เฟิ่งหยูพิจารณาสถานการณ์ต่าง ๆดูแล้วพลันสรุปได้ทันทีว่าองค์ชายสี่ก่อการกบฏจริง ๆเฟิ่งหยูสั่งให้วิหคเพลิงอมตะเร่งความเร็วขึ้นและให้หงส์เพลิงลดความเร็วลงและคอยคุ้มกันพวกเขาแทนเผื่อว่ามียอดยุทธ์ระดับสูงอยู่
วิหคเพลิงอมตะที่มีเฟิ่งหยูนั่งอยู่บนหลังของมัน พลันบินมาแต่ไกลมันส่งเสียงร้องที่ดังลั่นไปทั่ว พร้อมกับความเร็วที่มากกว่าระดับราชันเทวะ
“เฟิ่งหยู เจ้าหนูนั่นมาแล้ว”องค์กษัตริย์อาณาจักรหงส์เพลิงเอ่ยขึ้นมา
เฟิ่งหยูมองเห็นกองทัพขององค์ชายสี่กำลังเดินหน้าเตรียมเข้าโจมตีกองทัพขององค์ชายผิงอานเฟิ่งหยูกระชับหมัดแน่นพลังเส้นสายสีทองระเบิดออกมาทั่วร่างลมปราณแผดเผาประหนึ่งเตาหลอมที่ร้อนระอุ เฟิ่งหยูพุ่งดิ่งลงมาจากหลังของวิหคเพลิงอมตะ......
เหล่าทหารทางฝ่ายองค์ชายสี่หน้าเปลี่ยนสีเขาไม่รู้ว่าใครที่พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าพวกเขารู้เพียงว่าคนคนนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมากร่างของทหารขององค์ชายสี่เริ่มสั่นเทา พวกเขาอยากจะรีบวิ่งหนีไปแต่ก็ไม่สามารถจะหนีได้ เพราะแรงกดดันนั้นกดทับร่างกายของพวกเขาเอาไว้
ทางฝ่ายผู้นำตระกูลตงเห็นดังนั้นจึงรีบพุ่งทะยานเข้าไปหาเฟิ่งหยูในทันที
“ จงมอดไหม้ไปซะพวกเจ้า” เฟิ่งหยูพุ่งดิ่งลงมาจากหลังของวิหคเพลิงอมตะด้วยความเร็ว
“หงส์เพลิงทะยานฟ้า!”
คลื่นนน.... !
เปลวเพลิงที่มีความร้อนสูงทำลายล้างเป็นวงกว้างและรุนแรง อย่างถึงที่สุดพุ่งตรงลงสู่ขบวนทัพของกองทัพองค์ชายสี่ที่มีนับแสนคนที่มุ่งตรงมายังแนวหน้า
ตู้มมมมม !
เปลวเพลิงความร้อนสูงจนหลอมละสายหินให้กลายเป็นลาวาได้คลอบคลุมบริเวณกว้างกินพื้นที่กว่าห้าลี้ (สองกิโลเมตรครึ่ง) พลันมอดไหม้เหล่าทหารกองทัพองค์ชายสี่เป็นจุลในพริบตาทหารกว่าหมื่นนายถูกสังหารภายในครั้งเดียว
หลังจากปล่อย “หงส์เพลิงทะยานฟ้า” ออกไปเฟิ่งหยูสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเขา ผู้นำตระกูลตงพุ่งทะยานมาหาเขาระยะห่างไม่ไกลมากนัก
“แกว๊ก !”
ลำแสงสีแดง อาณุภาพร้ายแรงยิ่งกว่าหงส์เพลิงทะยานฟ้า พุ่งเข้าหาผู้นำตระกูลตงอย่างรวดเร็ว
ผู้นำตระกูลตงสัมผัสได้ถึงอันตรายแต่ก็ไม่สามารถจะหลบเลี่ยงได้ทัน
“นั่นมันอะไรกัน.....”
เพียงไม่ถึงสองลมหายใจ ร่างของผู้นำตระกูลตงกลับหายไปในพริบตาลำแสงที่ยิงออกมายังไม่ยอมหยุดมันพุ่งเข้าหากองทัพนับล้านขององค์ชายสี่อย่างรวดเร็ว
ตู้มมมมม.....
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ภูเขาหลายลูกหายไปในพริบตากองทัพนับล้านขององค์ชายสี่พลันหายไปหนึ่งในสี่ส่วนทันที
“หงส์เพลิง” เสียงกษัตริย์ผิงสู่ดังขึ้นมา
หงส์เพลิงผู้พิทักษ์อาณาจักรเหล่าทหารทางฝ่ายขององค์ชายผิงอันต่างโห่ร้องด้วยความยินดี
เฟิ่งหยูลงถึงพื้นพลันดีดตัวพุ่งเข้าหาองค์ชายสี่อย่างรวดเร็วเขาคว้าตัวองค์ชายสี่พร้อมกับเหวี่ยงตัวองค์ชายสี่ด้วยความรุนแรงไปยังองค์ชายเหวินเทียนที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก
ตงหลี่ซวงเห็นดังนั้นจึงพุ่งตัวเข้าหาเฟิ่งหยูพร้อมกับกระบี่คู่กายแต่ยังไม่ทันออกตัว พลันมีลำแสงพุ่งเข้ากลางหน้าฝากของตงหลี่ซวง
“ดัชนีเพลิงฟ้า !”
ฟิ้ววว..
ร่างของตงหลี่ซวงยืนแข็งค้างพร้อมกับความเสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะล้มลงกองอยู่ตรงหน้าคนของตระกูลตงที่ติดตามมาอีกจำนวนมาก
หงส์ฟ้าบินควบคู่มากับวิหคเพลิงอมตะล่อนลงมาใกล้ ๆ กับเฟิ่งหยูเหล่าทหารที่เหลือ ขององค์ชายสี่เมื่อเห็นดังนั้นต่างรีบถอยร่นออกห่างไปอย่างรวดเร็ว
“สังหารให้หมด”เสียงสั่งการขององค์ชายผิงอานดังไปทั่วสนามรบ
กองกำลังทหารนับล้านขององค์ชายผิงอานพลันบุกโจมตีกองทัพขององค์ชายสี่อย่างรวดเร็วทุกด้าน กองกำลังขององค์ชายสี่ที่ถูกรายล้อมด้วยทหารนับล้าน เมื่อผู้นำตระกูลตงรวมถึงผู้อาวุโสตระกูลตงได้เสียชีวิตไปอย่างง่ายดา กำลังใจของเหล่ากองทัพล้วนหดหายเหลือเพียงความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่
หงส์เพลิงและวิหคเพลิงอมตะ สยายปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยมีเฟิ่งหยูนั่งอยู่บนหลังของวิหคเพลิงอมตะ เมื่อเหล่ากองทัพขององค์ชายสี่เห็นภาพนั้นยิ่งทำให้พวกเขาหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
วิหคเพลิงอมตะและหงส์เพลิงต่างระดมลูกไฟขนาดใหญ่โจมตีเหล่ากองทัพขององค์ชายสี่ลูกไฟแต่ละลูกทำให้ทหารหลายร้อยนายสิ้นชีพในทันที
เวลาหนึ่งชั่วยามของการรบกองทัพขององค์ชายสี่เหลือเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้นส่วนทางด้านของกองทัพองค์ชายผิงอานกลับยังคงสูญเสียไม่มากนัก ตงหลี่คังเห็นเช่นนั้นก็แทบไม่มีแรงที่จะยืนเขาทรุดตัวลงต่อหน้าองครักษ์ที่องค์ชายเหวินเทียนสั่งให้พวกเขาควบคุมตัวตงหลี่คังเอาไว้
“หากใครยอมจำนนข้าจะเว้นโทษตาย ส่วนใครที่ยังต่อสู้สังหารอย่าให้เหลือ”คำสั่งขององค์กษัตริย์ผิงลู่ดังขึ้นมาเสมือนแสงสว่างให้กับทางกองกำลังขององค์ชายสี่ที่เหลืออยู่
เคร้ง....
เคร้ง.....
เสียงอาวุธหลากหลายชนิดถูกโยนทิ้งพร้อมกับเหล่ากองทัพขององค์ชายสี่ที่ยอมจำนนด้วยความหวาดกลัว
เฟิ่งหยูที่นั่งอยู่บนวิหคเพลิงอมตะและหงส์เพลิงบินร่อนลงมายังจุดที่องค์ชายเหวินเทียนยืนอยู่
เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าจบลงด้วยชนะของกษัตริย์ผิงลู่อย่างลวดเร็ว
“แกว๊กก แกว๊กก”
ทั้งสองตัวร้องออกมาพร้อม ๆ กัน เหล่าองค์กษัตริย์และผิงอานและองค์ชายเหวินเทียนที่คุมตัวองค์ชายสี่เดินเข้ามาหาเฟิ่งหยู
“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยกระหม่อมมาช้า”
“ครั้งนี้ได้เจ้าช่วยเอาไว้ พวกเราต้องขอบใจเจ้าจริง ๆ”
กษัตริย์ผิงลู่เดินเข้ามาใกล้ ๆเฟิ่งหยูพร้อมกับมองหงส์เพลิงอย่างไม่ละสายตา
องค์กษัตริย์ องค์ชายและเหล่าราชวงศ์รวมถึงขุนนาง ทหารทุกคนต่างคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพียงกัน
“ขอบคุณท่านเทพหงส์เพลิงที่ช่วยปกป้องอาณาจักรหงส์เพลิงแห่งนี้”
“ขอบคุณท่านเทพหงส์เพลิงที่ช่วยปกป้องอาณาจักรหงส์เพลิงแห่งนี้”
“ขอบคุณท่านเทพหงส์เพลิงที่ช่วยปกป้องอาณาจักรหงส์เพลิงแห่งนี้”
พร้อมกับทำความเคารพหงส์เพลิง
เฟิ่งหยูยืนงงจนกระทั่งองค์ชายเหวินเทียนเข้ามาอธิบายให้เฟิ่งหยูเข้าใจ
“อาณาจักรหงส์เพลิงแห่งนี้ หงส์เพลิงคือสัตว์ในตำนานหากหงส์เพลิงปรากฏกายแสดงว่ามีอาณาจักรหงส์เพลิงกำลังมีภัยตอนนี้หงส์เพลิงปรากฏกายพร้อมกับการกบฏขององค์ชายสี่จึงทำให้ทุกคนต่างยกย่องหงส์เพลิงเป็นดั่งเทพของพวกเขาทั้งอาณาจักร”
“ว่าแต่เจ้าไปเจอหงส์เพลิงที่ไหน”องค์ชายเหวินเทียนกล่าวออกมาด้วยความสงสัย
“ข้าไม่ได้เจอ แต่เสี่ยวเลี่ยงเจอ..พร้อมกับช่วยเหลือหงส์เพลิงเหตุการณ์เป็นอย่างไรข้าเองก็ไม่ทราบได้ เพราะหลังจากรักษาพวกเขาเสร็จ ก็ต้องรีบมาช่วยพวกเจ้าจนไม่ได้ถามรายละเอียดของเรื่องนี้”เฟิ่งหยูตอบ
“เอาเถอะ ยังไงก็ช่างแต่ว่าพลังของเจ้าเองก็เพิ่มขึ้นมาเยอะเลยนี่สามารถสังหารทหารนับหมื่นได้เพียงกระบวนท่าเดียวแบบนี้”องค์ชายเหวินเทียนกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้ในเมืองเป็นยังไงบ้างเราเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดคงต้องรอให้เหตุการณ์ครั้งนี้สงบลงก่อนแล้วพวกเราค่อยว่ากันอีกทียังมีงานใหญ่ยิ่งกว่ารอให้พวกเราจัดการอยู่”
องค์ชายเหวินเทียนพลันพยักหน้าเข้าใจความหมายที่เฟิ่งหยูพูดออกมา
องค์ชายผิงอานรีบนำกองกำลังทั้งหมดกลับเมืองหลวงหงส์เพลิงอย่างเร่งด่วนเพียงไม่นานกองทัพขององค์ชายผิงอานก็กลับมาถึงเมืองหงส์เพลิง
ทหารที่อยู่ในเมืองพยายามต้านทานกองกำลังตระกูลตงอย่างเข้มแข็งแม้จะสูญเสียทหารไปเป็นจำนวนมากแต่พวกทหารที่อยู่ในเมืองกลับทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมกองกำลังของตระกูลตง และตระกูลอื่นๆแม้จะพยายามบุกอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่สามารถเข้าเมืองไปได้
ชาวเมืองต่างอกสั่นขวัญหายเมื่อเห็นกองกำลังของตระกูลตงบุกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายหลายคนถึงกับทนรับไม่ได้ จับอาวุธทหารที่สิ้นชีพออกมาต่อสู้กับคนของตระกูลตงอย่างห้าวหาญ
เมื่อกองทัพขององค์กษัตริย์และองค์ชายผิงอานมาถึง
“แกว๊ก...!! แกว๊ก..... !!” เสียงวิหคเพลิงอมตะและเสียงของหงส์เพลิงดังมาแต่ไกลเฟิ่งหยูให้องค์กษัตริย์ผิงลู่และองค์ชายผิงอานยืนอยู่บนหลังของหงส์เพลิงและวิหคเพลิงอมตะ
สายตาทุกคนจับจ้องไปยังวิหคเพลิงอมตะและหงส์เพลิงภาพที่เห็นเด็กหนุ่มชุดขาวยืนอยู่บนวิหคเพลิงอมตะเส้นผมปลิวไสวไปตามสายลมและภาพขององค์กษัตริย์ที่แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศยืนอยู่บนหลังหงส์เพลิงทำให้ผู้คนที่พบเห็นภาพนี้ถึงกับอ้าปากค้าง
ภาพที่ทุกคนเห็นดูยิ่งใหญ่ สมกับที่เป็นองค์กษัตริย์ที่มีบารมีแผ่ไพศาลเป็นภาพที่ทุกคนในเมืองเห็นแล้วล้วนรู้สึกประทับใจ เป็นอย่างยิ่ง ทหารทุกคนที่รบกันอยู่ต่างหยุดสู้รบและถอยออกห่างจากกัน เหล่าทหารและชาวเมืองโห่ร้องด้วยความยินดี
ส่วนกองทหารของตระกูลตงและตระกูลอื่น ๆ ที่เข้าร่วมกลับออกอาการหวาดกลัวเมื่อมองดูภาพนี้หลังจากนั้นไม่นานกองกำลังของตระกูลตงและตระกูลอื่น ๆ ที่เข้าร่วมถึงกับหน้าถอดสีเมื่อภาพที่พวกเขาเห็นคือกลุ่มคนของตระกูลตง และองค์ชายสี่รวมถึงทหารขององค์ชายสี่จำนวนมากถูกควบคุมตัวมาแต่ไกล
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าองค์ชายสี่ พ่ายแพ้แล้วอย่างนั้นหรือ?”
“แล้วผู้นำตระกูล กับตงหลี่ซวง หละพวกเขาไปไหนทำไมไม่ปกป้ององค์ชายสี่” ตงจินเฉินเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“พวกเจ้าจงยอมจำนนเสียแต่โดยดี องค์ชายสี่ได้พ่ายแพ้ไปแล้วตงหลี่ซวงและผู้นำตระกูลตงของพวกเจ้าถูกสังหารจนสิ้นแล้ว”กษัตริย์ผิงลู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดังกึกก้อง
“ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ ผู้นำตระกูลของเราเป็นถึงราชันเทวะจะพ่ายแพ้ง่าย ๆ ได้อย่างไร?”
“เชื่อหรือไม่นั้นก็แล้วแต่เจ้า หากใครไม่ยอมจำนนสังหารได้ทันที”น้ำเสียงขององค์กษัตริย์เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
เสียงแผดร้องคำรามลั่นดังสนั่นไปทั่วฟ้าดิน พื้นดินพลันสั่นไหวเงาสีเหลืองร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาด้วยจิตสังหารที่รุนแรงยิ่ง
“อะไรกัน!” แววตาขององค์ชายผิงอานฉายแววประหลาดใจขึ้นพลางแผดเสียงกล่าวออกมาว่า
“รีบหยุดตงจินเฉิน เอาไว้ซะ!”
“ข้าจะฆ่าเจ้าเดรัจฉานี่ซะ ตระกูลตงจะไม่มีวันแพ้พวกเจ้าพวกเจ้าต้องตายอย่างเจ็บปวดทรมาน!”
“หาที่ตายนัก แต่เดิมข้าคิดว่าพวกเจ้าจะพอมีสำนึกอยู่บ้างแต่ดูเหมือนว่าคงจะต้องฆ่าพวกเจ้าเสียจะได้ไม่ต้องไปกดขี่รังแกใครไปตลอดชีวิต”
ตงจินเฉิน ถือหอกเงินพุ่งทะยานร่างเข้ามาหมายจะทะลวงศีรษะของกษัตริย์ผิงลู่
“อย่างเจ้านะหรือจะมาต่อกรกับข้า!”
“แหลกไปซะ!” กษัตริย์ผิงลู่คำรามลั่น แขนของกษัตริย์ผิงลู่เหมือนกับมัจฉาที่พุ่งขึ้นมาจากมหาสมุทรเขาปล่อยฝ่ามืออกไปอย่างรวดเร็วประหนึ่งแสง ก่อนจะจับหอกเงินของตงจินเฉินเอาไว้
“เป็นไปได้ยังไง” ตงจินเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงความแข็งแกร่งของกษัตริย์ผิงลู่คนนี้แข็งแกร่งขนาดไหนถึงกับสามารถจับอาวุธของเขาได้ด้วยมือเปล่า!
“ตายไปซะ!”
ปังงง... !
ฝ่ามือของกษัตริย์ผิงลู่กระแทกเข้าใส่ทรวงอกของตงจินเฉินทำให้อวัยวะภายในของตงจินเฉินแตกสลายร่างของเขากระเด็นออกไปพร้อมกับกายที่แหลกสลายเป็นเสี่ยง ๆ
ผู้คนของตระกูลตงเมื่อเห็นดังนั้น ทั่วทั้งบริเวณพลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้นพวกเขาต่างก็เบิกตาทั้งสองกว้าง ฝ่ามือเดียวสามารถสังหารตงจินเฉินที่อยู่ในระดับเทวะขั้นที่หนึ่งได้อย่างง่ายดาย
เหล่าผู้คนจากตระกูลอื่น ๆที่เข้าร่วมเมื่อเห็นภาพนี้ต่างยินยอมพร้อมใจกันยอมจำนนคนของตระกูลตงเมื่อไม่มีผู้นำก็ไม่สามารถต่อกรกับกองทัพมากมายมหาศาลได้อีก พวกเขาทั้งหมดถูกทหารขององค์ชายผิงอานและกษัตริย์ผิงลู่ล้อมเอาไว้หมดทุกทางจึงจำใจต้องยอมจำนนเพื่อรักษาชีวิตของพวกเข้าเอาไว้..........
กษัตริย์ผิงลู่สั่งควบคุมคนของตระกูลตง และตระกูลอื่น ๆที่เข้าร่วมการก่อกบฏในครั้งนี้เอาไว้รอการตัดสินทีหลัง
กษัตริย์ผิงลู่และองค์ชายผิงอานลงจากหลังของวิหคเพลิงอมตะและหงส์เพลิงพร้อมกับนำกองกำลังทั้งหมดกลับเข้าเมือง ทหารและชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความยินดี