“อะไรกัน….บ้าน่ะ!!”
“ที่เนอันมีป่าใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ…!?”
สิ่งที่ผมเห็นคือป่าขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้สูงนับสิบเมตรกว้างสุดลูกหูลูกตา แถมใต้ต้นไม้ยังเต็มไปด้วยพุ่มไม้และใบหญ้าน้อยใหญ่มากมาย ซึ่งจุดที่ผมยืนอยู่นี้คือบนหน้าผาจุดนึงที่เวทย์มิติของอาจารย์พาวาปมา
“ที่จริงเดิมที…แถบบ้านนอกอย่างเนอันซึ่งมีเมืองและประชากรหนาแน่นค่อนข้างน้อย ฉะนั้นมันจึงไม่ค่อยแปลกซะเท่าไรหรอกนะ ที่มันจะมีพื้นที่ที่ไม่ได้สำรวจน่ะ ซึ่งก็คือป่าแห่งนี้เนี่ยแหละ”
“ป่าที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจ?!!” ผมคงต้องพูดตรงๆว่าสิ่งที่อาจารย์พูดมานั้น ผมค่อนข้างแปลกใจพอควรว่าั้แ่โลกนี้ถูกสร้างขึ้นมา มันก็จะมีระยะเวลาที่นานพอสมควรที่มนุษยชาติจะบุกเบิกพื้นที่เ่าั้จนครบแล้วนิ ทำไมยังมีพื้นที่ในอัลเทียร์ที่มนุษย์ยังไม่เคยเหยียบย่ำเข้าไปอีก ความรู้สึกสงสัยนั้นผุดขึ้นมาในจิตใจพร้อมกับความรู้สึกถึงเหงื่อที่ไหลลงมาเล็กน้อย
“แต่ไม่ต้องห่วงหรอกดูจากกระแสพลังเวทย์แล้วป่าแห่งนี้ไม่ใช่ป่าปีศาจหรอก เพราะสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในป่านี้มีพลังเวทย์ที่ต่ำเกินจะเป็สัตว์ปีศาจได้ อย่างมากก็น่าจะเป็สัตว์ป่าธรรมดา หรือไม่ก็มอนสเตอร์เนี่ยแหละ”
“เอ่อ..ถึงยังงั้นได้ยินชื่อแล้วผมก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีเลยครับ” รูอันพูดสีหน้ากังวล
“ไม่ต้องกังวลไป..พวกเธอเองััได้ถึงการมีอยู่ของพลังเวทย์ใช่มั้ยล่ะ??”
“แบบว่า…อันนั้นมันก็ใช่ครับ”
“ฉะนั้นพวกเธอก็แค่อ่านพลังเวทย์แล้วััถึงการมีอยู่ของศัตรูก็พอ..แบบประมาณว่าถ้ามีพวกตัวอันตรายๆเข้ามา พอพวกเธอรู้สึกถึงมันก็แค่เตรียมระวังหรือรับมือแค่นั้นเอง แต่ถ้าสู้ไม่ได้ก็ให้หนีซะ ถึงแม้ว่าการหนีมันจะไม่ใช่การฝึกที่ดีเท่าไรก็เถอะ ”
ััพลังเวทย์งั้นหรอ!? หลังอาจารย์ลิซ่าพูดจบ ผมได้เกิดคำถามข้อนึงคือ
“ที่จริงผมสังเกตมานานแล้วครับ คือว่าทำไมผมััพลังเวทย์ของอาจารย์ไม่ค่อยได้เลยครับ แบบว่ารู้สึกบางครั้งพลังเวทย์กับฝีมือดูไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไร”
“เทคนิคที่ฉันใช้คือการพลางพลังเวทย์น่ะ..เป็การเก็บซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้เพื่อพลางตัวจากศัตรูหรือปิดบังตัวตน ถ้าหากพวกเธออยากรู้ไว้ผ่านไปสักพักฉันจะสอนให้เอง”
“แล้วมันมีมอนสเตอร์ที่ซ่อนพลังเวทย์ได้รึป่าวครับ?” รูอันถาม
“มอนสเตอร์ไม่มีสติปัญญาสูงขนาดจะรู้เทคนิคนี้หรอก..แถมเทคนิคนี้ยังมีน้อยคนนักในอาณาจักรที่จะรู้วิธีนี้ด้วยซ้ำ…ส่วนพวกสัตว์ปีศาจ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยเจอหรือเคยได้ยินว่ามีพวกที่มีความสามารถแบบนี้อยู่นะ”
หลังฟังจบพวกผมรู้สึกทึ่งในความสามารถของอาจารย์พอสมควร ..อาจารย์เป็ใครกันแน่นะ!? ถึงแม้จะคิดว่าไม่น่าจะใช่จอมเวทย์ธรรมดาก็เถอะ แต่อาจารย์คงเป็จอมเวทย์ที่สุดยอดคนนึงในอาณาจักรนี้แน่ๆ
“เอาเถอะวันนี้..ฉันจะให้พวกเธอสำรวจป่านี้พร้อมกับล่าสัตว์ป่ากับมอนสเตอร์มาเป็อาหาร แต่อย่าสำรวจลึกมากเกินไปล่ะ แค่ในระยะไม่หนึ่งถึงสองพันเมตรก็น่าจะพอเพราะโดยธรรมชาติของป่าพวกนี้ยิ่งสำรวจลึกเท่าไร พวกสัตว์ป่ากับมอนเตอร์ก็จะยิ่งแข็งแกร็งและดุร้ายขึ้น ”
“ครับ/ครับ”
“การฝึกของพวกเธอในวันนี้มีแค่2ประเด็นคือ
1.เก็บเลเวล
2.เรียนรู้และฝึกใช้อาร์ติเฟกซ์ของตัวเองให้คล่อง
3.สำหรับรูอันอยากให้ฝึกการใช้เวทย์โจมตีด้วย "
“เอ่อ..ยังมีข้อสุดท้ายคือการหาอาหารเช้าอีกข้อนึงไม่ใช่หรอครับ..แหะๆ” ผมพูดพลางหัวเราะเล็กน้อยด้วยความรู้สึกหิวข้าวจนแทบจะเป็ลม
“อืม…ใช่จ๊ะลืมไปเลย ฮิฮี่” อาจารย์ยกมือเคาะไปที่หัวตัวเองพร้อมโพสต์ท่าทางแบ้วๆเล็กน้อย
“ถ้างั้นก็แยกย้ายกันตรงนี้นะ ส่วนชั้นจะไปหาผลไม้ก่อน เรเวลกับรูอันก็เป็ฝ่ายสำรวจพร้อมกับล่าสัตว์ล่ะนะ อีก2 ชม.พวกเราจะมาเจอกันตรงนี้เพื่อนั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน แล้วหลังจากนั้นจะเริ่มสำรวจจริงจังกัน”
“ครับ/ครับ”
“เอ่อเกือบลืม..อย่าลืมหาน้ำมาด้วยล่ะ ในระยะไม่เกิน2km ของป่านี้มันน่าจะมีลำธารอยู่” หลังพูดจบอาจารย์ก็ใช้เวทย์มิติหยิบกระเป๋าใส่น้ำออกมาจากในมิติส่วนตัวที่ตัวเองเก็บไว้แล้วยื่นให้พวกผม
“เข้าใจแล้วครับ” ผมรับมันพร้อมกับพยักหน้าแล้วเก็บมันใส่กระเป๋าสะพายด้านข้าง พลางคิดว่าเวทย์มนต์มิตินี่มันสะดวกดีจังแหะ
“ที่นี้ก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ได้ของตัวเองได้….ไม่สิสำหรับเธอคือการฝึกสินะ ขอให้โชคดีจ่ะ เจอกันในอีก 2 ชม.ข้างหน้า”
หลังอาจารย์พูดจบผมก็ได้แยกย้ายกับอาจารย์ไปคนละทาง..แล้วเดินเข้าป่าที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจนี้ไปพร้อมกับรูอัน พร้อมกับลุ้นในใจว่าสิ่งที่เราจะเจอข้างหน้าจะมีอะไรบ้างนะ
“เอาล่ะ..ไปกันเถอะรูอัน”
“อื้ม..”