ตอนที่ 20
แก๊งเสือดำในตอนนี้อยู่ในสภาวะวิกฤตพื้นที่ในเขตของตัวเองมีคนมากมายจากกองกำลังอื่นพากันรุกล้ำเข้ามา ถ้าเป็ในเวลาอื่นพวกเขาคงตอบโต้ไปแล้วเพียงแต่ในตอนนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าสภาพแก๊งตอนนี้นั้นไม่เหมาะสมไปสู้กับคนอื่นเลยสักนิด
หู่ซื่อ ก็ถือเป็คนระดับแกนนำของแก๊งเขารู้สถานการณ์ดีมากกว่าคนทั่วไป ต้าเจิงาเ็นั้นมีเพียงน้อยคนในแก๊งที่รู้บางคนยังแค่เข้าใจว่าาแต่อสู้เล็กๆน้อยๆขอเพียงต้าเจิงหัวหน้าของพวกเขาลุกยืนขึ้นมาใหม่พวกเขาก็จะสามารถเอาชนะศัตรูทั้งหมดได้
" พี่หู่...หัวหน้าาเ็หนักจริงๆอย่างนั้นหรอ "
ภายในแก๊งก็มีฝ่ายแบ่งแยกออกไป ฝ่ายของหู่ซือเองก็ถือว่ามีอำนาจไม่เป็รองใครมีลูกน้องหลายคนที่สนิทกับเขารวมถึงบางคนในแก๊งที่แม้จะไม่ใช่คนของเขาโดยตรงก็เริ่มมาติดต่อด้วย
" พูดกับพวกนายตามตรงเลยนะ...ตอนที่หัวหน้าไปสู้กับคนนอกเมืองนั้นฉันคัดค้านหัวชนฝ่าแล้ว พวกเราเป็นักเลง ! ไม่ใช่ผู้ผดุงความยุติธรรมถ้าเกิดอยากเล่นบทบาทนั้นทำไมไม่ไปเป็ตำรวจล่ะ ? เขาพาพี่น้องของพวกเราไปต่อสู้แม้ว่าเขาจะเก่งกาจจนขับไล่คนพวกนั้นได้แต่พวกเราได้อะไรกลับมางั้นหรอ ?
พื้นที่ ธุรกิจ อาณาเขต เงิน ? ไม่มีอะไรเลยสักอย่างจากการต่อสู้ครั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้นหัวหน้ายังถูกแทงเข้าไปที่หน้าท้องอาการสาหัสจนต้องซ่อนตัวไปสักระยะ ไม่อย่างนั้นพวกนายลองนึกดูถึงนิสัยบ้าระห่ำของหัวหน้ามีคนมาเหยียบหน้าถึงถิ่นถ้าไม่าเ็หนักเขาจะทนดูเฉยๆได้ยังไง "
" พี่หู่...พูดเหมือนว่าพี่ไม่พอใจหัวหน้า "
" ก็ต้องไม่พอใจอยู่แล้วนะสิ ฉันอยู่กับเขาั้แ่สร้างแก๊งแรกๆ แม้จะไม่ใช่คนตัวตั้งตัวตีเริ่มต้นขึ้นมาแต่ภายในแก๊งก็มีคนเข้าร่วมกับเขาก่อนฉันไม่มาก ยิ่งไปกว่านั้นก็คือผลงานเงินส่วนใหญ่ก็มาจากฉันที่เริ่มต้นทำธุรกิจแต่ก็ยังถูกเขาห้ามปรามตั้งหลายครั้ง ฉันขัดแข้งขัดขากับเขามาเยอะแล้วแต่ก็ลองคิดดูถ้าพวกนายไม่ทำธุรกิจ ไม่ทำเงินจะเลี้ยงคนในแก๊งยังไง
หัวหน้าถนัดแต่ใช้ถ้อยคำสวยหรู แต่ว่ามันนำไปใช้จริงไม่ได้เลย ของผิดกฏหมายงั้นหรอ ? พวกเราเป็นักเลงั้แ่แรกก็เป็พวกผิดกฏหมายอยู่แล้ว ถ้าอยากจะทำความดีทำไมถึงยังจะเป็นักเลงอยู่อีกล่ะ มองดูแก๊งอื่นๆสิคนของตระกูลโจวแม้แต่คนขับรถของหัวหน้าแก๊งพวกเขายังสวมชุดสูทแว่นดำที่ดูเท่เหมือนกับในหนัง แต่พวกนายล่ะ ? แม้แต่เงินจะไปเลี้ยงครอบครัวยังแทบไม่มี
เหอะๆ แต่พวกนายก็ยังยิ้มและหัวเราะกับอุดมการณ์ของหัวหน้า ! "
" พะ...พี่หู่หรือว่าพี่... "
" ฉันไม่คิดทรยศแต่ฉันไม่คิดตายไปแบบคนโง่กับเขา ฉันเคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่าการสู้กับคนภายนอกจะทำให้พวกเราอ่อนแอและถูกโจมตีแต่เขาฟังฉันไหม ? ดังนั้นในตอนนี้ฉันจะพาคนที่ติดตามฉันแยกตัวออกไป พวกเขายังมีครอบครัวพี่น้องต้องดูแลขอโทษด้วยที่ไม่สะดวกจะสู้กับวีรบุรุษอย่างพวกนาย "
หู่ซือพูดพลางเหลือบมองโน้ตกระดาษในมือไปพลางๆ หลังจากพูดจบก็มีหลายเสียงพึมพำเศร้าสลดแต่เขากลับไม่สนใจและไปอีกห้องหนึ่งเพื่อโทรศัพท์
...
" คุณชายหลี่ครับ...ผมพูดตามบทที่คุณชายให้ไวเรียบร้อยแล้วครับ พวกเขามีท่าทีลังเลกันหลายคนแต่ว่าถ้าเป็แบบนี้ต้าเจิงก็น่าจะรู้ข่าว "
ใช่แล้วหู่ซือได้รับบทเขียนสุนทรพจน์เมื่อครู่จากหลี่เทียนเอง ถ้าด้วยนิสัยของหู่ซือเขาจะต้องเตรียมซ่อนคนและไปแทงข้างหลังต้าเจิงอย่างลับๆ
แต่ว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นล่ะ ต้าเจิงคนนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติผู้นำแก๊งใต้ดินเลยเขาอาจเป็ตำรวจที่ดี เป็ผู้ผดุงความยุติธรรมที่ไม่เลวแต่สำหรับหัวหน้าแก๊งใต้ดินนั้นเขาเป็ได้แค่ในนิยายที่ตัวเอกเฉินเฟิงดำเนินเื่เท่านั้นแหละ
" ไม่เป็ไรต่อให้เขารู้คนหัวทึบแบบเขาจะทำอะไรได้... ฉันจะให้เงินนายหลังจากนั้นก็เอาเป็ช่วยรักษาคนในแก๊งที่าเ็เข้าใจใช่ไหมว่าต้องทำยังไงต่อ ? ".
" ครับ..ครับ หลังจากนั้นผมก็จะชวนพวกเขาแยกตัวออกมา ถึงตอนนั้นแม้ต้าเจิงจะพยายามพูดแต่เขาพูดเป็แต่คำขวานผ่าซากไม่มีทางเกลี่ยกล่อมใจคนได้เลย "
" ดีแล้วไปจัดการแล้วก็เอาที่อยู่ของต้าเจิงคนนั้นมาให้ฉัน "
" ได้ครับ "
หู่ซือหลังจากวางสายก็รู้สึกโล่งอก !
คนที่เขาคุยด้วยเป็ใคร คุณชายอันดับหนึ่งจากเมืองหลวงโดยตรงแม้หลี่เทียนจะมีชื่อเสียงไม่ดีแต่ทั้งหมดทั้งปวงไม่สู้การพบเจอรับรู้ด้วยตัวเองกลอุบายวาจาแบบนี้เป็ไปได้หรอที่คุณชายไม่เอาไหนจะคิดทำขึ้นมา
หันกลับไปแง้มประตูเปิดดูห้องประชุมจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครลุกจากไป ถ้าเกิดเป็หู่ซือเขาอาจพูดว่าไม่พอใจในตัวของต้าเจิงและขอแยกตัวไม่ได้มีเหตุผลมากมายขนาดนี้เลย
" รอจนคนในแก๊งได้รู้ว่าฉันเอาเงินไปช่วยรักษาคนที่าเ็จะเหลือสักกี่คนที่เข้าข้างต้าเจิง "
....
หลังจากวางแผนเล็กๆน้อยๆหลี่เทียนกระดกแก้วไวน์มองดูพระจันทร์ส่องในวิลล่าของตัวเองอย่างอารมณ์ดี แต่ว่าในตอนนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมีคนไม่มากที่กล้าโทรหาเขาพ่อ แม่ ผู้จัดการเจียง แต่ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เื่รีบร้อนพวกเขาจะไม่โทรมาในเวลาดึก
' หม่าเว่ยเฉา ? '
" อะ..อ่า...คุณชายขอโทษที่รบกวนเวลาดึกครับ "
" ไม่เป็ไรนายมีเื่เร่งด่วนงั้นหรอ "
" คือว่าในตอนนี้แผนงานที่เฉินเฟิงมอบหมายให้กับพบคืบหน้าไปแล้วส่วนใหญ่ แต่ว่าบริษัทของพวกเราบังเอิญได้รับการติดต่อร่วมมือกันสร้างเส้นทางธุรกิจสู่เมืองข้างเคียงครับ บริษัทของพวกเราเป็บริษัทใหม่แต่ว่ามีอัตราการพัฒนาที่ดี และอีกบริษัทหนึ่งก็มีชื่อเสียงไม่นานถ้าเกิดว่าร่วมมือกันบุกเบิกที่เมืองอื่นคิดว่าจะเป็การเสริมชื่อเสียงซึ่งกันและกัน "
" บริษัทของหลิวเมิงหยวนใช่ไหม ? "
.อ๊ะ...คุณชายรู้แล้วหรอครับ "
หลี่เทียนกระดิกเท้าลูบคางครุ่นคิดอย่างสนุกสนาน
" เฉินเฟิงบอกให้นายร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนหลิวเมิงหยวนงั้นสินะ ? "
" ใช่ครับ แต่ว่าหลิวเมิงหยวนคนนี้กับคุณชาย... "
" ไม่เป็ไรทำไปตามนั้น แต่นายต้องไปตั้งเงื่อนไขกับบริษัทของหลิวเมิงหยวนว่าการเดินทางไปคุยธุรกิจต่างเมืองครั้งนี้หลิวเมิงหยวนจะต้องไปด้วย "
" อะ..เอ่อ..เงื่อนไขนี้เฉินเฟิงได้บอกกับผมเอาไว้เหมือนกันครับ "
หึ...ไม่น่าแปลกใจเลย เฉินเฟิงจะใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือและแสดงตัวตนที่น่าสงสัยให้กับหลิวเมิงหยวนได้รู้ ใช่แล้วตัวเอกคนนี้ยังแสดงบทบาทบอส ' ลับ ' ของบริษัทดาวรุ่งต่อไป เขาอาจคิดว่าตัวตนที่ลึกลับจะทำให้นางเอกรู้สึกน่าค้นหาอย่างนั้นหรอ ?
ไม่มีทาง !
' ในตอนที่นายแสดงตัวคล้ายว่าจะเป็บอสของบริษัท...แต่หลิวเมิงหยวนกลับรู้ว่าบริษัทดาวรุ่งนี้เป็ของฉัน '
แค่คิดฉากนี้หลี่เทียนก็หัวเราะอย่างไม่อาจหยุดได้แล้ว ปลายสายหม่าเว่ยเฉายังคงเงียบเขาไม่กล้าขัดอารมณ์ของหลี่เทียนแม้แต่น้อยอีกทั้งเขายังนับถือการวางแผนของหลี่เทียนด้วย
" ยังไม่ใช่แค่นั้นกำหนดชื่อของหัวหน้าแผนกฝ่ายการตลาด จูเหยียนถิง ไปด้วย "
จูเหยียนถิง จูเหยียนถิง หม่าเว่ยเฉาพึมพำท่องในใจเพื่อไม่ให้ผิดพลาด เฉินเฟิงระบุตัวหลิวเมิงหยวนเห็นได้ชัดว่ามีเจตนาแฝง คุณชายหลี่ระบุหลิวเมิงหยวนเหมือนกันแต่ว่ายังเพิ่มหัวหน้าแผนกอีกคนในบริษัทเข้ามา หม่าเว่ยเฉาไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีคุณชายคนนี้เล่นกับประธานบริษัทหญิงที่ดุจจักรพรรดินีไม่พอแต่ยังเล่นกับพนักงานของเธอด้วย
" ได้ครับ...ถ้าเธอเป็หัวหน้าแผนกฝ่ายการตลาดก็ไม่น่ามีปัญหาและข้อสงสัย คุณชายมีเื่ให้ผมทำอีกไหมครับ "
" นายรู้เื่แก๊งใต้ดินที่กำลังสู้กันอยู่ในเวลานี้ไหม ? "
" พอจะได้ยินมาบ้างครับคนทำธุรกิจอย่างพวกเราก็ต้องดูลู่ทางใต้ดินเอาไว้เหมือนกัน แต่จะไปสนิทใกล้ชิดมากขนาดนั้นก็ไม่เหมาะไม่อย่างนั้นทางส่วนกลางจะจ้องเล่นงานจับผิด หรือว่าคุณชายมีแผนอะไรบ้างอย่างหรอครับ "
หลี่เทียนเคาะนิ้วรวบรวมความคิดสักระยะหนึ่ง หม่าเว่ยเฉาก็รออย่างใจเย็น
" เขตพื้นที่ต่อสู้กันระหว่างแก๊งคงขยายเป็วงกว้างและคงมีธุรกิจบางแห่งที่คิดย้ายออกไป นายไปจัดการเจรจาซื้อธุรกิจพวกนั้นในราคาต่ำซะ "
" อะ..เอ่อ..แต่ถึงแม้จะเป็การต่อสู้ระหว่างแก๊ง แต่คงมีเ้าของกิจการไม่มากที่ยินดีจะย้ายออกไป ส่วนที่เหลือก็ยังมีกิจการที่เป็ของแก๊งต่างๆกิจการพวกนี้แม้แก๊งที่อุ้มชูคุ้มครองล้มลงแต่ก็จะมีแก๊งใหม่ขึ้นมาแทนที่อยู่ดี "
" ฉันจะลงมือกับครึ่งหนึ่งของแก๊งเสือดำส่วนนายจัดการอีกครึ่งหนึ่งไป... วางใจได้ถ้าเกิดปัญหาก็ให้โทรหาเฉินเฟิงให้เขาไปจัดการไม่ว่าจะสู้ด้วยตัวเองหรือว่าเรียกผู้ว่าการมณฑลมาช่วยก็ช่าง หน้าที่ของนายคือซื้อกิจการพวกนั้นในราคาที่เหมาะสมหลังจากนั้นเฉินเฟิงจะปกป้องธุรกิจของพวกเราเอง "
หม่าเว่ยเฉาตะลึง เขาพูดไม่ออกจริงๆคุณชายคนนี้อำมหิตมาก เฉินเฟิงคนนั้นลงทุนทางความคิดเพื่อสร้างบริษัทดาวรุ่งที่ขยายเติบโตอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน แต่ว่าท้ายที่สุดมันไม่ใช่บริษัทของเฉินเฟิงคนนี้
อีกทั้งในตอนนี้เขายังจะหลอกให้เฉินเฟิงสู้แลกเืเป็ตายให้อีก ในส่วนลึกหม่าเว่ยเฉาในฐานะนักธุรกิจมีความอำมหิตมากพอแต่เขาก็ยังเกิดความรู้สึกสงสารเฉินเฟิงคนนี้นิดๆ
วันหนึ่งถ้าเกิดเฉินเฟิงรู้ว่าทุกสิ่งที่ทำมาทั้งหมดต่างล้วนไม่มีสิ่งใดเป็ของเขาเลยเขาจะรู้สึกยังไงกัน ?
หลี่เทียนวางสายลงพร้อมยิ้มมุมปาก พื้นที่อีกครึ่งหนึ่งตกลงกับโจวหงเฉินไปแล้วก็จริงตัวร้ายระดับล่างจะไม่ทรยศตัวร้ายระดับบน แต่กลับกันแล้วไม่มีกฏเขียนว่าสุดยอดวายร้ายที่เหนือกว่าจะไม่ทำ
" ถือว่าฉันสร้างบทในนิยายให้กับนาย..โจวตระกูล เฉินเฟิง ผู้ว่าการมณฑล เชิญสู้กันให้สบายเพื่อกิจการของฉัน "
....
Commend เป็กำลังใจกันให้ด้วยน้าาา ~~~~~