ฤดี จ้องใบหน้าตัวเองจากเงาสะท้อนของถาดโลหะมันวาวรอยฟกช้ำตรงแก้มทำให้ใบหน้าคมๆ ของเขาผิดปกติ ั้แ่มาอยู่นี้หนวดเคราและผมเผ้ายาวขึ้นมากจนดูแก่เกินกว่าวัย 40 เศษ ถ้าเขาได้กลับออกไปตรวจคนไข้ในสภาพนี้คงไม่มีใครจำได้แน่ เผลอ ๆคนไข้จิตเภทอาจจะหวาดระแวงหมอหน้าโฉดคนนี้เสียเอง
เขาชะโงกหน้าไปดูหัวแถว มีชายในชุดสีส้มอีกราวๆ 10 คนอยู่ก่อนหน้า ทำไมยุคนี้ยังต้องมายืนต่อแถวรับอาหารกลางวัน ทั้งที่บรรยากาศภายในโรงอาหารก็ดูสะอาดสะอ้านเต็มไปด้วยหน้าจอและเครื่องสร้างภาพ 3 มิติ ทำไมถึงไม่ใช้หุ่นยนต์เสิร์ฟหรือไม่ก็ระบบส่งอาหารจากใต้โต๊ะเหมือนตอนไปกินที่ร้านเขาคิดว่าไม่ใช่การฝึกความอดทนของนักโทษแน่ ๆงบประมาณน่าจะถูกเจียดไปให้ห้องพักแสนสบายของเหล่าผู้คุมมากกว่า
"มึงไปสิวะ ไอ้หมอสำออย"ฤดีเหลียวหลังไปตามเสียง ชายร่างั์วัยรุ่นผมสีส้มะโมาจากตำแหน่งที่อยู่ถัดไปสามคิวไม่รู้ชื่อจริงของมัน เขาเลยเรียก ไอ้กันต์ ตามคนอื่น
"ชักช้านักเดี๋ยวมึงก็ได้แผลเพิ่มหรอก" ไอ้กันต์กับเพื่อนร่วมแก๊งอีก 3 คนหัวเราะลั่นแผลฉีกขาดตรงแขนขวาก็มาจากเศษกระจกที่ไอ้กันต์ฝากไว้เมื่อสองวันก่อนอย่าเรียกว่าคู่ต่อสู้เลย เรียกว่า หมาหมู่ ดีกว่า
ฤดีทำเป็ไม่สนใจ เขาสาวเท้าเข้าไปหาแขนกลซึ่งตั้งอยู่ข้างผู้คุมหน้าใหม่ในชุดสีน้ำเงินจากที่สังเกต พนักงานเรือนจำจะเปลี่ยนตำแหน่งทุกห้าวันแบบสุ่ม เขาเดาว่าเพื่อกันไม่ให้ผู้คุมที่เป็ไส้ศึกช่วยนักโทษหลบหนีแขนกลหยิบข้าวผัดจานจิ๋ว น้ำซุบ และขวดน้ำเปล่าวางบนถาดโลหะอย่างรวดเร็ว
"ออกไปสิ" ผู้คุมบอกเมื่อเห็นฤดียืนนิ่งหลังจากยกถาดอาหารของตนเองออก
"คนคนนั้นยังไม่ได้นะ" หมอวัยกลางคนชี้ไปยังชายชราที่นั่งบนล้อเข็นใกล้หน้าต่างแววตาดูเหม่อลอย
"ให้เขามาเอาเองสิ"
ฤดีหัวเราะเล็กน้อย"พวกคุณไม่ส่งเวรกันเลย เขาเป็โรคอัลไซเมอร์ระยะสุดท้าย จำชื่อตัวเองยังไม่ได้จะจำได้ไงว่ากินอาหารไปแล้วรึยัง ปกติจะมีนักโทษคนหนึ่งดูแล แต่เพิ่งโดนโทษปะาชีวิตไปเมื่อวาน"
"แล้วทำไมคุณไม่ไปดูแลเขาแทน" ผู้คุมพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ไม่ใช่หน้าที่ผมแค่เดินมาบอกพวกคุณทุก ๆ ห้าวันที่ผลัดเวร นี่ก็ทำเกินหน้าที่มากแล้ว"
พูดจบฤดีก็ถือถาดอาหารผละออกมาโดยไม่หันไปมองจากนั้นก็กินข้าวผัดคนเดียวเงียบ ๆ อยู่ที่นั่งประจำ สักพักก็มีเ้าหน้าที่เรือนจำเดินหยิบถาดอาหารไปให้ผู้ป่วยโชคดีที่ชายชรายังพอมีสัญชาตญาณใช้มือหยิบอาหารใส่ปากได้เอง
ผู้คุมชื่อวินัยเฝ้าจุดรับอาหารจนแถวหมดเกลี้ยงแขนกลเลื่อนเข้าไปด้านในก่อนที่บานหน้าต่างช่องรับอาหารจะเลื่อนลงมาปิด ในตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงคนโห่ร้องดังมาจากกลุ่มนักโทษที่ยืนรายล้อมอะไรบางอย่าง เขากดนาฬิกาข้อมือแล้วพูด
"มีเหตุทะเลาะกันที่โรงอาหารตึกแสงอรุณขอกำลังเสริม" จากนั้นกดปุ่มเพื่อจำลองภาพจากกล้องวงจรปิดบนเพดานมาแสดงไว้ตรงหน้า เขาส่ายศีรษะอย่างเอือมระอา ใช้มือคลำหาปืนที่เหน็บอยู่ข้างตัว แล้วหยิบที่อุดหูมาสวมใส่
เหล่านักโทษกำลังต่อสู้กันสี่รุมหนึ่งคนที่โดนรุมต่อยสวนคู่อริได้หมัดหนึ่งก่อนโดนสกัดขาลงไปนอนกับพื้น วินัยวิ่งไปยังฝูงชนพลางเป่านกหวีดนักโทษที่ล้อมเป็วงกลมหยุดส่งเสียงเชียร์อย่างฉับพลัน แล้วสลายตัวเปิดทางให้เ้าหน้าที่เข้าไป
“หยุดเดี๋ยวนี้” ผู้คุมะโทว่าทั้งสี่ยังคงกระทืบนักโทษคนหนึ่งต่อไป ไร้การตอบสนอง เขาจึงใช้ปืนยิงไปที่นักโทษ2 คน ะุพุ่งเร็วจนแทบไม่เห็น ไอ้กันต์รู้ตัวอีกที เพื่อนสองคนก็ล้มลงตรงหน้า แน่นิ่งไปชายร่างั์คำรามด้วยความโกรธ แล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็ชายในเครื่องแบบแทน ทว่าวินัยไหวตัวทันะโถอยหลังแล้วกดปุ่มบนนาฬิกา ทันใดนั้นเกิดเสียงหวีดแหลมดังไปทั่ว ไม่มีนักโทษคนไหนสวมที่อุดหูเหมือนผู้คุมทุกคนในชุดสีส้มต่างปิดหู ดิ้นไปมาท่าทางทรมานสุดขีด ไอ้กันต์ก็ทนไม่ไหวยอมศิโรราบนอนกับพื้น วินัยกดปิดเสียงเมื่อมีกำลังเสริมมาถึง ผู้ก่อเหตุห้าคนยกมือไพล่หลังศีรษะเมื่อถูกปืนจ่อจากนั้นก็หมอบลงตามคำสั่ง เ้าหน้าที่บังคับให้นักโทษคนอื่น ๆ ทยอยทำตามยกเว้นชายชราความจำเสื่อมคนเดียวที่มองไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา ไอ้กันต์ที่นอนบนพื้นขยับเท้าไปสะกิดลำตัวเพื่อนที่โดนยิงปากซีดด้วยความหวั่นใจ
"ปืนนี่แค่ทำให้เขาหลับไปชั่วคราวเท่านั้นไม่ต้องห่วง" ชายในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเอ่ย
หน่วยปฐมพยาบาลกรูกันเข้ามาช่วยผู้าเ็วางกล่องสี่เหลี่ยมบนข้อพับแขนเพื่อวัดความดันโลหิตพร้อมกับนำหน้ากากออกซิเจนมาครอบผู้าเ็ทั้งสามคน
"ทีนี้จะบอกได้รึยังว่าใครเริ่มก่อน"วินัยสะกิดนักโทษคนหนึ่งที่เป็ผู้ชม อนุญาตให้อ้าปากพูด
"ผมเห็นคนที่โดนรุม เดินไปหาตาแก่ที่เป็โรคสมองเสื่อมแล้วก็เดินไปต่อยอีกฝ่ายหนึ่งก่อน"
ผู้คุมเดินไปสำรวจจานข้าวที่อยู่ด้านหน้าชายชราอาหารเกลี้ยงจาน เหลือเพียงเศษกระดูกไก่สามชิ้นที่โดนแทะจนเหี้ยนไม่ใช่ฝีมือของชายแก่ผู้มีสายตาฝ้าฟางแน่นอน
"สารเลวมันทำร้ายกระทั่งคนแก่สมองเสื่อม...โอ๊ย" เสียงจากนักโทษที่มีแผลตามตัวโพล่งขึ้นมาขาขวาเขาดูบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย ฟังจากเสียงร้องโอดโอยเมื่อครู่กระดูกน่าจะหักผู้คุมรู้ทีหลังว่าเขาชื่อฤดี
"กูไม่เห็นมันกินแล้วก็แค่เสียดายของไปเอามากูผิดด้วยเหรอ" ไอ้กันต์หันไปตอบ
"ใช่" เพื่อนคนหนึ่งเสริมอย่างไม่เกรงใจเหล่าเ้าหน้าที่"อาหารแค่นี้ใครจะอิ่มวะ ไอ้แก่นั่นถึงจะพ้นโทษไปก็ไม่คนดูแลตายไปก็ไม่มีใครว่า พวกเราสิอยู่อีกนาน ยัง้าสารอาหารครบถ้วน"
"หุบปาก!" วินัยตะเบ็งเสียงบรรยากาศกลับสู่ความสงบในฉับพลันเว้นแต่เสียงครวญครางอย่างเ็ปของฤดี "ถ้ามึงไม่หยุดเถียงกันพวกมึงได้หูแตกกันแน่..รีบกลับไปทำงานทำการตัวเองได้แล้ว"
ฝูงชนเด้งตัวลุกแล้วแตกรังแยกไปคนละทาง คนเจ็บก็ถูกนำตัวออกไปหมดแล้ว
สูงขึ้นไปสามชั้นเป็ห้องทำงานของพัศดีสันติชายสูงวัยยืนหน้ากระจกเงาทางเดียวซึ่งติดกับโถงของโรงอาหารเขาเห็นความวุ่นวายั้แ่ต้นจนจบ จากนั้นก็ถามเ้าหน้าที่ถึงนักโทษที่ขาขวาผิดรูปซึ่งหน่วยปฐมพยาบาลกำลังเอาเตียงขนย้ายผู้ป่วยมารับ
"นักโทษ หมายเลข 321 ชื่อ ฤดีเคยเป็แพทย์จิตเวชโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แต่ต้องโทษในคดีฆาตกรรม 3 ศพแม้ว่าเ้าตัวจะไม่ยอมปริปากพูดบอกเหตุผล แต่พบว่าเหยื่อทั้ง 3 ศพเป็วัยรุ่นที่เคยก่อเหตุปล้น-ฆ่าในเหตุการณ์ร้านมินิมาร์ทที่ภรรยาและลูกชายของฤดีตายชัดเจนเลยว่าเป็การแก้แค้น เขาค่อนข้างหัวร้อน ั้แ่ย้ายคุกมาที่นี่ก็มีเื่ชกต่อยทุกวี่ทุกวัน...มีอะไรเหรอครับท่านพัศดี" เ้าหน้าที่กล่าว
"น่าสนใจดี" ชายสูงวัยตอบเพียงแค่นี้พลางยิ้มอย่างมีเลศนัย