ในบ้านมีแต่พวกผู้ชายไม่มีใครช่วยงานอะไรเลย ทุกคนกลับจากเลิกงานก็เอาแต่นอนรออาหารและรอคนซักเสื้อผ้า…
ไม่แปลกใจเลยที่น้องสะใภ้สี่ถึงได้หนีไป
ทุกคนต่างแอบโล่งใจที่ไม่ได้ส่งลูกสาวตัวเองไปแต่งงานที่บ้านหลังนั้นมิฉะนั้นคงได้ถูกกลั่นแกล้งบีบคั้นจนตายเป็นแน่!
ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่หลิวเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจเธอฉวยโอกาสนี้แกล้งป่วยและนอนอยู่บนเตียง
เมื่อพี่สะใภ้ใหญ่หลิว(แกล้ง) ป่วย งานทั้งหมดในบ้านก็ตกเป็นภาระของคุณย่าหลิวเพียงคนเดียว
แต่ก่อนคุณย่าหลิวไม่เคยรู้สึกอะไรเพราะคิดว่าตนเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่เป็นสะใภ้จนกระทั่งเป็นแม่สามีมาแล้ว
แต่หลังจากที่เธอได้เป็นแม่สามีเธอก็แทบจะปล่อยงานบ้านทั้งหมดให้สะใภ้ทำ จึงไม่เคยต้องลำบากเช่นนี้มาก่อน
นี่ไง!เพิ่งทำได้แค่สามสี่วันก็ทนไม่ไหวแล้ว รู้สึกว่าร่างกายไม่สบายไปหมดปวดเมื่อยไปทั่วทุกที่
ท้ายที่สุด...ก็คงเป็นเพราะสังขารร่วงโรย
ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีใครเอ่ยปากคุณย่าหลิวก็คิดถึงเซียวหยวนซินขึ้นมาเองเธอคิดว่าต้องรีบไปรับเซียวหยวนซินกลับมาแล้ว!
เซียวหยวนซินทำงานเก่งมาก!แถมยังทำได้ดีอีกด้วย!
ยิ่งไปกว่านั้นเซียวหยวนซินไปอยู่บ้านตระกูลเซียวมาแล้วยี่สิบวันแล้ว กลับไม่มีข่าวคราวอะไรเลยไม่แม้แต่จะกลับมาดูที่กองผลิตตระกูลหลิวสักครั้ง!
เรื่องนี้คิดแล้วก็ได้แต่โมโห!
แต่ก็ยังต้องไปเรียกหล่อนกลับมาอยู่ดีไม่เช่นนั้นเธอก็คงจะเหนื่อยจนหมดแรง…
ดังนั้นคุณย่าหลิวจึงเรียกหลิวเฉิงเหว่ยมา“เจ้าสี่ บ่ายนี้แกไม่ต้องทำงานแล้ว ไปเรียกหยวนซินกลับมาบอกว่าแม่ไม่ถือสาเอาความอะไรแล้ว หยวนซินเป็นภรรยาของลูกจะอยู่บ้านตระกูลเซียวตลอดไปก็ไม่ใช่เรื่องดีชาวบ้านเริ่มซุบซิบนินทากันไปใหญ่แล้ว”
หลิวเฉิงเหว่ยเมื่อได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นทันทีน้ำตาคลอเบ้าแล้วพยักหน้า “ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย!”
กล่าวจบเขาก็รีบกลับไปที่ห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังกองผลิตฉางซิงอย่างรวดเร็ว
…
ส่วนทางนี้ซูเจียวเจียวทั้งสี่คนก็ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข
หลายวันนี้เซียวหยวนซินช่วยงานบ้านเล็กๆน้อยๆ ส่วนเซียวหยวนหมิงก็ไปทำงานตามปกติทุกวัน ซูเจียวเจียวเองก็ทำเท่าที่ทำได้และไปทำงานทุกวันเช่นกัน
หากเลิกงานเร็วเซียวหยวนหมิงก็จะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ป่าบ้างลู่เหว่ยหมินและหลี่ต้าเฉวียนเมื่อได้ยินว่าเซียวหยวนหมิงไปล่าสัตว์ ก็ตามไปด้วยเพราะที่บ้านไม่ค่อยมีเนื้อ พวกเขาก็คิดจะขึ้นเขาไปลองเสี่ยงโชคดูเผื่อจะได้เนื้อมาเพิ่มมื้ออาหารให้กับครอบครัวบ้าง
เซียวหยวนหมิงไม่ได้ปฏิเสธเขานำทั้งสองคนขึ้นเขาไปด้วยกัน
ระหว่างทางหลี่ต้าเฉวียนกล่าวด้วยความอิจฉาว่า “พี่อาหมิงยุวชนซูดีกับพี่มากเลยนะ ผมได้ยินมาว่าเธอดีกับพี่หยวนซิน และดีกับหยวนหยวนมากๆเลย”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ดวงตาของเซียวหยวนหมิงก็อ่อนโยนลง “อืมเธอดีมากจริงๆ”
เจียวเจียวเปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆในช่วงนี้ ไม่เพียงแต่ดูแลบ้านเป็นอย่างดีแล้วเธอยังยินดีที่จะรับพี่สาวและหยวนหยวนเข้ามาอีกด้วยภรรยาที่ดีเช่นนี้เขาได้พบเจอแล้ว
ลู่เหว่ยหมินหัวเราะ“อาหมิงเองก็ไม่เลวเหมือนกัน ดูหน้าตาและรูปร่างของอาหมิงสิเป็นหนึ่งเดียวในหมู่บ้านเราเลย แถมอาหมิงยังทำงานเก่ง ได้แต้มคะแนนงานเต็มทุกวันแล้วยังขึ้นเขาไปล่าสัตว์เพิ่มมื้ออาหารให้ครอบครัวได้อีกด้วย”
หลี่ต้าเฉวียนพยักหน้าพลางเอ่ย“ใช่แล้ว ฉันสังเกตว่ายุวชนซูไม่ได้ผ่ายผอมลงเลย กลับอวบขึ้นเสียอีกผิวพรรณก็เปล่งปลั่งผุดผาด ต่างจากบรรดาสะใภ้คนอื่นๆ ในหมู่บ้านอย่างเห็นได้ชัด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเซียวหยวนหมิงก็ฉายแววครุ่นคิด ผิวของเจียวเจียวดูเหมือนจะดีมาตลอด…
อาจเป็นเพราะเจียวเจียวใช้ครีมบำรุงผิวหน้าก็ได้
อืมครั้งหน้าไปตัวเมืองมณฑลต้องซื้อมาให้เจียวเจียวสองกระปุกให้พี่สาวด้วยหนึ่งกระปุก
เซียวหยวนหมิงครุ่นคิดในใจแล้วของชิ้นใหญ่ที่ฝากฉีเย่ไปจัดการเมื่อครั้งที่แล้ว ไม่รู้ว่าถึงแล้วหรือยัง?
เมื่อฟ้าใกล้จะมืดเซียวหยวนหมิงก็กลับมาพร้อมแสงจันทร์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขทันทีที่กลับถึงหน้าบ้านเขาก็เห็นซูเจียวเจียวกำลังยืนชะเง้อรอเขากลับบ้านอยู่ตรงนั้น
“เจียวเจียว!”
เซียวหยวนหมิงก้าวเดินเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว
“อาหมิง กลับมาแล้วเหรอคะ” ซูเจียวเจียวหัวเราะแล้วเดินเข้าไปรับเขาเมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ถามว่า “วันนี้ได้ของเยอะเลยใช่ไหม?”
เซียวหยวนหมิงหัวเราะ“ก็ไม่เลวนัก”
“ให้ฉันดูหน่อยสิคะว่าคุณเอาอะไรมาบ้าง” ซูเจียวเจียวกำลังจะมองเข้าไปในตะกร้าหลังของเขาแต่เซียวหยวนหมิงก็ขวางไว้ “ระวังนะ ในนั้นมีงู”
เมื่อได้ยินว่างูซูเจียวเจียวก็ตกใจจนกระโดดถอยหลังไปไกลสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุดคือสิ่งมีชีวิตที่อ่อนนุ่มและตัวเป็นเมือกลื่นๆไม่ว่าจะเป็นปลิง งู หรือไส้เดือน เธอล้วนกลัวทั้งหมด!
เซียวหยวนหมิงพาซูเจียวเจียวเข้าไปในลานบ้านถึงห้องครัว เซียวหยวนหมิงเปิดฝาตะกร้าหลัง แล้วหยิบถุงกระสอบที่ทำจากหนังงูออกมา
ปากถุงถูกมัดด้วยเชือกแน่นแต่ข้างในก็ยังคงมีเสียงดังออกมา เห็นได้ชัดว่าเจ้างูกำลังดิ้นรนอยู่
หลังจากนั้นเซียวหยวนหมิงก็หยิบหมูป่าออกมาอีกหนึ่งตัว
ดวงตาของซูเจียวเจียวเป็นประกายไม่แปลกใจเลยที่อาหมิงกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ผลการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ดีเกินคาด
ดูจากหมูป่าตัวนี้แล้วอย่างน้อยก็น่าจะมีเนื้อถึงสี่สิบถึงห้าสิบชั่ง!
ดวงตาของซูเจียวเจียวโค้งลงเล็กน้อย“อาหมิงของฉันนี่เก่งจริงๆ!”
สมัยนี้บ้านอื่นมักจะหาเนื้อกินได้ยากแต่บ้านของเธอแทบจะมีอาหารที่มีเนื้อสัตว์หรือไข่ให้เห็นทุกวัน ไม่มีวันไหนขาดเลย
เงินห้าร้อยหยวนที่ขายโสมเมื่อคราวก่อนก็ยังเก็บอยู่!
เซียวหยวนซินเมื่อเห็นเซียวหยวนหมิงนำหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้กลับมาก็ดีใจไม่แพ้กัน“หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ ขายได้เงินเยอะเลยใช่ไหม?”
หลายวันนี้หลังจากได้อยู่บ้านเซียวหยวนซินก็ร่าเริงขึ้นมาก เธอไม่ขุ่นมัวเหมือนเมื่อก่อนแถมยังอ้วนท้วนขึ้นเล็กน้อย เมื่อก่อนผอมเหมือนไม้ซีก ลมพัดมาก็ปลิวหายไปได้
เนื้อหมูป่าจากคราวก่อนรวมถึงเนื้อวัวและขาหมูที่เซียวหยวนหมิงนำกลับมา ทุกอย่างถูกนำมาทำอาหารมีอาหารประเภทเนื้อสัตว์ใหญ่ทุกสี่วัน และอาหารประเภทเนื้อสัตว์เล็กทุกสองวันหลิวหยวนหยวนจึงอ้วนขึ้นจนตัวกลม นอกจากนี้เธอยังได้ดื่มผงนมมอลต์หนึ่งแก้วทุกวันทำให้ร่างกายของเธอก็ดีขึ้นมาก
ดังนั้นตอนนี้เซียวหยวนซินจึงกล้าพูดว่าจะนำหมูป่าไปขายเมื่อก่อนเธอไม่กล้า เพราะกลัวจะถูกจับว่าเป็นการค้ากำไรเกินควร
เซียวหยวนหมิงหัวเราะ“หมูป่าตัวนี้เราไม่ขาย เราเก็บไว้กินเรื่อยๆส่วนในถุงนี้ผมจับงูมาหนึ่งตัว ไม่มีพิษ คิดว่าน่าจะขายได้เงินบ้าง”
ซูเจียวเจียวพยักหน้าเห็นด้วย“หมูป่าเราเก็บไว้กิน ส่วนงูเอาไปขายเถอะค่ะ” ยังไงเธอก็ไม่กล้ากินงูแค่คิดก็กลัวแล้ว ถึงแม้จะไม่มีพิษก็ไม่กล้าอยู่ดี!
“หลี่ต้าเฉวียนกับลู่เหว่ยหมินพวกเขาได้อะไรบ้างไหมคะ?” ซูเจียวเจียวพลันนึกขึ้นได้แล้วถามขึ้น
เซียวหยวนหมิงกล่าวว่า“อืม แต่ละคนจับไก่ป่าได้หนึ่งตัวกับกระต่ายป่าอีกหนึ่งตัว”
ซูเจียวเจียวพยักหน้า“อืม แบบนี้ก็ไม่เลวหรอก อย่างน้อยก็เพิ่มมื้ออาหารได้”
ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนหมิงยังอยากวุ่นวายอยู่จึงดึงเขาให้ลุกขึ้น “ไปกินข้าวก่อนเถอะค่ะพี่สาวทำอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเรากินข้าวเสร็จแล้วค่อยจัดการเรื่องพวกนี้”
“ได้สิ” เซียวหยวนหมิงพยักหน้า แล้วไปล้างมือทั้งสี่คนในครอบครัวจึงนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
มื้อเย็นซูเจียวเจียวทำหมูป่าตุ๋นน้ำแดงถั่วเหลืองเซียวหยวนซินผัดมะระ และยังมีพริกหยวกทอดอีกจาน
ขาหมูคราวก่อนกินไปหมดแล้วส่วนหมูป่านี้เป็นหมูป่าตัวเดียวกับคราวก่อนที่ซูเจียวเจียวทำหมูเค็มเอาเกลือทาหมักไว้ ถึงแม้ในน้ำแกงจะไม่ได้ใส่เกลือ แต่ก็ยังคงเค็มเล็กน้อย
ช่วยไม่ได้สมัยนี้ไม่มีตู้เย็น ก็ต้องใส่เกลือเยอะหน่อย ไม่อย่างนั้นจะเสียง่าย
เมื่อเค็มก็เหมาะที่จะกินกับข้าวทำให้กินข้าวได้หลายชาม