“พี่เกล้าร้องไห้ทำไมคะ? น้องเกลทำอะไรให้พี่เกล้าไม่สบายใจหรือเปล่า?” เด็กน้อยถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองยืนร้องไห้
เมื่อเห็นเกล้ายังคงยืนนิ่ง กันต์จึงพูดขึ้น “น้องเกลครับ น้องเกลมานั่งเล่นก่อนดีกว่า พี่เกล้าคงเหนื่อยจากการทำงาน เดี๋ยวให้พี่เกล้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
“ได้ค่ะ”
“ครับ พอดีว่าป๊ามีเื่จะคุยกับพี่เกล้าด้วย น้องเกลนั่งเล่นของเล่นรอป๊ากับพี่เกล้าแป๊บนึงนะครับ”
“ค่ะ” น้องเกลตอบอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินไปนั่งเล่นของเล่นในห้องนั่งเล่น
กันต์พาเกล้าไปยังห้องนอนส่วนตัวและปิดประตูพร้อมล็อก
“คุณ้าอะไรจากผมกันแน่!” เกล้าถามออกมาด้วยน้ำตาอาบแก้ม
“เกล้าฟังอาก่อน”
"ให้ผมฟังอะไร คุณมีแม่ผมอยู่แล้ว ไหนจะน้องเกลอีก แล้วคุณมายุ่งกับผมทำไม?" เกล้าถามออกมาด้วยน้ำตาอาบแก้ม
"เพราะอารักเกล้าไง และอาก็รู้ว่าเกล้าก็ยังรักอาอยู่เหมือนกัน"
"รัก? นี่เรียกว่ารัก? คนที่รักกัน เขาทำกันแบบนี้เหรอ?" เกล้าตอบเสียงสั่น เผยความเ็ปในใจ
กันต์ถอนหายใจลึก ๆ และก้าวเข้ามาใกล้เกล้า "อารู้ว่ามันยากสำหรับเกล้าที่จะเข้าใจ แต่ความรู้สึกของอาที่มีต่อเกล้ามันเป็ความรักที่แท้จริง อาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เกล้าต้องเ็ปแบบนี้"
"แล้วทำไมถึงต้องทำแบบนี้?" เกล้าถามเสียงแข็ง "คุณมีครอบครัวแล้ว ทำไมถึงยังต้องมา...มายุ่งกับผมอีก? "
"เพราะอาไม่สามารถหยุดความรู้สึกที่มีต่อเกล้าได้" กันต์ตอบเสียงอ่อน "อารักเกล้ามากเกินกว่าจะปล่อยให้เกล้าไปโดยไม่พยายาม"
เกล้าหันหน้าไปอีกทาง ไม่สามารถมองตากันต์ได้ "แล้วผมควรทำยังไง? ตอนนี้คุณทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองชั่วมาก และรู้สึกไม่มีคุณค่า"
"เกล้า" กันต์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ที่จริงแล้ว...."
ก๊อก ก๊อก
“ป่าป๊า พี่เกล้า น้องเกลหิวแล้ว ทำไมทั้งสองคนเข้ามานานจังเลย” เสียงน้องเกลดังขึ้นมาจากด้านนอกประตู
กันต์ถอนหายใจ หันมาพูดกับเกล้าเบา ๆ "เราค่อยคุยเื่นี้กันต่อทีหลังนะ เกล้าแต่งตัวแล้วรีบออกมานะ"
เมื่อกันต์ออกไป เกล้าพยายามกลั้นความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจ ก่อนจะเดินไปนั่งที่ปลายเตียงด้วยความรู้สึกมากมาย
“พี่เกล้าคะ แต่งเสร็จหรือยัง? ” น้องเกลโผล่หัวออกมาที่หน้าประตู ด้วยรอยยิ้มกว้าง
เกล้าหันไปยิ้มรับน้ำตาคลอ รอยยิ้มนี้ช่างเหมือนกับแม่ของเขามา เขาคิดถึงแม่และความรู้สึกผิดก็ตีตื่นขึ้นมาในใจ
"น้องเกลหิวแล้วค่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ"
เกล้าพยักหน้าและพยายามยิ้ม แม้จะยังคงรู้สึกเ็ปและสับสน แต่ไม่ว่ายังไงก็น้องสาวของเขา
ทั้งสามคนเดินไปที่ห้องอาหาร น้องเกลจับมือเกล้าแน่น ทำให้เกล้ารู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย และตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องจบความสัมพันธ์บ้าๆ นี้ให้เร็วที่สุด
ทั้งสามคนเดินไปที่ห้องอาหาร น้องเกลจับมือเกล้าแน่น ทำให้เกล้ารู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
ในขณะเดียวกัน ความคิดเกี่ยวกับการจบความสัมพันธ์บ้าๆ นี้ก็เริ่มเข้ามาในใจของเขา เกล้าตัดสินใจแล้วว่าจะต้องจบเื่นี้ให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปมากกว่านี้
ระหว่างที่นั่งกินข้าว เกล้าพยายามทำตัวเป็ปกติที่สุด พูดคุยกับน้องเกลเมื่อเธอเอ่ยถาม
หลังจากมื้ออาหารสิ้นสุดลง ทั้งสามก็กลับขึ้นมาบนห้อง น้องเกลก็รู้สึกง่วงขึ้นมาทันที
“พี่เกล้า ไปส่งน้องเกลเข้านอนหน่อยได้ไหมคะ? น้องเกลอยากให้พี่เกล้าเล่านิทานให้ฟัง”
เกล้าหันมองกันต์ กันต์จึงหันไปพูดกับน้องเกลว่า “แน่นอนค่ะ น้องเกลไปอาบน้ำแต่งตัวรอพี่เกล้าเลยนะคะ”
“ได้เลยค่ะ” น้องเกลตอบอย่างร่าเริง ก่อนจะวิ่งไปที่ห้องน้ำ
เกล้าหันมองหน้าของกันต์ด้วยสายตาเหวี่ยง แล้วเดินเข้าห้องไป
.....
หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จ เกล้าก็เข้าไปในห้องนอนของน้องเกล ก็เห็นเธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้ว และพาเธอไปที่เตียง
"พี่เกล้า จะเล่านิทานอะไรให้ฟังคะ?" น้องเกลถามพลางห่มผ้า
เกล้านั่งลงข้างเตียง ยิ้มอ่อนโยน "พี่เกล้าจะเล่าเื่เ้าหญิงกับัให้น้องเกลฟังดีไหมคะ? "
"ดีเลยค่ะ น้องเกลชอบเื่นี้" น้องเกลยิ้มกว้าง ดวงตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น
เกล้าหยิบหนังสือนิทานขึ้นมา เปิดหน้าแรกแล้วเริ่มเล่านิทานให้กับน้องเกลฟัง เสียงของเขาอบอุ่นและนุ่มนวล ค่อย ๆ เล่าเื่ราวที่เต็มไปด้วยความผจญภัยและความกล้าหาญ
"ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอาณาจักรที่ห่างไกล มีเ้าหญิงผู้กล้าหาญชื่อว่าเอลิซ่า" เกล้าเริ่มเล่า "เธอมีหัวใจที่แข็งแกร่งและจิตใจที่อ่อนโยน ทุกวันเธอจะเดินทางไปในป่าเพื่อสำรวจและช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ "
"เ้าหญิงเอลิซ่ากล้าหาญมาก" น้องเกลพูดเบา ๆ ขณะที่เธอจ้องมองหน้าของเกล้าด้วยความตั้งใจฟัง
"ใช่แล้วค่ะ" เกล้าตอบด้วยรอยยิ้ม "วันหนึ่ง ขณะที่เอลิซ่าเดินทางเข้าไปในป่าลึก เธอได้ยินเสียงร้องของัที่ถูกขังอยู่ในถ้ำ เธอตัดสินใจที่จะช่วยเหลือัที่ถูกขัง"
"เ้าหญิงเอลิซ่าไม่กลัวัเหรอคะ? " น้องเกลถาม
"เอลิซ่าไม่กลัวัเลยค่ะ" เกล้าตอบ "เธอรู้ว่าัตัวนี้ไม่ได้ร้ายกาจ และ้าเพียงแค่ความช่วยเหลือ เธอใช้ความกล้าหาญและปัญญาในการเปิดประตูถ้ำและปล่อยัออกมา"
น้องเกลยิ้มอย่างมีความสุข ขณะที่เธอหลับตาลงและค่อย ๆ หลับไป เกล้าห่มผ้าให้เธออย่างเบามือและพูดต่อด้วยเสียงกระซิบ
"และเ้าหญิงเอลิซ่ากับัก็กลายเป็เพื่อนที่ดีที่สุด พวกเขาช่วยกันสร้างสันติสุขในอาณาจักร และมีความสุขตลอดไป"
เกล้าจบเื่ราวด้วยรอยยิ้ม และมองน้องเกลที่หลับไปอย่างมีความสุข เขาห่มผ้าให้เธออีกครั้ง แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
"ฝันดีนะคะ น้องเกล" เขาพูดเบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้อง ปิดประตูอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เสียงรบกวนน้องเกลที่หลับอยู่
เมื่อแน่ใจว่าน้องเกลหลับสนิทแล้ว เกล้าจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นและห่มผ้าให้เธออย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องเบา ๆ ปิดประตูอย่างแ่เบา ทั้งที่ภายในใจยังคงสับสนและเ็ป
พลางคิดในใจ ‘เขาจะต้องจบเื่ราวทุกอย่างในวันนี้’
ขาหันกลับไปเจอกันต์ที่ยืนรออยู่ข้างนอก กันต์ยิ้มอย่างอบอุ่น "น้องเกลหลับแล้วเหรอ?"
เกล้าไม่ตอบ แต่เดินเข้าไปในห้องโดยไม่พูดอะไร
กันต์มองตามแล้วถอนหายใจ แล้วเดินตามเกล้าเข้าไปในห้อง เกล้ากำลังนั่งอยู่บนเตียง เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามจะสงบสติอารมณ์
“เกล้า เราต้องคุยกัน” กันต์เริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
เกล้าหันมามองกันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ป “ผมก็้าพูดกับคุณเหมือนกัน ผมว่าคุณควรปล่อยผมไปได้แล้ว คุณไม่สงสารน้องเกลเหรอ หากเขารู้เื่ระยำที่คุณทำกับผม”
“เกล้าฟังอาก่อนนะ...” กันต์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมยังต้องฟังอะไรอีก เื่นี้มันไม่มีทางออกอื่นนอกจากต้องจบความสัมพันธ์นี้” เกล้าถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น
กันต์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมา “ไม่ อาไม่มีวันปล่อยเกล้าไปเด็ดขาด”
“ไอ้คนเห็นแก่ตัว ไอ้เหี้ย” เกล้าตะคอกออกมาด้วยน้ำตาอาบแก้ม ความเ็ปและความโกรธผสมปนเปในใจของเขา
“เกล้า ฟังอาก่อน” กันต์พยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “อาไม่้าทำร้ายเกล้า แค่เกล้าฟังอาสักหน่อย”
“ไม่ คำที่คุณพูดออกมามีแต่คำพูดกลับกลอกล่อลวง” เกล้าพูดด้วยเสียงที่สั่นเทา ความเ็ปในใจทำให้เขาไม่สามารถเชื่อใจกันต์ได้อีก และคิดที่จะเดินออกไป
“เกล้า” กันต์รั้งร่างบางเอาไว้ มือของเขาจับที่แขนเกล้าอย่างแ่า “ขอร้อง ฟังอาสักครั้งเถอะ”
“ปล่อยผม” เกล้าพูดพลางพยายามดึงแขนตัวเองออกจากการจับกุมของกันต์ “คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้กับผม”
“น้องเกลไม่ใช่ลูกของอา!” กันต์พูดโผ่งออกไป ทำให้เกล้าถึงกลับหหยุดชะงัก
“อะไรนะ!” เกล้าหันกลับมามองกันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงงงวย