บทที่ 11 เปิดร้านใหม่ (รีไรต์)
เงื่อนไขในการอัปเกรดร้านเจียนปิ่งเป็เลเวลห้าไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างใด มีเพียงเงื่อนไขสั้น ๆ เท่านั้น
บลูไดมอนด์ 15 ก้อน
พระเ้าช่วยกล้วยทอด! เธอทำงานหนักหลังขดหลังแข็ง เพิ่งจะได้บลูไดมอนด์มาแค่ 20 ก้อน ครั้งนี้จะอัปเกรดร้านกลับต้องใช้มากกว่าครึ่ง
“ระบบออกมาเดี๋ยวนี้!” เจียงอี๋อินกัดฟันกรอด “ไม่ใช่ว่าการอัปเกรดต้องใช้คริสตัลเหรอ”
เสียงเรียบนิ่งของระบบดังขึ้น [ร้านค้าเลเวลห้า ค่อนข้างพิเศษ]
“แต่มันแพงเกินไป! แบบนี้ฉันต้องรอถึงชาติไหนถึงจะมีเงินซื้อยาฟื้นคืนชีพ ชาตินี้คงหาไม่พอ” เจียงอี้อิ่นพยายามต่อรอง
[...สู้ ๆ]
เส้นเืขมับของเจียงอี้อิ่นเต้นตุบ ๆ แต่เธอก็ได้ยินจากน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์นั้นพูดขึ้นอีกว่า
[ราคาต่อรองไม่ได้]
หัวใจของเธอแทบแหลกสลาย แต่สุดท้ายเธอก็กัดฟันเลือกที่จะอัปเกรดร้าน
2:59:59 น. นับถอยหลังสู่เลเวลห้า
ยิ่งมองดูเวลาก็ยิ่งรู้สึกใจหาย เธอเลยตัดสินใจไปงีบที่ห้องพักเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอ ในฝันเธอเห็นบลูไดมอนด์หลายก้อนลอยไปลอยมา เธอพยายามคว้ามัน แต่เมื่อคว้าได้ก็หายวับไปกับตา เธอใจนต้องะโว่า “อย่าไป…” สุดท้ายก็ต้องสะดุ้งตื่น
เธอปาดเหงื่อที่ไหลบนหน้าผากแล้วเหลือบมองนาฬิกา
การอัปเกรดเสร็จสิ้นแล้ว เธอลุกขึ้นไปดูร้านขายเจียนปิ่งทันที
แต่กลับไม่พบสินค้าหรืออุปกรณ์ใหม่ ๆ เธอตรวจสอบอย่างละเอียดจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นมาจริง ๆ ก็โพล่งขึ้นอย่างหัวเสีย “ระบบ! นี่เธอเรียกว่าพิเศษเหรอ”
[กรุณาตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น]
ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอกลับรู้สึกว่าน้ำเสียงของระบบแฝงไปด้วยความเหนื่อยใจ
เมื่อเปิดดูข้อมูลเบื้องต้น เธอถึงได้รู้ว่าการอัปเกรดเลเวลห้า จะไม่ได้รับอุปกรณ์หรือเมนูอาหารเพิ่ม แต่จะได้รับคุณสมบัติเพิ่มสองอย่าง
ประการแรกคือ ‘ให้เช่า’ เธอสามารถเลือกร้านค้าให้กับผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ เช่าได้ แต่ระบบระบุไว้อย่างชัดเจนว่ารสชาติของอาหารที่ขายหลังจากให้เช่าไปแล้ว จะไม่สามารถรับประกันได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อคะแนนรีวิวของร้านได้
ประการที่สองคือ ‘มอบหมาย’ เธอสามารถใช้คริสตัลจำนวนหนึ่งเพื่อเช่าหุ่นยนต์ AI มาดูแลร้านได้ โดยเธอเพียงแค่ตั้งค่าข้อมูลต่าง ๆ ไว้ หุ่นยนต์ AI ก็จะจัดการทุกอย่างให้เอง
ราคาของหุ่นยนต์ AI ค่อนข้างสูง แต่เงินจำนวนนี้เธอก็ไม่สามารถประหยัดได้
เมื่อร้านเจียนปิ่งอัปเกรดถึงเลเวลห้า ร้านถัดไปก็พร้อมสำหรับเปิดให้บริการแล้ว
เมื่อร้านอาหารในเมืองอาหารเปิดกิจการมากขึ้น หากเธอไม่เรียนรู้วิชาแยกร่าง เธอก็ไม่สามารถดูแลกิจการทั้งหมดได้เพียงคนเดียว
เธอจึงไปค้นหาที่ร้านค้าบลูไดมอนด์และพบว่ามีวิชา ‘แยกร่าง’ แบบนี้อยู่จริง ๆ แต่ราคา...
เจียงอี้อิ่นปิดร้านค้าบลูไดมอนด์อย่างเงียบ ๆ แล้วเปิดคู่มือการเช่าหุ่นยนต์ AI เพื่อศึกษาวิธีการใช้
รูปภาพของชายหนุ่มและหญิงสาวเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ แค่มองรูปไหน ข้อมูลก็จะปรากฏขึ้นทันที หุ่นยนต์ AI แต่ละตัวมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ยิ่งมีคุณสมบัติดีเท่าไหร่ราคายิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
เจียงอี้อิ่นพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่สุดท้ายก็เลือกซื้อตัวที่ราคาถูกที่สุดอย่างไม่ลังเล
อย่างไรคุณสมบัติก็เพียงพอกับร้านขายเจียนปิ่ง และตอนนี้ลูกค้าก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่ เธอสามารถดูแลทั้งสองร้านได้
เมื่อยืนยันการสั่งซื้อแล้ว ภาพของหุ่นยนต์ AI ก็ขึ้นสถานะ ‘กำลังจัดส่ง’ ทันที ขณะที่กำลังสงสัยว่าระบบจะส่งหุ่นยนต์ AI มาอย่างไร ก็ได้ยินเสียงประตูเปิดขึ้นจากข้างหลัง
เมื่อหันไปมองก็เห็นคุณลุงผมสีน้ำตาลเดินออกมาพลางเอ่ยทักทาย “สวัสดีครับเถ้าแก่ ผม AI3118 ครับ”
เจียงอี้อิ่นใสะดุ้งโหยง คิดในใจว่าต่อไปนี้ถ้าจะเช่าหุ่นยนต์ AI อีกต้องรอตอนที่ไม่มีคนแล้ว ไม่งั้นการที่คนโผล่มาแบบนี้ คงทำให้คนหัวใจวายตายแน่ ๆ
หลังจากคุณลุงพูดจบ เขาก็ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน เธอเลยเดินวนรอบตัวเขาด้วยความสงสัย ก่อนเห็นรหัสอยู่ข้างหลังใบหูข้างซ้ายของเขาด้วย
เจียงอี้อิ่นเปิดระบบอีกครั้ง ตั้งค่าข้อมูลร้านขายเจียนปิ่งทีละรายการ เปลี่ยนชื่อให้ AI3118 เป็ ‘เจียนปิ่ง’ สุดท้ายก็พบว่าเขา้าที่พักด้วย
เจียงอี้อิ่นทำได้แค่จัดห้องพักพนักงานแบบง่าย ๆ ให้เขาไปก่อน เพราะยังไงห้องพักก็อยู่ติดร้านเจียนปิ่งอยู่แล้ว
หลังจากตั้งค่าร้านเจียนปิ่งเสร็จแล้ว เธอก็ลองกดเข้าไปดูหน้าร้านใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในระบบ
ทันใดนั้นก็มีข้อความแจ้งเตือนจากระบบเด้งขึ้นมาบังหน้าจอ
[้าใช้หนึ่งร้อยคริสตัลเลเวลหนึ่ง เพื่อเปิดร้านค้าแห่งที่สองหรือไม่]
เธอรู้สึกสับสนมาก “เธอเป็ระบบร้านอาหารจริง ๆ หรือเป็ระบบรีดไถเงินจากฉันกันแน่”
ระบบทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น.jpg
เจียงอี้อิ่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้ำหน้าอย่างเธอจะทำอะไรได้อีก นอกจากยอมรับมัน…
ด้านซ้ายของร้านขายเจียนปิ่งปรากฏเงาราง ๆ ของร้านค้าใหม่ขึ้น ก่อนจะเด่นชัดขึ้นภายในไม่กี่วินาทีต่อมา และตั้งตระหง่านอยู่บนพื้น
เธอรีบวิ่งออกไปดู ก็เห็นป้ายหน้าร้านเขียนไว้ว่า ‘ร้านบะหมี่หยางชุน’
ดวงตาของเจียงอี้อิ่นเป็ประกาย พูดตามตรงเธอกินเจียนปิ่งและน้ำเต้าหู้ติดต่อกันหลายวันจนหน้าจะเป็เต้าหู้อยู่แล้ว ตอนนี้อยากเปลี่ยนรสชาติใจจะขาด
ประจวบเหมาะกับตอนนี้เธอยังไม่ได้กินมื้อเย็น เธอจึงเดินตรงเข้าไปในร้านบะหมี่เพื่อเตรียมที่จะแสดงฝีมือ
หลังจากซื้อวัตถุดิบจากร้านค้าระบบแล้วก็ล้างมือพับแขนเสื้อ สวมผ้ากันเปื้อน หั่นกระดูกหมูเป็ชิ้นเล็ก ๆ เท่าฝ่ามือเพื่อเคี่ยวน้ำซุป
จากนั้นตักแป้งออกมาแล้วเริ่มนวด
ผงแป้งละเอียดถูกนวดกลายเป็ก้อนแป้งเนื้อเนียนนุ่มอย่างรวดเร็ว กอปรกับแรงที่พอเหมาะในการนวดดึงอย่างเชี่ยวชาญ บะหมี่เส้นเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้น หลังจากทำซ้ำอยู่หลายครั้ง เส้นบะหมี่ก็จะมีความเหนียวนุ่มขึ้น
วางเส้นบะหมี่พักไว้บนเขียง นำชามที่มีขนาดใหญ่เป็พิเศษออกมา ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันหมูลงไปเล็กน้อย รอจนน้ำมันร้อนแล้วจึงเทใส่ชาม จากนั้นใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เกลือ น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันเบา ๆ
ตอนนี้น้ำซุปกระดูกหมูก็ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ตักน้ำซุปสีใสออกมาหนึ่งกระบวยแล้วเทลงในชาม น้ำซุปสดใหม่ ใสเป็ประกายและเคลือบด้วยน้ำมันบาง ๆ ก็พร้อมแล้ว
เธอตั้งหม้อต้มน้ำ พอน้ำเดือดก็ใส่เส้นบะหมี่ลงไป เธอชอบเส้นแบบเหนียวหนึบ ดังนั้นพอน้ำเดือดเธอก็รีบตักเส้นขึ้นใส่ในชาม ราดน้ำซุป โรยต้นหอมหั่นฝอยก็เป็อันเสร็จสิ้น บะหมี่หนึ่งชามพร้อมเสิร์ฟแล้ว
เธอหันไปบอกให้เจียนปิ่งหั่นเนื้อตุ๋นมาให้หนึ่งจาน จากนั้นก็มานั่งที่โต๊ะหน้าร้านเพื่อกินมื้อเย็นของวันนี้อย่างเอร็ดอร่อย
เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม น้ำซุปร้อน ๆ เนื้อเผ็ดกำลังดี กินไปเหงื่อไหลไป แต่หัวใจกลับรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
อร่อย!
น่าเสียดายนิดหน่อย เธอไม่ชอบกินข้าวคนเดียว แต่ตอนนี้มีแค่หุ่นยนต์ AI อย่างเจียนปิ่งอยู่ข้าง ๆ ไม่มีใครคอยแบ่งปันความอร่อยของอาหารเลย
สวบสาบ~
เจียงอี้อิ่นหันไปมองก็เห็นหัวเล็ก ๆ แสนคุ้นตาโผล่ออกมา เธอดีใจมาก!
“ว่าไง” เธออดโบกมือทักทายไม่ได้ “ทำไมเมื่อวานไม่มาล่ะ”
เด็กน้อยไม่พูดไม่จา สายตายังคงจ้องไปที่อาหารเหมือนเคย
เธอซดน้ำซุปจนหมดเกลี้ยง กินอิ่มก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกขึ้นเอาเส้นที่เหลือทั้งหมดลงไปต้มอีกครั้ง เสร็จแล้วก็ยกชามไปวางตรงหน้าเด็กน้อย
“เมนูใหม่ของวันนี้เรียกว่าบะหมี่หยางชุน กินตรงนี้แหละ”
เธอวางชามไว้ตรงขอบพื้นที่ปลอดภัย นิ้วมือลากเส้นบาง ๆ ในอากาศ “ฉันจะไม่ข้ามเส้นนี้ไป ไม่ต้องกลัวนะ”
บางทีอาจจะเพราะััได้ถึงความหวังดีจากเธอ เด็กชายจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน
เธอถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อให้เขามีพื้นที่ส่วนตัว ความหิวคงมีพลังมากพอที่จะเอาชนะความกลัว เด็กชายจึงค่อย ๆ โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ มองเธออย่างระแวดระวังพลางคว้าชามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เขาโยนตะเกียบทิ้งไป จากนั้นก็ใช้มือโกยเส้นบะหมี่เข้าปาก
“เฮ้อ…” เธอรู้สึกทั้งขำทั้งเอือมระอา อยากจะห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
เด็กชายยัดเส้นบะหมี่เข้าปากอย่างรวดเร็ว แก้มสองข้างป่องขึ้นมา พอกำลังจะตักเข้าปากอีกคำ ก็เหลือบไปเห็นเงาบางอย่างด้านหลังเธอ