงา ] ขั้น 3 รึ ไม่เลวนี้”หลินอี้หานไม่ได้โจมตีต่อ และกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ
สำหรับหลินเฟิงที่มีเวลาไม่ถึงปีในการฝึก แต่สำเร็จขั้น 3 นั้น มันค่อนข้างน่าประหลาดใจอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าการประลองก่อนหน้าหลินเฟิงจะใช้ย่างก้าวไร้เงา แต่นั้นไม่ใช่ ทั้งหมดที่หลินเฟิงปล่อยออกมา ถึงแม้ว่าหลินอี้หานคิดว่าหลินเฟิงอาจจะสำเร็จขั้น 3 แล้ว แต่พอเจอจริงๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจกับหลินเฟิง
หลินอี้หานถึงขั้นคิดว่าหลินเฟิงเป็สัตว์ประหลาดเสียอีก เพราะ [ ย่างก้าวไร้เงา ] ไม่ใช่วรยุทธ์เดียวที่หลินเฟิงฝึกเสียหน่อย นี้หมายความว่าหลินเฟิงไม่เวลาเพียงไม่กี่เดือนด้วยซ้ำ หากให้เวลาหลินเฟิงฝึกฝนอีกสัก 1 ปี คงไล่ตจามทันเขากระทั้งแซงหน้าเขาด้วยกระมั้ง
ณ ที่นั่งชมการประลองบริเวณบุคคลสำคัญ
“อืม เ้าหนูน้อยเขาเรานี้ช่างมีพร์ในการฝึกฝนวรยุทธ์เสียจริง”เซี่ยคงกล่าวด้วยความประหลาดใจขณะมองดูการประลองของหลินเฟิงกับหลินอี้หาน
“อีกเพียงไม่กี่ปี เฟิงเอ๋อร์คงก้าวข้ามพวกเราไปแน่นอน” หลินหยางพูดหลางถอนหายใจ
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ท่านพ่อ” หลินเทียนกล่าวเสริม
ทุกคนนั้นยินดีกับหลินเฟิง พวกเขานั้นภูมิใจกับหลินเฟิงมากๆ แต่แน่นอนว่ามีบุคคลหนึ่งที่ไม่ยินดีกับเื่ของหลินเฟิง แถมยิ่งมายิ่งหน้าตาบูดเบี้ยว ราวกับอยากจะฆ่าใครสักคนหนึ่ง นั่นคือ หลินเย่ พ่อของหลินฮุยนั้นเอง
‘ ข้าไม่สามารถปล่อยมันไปได้ ’ หลินเย่คิดในใจ ขณะที่สายตาเ็าพร้อมปล่อยจิดสังหารออกมา
ขณะที่ทุกคนนั้นคิดเรื่่องราวต่างๆอยู่ การประลองก็ยังดำเนินต่อไป
หลังจากที่หลินอี้หานประหลาดใจไปสักพัก เขาก็เริ่มลุกต่อ เพียงแต่ว่าคราวนี้เขาเพิ่มความเร็วเป็ความเร็วสูงสุดโดยไม่ใช้วรยุทธืท่าร่าง และโจมตีใส่หลินเฟิงเช่นเดิมเมื่อถึงตัวหลินเฟิง เพียงแต่หลินเฟิงนั้นสามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียดเช่นเดิม
เื่ราวประมาณนี้ดำเนินต่อไปอย่างน้อยก็สิบกระบวนท่า หลินอี้หานจึงหยุดโจมตีหลินเฟิง แล้วมองหลินเฟิงด้วยความประหลาดใจที่มากกว่าเดิมเสียอีก ที่หลินเฟิงสามารถหลบการโจมตีของเขาได้ ไม่ใช่เพราะหลินเฟิงมีความเร็วเหนือกว่าเขาหรือเท่ากับเขา ความเร็วของหลินเฟิงนั่นด้อยกว่าของหลินอี้หานอยู่หลายส่วน
หากการโจมตีรอบแรกของหลินอี้หานที่ใช้ความเร็วเต็มที่โดยปราศจากการใช้วรยุทธืท่าร่างนั้นเป็การบังเอิญ แล้วรอบ 2,3,4,..., เล่าเป็อันใด นี้แสดงให้เห็นว่า ทั้งสัญชาตญาณ และความเร็วในการตอบสนองของหลินเฟิงจะต้องดีมากๆ ถึงสามารถหลบได้เช่นนี้
“เ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆ ที่สามารถหลบการโจมตีจากข้าได้มากขนาดนี้” หลินอี้หานกล่าวด้วยสายตาที่ลุกวาว ราวกับได้เจอสมบัติ
แน่นอนว่าที่เป็เช่นนี้เพราะเขาไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่อายุไล่เลี่ยกับเขาแล้วจะเก่งกาจขนาดนี้มาก่อน ยังไม่นับรวมที่ระดับพลังด้วยกว่าเขาอยู่ 3 ขั้นอีก แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาตื่นเต้นราวกับเจอสมบัติได้อย่างไร หากเป็คนอื่นอาจจะท้อในการฝึก แต่กับเขานั่นไม่ เขาราวกับได้เจอแรงกดดันอันมหาศาลในการฝึกฝนตนเอง
แฮกๆ!!
หลินเฟิงไม่ได้ตอบกลับหลินอี้หาน เขาใช้โอกาสนี้พักหายใจ และผ่อนคลายความตึงเครียดจากการหลับการโจมตีของหลินอี้หาน แม้ว่าภายนอกเขาจะหลบได้เหมือนกับงาย แต่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้ว่าการจะหลบการโจมตีของหลินอี้หานนั้นยากเพียงใด
ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่มีความเร็วเหนือกว่าเลย แต่ลำพังการโจมตีอย่างเดียวก็เฉียบคมมากแล้ว และเมื่อรวมกับความเร็ว มันก็จะยิ่งทวีความยากในการหลบเข้าไปอีก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้หลินเฟิงตึงเครียดได้อย่างไร
ดังนั้นความกดดันที่หลินเฟิงได้รับจากหลินอี้หานนั้น มีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่สามารถรับผู้ได้ จะมีก็เพียงไม่กี่คนที่เจนจัดประสบการณ์การต่อสู้มาเท่านั้น ถึงจะมองสภาพของหลินเฟิงออก แน่นอนว่าหลินเทียน หลินหยาง เซี่ยคงนั้นย่อมมองออกอย่างแน่นอน
“เรามาเริ่มกันต่อเลยดีกว่า ” หลินอี้หานกล่าว
[ ดุจสายลม ]
พึบบบ!!
เมื่อกล่าวเสร็จหลินอี้หานก็พุ่งเข้าหาหลินเฟิงอย่างรวดเร็ว และครั้งนี้ต่างจากเดิมคือหลินอี้หานใช้วรยุทธ์ท่าร่างแล้วด้วย ดังนั้นความเร็วที่หลินอี้หานทำได้ย่อมมากกว่าเมื่อก่อนหน้า อย่างน้อย 1 เท่าของความเร็วสูงสุดตอนไม่ได้ใช้วรยุทธ์ท่าร่าง
วรยุทธ์ [ ดุจสายลม ] นั่นเป็วรยุทธ์ท่าร่างพื้นฐานระดับสูง มันมีทั้งหมด 8 ขั้น ถึงแม้จะด้อยกว่า [ ย่างก้าวไร้เงา ] แต่ก็ด้อยกว่ากันไม่มากนัก และฝึกฝนยากเช่นกัน หลินอี้หานไม่เคยฝึกฝน [ ย่างก้าวไร้เงา ]แต่เขาที่ได้ฝึกฝน [ ดุจสายลม ] เขาก็เข้าใจได้อย่างชัดเจนกว่า [ ย่างด้าวไร้เงา ] นั้นจะยากเข็ญเพียงใด เพราะความยากของทั้งสองวรยุทธ์นั้นต่างกันหลายเท่าตัวนัก ถึงจะด้อยกว่ากันไม่มาก แต่ด้อยกว่าก็คือด้อยกว่าอยู่ดี
“อึก!!” หลินเฟิงที่เห็นเช่นนั้นก็ต้องวิตกกังวลเข้าไปใหญ่
เพราะความเร็วของหลินอี้หานอี้ตอนก่อนหน้านี้ เขาก็แทบจะตามไม่ทันแล้ว ที่เขายังคงหลบได้อยู่นั่นก็ด้วยประสบการณืที่ไปฝึกฝนในป่าหลังตระกูล แต่ครั้งนี้ หลินอี้หานใช้วรยุทธ์ท่าร่าง ความเร็วย่อมต้องเพิ่ม แล้วเขาจะตามความเร็วของหลินอี้หานทันได้อย่างไร ต่อให้เขาจะมีประสบการณ์ แต่หากตามความเร็วไม่ทัน และคาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ไม่ได้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหลบการโจมตีของหลินอี้หานได้เลย
‘ ข้ามาได้เพียงเท่านี้งั้นรึ ’ หลินเฟิงคิดในใจ
หากเป็คนอื่น พวกเขาจะยอมแพ้ตั้งนานแล้ว หลินเฟิงไม่ได้หวังจะชนะหลินอี้หาน เขาเพียง้าแรงกดดันจากหลินอี้หานเพื่อที่จะกระตุ้นศักยภาพซ้อนเร้นของตัวเองออกมา เพื่อที่จะได้พัฒนาวรยุทธ์ที่ฝึกฝน พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์การต่อสู้จากหลินอี้หาน เขาจึงทาได้มาจนถึงตอนนี้ และการที่หลินอี้หานเอาจริงขึ้นอีก เขาเองก็ไม่อยากยอมแพ้ เพียงแต่เขาตามความเร็วไม่ทัน เขาก็รรู้สึกว่าไม่มีสิ่งที่เขาสามารถทำได้อีกแล้ว