ซูเยว่ยกยาเม็ดเขียวใสมาส่องดู ก่อนจะโยนเข้าปาก “เ้าหยุดก่อนอย่าเพิ่งกิน นั่งโคจรพลังสักพักก่อน” เสียงในมิติดังขึ้น แต่ช้าไป! ยาผ่านลำคอเข้าไปแล้ว
นางได้ยินแต่ทำอะไรไม่ได้ มีแต่ยกมือขึ้นมากุมคอตัวเองไว้ ฉับพลันนั้นเอง…เกิดพลังร้อนเย็นผสมกัน ปั่นป่วนอยู่ในช่องท้อง จนหัวของนางหมุนไปหมด และทรุดฮวบลงกับพื้น
ห้าวันต่อมาในเวลามิติ ซูเยว่ลืมตาขึ้นมา มองรอบกระท่อมด้วยความงุนงง “นี่ข้าหลับไปหรือ กี่วันแล้วนี่?”
“ห้าวันที่เ้าหลับไป เพราะร่างกายเ้าอ่อนแอ แล้วฝืนกินโอสถเนตรทิพย์ มันจึงทำให้เ้าหลับยาว ยังดีที่เ้าอยู่ในมิติ ถ้าเ้าไปกินอยู่ข้างนอก คงใช้เวลาไปครึ่งปีกว่าจะตื่น”
“โอ้! มันช่างน่ากลัวมาก ทำไมเ้า! เออเสียงในมิติ ถึงไม่บอกข้าเร็วกว่านี้ ไม่ได้ข้าต้องรีบหลอมโอสถ รักษาอาการทั่วไปใช้ สมุนไพรขั้นต่ำหาง่าย” นางรีบวิ่งออกจากกระท่อม มาสวนสมุนไพร
“เ้ากินสมุนโอสถเนตรทิพย์เข้าไป ทำให้ตอนนี้เ้าสามารถ เอาของเข้าออกจากมิติโดยง่าย แค่เพียงเ้าตั้งใจและนึกเท่านั้น” เสียงในมิติลอยตามสายลมมา ซูเยว่ได้ยิน แต่มือยังไม่หยุดเก็บสมุนไพร
“นัดเช้าไปบ่ายคงไม่เป็ไร ดีกว่าไม่ไป” นางบ่นพึมพำพร้อมกับหอบ สมุนไพรจำนวนหนึ่ง กลับเข้ามาในกระท่อม โยนทุกอย่างเข้าเตาหลอม ก่อนจะส่งไฟพลังปราณเข้าไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม “เตาหลอมยา นี่คงเป็ระดับเทพแน่เลย ขนาดโยนเข้าไปอย่างเดียว ความบริสุทธิ์ยังได้ระดับแปดเหมือนเดิม เพียงแต่เป็ยารักษาอาการเจ็บไข้ทั่วไป ได้มาตั้งแปดสิบเม็ด”
“มีปัญหาขวดแล้ว! ยาไม่มีขวดใส่ สี่สิบขวดที่มี ข้างในเป็ยารักษาอาการาเ็ และเพิ่มพลัง ต้องไปใส่ที่ร้านยาเลย” ซูเยว่ทิ้งยาไว้ในเตาหลอมเหมือนเดิม ก่อนจะรีบออกมาจากมิติ เดินทางไปที่ร้านยาหงส์ฟ้า
“ซูเยว่เ้ามาได้เสียที! ลูกค้าพวกนั้น จะเผาร้านข้าทิ้งอยู่แล้ว พากันมาั้แ่ร้านยังไม่เปิด แล้วยาที่เหลือจากเมื่อวานก็มีแค่สิบขวดเท่านั้น ข้าต้องหนีออกจากร้าน ทิ้งให้เด็กเฝ้าร้าน พวกนั้นตอบคำถาม!”
“ลุงป๋อใจเย็นก่อน! ตอนนี้ยาที่ข้ามี รักษาอาการเจ็บไข้ทั่วไปแปดสิบเม็ด ยังไม่ได้ใส่ขวด ส่วนยาสูตรเดียวกับเมื่อวานนี้ มีอยู่สี่สิบขวด ลุงป๋อต้องอธิบายให้พวกเขาเข้าใจด้วย จะได้ซื้อยาได้ถูกต้อง และไม่ต้องจ่ายแพงสำหรับคนที่ป่วย ไม่ได้้าเพิ่มพลัง”
“ขวดใส่ยาอย่างนั้นหรือ ห้าร้อยขวดอยู่ในห้อง เตรียมไว้ให้เ้าแล้ว!”
“ข้าจะเดินไปทางไหนได้ โดยที่พวกเขาไม่สังเกตเห็น ข้าไม่อยากให้ใครรู้ ว่าเป็คนส่งยาให้ร้านท่าน”
“เข้าหลังร้านตามมา ข้ามาดักรอเ้าอยู่นาน คิดว่าเ้าจะไม่มาเสียแล้ว” ซูเยว่เดินตาม ลุงป๋อที่มายืนดักรอ ห่างจากร้านมาเล็กน้อย มีร้านขายเสื้อผ้าบังไว้ คนในร้านจึงมองไม่สังเกตเห็น
ร้านยามีประตูหลัง อยู่ในซอยแคบเล็ก เปิดประตูเข้าไป เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องรับรอง ที่มีขวดยาห้าร้อยขวดวางอยู่บนโต้ะ
“ลุงป๋อเอายาสี่สิบขวดนี้ไปขายก่อน ที่เหลือข้าจะจัดการใส่ยาลงขวดเอง อย่าลืมอธิบายให้พวกเขาฟังด้วย” ซูเยว่พูดแล้วก็ล้วงยาออกจากแขนเสื้อมา ซึ่งก็คือออกมามิติ ยื่นให้เถ้าแก่เ้าของร้าน
เหลือนางอยู่ในห้องผู้เดียว จัดการเอายาออกมาใส่ขวด จนครบทั้งแปดสิบขวด เก็บขวดที่เหลือเข้าไปไว้ในมิติ
ผ่านไปพักหนึ่ง ลุงป๋อเดินเข้ามาเอายา “ยาขั้นต่ำที่เ้าบอก รักษาโรคทั่วไปความบริสุทธิ์อยู่ระดับแปด ขายเม็ดละสองร้อยตำลึงทองก็แล้วกัน” เขาพูดคณะเปิดขวดออกมาดม
“ข้าแล้วลุงป๋อเ้าค่ะ เื่ตั้งราคา”
ซูเยว่แอบมายืนอยู่ดู มุมหนึ่งของร้าน ที่ด้านหน้ากำลังชุลมุนวุ่นวาย กับการขายยา แต่…สายตาของนาง กลับไปสะดุดกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง นางสามารถมองออก ว่าเขาติดอยู่คอขวดระดับปลายขั้นสี่
‘เอ๊ะ! นี่คือผลจากการกินโอสถเนตรทิพย์ อย่างนั้นหรือ ทำให้มองเห็น ร่างกายส่วนที่นอกเหนือจากปกติ แล้วชายคนนั้นเจ็บที่ขา กระดูกข้อต่อมีร่องรอย การได้รับาเ็มาก่อน ถ้าเป็แบบนี้ เราก็สามารถรักษาคนป่วยได้นะสิ ตาก็มองเห็นความเจ็บป่วย ยาก็มี’
‘แล้วคนที่เจ็บป่วยจากการถูกพิษล่ะ จะมองเห็นไหมล่ะว่าพิษ ไปตกค้างอยู่ตรงไหนของร่างกาย มองคนที่เหลือก็ไม่มีแล้ว เป็ไปได้ว่าพิษอาจจะมองไม่เห็น หรือคนที่อยู่ตรงนี้ไม่มีใครถูกพิษ’
‘แปลกจังทำไมถึงรู้สึกว่า เหมือนมีคนแอบมองอยู่ แต่หันไปดูจนรอบก็ไม่เห็น หรือว่าคิดมากไปเอง’
ความวุ่นวายในร้านจบลง เมื่อเถ้าแก่เ้าของร้าน บอกแก่ทุกคนว่า โอสถที่มีตอนนี้ได้หมดลงแล้ว
“ใครที่ยังไม่ได้โอสถ วันหลังค่อยมาใหม่ มาลงชื่อจองไว้ รับรองว่าพวกเ้ามาต้องได้ของก่อน คนที่มาทีหลังแน่” มีลูกค้าที่ยังไม่ได้ของ แม้จะหัวเสียอยู่บ้างแต่ก็ยอมมาลงชื่อ
หลังจากลูกค้าออกไปหมดร้านแล้ว มีใบประกาศแปะไว้ที่หน้าร้าน ว่าสินค้าหมดแล้ว กันไม่ให้ลูกค้าต่อว่า สินค้าหมดไม่แจ้ง ลุงป๋อเอารายชื่อจองสินค้า นับจำนวนแล้ว มาให้ซูเยว่ดู
“พรุ่งนี้ข้าจะนำมาอย่างละร้อยเม็ดก็แล้วกัน ทางร้านอย่าให้ลูกค้าซื้อคนเดียวหลายเม็ด การที่จะเอาไปขายต่อราคาแพงมันก็ได้กำไร แล้วคนที่มายืนรอ ทางครอบครัวป่วยจริง เสียโอกาสไป คนป่วยไม่อาจรอได้”
“ได้เดี๋ยวข้าจะเขียนป้ายไปติดไว้! มันแค่กันไว้เท่านั้น บางคนใช้วิธีเดินวนมาซื้อ!”
“ลุงป๋อก็เขียนรายละเอียดไปเลยว่า ใครเดินวนมาซื้อรอบใหม่ หากจับได้จะไม่ขายยาให้”
“ตำลึงทองเ้า้า เป็ว่าตั๋วเงิน หรือว่าฝากร้านรับฝากเงินของ ตระกูลเฉิน ที่มีร้านให้แลกทั่วแคว้น”
“ฝากไว้เลยเ้าค่ะ ที่ข้ามีอยู่หมื่นตำลึงทองแล้ว ลุงป๋อแค่เอาแผ่นหยกรับฝากตำลึง มาให้ข้าก็พอ”
“ข้าต้องขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้จะได้มาแต่เช้า” ซูเยว่เดินออกจากร้านยา เดินเล่นในตลาดสด มองเห็นผักเหี่ยวแห้ง นางก็อยากจะเอาผักในมิติมาวางขายบ้าง ไม่้ากำไร แต่ให้ชาวบ้านมีผักที่ดีกิน
‘พรุ่งนี้ต้องเอาผักในมิติ เอาไปให้ลุงป๋อได้กินบ้างแล้ว เอ๊ะ! ทำไมถึงรู้สึกว่ามีคนแอบมองอีกแล้ว’ ซูเยว่เดินหลบมุมตรงร้าน ขายข้าวสารอาหารแห้ง และแอบส่งสายตามองหา ว่ามีใครแอบตามนางอยู่
‘พอมองหาก็ไม่เห็น หรือว่ามีโจรจะมาปล้นตำลึง เลยตามมาั้แ่ร้านยา แต่…พวกเขารู้ได้อย่างไรว่า เรามีตำลึง’
เมื่อมองไม่เห็นใครน่าสงสัย นางเลิกเดินตลาด รีบกลับโรงเตี๊ยม ก่อนเดินเข้าโรงเตี๊ยม ก็มองซ้ายขวาแต่ไม่เห็น สิ่งใดผิดปกติ ‘คงจะคิดมากและหวาดระแวงไปเองแล้ว’
“ข้ากลับมาแล้วเสียงในมิติ ข้ามองเห็นอาการป่วย จากการาเ็พลังที่ติดอยู่ในคอขวด แต่คนที่ติดพิษข้ายังมองไม่เห็น”
“เพิ่มพลังของเ้าให้ขึ้นเป็ระดับสี่ ถ้าอาการป่วยนั้น ไม่ได้พิสดารจนเกินไป เ้าจะมองออก และรู้วิธีรักษาอาการป่วย จัดยาได้ถูกต้อง”
“ข้าพอเข้าใจแล้ว ขอหลอมโอสถก่อน จากนั้นกินน้ำพุิญญา กินยาเสริมนั่งโคจรพลัง จนถึงเช้าพรุ่งนี้”
“ดูเหมือนสมุนไพร หายากจะเยอะขึ้นทุกวัน จนเต็มสวนแล้ว แต่พลังทำไมถึงขึ้นยาก เสียจริง” ซูเยว่ปากบ่นพึมพำ มือก็เก็บสมุนไพร
“นั่นเป็เพราะเ้าไม่มี พลังธาตุั้แ่ต้นยังไงเล่า ถ้าเ้าเริ่มต้นสักระดับสี่ เหมือนคนแคว้นนี้ ตอนนี้เ้าก็อยู่ระดับหกแล้ว ไม่ใช่มาเริ่มต้นใหม่ ตอนอายุสิบห้า ก็เลยต้องช้าแบบนี้แหละ”
“นั่นสินะ! คนทั้งแคว้นมีพลังธาตุ แล้วทำไมข้าถึงไม่มีกัน?”
“นั่นคือสิ่งที่เ้าจะรู้ เมื่อเ้ามีวิชาและพลัง!”
เมื่อเห็นว่าเก็บได้สมุนไพร เยอะพอสมควรแล้ว จึงเดินกลับกระท่อม เตรียมหลอมยา ตอนนี้นางมีความถนัดแล้ว พลังที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไฟจากพลังปราณมีความเข้มข้น ใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม ยาทั้งสองอย่าง ก็ไปนอนอยู่ในขวดเรียบร้อย อย่างละหนึ่งร้อยเม็ด
ก่อนจะนั่งลงโคจรพลังต่อ นางรู้สึกว่าพลังเพิ่มขึ้น จากการที่หลอมโอสถ เพราะใช้พลังไฟค่อนข้างเยอะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเยว่แอบเข้าทางประตูหลัง ของร้านขายยา ในร้านมีแต่เถ้าแก่กับลูกน้องอีกสองคน กำลังเตรียมสมุนไพร และยาออกไปวางไว้หน้าร้าน ลุงป๋อถึงกับใเมื่อเห็น คนที่เปิดประตูหลังเข้ามา
“ซูเยว่เป็เ้านี้เอง มาแต่เช้าเลยวันนี้?”
“ลุงป๋อร้านท่านก็ขายดีแล้วตอนนี้ ทำไมถึงไม่จ้างเวรยามเฝ้าร้าน”
“เื่นี้ข้าคิดไว้แล้ว แต่พวกเขายังเดินทางมาไม่ถึง คาดว่าจะมาถึงเย็นวันนี้!”
“เดินทางมาไกลหรือเ้าคะ แล้วคนแถวนี้ไม่มีแล้วหรือ!”
“คนแถวนี้ไว้ใจไม่ได้ ถ้าเป็พวกทาสวรยุทธ์น้อย ส่งมาจากหน่วยฝึก เชื่อใจในความซื่อสัตย์และฝีมือได้”
“มีด้วยหรือเ้าคะ! ถ้าข้าอยากได้ต้องทำยังไง จะเอาไว้ไปเฝ้าสวนสมุนไพรที่นอกเมือง”
“คงต้องรออีกสักพัก เพราะที่จะส่งมามีห้าคน พวกเขาบอกว่าหมดแล้ว มีสำนักใหญ่ซื้อตัวไปหมด ก่อนหน้าไม่กี่วันเอง”
“ถ้าเราสั่งจองไว้ล่ะ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยส่งมาได้ไหมเ้าคะ ถ้าได้ข้าฝากด้วย ขอสักสิบคน!”
“ไว้ข้าจะตามเื่ให้ ถ้าได้จะจองให้เ้าตามที่บอก” ลุงป๋อพูดพร้อมกับจัดต้นสมุนไพร
“เห็นลุงป๋อจับต้นสมุนไพร ข้าเพิ่งนึกได้ว่ามีสมุนไพรอยู่เหมือนกัน หรือว่าจะเอามาขาย พร้อมกับพวกโอสถ เผื่อบางคนจะปรุงเอง”
“ถ้าเ้ามีก็เอามาขายสิ แต่ก่อนร้านค้าขายได้แต่สมุนไพร ถ้าเป็ยาก็จะเป็ร้านใหญ่ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน พูดถึงเื่นี้ สองวันมานี่ร้านนั้นส่งคนแอบมาดู ที่ร้านของข้าหลายรอบแล้ว”
“จริงหรือเ้าคะ ถ้าเขารู้สึกว่าเหมือนมีสายตา มองข้าจากร้านนี้ จนไปถึงตลาด ยังคิดว่ารู้สึกไปเองเสียอีก”
“เ้าเดินก็ระวังตัวด้วย พวกเขาคงเห็นว่าร้านของข้า มีคนเข้ามาเยอะ มารอั้แ่ร้านยังไม่เปิด ก็เลยส่งคนมาดู อาจจะตามเ้าไป ไม่ใช่ว่า้าให้เ้า เอายาไปส่งที่ร้านนั้นก็ได้”
“เห็นทีจะยาก! วันนั้น ก่อนที่ข้าจะเดินมาร้านนี้ ข้าได้แวะไปที่ร้านใหญ่นั้นก่อนแล้ว แต่สิ่งที่ข้าได้รับคือสายตาดูถูกดูแคลน ไม่สนใจแม้กระทั่งจะเปิดขวดยาดูเลย”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าต้องยิ่งระวังตัว เดี๋ยวเย็นนี้ถ้าคนมีวรยุทธ์มาถึง ข้าจะแบ่งให้ติดตามเ้าสักหนึ่งคน!”
“ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ ข้าปรุงยาที่รักษาคนป่วยได้ ก็ต้องมียาที่ทำให้พวกเขาป่วยได้เหมือนกัน!”