ดวงจิตผู้ฟูมฟัก
ลึกลงไปในพื้นพิภพของเซนเทียน่างูใหญ่สี่ดำนอนขยับบิดกายกระสับกระส่ายด้วยความเ็ปการต่อสู้ในาัที่ไม่ได้รับชัยชนะส่งผลให้มันทรมานเยี่ยงนี้ถูกัหลายตัวรุมทำร้ายอย่างสาหัสจนต้องหลบหนีราวกับหนูโสโครก
ทรมานจากาแพุพองฟอนแฟะมันอาจจะร่างแหลกสลายในอีกไม่ช้าและไม่มีพละกำลังมากพอจะคืนร่างจริงได้ไร้หนทางรักษา ในสภาวะที่ความตายคืบคลานเข้าใกล้ก็มีผู้บุกรุกพวกมันคงเข้ามาซ้ำเขาเป็แน่ สันชาตญาณงูจนตรอกแม้ตัวจะเจ็บเจียนตายแต่ก็ต้องสู้
แสงจากตะเกียงเซนเทียค่อย ๆคืบคลานมายังแหล่งที่มันหลบซ่อนอยู่มันซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบหมายจะกัดให้จมเขี้ยวในคราเดียวถ้าจะตายก็ต้องลากคนที่ประสงค์ร้ายตายตามไปด้วย
“โอ๊ย!” อยู่ ๆ เสียงร้องด้วยความเ็ปจากหนึ่งในร่างอสุรเทวาก็ดังขึ้นตะเกียงเซนเทียสองสามดวงเผยให้เห็นชายหญิงคู่หนึ่งท่าทางเจ็บหนักเดินโซซัดโซเซหาที่หลบภัย
“มิก้า เจ็บมากหรือไม่เ้านั่งพักตรงนี้ก่อน” อสุรเทวาชายประคองหญิงสาวที่สะดุดก้อนหินด้วยความห่วงใยเขาประคองเธอให้นั่งลงอย่างเบามือและนวดคลึงข้อเท้าให้
“ไม่เป็ไรแล้วเทมิส นั่งพักอีกเดี๋ยวคงจะดีขึ้นเราคงต้องลงไปลึกกว่านี้พวกนั้นจะได้หาเราไม่เจอ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ
สองคนนั่นกำลังตรงมาที่มันดวงตาสีแดงในเงามืดหรี่เล็กประเมินสถานการณ์ หรือจะนอนเงียบ ๆ ต่างคนต่างอยู่เพราะพวกนั้นก็มาหาที่หลบภัยเหมือนกัน แต่มันก็เ็ปเหลือทนที่จะต้องนอนนิ่ง ๆรอให้สองคนนี้ผ่านตัวมันไปหรือว่าจะเป็มันเสียเองที่ควรออกไปให้พ้นตรงนี้ดีนะขยับแทบจะไม่ไหวแล้ว
“เทมิสข้าได้กลิ่นคาวเืไม่ได้มีแค่เราที่อยู่ที่นี่” ดูเหมือนอสรุเทวาสาวจะรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ และเ้าสัตว์าเ็คงไม่ต้องหลบอีกต่อไปแล้วมันจึงคิดจะชิงลงมือก่อน
“ฟ่อออออ!!!!” เสียงขู่ข่มขวัญงูั์ยืดตัวเพื่อให้ความใหญ่โตดูน่ากลัวสำหรับทั้งสองที่มาเยือน แต่มันก็ขยับได้ไม่มากความเจ็บร้าวในกระดูกก็ทำให้ต้องรีบหดหัวลงพยายามจะเลื้อยหนีไปอีกทาง
“ท่าน ท่านาเ็พวกเรามาดีไม่ได้ทำร้ายไม่ต้องหลบไปไหนหรอก” อสุรเทวาหนุ่มรีบปราม เมื่อเห็นว่าเ้าถิ่นเจ็บหนักและพยายามหาที่หลบซ่อนจากพวกเขา
“พวกเรากำลังถูกตามล่า ขอหลบอาศัยในนี้สักพักเถิด” อสุรเทวาหนุ่มรีบร้องบอกประคองฝ่ายหญิงเดินเข้ามาใกล้งูใหญ่เรื่อย ๆท่าทางหญิงสาวและชายหนุ่มไม่มีพิษภัยอะไร มันเหลือบมองทั้งคู่แล้วค่อย ๆขยับร่างที่มีาแเพื่อคลายความเจ็บ ในโพรงถ้ำใหญ่แม้จะมืดมิดแต่ตะเกียงเซนเทียสองสามดวงก็ทำให้พอมองเห็นลักษณะทั้งสองได้บ้าง
“ที่นี่ใต้เซนเทียน่าคงจะมีแต่ที่นี่เท่านั้นที่พอจะหลบเร้นสายตาพวกฝ่ายมืดได้ถ้าข้าเดาไม่ผิด ท่านคงเป็ผู้ปกปักทิศตะวันออก” อสุรเทวาหญิงนั่งลงข้าง ๆ ร่างของงูใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทักทาย เธอเองก็าเ็ไม่น้อยแต่ก็ยังมีกะใจผูกมิตรและยังรู้จักเขาอีกด้วย
“โชคดีที่เจอฝ่ายเดียวกันพวกข้ากำลังถูกตามล่าหวังว่าท่านจะพอแบ่งที่หลบภัยนี่ให้ได้บ้าง” อสุรเทวาหนุ่มเสริมชายหนุ่มดูาเ็น้อยกว่าจึงคอยประคองหญิงสาวมาตลอดทาง
เ้างูใหญ่ทำเพียงผ่อนลมหายใจ มันใกล้จะตายแล้วจะให้เ้าพวกนี้อยู่แทนก็คงไม่เป็ไรห่วงก็แต่เพื่อนอีกสามตน ป่านนี้จะเป็เช่นไรกันบ้าง
“ท่านาเ็ไม่น้อยตัวข้ามีพลังอยู่ไม่มากแล้วอีกไม่ช้าคงจะตามัข้าไปอยากจะมอบพลังที่เหลืออยู่นี่ให้ท่าน เห็นทีคงจะมีประโยชน์มากกว่า” หญิงสาวถอนหายใจแ่เบาพวกนี้คืออสรุเทวาที่ัสิ้นชีพไปแล้วอย่างนั้นหรือ
“ข้าเองก็เช่นกัน พวกเรามาหลบที่นี่เพื่อรักษาดวงจิตน่ะหวังว่าจะไม่มีใครพบเจอ” ชายหนุ่มกุมมือหญิงสาวไว้นี่คือเหตุผลที่หาที่ซ่อนที่ลึกที่สุดสินะ
คงไม่อยากให้ใครพบดวงจิตแล้วนำไปใช้ประโยชน์นับเป็เหตุผลที่ดี แต่ก็คงดีถ้าาแจะทุเลาบ้างถ้าพวกนี้จะรักษาให้ มันเ็ปเหลือเกินงูใหญ่เบนศีรษะใหญ่โตมามองทั้งสองดวงตาสีแดงนั้นใกล้จะปิดเต็มทีเพราะเริ่มทนพิษาแไม่ไหวจึงพยักหน้ารับความหวังดีของทั้งสองไปแต่ก็ไม่คิดว่า...
หญิงสาวและชายหนุ่มััร่างที่ใกล้สิ้นลมของงูใหญ่อย่างแ่เบาลำแสงสีเขียวจางๆ ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของมันอย่างช้า ๆ าแที่สามารถเอาชีวิตมันได้ค่อยๆ สมานตัว กระดูกที่หักร้าวค่อย ๆเชื่อมกันจนเกิดเสียงลั่นกรอบแกรบความรู้สึกใกล้ตายเมื่อครู่ค่อย ๆ เลือนหายไปจนหายดีในที่สุด
ดวงตาสีเขียวมรกตของทั้งสองมองร่างเขาที่หายดีด้วยความอิ่มใจความรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่นี้ทำให้มันมีพลังมากพอที่จะคืนร่างจริงอีกครั้ง
ร่างงูใหญ่สีดำค่อย ๆสลายกลายเป็ร่างชายหนุ่มผมดำั์ตาสีแดงทอประกายเจิดจ้าในเงาสลัวร่างกายสมส่วนสง่างามในชุดหนังดำสนิทค่อยๆ ลอยลงมาอย่างนุ่มนวลจนปลายเท้าแตะพื้นถ้ำ
“ท่านทั้งสองให้ชีวิตใหม่แก่ข้าไม่นึกว่าพลังในการรักษาของท่านจะมีมากถึงเพียงนี้” ชายหนุ่มในชุดหนังชันเข่าลงข้างหนึ่งเป็การทำความเคารพและขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
มือข้างหนี่งแตะลงพื้นถ้ำความสว่างไสวราวอัญมณีในผืนน้ำก็ปรากฏความสว่างนี้เผยให้เห็นร่างอสุรเทวาหนุ่มสาวได้ชัดเจน
หญิงสาวผมสีน้ำตาลซอยสั้นร่างเพียวสมส่วนดูาเ็ไม่น้อยขาข้างหนึ่งมีเืไหลออกมาจำนวนมาก ส่วนอสุรเทวาหนุ่มนั้นผมยาวดำสนิทจรดเอวมือซ้ายถูดตัดขาดพันไว้กับผ้าที่มาจากชายเสื้อของหญิงสาวอย่างแ่ามีเืซึมประปรายทั้งสองมีดวงตาสีมรกตสุกใสเปี่ยมไปด้วยเมตตา
ไม่คิดว่าทั้งสองจะมาทิ้งดวงจิตที่นี่เพราะถูกตามล่าพลังอันแก่กล้าขนาดนี้หาได้ยากในหมู่อสุรเทวาหรือว่าทั้งสองจะเป็ผู้ฟูมฟักชั้นสูงจึงถูกไล่ล่าดวงจิต
อสุรเทวานั้นถ้าัตายไม่ช้าไม่นานก็ต้องตายตามไปด้วยผิดกันกับัถ้าผู้ฟูมฟักตายัเ่าั้จะคุ้มคลั่งจนเสียสติแล้วหลบหนีหายไปอยู่กับความอ้างว้างไร้จิติญญา
ส่วนใหญ่แล้วจะถูกสภาัตามล่าปลิดชีพเสียมากกว่าเพื่อไม่ให้เป็ภัยความเดือดร้อนแก่เหล่าัด้วยกัน
“บุญคุณนี้ข้าต้องตอบแทนไม่ทราบว่าพวกท่านมีสิ่งใดให้ข้าได้ทดแทนบุญคุณอันใหญ่หลวงนี่หรือไม่” หากทั้งสองไม่ใกล้จะสิ้นลมเขาคงยอมเป็ข้ารับใช้ไปตลอดชีวิตแต่คงทำเช่นนั้นไม่ได้แล้ว
“ไม่เป็ไรหรอกท่านสิ่งสุดท้ายที่พวกข้าจะทำได้ก่อนจากไปคือได้ช่วยผู้เดือดร้อน” อสุรเทวาหนุ่มถอนหายใจรอยยิ้มที่ส่งมาให้ช่างอ่อนล้าไม่ต่างกับฝ่ายหญิง
“ถ้าจะขอได้อยากขอให้ท่านช่วยรักษาดวงจิตของพวกข้า อย่าได้ให้อยู่ในมือพวกฝ่ายมืดก็พอวันหน้าหากมีผู้เหมาะสมจะได้ฟูมฟักาาดวงจิตของพวกข้าจะได้ส่งมอบให้เขาเป็กำลังอีกแรง” อสุรเทวาหญิงเอ่ย เห็นจะมีแต่เพียงคนตรงหน้าแล้วที่จะพอช่วยได้ถึงจะมาทิ้งดวงจิตไว้ที่นี่เพื่อความปลอดภัยแต่ไม่แน่วันหน้าโฮล์เบเรียสอาจพบเข้าแล้วทำลายเสีย
“พวกท่านคือผู้ฟูมฟักไฮดราหรือ” ไม่แปลกใจที่พลังเวทย์จะแก่กล้าเพียงนี้
“ใช่แล้ว” อสุรเทวาหนุ่มยิ้มรับ
“ต้องขออภัยที่ล่วงเกินพวกท่านแต่แรก” เ้าของชุดดำรีบโค้งคำนับโชคดีที่เขาาเ็เกินกว่าจะทำร้ายทั้งคู่ได้ในตอนต้นไม่เช่นนั้นเขาคงเสียใจมาก
“ไม่เป็ไรหรอกท่าน ที่นี่เป็สถานที่ที่ดีมากปลอดภัยที่สุดเพราะมีทรีบาสดูแล้าที่เป็โรงเรียนพวกเราอยู่อย่างน้อยโฮล์เบเรียสก็ไม่กล้าทำอันตรายที่นี่แน่ ส่วนท่านก็ดูแลอาณาเขตของทิศตะวันออกนี้อย่างแข็งขัน” อสุรเทวาหญิงนั่งลงอย่างอ่อนแรง
“ข้าเข้าร่วมต่อสู้ด้วยเพื่อปกป้องฝั่งาาแต่ได้รับความพ่ายแพ้กลับมา คิดว่าไม่นานก็คงร่างสลายสิ้นแต่พวกท่านก็ได้ให้ชีวิตใหม่แก่ข้าบุญคุณนี้ใหญ่หลวงนัก” เขายังคงก้มหน้า หวั่นใจในสิ่งที่ตัวเกือบจะทำผิดพลาดเสียแล้ว
“โรลเกลัของข้ายังมีทายาทใน่ชุลมุนมีผู้หวังดีไม่ทราบนามนำพาทายาทตนสุดท้ายไปหลบซ่อนเรียบร้อยแล้วจึงทำให้โฮล์เบเรียสครองบัลลังก์ได้ไม่สมบรูณ์พวกข้าสองคนจึงเป็เป้าหมายอีกหนึ่งที่ต้องตามหาเพราะถ้าครองดวงจิตของข้าทั้งสองได้และทำลายลงไข่ไฮดราใบสุดท้ายจะไม่มีทางฟัก หวังว่าท่านจะช่วยเหลือพวกเราในเื่นี้” เธอกำชับอีกรอบ คงต้องฝากเขาจริงๆ แล้ว
“ได้...ข้ารับปากพวกท่านและจะทำมันให้สุดความสามารถถ้าข้าไม่ตายไม่มีทางที่ใครจะมานำดวงจิตพวกท่านไปได้” เขารับคำอย่างแข็งขัน
“เท่านี้พวกข้าก็วางใจแล้วระหว่างที่พวกเราจะละร่างเหลือเพียงดวงจิตนี้ขอที่พักกายสักครู่เถิด” อสรุเทวาหนุ่มตระกองกอดหญิงสาวไว้อย่างรักใคร่หวังให้กายที่เหลือความอบอุ่นเพียงน้อยนิดจะช่วยให้เธอคลายอาการสั่นเทาลงบ้าง
“ข้าจะจัดสรรให้” ผู้ปกปักทิศตะวันออกเนรมิตที่นอนนุ่มสบายให้ทั้งสองอย่างดีคงเป็สิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำให้ผู้มีพระคุณได้
เขายินดีจะรับใช้ดวงจิตของทั้งสองจนวันตายสองร่างชายหญิงทิ้งร่างนอนเคียงกันเกาะกุมมือพูดคุยกระซิบเื่ราวในอดีตที่ทั้งคู่ผ่านร่วมกันมา
บาร์รามยืนมองภาพนั้นอยู่เนิ่นนาน ก่อนร่างทั้งสองจะกลายเป็ละอองฝุ่นสีเขียวอ่อนค่อยๆ รวมตัวกันเป็หนึ่งหลอมจนเป็ลูกแก้วสวยใสสีมรกตลอยนิ่งอยู่เหนือที่ที่ทั้งสองหลับใหลไปตลอดกาล
บาร์รามรับดวงจิตนั้นมาไว้ในมือแล้วบรรจุลงตลับแก้วสีสวยเก็บไว้กับตัวเขาจะไม่มีวันให้ใครมาแย่งชิงมันไปแน่นอน
แต่ทว่าถ้าขืนเขายังอยู่ที่นี่ทรีบาสอาจจะเดือดร้อนโฮล์เบเรียสอาจจะล่วงรู้ว่าทั้งสองหนีมาหลบที่นี่
แม้ตัวมันจะไม่กล้ามาก่อกวนแต่ก็อาจส่งสายลับเข้ามาวุ่นวายและตามหาไม่นานก็คงพบเข้ากับเขาและดวงจิตของมิก้ากับเทมิสได้เขาควรจะหลบไปภพอื่นสักพัก แต่จะทำเช่นนั้นเพื่อนเขาทั้งสามคนจะคิดว่าทรยศไหมนะ
แม้จะถูกมองว่าทรยศเขาก็คงจะต้องทำตามสัญญาที่จะปกป้องดวงจิตของทั้งคู่ไว้ให้ได้แต่สิ่งที่เขาต้องใช้ในการจะไปภพอื่นในเวลานี้ได้คือ‘โองการเชื่อมภพ’ กุญแจและประตูที่สามารถเหยียบย่างทั้งสี่ภพได้และเขาต้องไปเอามันมา