บทที่ 43 : เลือดและบาดแผล
เสียงคำรามสุดท้ายของไคมาร่าเงาค่อย ๆ จางหายไป แต่เสียงสะท้อนยังวนก้องอยู่ในหูของทุกคนเหมือนฝันร้ายที่ไม่จบสิ้น เศษหินยังร่วงหล่นจากหน้าผาสูง กลิ่นควันดำปนเลือดคละคลุ้งจนทำให้หายใจลำบาก
ไครอสทรุดเข่าลงบนพื้นหิน มือเล็กยังจับดาบแน่นจนข้อนิ้วซีด ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลซึมจากแขนและไหล่ เสื้อผ้าเปื้อนเหงื่อและฝุ่นจนยับยู่ยี่ แต่ดวงตาสีเงินยังวาววับ—แม้อ่อนล้าแต่ไม่ดับลง
ลิซาเอลรีบวิ่งเข้ามา ทรุดตัวลงข้างเขา มือประคองร่างเล็กที่สั่นเครืออย่างระมัดระวัง ดวงตามรกตที่เคยแข็งเย็นสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
“โง่จริง…เจ้าเกือบตายเพราะฝืนเกินกำลัง” เธอเสียงสั่น ทั้งตำหนิทั้งเป็นห่วง
ไครอสหายใจหอบ หน้าแดงซีด “ถ้าข้าไม่ฝืน…เจ้ากับทุกคนอาจจะไม่รอด” น้ำเสียงเขาแผ่วแต่เด็ดเดี่ยว
หญิงเอลฟ์ชะงักไปชั่วครู่ ใบหน้าที่เคยเฉยชาก้มลงต่ำจนเส้นผมเงินปกปิดดวงตา เธอกัดริมฝีปากแน่นเหมือนกลั้นอะไรบางอย่าง ก่อนจะค่อย ๆ เอาผ้าของตนพันแขนเด็กชายอย่างทะนุถนอม เลือดซึมชุ่มผ้าแต่เธอไม่หยุดมือ
อัครอสเดินเข้ามาช้า ๆ ไม้เท้าในมือยังส่องแสงอบอุ่น ร่างชราลงนั่งข้าง ๆ เขาแตะบ่าของไครอสด้วยมือที่สั่นเล็กน้อยจากความเหนื่อย
“เจ้าหนู…เจ้าทำได้เกินกว่าที่ใครคิดแล้ว แต่เจ้ายังมีสิ่งสำคัญกว่าการสู้ให้ชนะ”
ไครอสหอบหายใจ เงยหน้ามองด้วยแววตาเต็มไปด้วยคำถาม “สิ่งสำคัญ…อะไรหรือ ท่านอัครอส”
ผู้เฒ่ายิ้มอ่อน สายตาเปี่ยมเมตตา “คือการรักษาชีวิตไว้ เพื่อสู้ต่อในวันพรุ่งนี้”
คำพูดนั้นเหมือนน้ำเย็นหลั่งลงในใจ ไครอสก้มหน้า น้ำตาหยดลงบนดาบเก่าที่เปื้อนเลือด “ข้ากลัว…แต่ถ้าข้าไม่ลุกขึ้นสู้ ใครจะยืนแทน”
อัครอสลูบศีรษะเขาเบา ๆ “เจ้าหนู…เจ้ากำลังเรียนรู้สิ่งที่แท้จริงแล้ว”
เสียงลมพัดผ่านหุบเขา เย็นเยียบ แต่ในวงเล็ก ๆ ที่ทั้งสามคุกเข่าร่วมกัน ความอบอุ่นบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืด